Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Dolby Digital คือรูปแบบการเข้ารหัสเสียงแบบหลายช่องสัญญาณ เช่น 5.1 แชนเนล ส่วน Dolby Atmos คือเทคโนโลยีเสียงสามมิติที่เพิ่มข้อมูลตำแหน่งและความสูงของเสียง ทำให้ได้ยินเสียงรอบตัวและเหนือศีรษะ
ทั้งสองชื่อไม่ใช่คู่เปรียบเทียบที่อยู่ในระดับเดียวกันเสียทีเดียว เพราะ Dolby Digital เป็นรูปแบบเสียงพื้นฐาน ขณะที่ Dolby Atmos สามารถทำงานร่วมกับรูปแบบเสียงอย่าง Dolby Digital Plus หรือ Dolby TrueHD ได้
หากทีวี Soundbar และคอนเทนต์รองรับ Atmos ควรเลือก Dolby Atmos แต่ถ้าอุปกรณ์รองรับเพียงระบบ 5.1 หรือต่อผ่าน Optical การใช้ Dolby Digital จะเข้ากันได้ง่ายกว่า
Dolby Digital เป็นเทคโนโลยีบีบอัดและเข้ารหัสเสียงดิจิทัล สามารถรองรับเสียงหลายช่อง เช่น ระบบ 5.1 ซึ่งประกอบด้วยลำโพงหลักห้าช่องและซับวูฟเฟอร์หนึ่งช่อง
ตำแหน่งเสียงในระบบ 5.1 โดยทั่วไปประกอบด้วย
ระบบนี้ช่วยแยกเสียงพูดไว้ตรงกลาง ส่งเสียงประกอบไปยังลำโพงรอบข้าง และส่งเสียงความถี่ต่ำไปยังซับวูฟเฟอร์ ทำให้การดูภาพยนตร์มีมิติมากกว่าเสียง Stereo
Dolby Digital พบได้ในทีวี เครื่องเล่นภาพยนตร์ กล่องรับสัญญาณ เกมคอนโซล Soundbar และอุปกรณ์เสียงหลายประเภท จุดเด่นคือรองรับอย่างแพร่หลายและสามารถส่งผ่าน HDMI ARC หรือ Optical ได้ในอุปกรณ์ที่เข้ากันได้
Dolby Atmos เป็นเทคโนโลยีเสียงแบบ Object-based Audio ที่สามารถกำหนดตำแหน่งและการเคลื่อนที่ของเสียงในพื้นที่สามมิติ
แทนที่จะกำหนดเพียงว่าเสียงต้องออกจากลำโพงช่องใด ผู้สร้างสามารถกำหนดตำแหน่งของเสียง เช่น
Dolby Atmos จึงเพิ่มมิติเสียงแนวสูงเข้ามาในระบบเสียงรอบทิศทาง ตัวเลขระบบลำโพงที่ใช้ Atmos มักเขียนเป็น 5.1.2, 5.1.4 หรือ 7.1.4 โดยตัวเลขตำแหน่งสุดท้ายหมายถึงช่องเสียงแนวสูง
ตัวอย่าง 5.1.2 หมายถึง
ความแตกต่างสำคัญคือ Dolby Digital จัดเสียงตามช่องลำโพง ส่วน Dolby Atmos เพิ่มข้อมูลตำแหน่งของเสียงในพื้นที่สามมิติ
| คุณสมบัติ | Dolby Digital | Dolby Atmos |
|---|---|---|
| ประเภทเทคโนโลยี | รูปแบบเข้ารหัสเสียง | ระบบเสียงสามมิติแบบ Object-based |
| ระบบเสียงที่พบบ่อย | 5.1 แชนเนล | 5.1.2, 5.1.4, 7.1.4 หรือระบบจำลอง |
| เสียงด้านหน้าและด้านหลัง | รองรับ | รองรับ |
| เสียงแนวสูง | ไม่มีช่องเฉพาะ | รองรับ |
| ตำแหน่งเสียงแบบวัตถุ | ไม่รองรับแบบ Atmos | รองรับ |
