Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หาก League of Legends เปิดไม่ได้หรือเข้าเกมแล้วจอดำ ให้ปิด Riot Client และกระบวนการ League ที่ค้างใน Task Manager แล้วรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ จากนั้นใช้เครื่องมือ Repair ใน Riot Client ตรวจสอบ Riot Vanguard และปิดโปรแกรม Overlay หากจอดำหลัง Champion Select ให้กด Alt + Enter เพื่อสลับโหมดหน้าจอ พร้อมอัปเดตไดรเวอร์การ์ดจอและรีเซ็ตไฟล์ Config ของเกม
ปัญหาของ League of Legends อาจเกิดที่ Riot Client, League Client หรือหน้าต่างเกมหลังเลือกแชมเปี้ยน ทำให้ผู้เล่นพบอาการแตกต่างกันดังนี้
สาเหตุของปัญหาอาจอยู่ที่ตัวเกม Riot Client, Riot Vanguard, Windows หรือโปรแกรมอื่นที่ทำงานร่วมกับเกม
สาเหตุที่พบได้บ่อยประกอบด้วย
ก่อนแก้ไขไฟล์เกม ให้ตรวจสอบก่อนว่าเซิร์ฟเวอร์ในภูมิภาคที่เล่นกำลังทำงานตามปกติหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นจำนวนมากเปิดเกมไม่ได้พร้อมกัน
สัญญาณที่บ่งบอกว่าอาจเป็นปัญหาจากเซิร์ฟเวอร์ ได้แก่
หากระบบกำลังบำรุงรักษา ควรรอจนกว่าบริการจะกลับมาทำงาน การติดตั้งเกมใหม่ในช่วงนี้มักไม่ช่วย
แม้หน้าต่างเกมจะหายไป แต่กระบวนการของ Riot อาจยังทำงานอยู่เบื้องหลัง ทำให้เปิดเกมครั้งใหม่ไม่ได้
วิธีปิดกระบวนการที่ค้างมีดังนี้
Ctrl + Shift + Escหากไม่แน่ใจว่ากระบวนการใดต้องปิด ให้รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์แทนการสุ่มปิดบริการของ Windows
League of Legends ใช้ส่วนประกอบหลายส่วนร่วมกัน ได้แก่ Riot Client, League Client, ตัวเกม และ Riot Vanguard การรีสตาร์ตจะช่วยเริ่มระบบเหล่านี้ใหม่ทั้งหมด
ควรเลือก Restart จากเมนู Power ไม่ใช่ Sleep หรือ Hibernate หลังเครื่องเปิดกลับมาแล้ว ให้รอจน Windows โหลดเสร็จก่อนเปิด Riot Client
หากเพิ่งติดตั้งหรืออัปเดต Riot Vanguard การรีสตาร์ตเครื่องเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะระบบป้องกันการโกงอาจยังไม่พร้อมจนกว่าจะเริ่ม Windows ใหม่
หากกดทางลัด League of Legends แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้เปิด Start และค้นหา Riot Client จากนั้นเข้าสู่ระบบและเลือก League of Legends ภายใน Client
หาก Riot Client เปิดได้แต่ League เปิดไม่ได้ ปัญหาน่าจะอยู่ที่ไฟล์เกมหรือ League Client แต่ถ้า Riot Client เปิดไม่ได้ด้วย ให้ตรวจสอบโปรแกรมรักษาความปลอดภัย สิทธิ์ของ Windows และไฟล์ Riot Client
ปิด Riot Client ให้หมด จากนั้นคลิกขวาที่ทางลัด Riot Client แล้วเลือก Run as administrator เพื่อทดสอบว่าปัญหาเกิดจากสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์หรือไม่
หากเปิดได้ด้วยวิธีนี้ ให้ตรวจสอบสิทธิ์ของโฟลเดอร์ติดตั้งเกมและโปรแกรมรักษาความปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องตั้งให้ทุกโปรแกรมในเครื่องเปิดแบบผู้ดูแลระบบถาวร
