Pass-through เสียงบน Smart TV คืออะไร ควรเปิดหรือไม่

Pass-through คือการตั้งค่าให้ Smart TV ส่งรูปแบบเสียงจากอุปกรณ์ต้นทางหรือแอปไปยัง Soundbar และ AV Receiver โดยพยายามไม่ถอดรหัสหรือแปลงรูปแบบเสียงก่อน จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการ Dolby Digital, Dolby Atmos, DTS หรือระบบเสียงหลายช่องตามต้นฉบับ

ควรเปิด Pass-through เมื่อเชื่อมต่อ Soundbar หรือ AV Receiver ผ่าน HDMI ARC/eARC และอุปกรณ์เสียงรองรับรูปแบบเสียงนั้น แต่ถ้าเปิดแล้วไม่มีเสียง เสียงขาด หรือขึ้นว่า Audio Format Not Supported ควรเปลี่ยนเป็น Auto หรือ PCM

สารบัญ

  • Pass-through คืออะไร
  • Pass-through ทำงานอย่างไร
  • Pass-through ต่างจาก PCM และ Auto อย่างไร
  • ควรเปิด Pass-through เมื่อใด
  • กรณีใดไม่ควรเปิด
  • วิธีตั้งค่าบน Smart TV
  • วิธีแก้เมื่อเปิดแล้วไม่มีเสียง
  • คำถามที่พบบ่อย

❶ Pass-through เสียงคืออะไร

Audio Pass-through คือการส่งข้อมูลเสียงจากต้นทางผ่าน Smart TV ไปยังอุปกรณ์เสียงภายนอก โดยทีวีไม่เปลี่ยนรูปแบบเสียงโดยไม่จำเป็น

ตัวอย่างเส้นทางเสียงคือ

  1. เครื่องเล่นเกมส่ง Dolby Atmos มายังทีวี
  2. ทีวีรับทั้งภาพและเสียงผ่าน HDMI
  3. ทีวีแสดงภาพบนหน้าจอ
  4. ทีวีส่งข้อมูลเสียงผ่าน HDMI eARC
  5. Soundbar ถอดรหัส Dolby Atmos

หากไม่ได้เปิด Pass-through ทีวีอาจถอดรหัสหรือแปลงเสียงก่อนส่งออก เช่น แปลง Dolby Digital Plus เป็น PCM หรือแปลง DTS เป็นรูปแบบอื่นที่รองรับ

Pass-through จึงช่วยรักษารูปแบบเสียงจากต้นทางไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทีวีจะส่งผ่านได้ทุก Codec เพราะยังขึ้นอยู่กับความสามารถของทีวี พอร์ต HDMI และอุปกรณ์ปลายทาง

❷ Pass-through ทำงานกับอุปกรณ์อะไรบ้าง

ฟังก์ชันนี้เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์หลายส่วนในระบบ ได้แก่

  • Smart TV
  • Soundbar
  • AV Receiver
  • กล่องสตรีมมิง
  • เครื่องเล่นเกม
  • เครื่องเล่นแผ่นภาพยนตร์
  • คอมพิวเตอร์
  • เครื่องเล่นไฟล์มีเดีย

ตัวอย่างการเชื่อมต่อที่ใช้ Pass-through บ่อยคือ

  • เครื่องเล่นเกม → Smart TV → Soundbar
  • กล่องสตรีมมิง → Smart TV → AV Receiver
  • แอปบน Smart TV → Soundbar
  • เครื่องเล่นแผ่น → Smart TV → Soundbar

ทีวีทำหน้าที่เป็นจุดผ่านของเสียง ส่วน Soundbar หรือ AV Receiver ทำหน้าที่ถอดรหัสและกระจายเสียงไปยังลำโพง

❸ Pass-through ต่างจาก PCM อย่างไร

PCM หมายถึงทีวีหรือเครื่องเล่นถอดรหัสเสียงก่อนส่งออก ส่วน Pass-through พยายามส่งรูปแบบเสียงเดิมไปให้อุปกรณ์ปลายทางถอดรหัส

คุณสมบัติPCMPass-through
ผู้ถอดรหัสหลักทีวีหรือเครื่องเล่นSoundbar หรือ AV Receiver
รูปแบบที่ Soundbar ได้รับPCMรูปแบบเสียงจากต้นทาง
Dolby Digital/Atmos บนหน้าจอ Soundbarอาจไม่แสดงมีโอกาสแสดงตามต้นฉบับ
ความเข้ากันได้ใช้งานง่ายกว่าต้องรองรับ Codec ตรงกัน
จำนวนช่องเสียงขึ้นอยู่กับพอร์ตขึ้นอยู่กับ Codec และพอร์ต
เหมาะกับลำโพงทีวีและอุปกรณ์รุ่นเก่าชุดเสียงที่รองรับ Dolby/DTS