| ความต้องการแบนด์วิดท์ | ต่ำกว่า | ขึ้นอยู่กับรูปแบบที่ใช้บรรจุ Atmos |
| การรองรับผ่าน Optical | รองรับในหลายอุปกรณ์ | โดยทั่วไปไม่รองรับ |
| การรองรับผ่าน HDMI ARC | รองรับ | รองรับ Atmos บางรูปแบบ |
| การรองรับผ่าน HDMI eARC | รองรับ | รองรับได้ครอบคลุมกว่า |
| อุปกรณ์ที่ต้องใช้ | ทีวีหรือชุดเสียงที่รองรับ Dolby Digital | Soundbar หรือ AV Receiver ที่รองรับ Atmos |
Dolby Atmos ไม่ได้มาแทน Dolby Digital ทั้งหมด เพราะ Atmos ต้องอาศัยรูปแบบเสียงพื้นฐานในการจัดเก็บและส่งข้อมูลไปยังอุปกรณ์ปลายทาง
Dolby Digital Plus เป็นรูปแบบเสียงที่พัฒนาต่อจาก Dolby Digital รองรับคุณภาพเสียงและจำนวนช่องที่มากขึ้น รวมถึงสามารถบรรจุข้อมูล Dolby Atmos ได้
Atmos จากบริการสตรีมมิงมักถูกส่งมาในรูปแบบ Dolby Digital Plus with Atmos เพราะใช้แบนด์วิดท์ไม่สูงเกินไปและเหมาะกับการรับชมผ่านอินเทอร์เน็ต
เส้นทางการเชื่อมต่อทั่วไปคือ
หาก Soundbar รองรับ Dolby Digital Plus แต่ไม่รองรับ Atmos อุปกรณ์อาจเล่นเสียงได้ตามปกติ แต่จะไม่มีการประมวลผลข้อมูลตำแหน่งเสียงแบบ Atmos
Dolby TrueHD เป็นรูปแบบเสียงแบบไม่สูญเสียข้อมูลหรือ Lossless ซึ่งสามารถบรรจุ Dolby Atmos ได้เช่นกัน มักพบจากแผ่นภาพยนตร์หรือไฟล์คุณภาพสูง
ความแตกต่างระหว่างตัวบรรจุ Atmos ที่พบบ่อยมีดังนี้
| รูปแบบ | ลักษณะ | แหล่งคอนเทนต์ที่พบบ่อย | การเชื่อมต่อที่เหมาะสม |
|---|---|---|---|
| Dolby Digital | เสียงแบบบีบอัด | ทีวีและคอนเทนต์ทั่วไป | Optical, ARC, eARC |
| Dolby Digital Plus | บีบอัดแต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น | บริการสตรีมมิง | ARC หรือ eARC |
| Dolby Digital Plus with Atmos | Atmos สำหรับสตรีมมิง | ภาพยนตร์และซีรีส์ออนไลน์ | ARC หรือ eARC |
| Dolby TrueHD with Atmos | Atmos คุณภาพสูงแบบ Lossless | แผ่นและไฟล์คุณภาพสูง | eARC หรือเชื่อมต่อผ่าน Soundbar/AVR |
HDMI ARC โดยทั่วไปเหมาะกับ Atmos ที่มากับ Dolby Digital Plus ส่วน HDMI eARC เหมาะกับทั้ง Dolby Digital Plus และ Dolby TrueHD
ไม่เสมอไป เพราะคุณภาพเสียงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
Atmos ที่ส่งผ่าน Dolby Digital Plus ให้มิติเสียงสามมิติได้ แต่ยังเป็นเสียงแบบบีบอัด ขณะที่ Dolby Digital แบบ 5.1 ที่มิกซ์มาดีอาจให้เสียงชัดและสมดุลกว่าคอนเทนต์ Atmos ที่มิกซ์มาไม่ดี