หากเคยเปิด Compatibility Mode ไว้ ให้ทดลองปิด เพราะการบังคับใช้โหมดสำหรับ Windows รุ่นเก่าอาจทำให้ Riot Client ทำงานผิดปกติ
Riot Client มีเครื่องมือซ่อมแซมไฟล์เกมที่ช่วยตรวจหาไฟล์หายหรือไฟล์เสียหาย โดยไม่จำเป็นต้องลบเกมทั้งหมด
วิธีใช้งานโดยทั่วไปมีดังนี้
ชื่อหรือตำแหน่งเมนูอาจแตกต่างกันตามเวอร์ชันของ Riot Client ไม่ควรปิดเครื่องขณะกำลังตรวจสอบหรือดาวน์โหลดไฟล์
หาก Riot Client ค้างอยู่ที่การอัปเดต ให้ตรวจสอบพื้นที่ว่างและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก่อน
ไม่ควรเปิด Riot Client หลายหน้าต่างพร้อมกัน และควรปิดโปรแกรมดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่ชั่วคราว หากเปอร์เซ็นต์การอัปเดตไม่ขยับเป็นเวลานาน ให้ปิด Client รีสตาร์ตเครื่อง แล้วใช้เครื่องมือ Repair
การอัปเดต League of Legends ต้องใช้พื้นที่สำหรับดาวน์โหลด แตกไฟล์ และแทนที่ไฟล์เดิม หากไดรฟ์ติดตั้งเกมหรือไดรฟ์ระบบใกล้เต็ม การอัปเดตอาจค้างหรือทำให้เกมเปิดไม่ได้
ลบไฟล์ที่ไม่จำเป็น ล้าง Recycle Bin และตรวจสอบพื้นที่ว่างอีกครั้ง ไม่ควรลบไฟล์ภายในโฟลเดอร์ League of Legends แบบสุ่ม เพราะอาจทำให้ต้องดาวน์โหลดข้อมูลเพิ่ม
League of Legends บน Windows ต้องใช้ Riot Vanguard หาก Vanguard ไม่ทำงาน เกมอาจไม่เปิดหรือแสดงรหัส VAN
เริ่มจากตรวจสอบไอคอน Riot Vanguard ในพื้นที่แจ้งเตือนของ Windows แล้วรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ หากเคยออกจาก Vanguard ด้วยตนเอง จำเป็นต้องรีสตาร์ตเครื่องก่อนเปิดเกมอีกครั้ง
หากมีรหัส VAN ให้จดรหัสแบบเต็ม เพราะแต่ละรหัสอาจต้องใช้วิธีแก้ต่างกัน ไม่ควรเปลี่ยน BIOS หรือการตั้งค่าความปลอดภัยโดยไม่มีข้อความระบุว่าจำเป็น
หาก Riot Vanguard เสียหายหรือไม่เริ่มทำงาน สามารถติดตั้งใหม่ได้ดังนี้
หลังจากนั้นจึงเปิดเกมเพื่อทดสอบ ไม่ควรดาวน์โหลด Riot Vanguard แยกจากเว็บไซต์อื่น
บน Windows 11 รหัส VAN บางรายการอาจแจ้งให้เปิด Secure Boot หรือ TPM 2.0 ให้ตรวจสอบสถานะก่อนโดยไม่ต้องเปลี่ยนค่าทันที
ตรวจสอบ Secure Boot ได้ดังนี้
Windows + Rmsinfo32ตรวจสอบ TPM ได้ดังนี้
Windows + Rtpm.mscหากรหัสข้อผิดพลาดระบุว่าต้องเปิดคุณสมบัติเหล่านี้ ควรศึกษาคู่มือเมนบอร์ดหรือขอให้ผู้ดูแลเครื่องดำเนินการ การเปลี่ยนโหมด BIOS, UEFI, Secure Boot หรือรูปแบบพาร์ทิชันผิดวิธีอาจทำให้ Windows บูตไม่ขึ้น
ไม่ควรใช้วิธีหลีกเลี่ยง Riot Vanguard หรือแก้ไขไฟล์เพื่อข้ามข้อกำหนดของระบบ
โปรแกรม Overlay อาจขัดแย้งกับโหมด Fullscreen หรือ DirectX ทำให้เกิดหน้าจอดำหลัง Champion Select
ให้ปิด Overlay ชั่วคราวจากโปรแกรมต่อไปนี้
จากนั้นปิด Riot Client และเปิดใหม่ หากเกมกลับมาทำงานได้ ให้เปิดโปรแกรมกลับทีละตัวเพื่อหาตัวที่ขัดแย้ง