การเลือก PCM ไม่ได้หมายความว่าเสียงคุณภาพต่ำเสมอไป แต่หากการเชื่อมต่อรองรับ PCM เพียงสองช่อง เสียงรอบทิศทางอาจถูกลดเหลือ Stereo

❹ Pass-through ต่างจาก Bitstream อย่างไร

Bitstream หมายถึงข้อมูลเสียงที่ยังเข้ารหัส เช่น Dolby Digital หรือ DTS ส่วน Pass-through เป็นวิธีส่งข้อมูลเสียงจากต้นทางผ่านทีวีไปยังอุปกรณ์ปลายทางโดยไม่แปลงโดยไม่จำเป็น

ทั้งสองคำจึงเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่เหมือนกันทั้งหมด

  • Bitstream อธิบายลักษณะข้อมูลเสียงที่ส่ง
  • Pass-through อธิบายวิธีที่ทีวีส่งข้อมูลผ่านระบบ
  • Auto หมายถึงทีวีเลือกรูปแบบที่เหมาะสมให้
  • PCM หมายถึงส่งเสียงที่ถอดรหัสแล้ว

ในการตั้งค่าจริง อาจต้องเลือก Bitstream ที่เครื่องเล่น และเลือก Pass-through ที่ Smart TV พร้อมกัน

❺ Pass-through ต่างจาก Auto อย่างไร

เมื่อเลือก Auto ทีวีจะตรวจสอบความสามารถของ Soundbar แล้วเลือกรูปแบบเสียงที่คิดว่าเหมาะสม อาจส่งรูปแบบเดิม แปลง Codec หรือถอดรหัสเป็น PCM ขึ้นอยู่กับระบบ

เมื่อเลือก Pass-through ทีวีจะพยายามส่งสัญญาณจากต้นทางไปยัง Soundbar โดยตรงมากกว่า

สถานการณ์AutoPass-through
ต้องการติดตั้งง่ายเหมาะอาจต้องตรวจสอบ Codec
ต้องการรักษารูปแบบต้นฉบับอาจมีการแปลงเหมาะกว่า
Soundbar รุ่นเก่าเข้ากันได้ง่ายกว่าอาจไม่มีเสียง
ต้องการ Dolby Atmosรองรับในหลายระบบเหมาะเมื่ออุปกรณ์รองรับครบ
มีอุปกรณ์หลายชนิดทีวีช่วยเลือกให้อาจพบ Codec ที่ไม่รองรับ

หากไม่แน่ใจว่าควรเลือกอะไร ให้เริ่มจาก Auto หากต้องการตรวจสอบรูปแบบเสียงต้นฉบับหรือ Soundbar ไม่แสดง Atmos จึงทดลอง Pass-through

❻ ควรเปิด Pass-through เมื่อใด

ควรเปิด Pass-through ในกรณีต่อไปนี้

  • ใช้ Soundbar หรือ AV Receiver
  • เชื่อมต่อผ่าน HDMI ARC หรือ eARC
  • Soundbar รองรับ Codec ของคอนเทนต์
  • ต้องการ Dolby Digital 5.1
  • ต้องการ Dolby Digital Plus
  • ต้องการ Dolby Atmos
  • ต้องการ DTS หรือ DTS:X ในระบบที่รองรับ
  • ต้องการให้ Soundbar เป็นผู้ถอดรหัส
  • ต่อเครื่องเล่นภายนอกเข้าทีวี
  • เลือก PCM แล้วเสียงเหลือเพียง Stereo

หลังเปิด Pass-through ควรตรวจสอบหน้าจอหรือแอปของ Soundbar ว่าได้รับรูปแบบเสียงตามที่ต้องการจริง

❼ กรณีใดไม่ควรเปิด Pass-through

ไม่ควรใช้ Pass-through หรือควรเปลี่ยนกลับเป็น Auto/PCM เมื่อพบอาการดังนี้

  • Soundbar ไม่รองรับ Codec ต้นทาง
  • เปิดแล้วไม่มีเสียง
  • เสียงขาดเป็นช่วง
  • ทีวีขึ้น Audio Format Not Supported
  • เสียงดังผิดปกติหรือมีสัญญาณรบกวน
  • ภาพและเสียงไม่ตรงกัน
  • ใช้หูฟัง Bluetooth
  • ใช้ลำโพงภายในทีวี
  • อุปกรณ์เสียงรองรับเพียง Stereo
  • ใช้ Optical กับรูปแบบเสียงที่สายไม่รองรับ