ดังนั้น โลโก้ Dolby Atmos ไม่ได้รับประกันว่าเสียงจะดีกว่าในทุกกรณี แต่บอกว่าแทร็กเสียงมีข้อมูลตำแหน่งสามมิติที่อุปกรณ์สามารถนำไปประมวลผลได้
การฟัง Dolby Digital ใช้อุปกรณ์ไม่ซับซ้อนมาก โดยต้องมี
หากใช้ Soundbar แบบ 2.1 อุปกรณ์อาจถอดรหัส Dolby Digital แล้วปรับเสียงให้เหมาะกับจำนวนลำโพงที่มีอยู่ แต่จะไม่สามารถให้เสียงรอบทิศทางแบบลำโพงแยก 5.1 ได้เต็มรูปแบบ
ระบบ Dolby Atmos ต้องมีส่วนประกอบต่อไปนี้
Soundbar ที่มีคำว่า Dolby Atmos อาจใช้เทคนิคแตกต่างกัน บางรุ่นมีลำโพง Up-firing ยิงเสียงสะท้อนเพดาน ขณะที่บางรุ่นใช้การประมวลผลเพื่อจำลองเสียงแนวสูง
Virtual Atmos ใช้การประมวลผลเสียงเพื่อสร้างความรู้สึกว่าเสียงกว้าง สูง และโอบล้อมมากขึ้น โดยไม่ต้องมีลำโพงยิงเสียงขึ้นด้านบน
Soundbar ที่มี Up-firing Speaker จะยิงเสียงขึ้นไปสะท้อนกับเพดานก่อนกลับมายังผู้ฟัง ทำให้ตำแหน่งเสียงด้านบนชัดเจนกว่าเมื่อใช้ในห้องที่เหมาะสม
| ประเภท Soundbar | วิธีสร้างเสียงแนวสูง | ความสมจริง |
|---|---|---|
| Virtual Atmos | ประมวลผลและจำลองเสียง | ขึ้นอยู่กับห้องและตำแหน่งผู้ฟัง |
| Up-firing Atmos | สะท้อนเสียงจากเพดาน | ให้ทิศทางด้านบนชัดขึ้น |
| ลำโพงติดเพดาน | ส่งเสียงจากด้านบนจริง | ระบุตำแหน่งได้แม่นยำที่สุด |
ห้องที่มีเพดานสูงมาก เพดานลาด หรือวัสดุดูดซับเสียง อาจทำให้ Up-firing Speaker สร้างเอฟเฟกต์ด้านบนได้ไม่ชัด
ควรเลือก Dolby Atmos เมื่อ
ควรเลือก Dolby Digital เมื่อ
หากอุปกรณ์รองรับครบ ควรตั้งค่าเป็น Auto, Bitstream หรือ Pass-through เพื่อให้อุปกรณ์เลือกเสียงคุณภาพสูงสุดที่รองรับโดยอัตโนมัติ
หากต่อทีวีเข้ากับ Soundbar และต้องการ Dolby Digital หรือ Dolby Atmos โดยทั่วไปควรเลือก Bitstream, Auto หรือ Pass-through
การเลือก PCM ในทีวีบางรุ่นอาจทำให้เสียงเหลือเพียง Stereo และทำให้ Soundbar ไม่แสดง Dolby Digital หรือ Dolby Atmos
ค่าที่แนะนำสำหรับเริ่มต้นคือ
วิธีตรวจสอบที่แม่นยำที่สุดคือดูข้อมูลรูปแบบเสียงจาก Soundbar หรือ AV Receiver
ตรวจสอบได้จาก
ข้อความที่อาจพบ ได้แก่
คำว่า Movie, Surround, 3D หรือ Standard เป็นชื่อโหมดเสียง ไม่ใช่รูปแบบสัญญาณเสียงที่อุปกรณ์กำลังได้รับ
สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
ให้ทดสอบด้วยคอนเทนต์ Atmos ที่ยืนยันได้ เลือกเสียงต้นฉบับ ตั้งทีวีเป็น Auto หรือ Pass-through และตรวจสอบ Soundbar อีกครั้ง