โปรแกรมบางชนิดอาจรบกวน Riot Client หรือ Vanguard เช่น โปรแกรมปรับแต่งเกม โปรแกรมควบคุมเครือข่าย Auto Clicker หรือซอฟต์แวร์ที่แทรกการทำงานเข้าไปในเกม
ให้ปิดโปรแกรมเหล่านี้ก่อนทดสอบ League of Legends และใช้เฉพาะตัวเกมกับ Riot Client เวอร์ชันทางการ
ไม่ควรใช้โปรแกรมดัดแปลง Client, Script หรือเครื่องมือที่หลีกเลี่ยงระบบตรวจสอบ เพราะอาจเสี่ยงต่อบัญชีและความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์
Firewall อาจบล็อก Riot Client หรือไฟล์เกมหลังการอัปเดต ทำให้ Client เปิดได้แต่เข้าแมตช์ไม่ได้
เปิด Windows Security แล้วไปที่ Firewall & network protection จากนั้นตรวจสอบรายการแอปที่อนุญาต และเพิ่มส่วนประกอบของ Riot Client กับ League of Legends ที่มาจากโฟลเดอร์ติดตั้งทางการ
ควรเพิ่มเกมเป็นรายการอนุญาตแทนการปิด Firewall ถาวร หลังเปลี่ยนค่าแล้วให้รีสตาร์ต Riot Client
เปิดประวัติการป้องกันหรือ Quarantine แล้วตรวจสอบว่ามีไฟล์ของ Riot Client, League of Legends หรือ Vanguard ถูกบล็อกหรือไม่
หากเป็นไฟล์จากการติดตั้งทางการ ให้เพิ่มเป็นข้อยกเว้นตามคำแนะนำของโปรแกรมรักษาความปลอดภัย ไม่ควรปิดโปรแกรมป้องกันไวรัสถาวรและไม่ควรอนุญาตไฟล์ที่ดาวน์โหลดจากแหล่งอื่น
VPN หรือ Proxy อาจทำให้ Riot Client เข้าสู่ระบบไม่ได้ อัปเดตค้าง หรือเชื่อมต่อเกมไม่สำเร็จ
ให้ปิด VPN และ Proxy แล้วเปิด Riot Client ใหม่ หากใช้เครือข่ายที่มีผู้ดูแล เช่น โรงเรียน สำนักงาน หรือหอพัก อาจมีนโยบายจำกัดบริการเกม ควรใช้เฉพาะเครือข่ายที่ได้รับอนุญาต
ไม่ควรพยายามหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของผู้ดูแลเครือข่าย
ปิด League of Legends และ Riot Client จากนั้นปิดเราเตอร์ ถอดไฟประมาณ 30 วินาที แล้วเสียบกลับ รอจนอินเทอร์เน็ตทำงานตามปกติก่อนเปิดเกม
หากเป็นไปได้ ให้ใช้สาย LAN แทน Wi‑Fi ระหว่างทดสอบ และหยุดการดาวน์โหลดไฟล์หรือการสตรีมวิดีโอความละเอียดสูงชั่วคราว
ถ้าทุกเกมออนไลน์มีปัญหาพร้อมกัน ควรตรวจสอบเครือข่ายก่อนติดตั้ง League of Legends ใหม่
วันและเวลาที่คลาดเคลื่อนอาจทำให้การเข้าสู่ระบบและการเชื่อมต่อแบบปลอดภัยผิดพลาด
เปิด Settings ไปที่ Time & language เลือก Date & time แล้วเปิดการตั้งเวลาอัตโนมัติ จากนั้นกด Sync now และตรวจสอบว่าเขตเวลาสำหรับประเทศไทยเป็น UTC+7
อาการหน้าจอดำ มีเสียงแต่ไม่มีภาพ หรือเกมเด้งหลัง Champion Select มักเกี่ยวข้องกับระบบแสดงผล
ตรวจสอบรุ่นการ์ดจอใน Device Manager แล้วติดตั้งไดรเวอร์ที่เหมาะสมจากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์หรือผู้ผลิตชิปกราฟิก ได้แก่ Intel, AMD หรือ NVIDIA
หลังติดตั้งไดรเวอร์ ให้รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ ไม่ควรใช้โปรแกรมรวมไดรเวอร์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