Pass-through ไม่ได้เพิ่มคุณภาพเสียงให้กับอุปกรณ์ที่ไม่รองรับรูปแบบต้นทาง หาก Soundbar ถอดรหัสไม่ได้ การเปลี่ยนเป็น PCM หรือ Auto จะเหมาะกว่า

❽ HDMI ARC ใช้ Pass-through ได้หรือไม่

HDMI ARC รองรับ Pass-through ได้ แต่มีข้อจำกัดด้านแบนด์วิดท์ รูปแบบที่พบบ่อย ได้แก่

  • PCM Stereo
  • Dolby Digital
  • Dolby Digital Plus ในอุปกรณ์ที่รองรับ
  • Dolby Atmos ผ่าน Dolby Digital Plus ในระบบที่เข้ากันได้

HDMI ARC โดยทั่วไปไม่เหมาะสำหรับ Dolby TrueHD with Atmos หรือ Multichannel PCM จำนวนหลายช่อง เพราะต้องการแบนด์วิดท์สูงกว่า

หากใช้ ARC และต้องการ Atmos จากบริการสตรีมมิง สามารถทดลองตั้ง Digital Audio Output เป็น Pass-through และตรวจสอบว่า Soundbar แสดง Dolby Atmos หรือไม่

❾ HDMI eARC เหมาะกับ Pass-through อย่างไร

HDMI eARC มีแบนด์วิดท์สูงกว่า ARC จึงเหมาะกับการส่งผ่านเสียงคุณภาพสูงและเสียงหลายช่อง เช่น

  • Multichannel PCM
  • Dolby Digital Plus
  • Dolby TrueHD
  • Dolby Atmos
  • DTS-HD ในอุปกรณ์ที่รองรับ
  • DTS:X ในอุปกรณ์ที่รองรับ

การตั้งค่าที่แนะนำสำหรับ eARC คือ

  • Sound Output: HDMI eARC
  • eARC Mode: Auto หรือ On
  • Digital Audio Output: Pass-through
  • HDMI Input Audio Format: Bitstream
  • HDMI-CEC: On
  • Soundbar Input: eARC

หากเลือก Pass-through แล้วเสียงขาด ให้ทดลอง Auto และเปลี่ยนสาย HDMI ก่อนสรุปว่าอุปกรณ์ไม่รองรับ

❿ ใช้ Optical เปิด Pass-through ได้หรือไม่

ทีวีบางรุ่นมีตัวเลือก Pass-through สำหรับ Optical แต่สาย Optical รองรับรูปแบบเสียงได้น้อยกว่า HDMI

รูปแบบที่มักส่งผ่าน Optical ได้ ได้แก่

  • PCM Stereo
  • Dolby Digital 5.1
  • DTS แบบบีบอัดในอุปกรณ์ที่รองรับ

Optical ไม่เหมาะสำหรับ

  • Dolby TrueHD
  • Dolby Atmos จาก Smart TV
  • Multichannel PCM คุณภาพสูง
  • DTS-HD
  • DTS:X

หากเลือก Pass-through ผ่าน Optical แล้วไม่มีเสียง ให้เปลี่ยนรูปแบบต้นทางเป็น Dolby Digital หรือเลือกเอาต์พุตของทีวีเป็น Auto

⓫ วิธีเปิด Pass-through บน Smart TV

ชื่อและตำแหน่งเมนูอาจแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปตั้งค่าได้ดังนี้

  1. เปิดเมนู Settings
  2. เข้าเมนู Sound หรือ Audio
  3. เลือก Sound Output
  4. เลือก HDMI ARC, HDMI eARC หรือ Receiver
  5. เปิด HDMI-CEC
  6. เปิด eARC Mode หากรองรับ
  7. เข้า Digital Audio Output
  8. เลือก Pass-through
  9. ตั้ง HDMI Input Audio Format เป็น Bitstream
  10. เปิดคอนเทนต์ที่มีเสียงหลายช่อง
  11. ตรวจสอบรูปแบบเสียงบน Soundbar

ทีวีบางรุ่นจะเปิดให้เลือก Pass-through เฉพาะเมื่อเชื่อมต่อ Soundbar ผ่าน HDMI ARC/eARC แล้ว หากตัวเลือกเป็นสีเทา ควรตรวจสอบพอร์ตและเปิด HDMI-CEC ก่อน