ระดับเสียงของแต่ละรูปแบบอาจไม่เท่ากัน เนื่องจากการมิกซ์เสียง ช่วงไดนามิก การจัดการเสียงพูด และการประมวลผลของ Soundbar แตกต่างกัน
Dolby Atmos อาจมีช่วงเสียงเบาและดังที่กว้างกว่า ทำให้เสียงพูดดูเบาเมื่อเทียบกับเสียงเอฟเฟกต์ แต่ไม่ได้หมายความว่าสัญญาณมีคุณภาพต่ำกว่า
หากเสียงพูดเบา ให้ทดลอง
ไม่ควรตัดสินคุณภาพจากระดับความดังเพียงอย่างเดียว ควรปรับให้ทั้งสองรูปแบบมีความดังใกล้กันก่อนเปรียบเทียบ
หากต่อ Soundbar ด้วยสาย Optical ควรเลือก Dolby Digital เมื่อทีวีและ Soundbar รองรับ เพราะ Optical สามารถส่งเสียง 5.1 แบบบีบอัดได้ในระบบที่เข้ากันได้
หากเลือก Auto แล้วไม่มีเสียง ให้ทดลองตั้งเป็น
Optical ไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสำหรับ Dolby Atmos หากต้องการ Atmos ควรเปลี่ยนเป็น HDMI ARC หรือ eARC
Atmos สามารถบรรจุอยู่ใน Dolby Digital Plus ได้ แต่ Dolby Digital รุ่นพื้นฐานไม่ได้มีข้อมูล Atmos ทุกแทร็ก
ยังน่าใช้ โดยเฉพาะกับชุดลำโพง 5.1 อุปกรณ์รุ่นเก่า และการเชื่อมต่อ Optical ระบบที่ติดตั้งเหมาะสมยังสามารถให้เสียงรอบทิศทางที่ดีมาก
Soundbar 2.1 บางรุ่นถอดรหัสและจำลอง Dolby Atmos ได้ แต่ไม่มีช่องเสียงรอบทิศทางและแนวสูงจริง ผลลัพธ์จึงไม่เท่ากับระบบ 5.1.2 หรือ 7.1.4
โดยทั่วไป Dolby Digital Plus รองรับประสิทธิภาพการบีบอัด อัตราข้อมูล และความสามารถที่มากกว่า รวมถึงรองรับ Atmos จึงนิยมใช้กับบริการสตรีมมิง
ได้เมื่อ Atmos ถูกส่งผ่าน Dolby Digital Plus และทีวีกับ Soundbar รองรับร่วมกัน ส่วน Atmos ผ่าน Dolby TrueHD โดยทั่วไปควรใช้ HDMI eARC
ไม่ได้จาก Soundbar เครื่องนั้น ระบบจะลดรูปแบบเสียงลงเป็นรูปแบบที่ Soundbar รองรับ แม้ทีวีจะมีความสามารถ Dolby Atmos ก็ตาม
Dolby Digital เป็นรูปแบบเข้ารหัสเสียงหลายช่องที่พบได้ทั่วไป โดยเฉพาะระบบ 5.1 ส่วน Dolby Atmos เป็นเทคโนโลยีเสียงสามมิติที่เพิ่มข้อมูลตำแหน่งและความสูงของเสียง
Dolby Atmos สามารถส่งผ่านรูปแบบอย่าง Dolby Digital Plus หรือ Dolby TrueHD ได้ จึงไม่ใช่ระบบที่แยกขาดจากตระกูล Dolby Digital อย่างสมบูรณ์
หากคอนเทนต์ ทีวี การเชื่อมต่อ และ Soundbar รองรับครบ ควรเลือก Dolby Atmos เพื่อรับเสียงสามมิติ แต่หากใช้ Optical หรืออุปกรณ์รุ่นเก่า Dolby Digital จะให้ความเข้ากันได้ดีกว่า แนวทางจาก comsiam คือควรตรวจสอบรูปแบบเสียงบน Soundbar โดยตรง และเลือกค่าตามความสามารถจริงของอุปกรณ์ทั้งระบบ