เปิด Settings ไปที่ Windows Update แล้วติดตั้งอัปเดตสำคัญทั้งหมด รวมถึงอัปเดตที่ต้องรีสตาร์ต
หากปัญหาเริ่มหลัง Windows Update ให้ตรวจสอบว่ามีอัปเดตแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ก่อนถอนอัปเดตเดิม การย้อนกลับระบบควรทำเมื่อยืนยันได้ว่าปัญหาเริ่มจากอัปเดตรายการนั้นจริง
ถ้าเข้าเกมแล้วหน้าจอดำ ให้กด
Alt + Enter
คำสั่งนี้ใช้สลับระหว่าง Fullscreen และ Windowed หากภาพกลับมา แสดงว่าปัญหาอาจเกิดจากโหมดเต็มหน้าจอ ความละเอียด หรืออัตรารีเฟรช
เมื่อเข้าเกมได้แล้ว ให้เปิด Video Settings และเลือก Borderless หรือ Windowed เพื่อทดสอบก่อนกลับไปใช้ Fullscreen
หาก Windows ยังตอบสนองแต่หน้าจอเกมเป็นสีดำ สามารถกดปุ่มต่อไปนี้หนึ่งครั้ง
Windows + Ctrl + Shift + B
Windows จะรีเซ็ตไดรเวอร์กราฟิกชั่วคราว หน้าจออาจกะพริบและมีเสียงแจ้งเตือน จากนั้นรอสักครู่เพื่อดูว่าภาพเกมกลับมาหรือไม่
หากคอมพิวเตอร์ค้างทั้งระบบหรือทำซ้ำแล้วยังไม่หาย ให้หยุดทดสอบและรีสตาร์ตเครื่อง
ถ้าปัญหาเริ่มหลังเปลี่ยนจอหรือปรับความละเอียด ให้ตั้ง Windows กลับไปใช้ค่าที่หน้าจอแนะนำ
ตรวจสอบทั้ง Resolution และ Refresh rate หากใช้หลายจอ ให้ทดลองเปิดเกมด้วยจอหลักเพียงจอเดียวก่อน รวมถึงถอดอุปกรณ์แปลงสัญญาณภาพที่เพิ่งติดตั้งเพื่อทดสอบ
หากเกมจอดำเฉพาะโหมด Fullscreen สามารถทดลองปิด Fullscreen Optimizations ได้ดังนี้
หากอาการไม่เปลี่ยนแปลง ให้ยกเลิกตัวเลือกนี้เพื่อกลับสู่ค่าเดิม
ไฟล์ Config เก็บความละเอียด โหมดหน้าจอ กราฟิก และการตั้งค่าภายในเกม หากไฟล์เสียหายอาจทำให้เกมเปิดแล้วจอดำ
วิธีที่ปลอดภัยคือเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์แทนการลบทันที
ConfigConfig-backupวิธีนี้อาจทำให้การตั้งค่ากราฟิกและปุ่มควบคุมกลับเป็นค่าเริ่มต้น หากไม่ช่วย สามารถนำโฟลเดอร์สำรองกลับมาได้
โน้ตบุ๊กที่มีทั้งการ์ดจอออนบอร์ดและการ์ดจอแยกอาจเลือก GPU ผิดตัว ทำให้เกมจอดำหรือเปิดไม่สำเร็จ
เปิด Settings ของ Windows ไปที่ System, Display และ Graphics แล้วเพิ่ม League of Legends จากนั้นทดลองเลือก High performance
หากเลือก High performance แล้วปัญหาหนักขึ้น ให้กลับไปใช้ Let Windows decide เพื่อทดสอบ ไม่ควรบังคับใช้ GPU โดยไม่ตรวจสอบว่าไดรเวอร์ทำงานปกติ
หากมีการโอเวอร์คล็อก CPU, GPU หรือ RAM ให้กลับไปใช้ค่ามาตรฐานเพื่อทดสอบ ความไม่เสถียรที่ไม่แสดงอาการกับโปรแกรมทั่วไปอาจทำให้ League of Legends เด้งหรือจอดำได้
ควรใช้คำสั่ง Reset หรือ Default ของโปรแกรมปรับแต่งที่ใช้อยู่ ไม่ควรเปลี่ยนแรงดันไฟฟ้าหรือค่าขั้นสูงโดยไม่มีความรู้
หากสงสัยว่าโปรแกรมเบื้องหลังทำให้เกมเปิดไม่ได้ สามารถใช้ Clean Boot เพื่อทดสอบ
Windows + Rmsconfigถ้าเกมเปิดได้ ให้เปิดบริการและโปรแกรมกลับทีละกลุ่มเพื่อค้นหาตัวที่ขัดแย้ง เมื่อทดสอบเสร็จควรกลับไปเลือก Normal startup หรือเปิดบริการที่จำเป็นกลับคืน