⓬ ทำไมเมนู Pass-through เป็นสีเทาและเลือกไม่ได้

สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

  • ยังเลือกใช้ลำโพงภายในทีวี
  • Soundbar ไม่ได้ต่อผ่าน ARC/eARC
  • เสียบสาย HDMI ผิดช่อง
  • ยังไม่ได้เปิด HDMI-CEC
  • eARC ถูกปิด
  • คอนเทนต์หรือแหล่งสัญญาณนั้นไม่รองรับ
  • ทีวีอนุญาต Pass-through เฉพาะ HDMI Input
  • ใช้แอปภายในทีวีที่ระบบจัดการเสียงอัตโนมัติ

ให้เลือกเอาต์พุตเป็น HDMI Receiver หรือ Soundbar เปิด HDMI-CEC แล้วปิดและเปิดทีวีใหม่ หากยังเลือกไม่ได้ ให้ทดสอบด้วยอุปกรณ์ HDMI ภายนอก

⓭ เปิด Pass-through แล้วไม่มีเสียง แก้อย่างไร

ให้ตรวจสอบตามลำดับต่อไปนี้

  1. เปลี่ยน Digital Audio Output จาก Pass-through เป็น Auto
  2. ตรวจสอบว่า Soundbar รองรับ Codec ต้นทาง
  3. ตั้งเครื่องเล่นเป็น Dolby Digital แทน DTS เพื่อทดสอบ
  4. เปิด HDMI-CEC
  5. เปิด ARC หรือ eARC
  6. ตรวจสอบว่าเสียบ HDMI ถูกช่อง
  7. เปลี่ยนสาย HDMI
  8. ปิดและเปิดอุปกรณ์ใหม่
  9. อัปเดตซอฟต์แวร์ทีวีและ Soundbar
  10. ต่อเครื่องเล่นเข้ากับ Soundbar โดยตรง
  11. หากยังไม่มีเสียง ให้เลือก PCM

ถ้าเปลี่ยนเป็น PCM แล้วเสียงกลับมา แสดงว่า Soundbar หรืออุปกรณ์ในเส้นทางอาจไม่รองรับรูปแบบ Bitstream ที่กำลังส่งผ่าน

⓮ เปิด Pass-through แล้ว Soundbar ยังขึ้น PCM

อาการนี้อาจเกิดจากต้นทางส่ง PCM มาอยู่แล้ว ไม่ได้หมายความว่าทีวีแปลงสัญญาณเสมอไป

ตัวอย่างเช่น เครื่องเล่นเกมอาจตั้งเป็น Linear PCM เมื่อเปิด Pass-through ทีวีก็ส่ง PCM นั้นต่อไปยัง Soundbar จึงแสดง Multichannel PCM หรือ LPCM

ควรตรวจสอบ

  • Audio Output ของเครื่องเล่นต้นทาง
  • รูปแบบเสียงของคอนเทนต์
  • การตั้งค่า HDMI Audio Format
  • จำนวนช่อง PCM ที่ Soundbar ได้รับ
  • ความสามารถของ ARC หรือ eARC

หากต้องการให้ Soundbar แสดง Dolby Atmos ต้องเลือก Dolby Atmos หรือ Bitstream ที่เครื่องเล่น และใช้คอนเทนต์ที่รองรับ Atmos

⓯ Pass-through ช่วยลดเสียงดีเลย์หรือไม่

Pass-through อาจช่วยลดขั้นตอนการประมวลผลเสียงของทีวี แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะลดความล่าช้าในทุกระบบ เพราะ Soundbar ยังต้องถอดรหัสและประมวลผลเสียงต่อ

หากเสียงไม่ตรงภาพ ให้ทดลองดังนี้

  1. เปิด Pass-through
  2. เปิด Game Mode เมื่อเล่นเกม
  3. ปิดโหมดเสียงเสริม
  4. ปิด Virtual Surround ชั่วคราว
  5. ใช้ HDMI eARC
  6. ปรับ Lip Sync หรือ Audio Delay
  7. เปรียบเทียบ Bitstream กับ PCM
  8. ต่อเครื่องเล่นเข้ากับ Soundbar โดยตรง

ถ้าเสียงมาช้ากว่าภาพ ควรลดกระบวนการประมวลผล ไม่ควรเพิ่ม Audio Delay เพราะจะทำให้เสียงช้ากว่าเดิม