หากเลือกแชมเปี้ยนเสร็จแล้วหน้าต่างเกมเป็นสีดำ ให้แก้ตามลำดับนี้
Alt + Enterไม่ควรทดลองเข้าเกมจัดอันดับซ้ำจนกว่าจะยืนยันใน Practice Tool หรือเกมฝึกซ้อมว่าอาการหายแล้ว
อาการนี้บ่งบอกว่าตัวเกมอาจทำงานอยู่ แต่ระบบแสดงผลมีปัญหา ให้เริ่มจากกด Alt + Enter แล้วตรวจสอบว่าหน้าต่างเกมอยู่บนจออื่นหรือไม่
จากนั้นปิด Overlay อัปเดตไดรเวอร์ ปิด Fullscreen Optimizations และรีเซ็ต Config หากใช้สายต่อจอหรืออะแดปเตอร์ ให้ทดลองเชื่อมต่อจอโดยตรง
หากจอดำตั้งแต่หน้า Client ก่อนค้นหาเกม ให้ปิดกระบวนการ Riot และ League ทั้งหมด แล้วเปิด Riot Client ใหม่
จากนั้นทดลองดำเนินการดังนี้
หากจอดำเฉพาะหลังเข้าสู่ระบบ ควรตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์และเครือข่ายร่วมด้วย
อย่ากด Reconnect ซ้ำอย่างต่อเนื่อง ให้ปิดหน้าต่างเกมที่ค้างใน Task Manager ก่อน แล้วกลับไปกด Reconnect เพียงครั้งเดียว
หากยังจอดำ ให้สลับเป็น Windowed ปิด Overlay และรีเซ็ตไดรเวอร์กราฟิก หลังจบแมตช์ควรใช้ Practice Tool ทดสอบก่อนเข้าเกมใหม่
ตรวจสอบพื้นที่ว่างและปิด Riot Client ที่ซ้ำกันใน Task Manager จากนั้นรีสตาร์ตเครื่องและเปิด Client แบบผู้ดูแลระบบหนึ่งครั้ง
หากยังวนซ้ำ ให้ใช้ Repair ตรวจสอบ Firewall ปิด VPN และตรวจสอบว่าโปรแกรมป้องกันไวรัสไม่ได้กักไฟล์อัปเดตไว้ การติดตั้งใหม่ควรเป็นขั้นตอนท้าย
หากบัญชีอื่นเปิดเกมบนเครื่องเดียวกันได้ ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับภูมิภาค บริการของบัญชี หรือการตั้งค่าที่ซิงค์กับบัญชี
ตรวจสอบข้อความแจ้งเตือนใน Riot Client และสถานะเซิร์ฟเวอร์ของภูมิภาคนั้น หากบัญชีได้รับข้อจำกัด ควรติดต่อฝ่ายสนับสนุนและดำเนินการผ่านช่องทางทางการ ไม่ควรสร้างบัญชีหรือใช้วิธีอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัด
การติดตั้งใหม่ควรทำหลังใช้ Repair แล้วยังไม่หาย
หากมี VALORANT หรือเกม Riot อื่นอยู่ อย่าลบ Riot Client หรือ Riot Vanguard โดยไม่ตรวจสอบผลกระทบต่อเกมเหล่านั้น
หาก League of Legends และโปรแกรมอื่นเปิดไม่ได้ร่วมกัน ให้ตรวจสอบไฟล์ระบบ Windows
เปิด Windows Terminal หรือ Command Prompt แบบผู้ดูแลระบบ แล้วใช้คำสั่งต่อไปนี้
DISM /Online /Cleanup-Image /RestoreHealth
เมื่อเสร็จแล้วใช้คำสั่ง
sfc /scannow
รอจนตรวจสอบครบ จากนั้นรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ หากไดรฟ์แสดงอาการผิดปกติ เช่น เปิดไฟล์ช้ามากหรือมีข้อผิดพลาดหลายโปรแกรม ควรสำรองข้อมูลสำคัญก่อนตรวจสอบเพิ่มเติม
หากยังแก้ไม่ได้ ให้รวบรวมข้อมูลดังต่อไปนี้
ไม่ควรส่งรหัสผ่าน รหัสยืนยันตัวตน หรือข้อมูลเข้าสู่ระบบให้บุคคลอื่น
อาจมีกระบวนการ Riot หรือ League ค้างอยู่ ไฟล์เกมเสีย หรือ Riot Vanguard ไม่ทำงาน ให้ปิดกระบวนการใน Task Manager รีสตาร์ตเครื่อง แล้วใช้ Repair ใน Riot Client