⓰ ตารางเลือก Pass-through, Auto หรือ PCM

รูปแบบการใช้งานค่าที่แนะนำ
ใช้ลำโพงภายในทีวีAuto หรือ PCM
ใช้หูฟัง BluetoothPCM หรือ Auto
Soundbar ผ่าน HDMI ARCAuto หรือ Pass-through
Soundbar ผ่าน HDMI eARCPass-through
ต้องการ Dolby AtmosPass-through หรือ Auto
ใช้ Optical ต้องการ StereoPCM
ใช้ Optical ต้องการ Dolby Digital 5.1Auto หรือ Pass-through
Soundbar รุ่นเก่าAuto หรือ PCM
เปิด Pass-through แล้วไม่มีเสียงAuto แล้วจึงทดลอง PCM
เครื่องเล่นส่ง Codec ที่ Soundbar ไม่รองรับเปลี่ยน Codec หรือเลือก PCM

ค่าที่เหมาะที่สุดคือค่าที่ทำให้ได้จำนวนช่องครบ ไม่มีเสียงขาด ภาพและเสียงตรงกัน และ Soundbar รับรูปแบบเสียงที่รองรับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Audio Pass-through

ควรเปิด Pass-through ตลอดเวลาหรือไม่

เปิดได้หาก Soundbar รองรับรูปแบบเสียงจากทุกอุปกรณ์และไม่มีปัญหา แต่ถ้าเปลี่ยนแหล่งสัญญาณบ่อยและบางอุปกรณ์ใช้ Codec ที่ต่างกัน Auto อาจใช้งานง่ายกว่า

Pass-through ทำให้เสียงดีขึ้นหรือไม่

ไม่ได้เพิ่มคุณภาพเสียงโดยตรง แต่ช่วยรักษารูปแบบเสียงจากต้นทางเพื่อให้ Soundbar ถอดรหัสได้เต็มความสามารถ

Pass-through จำเป็นสำหรับ Dolby Atmos หรือไม่

ไม่จำเป็นในทุกระบบ เพราะโหมด Auto อาจส่ง Atmos ได้เช่นกัน แต่ Pass-through มีประโยชน์เมื่อทีวีแปลงเสียงจน Soundbar ไม่สามารถตรวจพบ Atmos

เลือก Pass-through แล้วปรับเสียงบนทีวีไม่ได้เป็นเรื่องปกติหรือไม่

เป็นไปได้ เพราะทีวีส่งข้อมูลเสียงไปให้อุปกรณ์ภายนอกจัดการ การปรับโหมดเสียงบางรายการจึงอาจต้องทำบน Soundbar หรือ AV Receiver

Pass-through ใช้กับแอปใน Smart TV ได้หรือไม่

ได้ในทีวีหลายรุ่น แต่บางรุ่นอาจใช้ Auto สำหรับแอปภายในและเปิด Pass-through เฉพาะอุปกรณ์ HDMI ภายนอก

เปิด Pass-through แล้วเสียงเบาลงเกิดจากอะไร

ระดับเสียงและช่วงไดนามิกอาจเปลี่ยนเมื่อ Soundbar เป็นผู้ถอดรหัส ให้ตรวจสอบโหมด Night, Dynamic Range Control, Voice Enhancement และระดับ Center Channel บน Soundbar

สรุป

Pass-through คือการให้ Smart TV ส่งรูปแบบเสียงจากต้นทางไปยัง Soundbar หรือ AV Receiver โดยพยายามไม่แปลงสัญญาณ เหมาะสำหรับระบบที่ต้องการ Dolby Digital, Dolby Atmos, DTS และเสียงหลายช่องตามต้นฉบับ

ควรเปิด Pass-through เมื่อใช้งานผ่าน HDMI ARC/eARC และอุปกรณ์ปลายทางรองรับ Codec ที่ส่งมา หากเปิดแล้วไม่มีเสียงหรือรูปแบบไม่รองรับ ให้เปลี่ยนเป็น Auto และใช้ PCM เป็นตัวเลือกสำหรับแก้ปัญหาความเข้ากันได้

แนวทางของ comsiam คือเริ่มจาก Auto สำหรับการติดตั้งทั่วไป แล้วเลือก Pass-through เมื่อต้องการรักษารูปแบบเสียงต้นฉบับ หลังตั้งค่าควรตรวจสอบข้อมูลสัญญาณบน Soundbar โดยตรง เพื่อยืนยันว่าได้รูปแบบเสียงและจำนวนช่องตามที่ต้องการ