สาเหตุที่พบบ่อยคือโหมด Fullscreen, Overlay, Config กราฟิก หรือไดรเวอร์การ์ดจอ ให้กด Alt + Enter ปิด Overlay อัปเดตไดรเวอร์ และสร้าง Config ใหม่
ให้สลับเป็น Windowed ด้วย Alt + Enter ตรวจสอบว่าหน้าต่างเกมอยู่บนจออื่นหรือไม่ แล้วปิด Overlay และอัปเดตไดรเวอร์กราฟิก
ข้อมูลบัญชี แชมเปี้ยน และไอเทมไม่หาย แต่การตั้งค่ากราฟิก เสียง และปุ่มควบคุมบางส่วนอาจกลับเป็นค่าเริ่มต้น จึงควรเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์เพื่อสำรองก่อน
ให้ตรวจสอบตามรหัส VAN ที่ปรากฏ ไม่ควรเปลี่ยน BIOS เพียงเพราะเกมเปิดไม่ได้ทั่วไป หากระบบระบุว่าจำเป็น ควรศึกษาคู่มือของเครื่องหรือให้ผู้มีความรู้ดำเนินการ
League of Legends บน Windows ต้องใช้ Riot Vanguard หากถอนออก Riot Client จะต้องติดตั้งกลับและอาจร้องขอให้รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ก่อนเล่น
ไม่ควรปิดถาวร ให้ตรวจสอบ Quarantine และเพิ่มไฟล์จากการติดตั้ง Riot อย่างเป็นทางการเป็นข้อยกเว้นแทน
Repair ตรวจสอบและดาวน์โหลดเฉพาะไฟล์ที่เสียหรือหาย จึงใช้เวลาน้อยกว่า ส่วนการติดตั้งใหม่จะลบและดาวน์โหลดเกมใหม่ทั้งหมด ควรใช้ Repair ก่อนเสมอ
เพราะหน้าต่างเกมเดิมอาจยังค้างอยู่หรือ Config กราฟิกยังผิดปกติ ให้ปิดกระบวนการเกมก่อน Reconnect และแก้โหมดหน้าจอ Overlay กับ Config หลังจบแมตช์
ส่วนใหญ่ไม่จำเป็น ควรตรวจสอบ Riot Client, Vanguard, ไฟล์เกม ไดรเวอร์ และโปรแกรมที่ขัดแย้งก่อน การลง Windows ใหม่ควรเป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อหลายโปรแกรมในระบบมีปัญหาร่วมกัน
เมื่อ League of Legends เปิดไม่ได้ ให้เริ่มจากตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์ ปิด Riot Client และ League ที่ค้างใน Task Manager แล้วรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ จากนั้นใช้ Repair ตรวจสอบไฟล์เกม ตรวจสอบ Riot Vanguard และอนุญาตเกมผ่าน Firewall
หากจอดำหลัง Champion Select ให้กด Alt + Enter เพื่อสลับโหมดหน้าจอ ปิดโปรแกรม Overlay อัปเดตไดรเวอร์การ์ดจอ และเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ Config เพื่อให้เกมสร้างการตั้งค่าใหม่ ควรทดสอบใน Practice Tool ก่อนเข้าเกมปกติหรือเกมจัดอันดับ
แนวทางจาก comsiam คือแก้จากขั้นตอนที่ปลอดภัยและใช้เวลาน้อยก่อน ไม่ควรรีบลบเกมหรือเปลี่ยน BIOS โดยยังไม่ทราบรหัสข้อผิดพลาด หากพบ VAN Error ให้แก้ตามรหัสนั้นโดยตรงและไม่ใช้วิธีข้าม Riot Vanguard
หากดำเนินการทั้งหมดแล้วยังไม่หาย ให้เก็บภาพหน้าจอ รหัสผิดพลาดและข้อมูลเครื่องก่อนติดต่อฝ่ายสนับสนุน คู่มือของ comsiam แนะนำให้บันทึกด้วยว่าอาการเกิดก่อนหรือหลัง Champion Select เพราะข้อมูลนี้ช่วยแยกปัญหาระหว่าง Client, Vanguard และระบบกราฟิกได้รวดเร็วขึ้น