Steam ดาวน์โหลดเกมช้ามากหรือความเร็วเป็น 0 B/s แก้อย่างไร

หาก Steam ดาวน์โหลดเกมช้าหรือความเร็วลดเหลือ 0 B/s ให้ดูก่อนว่า Disk Usage ยังทำงานอยู่หรือไม่ เพราะ Steam อาจหยุดรับข้อมูลชั่วคราวเพื่อเพื่อแตกไฟล์และเขียนเกมลง SSD หรือ HDD หาก Network และ Disk เป็นศูนย์นานผิดปกติ ให้ Pause แล้ว Resume เปลี่ยน Download Region ตรวจ Bandwidth Limit และล้าง Download Cache

กรณีอินเทอร์เน็ตเร็วแต่ Steam โหลดช้า ควรตรวจไดรฟ์ที่ติดตั้งเกม พื้นที่ว่าง โปรแกรม Antivirus และกิจกรรมที่ใช้ดิสก์ เพราะความเร็วอินเทอร์เน็ตไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการติดตั้งเกม

สารบัญ

  • ทำไม Steam ขึ้น 0 B/s
  • เปรียบเทียบ Network กับ Disk Usage
  • Pause และ Resume
  • เปลี่ยน Download Region
  • ปิด Bandwidth Limit
  • ล้าง Download Cache
  • ปิดเกมระหว่างดาวน์โหลด
  • ตรวจ SSD, HDD และพื้นที่ว่าง
  • ตรวจ Antivirus และ Windows
  • ใช้สาย LAN หรือ Wi‑Fi 5 GHz
  • แก้ดาวน์โหลดค้างบางเปอร์เซ็นต์
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุปวิธีแก้

① Steam ขึ้น 0 B/s หมายความว่าอะไร

ความเร็ว 0 B/s ไม่ได้หมายความว่าอินเทอร์เน็ตเสียทุกครั้ง Steam อาจกำลังจัดการไฟล์ภายในเครื่องหลังจากดาวน์โหลดข้อมูลมาแล้ว

ให้ดูกราฟในหน้า Downloads

NetworkDiskความหมายที่เป็นไปได้
0 B/sยังทำงานSteam กำลังแตกไฟล์ ตรวจสอบ หรือเขียนข้อมูล
ยังมีความเร็วยังทำงานกำลังดาวน์โหลดและติดตั้งตามปกติ
0 B/s0 B/sคิวหยุด เครือข่ายหลุด หรือระบบค้าง
ขึ้นลงสลับกันทำงานเป็นช่วงรูปแบบปกติของเกมที่ดาวน์โหลดและแตกไฟล์สลับกัน
Network สูง แต่ Disk ต่ำไดรฟ์หรือโปรแกรมอื่นอาจเป็นคอขวด
Network ต่ำ แต่ Disk ปกติDownload Region, Wi‑Fi หรือ Server

หาก Disk Usage ยังทำงาน ควรรอสักระยะก่อนยกเลิก โดยเฉพาะเกมที่มีไฟล์บีบอัดจำนวนมาก

② เปรียบเทียบ Mbps กับ MB/s ให้ถูกต้อง

ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมักแสดงความเร็วเป็น Mbps แต่ Steam อาจแสดงเป็น MB/s จึงทำให้ตัวเลขดูต่ำกว่าที่คาด

การคำนวณโดยประมาณคือ

ความเร็ว Mbps ÷ 8 = ความเร็วสูงสุดโดยประมาณเป็น MB/s

ตัวอย่างเช่น

แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสุดโดยประมาณ
100 Mbps12.5 MB/s
300 Mbps37.5 MB/s
500 Mbps62.5 MB/s
1,000 Mbps125 MB/s

ความเร็วจริงจะต่ำกว่าค่าสูงสุดได้จาก Wi‑Fi, Server, Protocol, Router และการเขียนข้อมูลลงดิสก์

③ ตรวจความเร็วอินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์อื่น

ก่อนปรับ Steam ให้ทดสอบว่าเครือข่ายบ้านช้าหรือไม่

  1. หยุดดาวน์โหลดบน Steam ชั่วคราว
  2. ทดสอบอินเทอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์
  3. ทดสอบโทรศัพท์ในตำแหน่งใกล้กัน
  4. ตรวจว่าอุปกรณ์อื่นกำลังดาวน์โหลดหรือไม่
  5. เปรียบเทียบการใช้ Wi‑Fi กับสาย LAN

หากทุกอุปกรณ์ช้า ปัญหาน่าจะอยู่ที่เราเตอร์หรือผู้ให้บริการ แต่ถ้ามีเฉพาะ Steam ให้ตรวจ Download Region, Cache และไดรฟ์

④ Pause และ Resume การดาวน์โหลด

วิธีนี้ช่วยเริ่มการเชื่อมต่อกับ Content Server ใหม่โดยไม่ลบข้อมูลทั้งหมด

  1. เปิดหน้า Downloads
  2. กด Pause
  3. รอประมาณ 10–20 วินาที
  4. กด Resume
  5. รอให้ Steam คำนวณข้อมูล
  6. ตรวจ Network และ Disk Usage

ไม่ควรกด Pause และ Resume ซ้ำอย่างรวดเร็ว เพราะ Steam อาจกำลังตรวจสอบไฟล์และต้องใช้เวลาจัดคิวใหม่

⑤ จัดลำดับคิวดาวน์โหลด

หากมีเกมหรือ Update หลายรายการ Steam จะจัดลำดับตามการตั้งค่าและประวัติการใช้งาน

  1. เปิด Downloads
  2. เลือกเกมที่ต้องการโหลดก่อน
  3. กด Move to top หรือ Download now
  4. Pause รายการที่ไม่เร่งด่วน
  5. ดาวน์โหลดทีละเกมเพื่อทดสอบ

หากเกมหนึ่งโหลดช้าแต่เกมอื่นโหลดเร็ว ปัญหาอาจเกิดจากแพ็กเกจไฟล์หรือ Server ของเกมนั้น ไม่ใช่เครือข่ายทั้งหมด

⑥ เปลี่ยน Download Region

Download Region ที่มีผู้ใช้มากหรือเชื่อมต่อไม่ดีอาจทำให้ความเร็วต่ำ

  1. เปิด Steam
  2. เลือก Steam
  3. เข้า Settings
  4. เลือก Downloads
  5. เปิด Download Region
  6. เลือกพื้นที่ใกล้ประเทศไทย
  7. กด OK
  8. Restart Steam
  9. Resume การดาวน์โหลด

หาก Region ใกล้ที่สุดช้า ให้ทดลองพื้นที่ใกล้เคียงทีละแห่ง ไม่ควรเลือก Server ที่อยู่ไกลมาก เพราะระยะทางและเส้นทางเครือข่ายอาจเพิ่มความหน่วง

ควรทดสอบแต่ละ Region สักระยะ ไม่ควรสลับทุกไม่กี่วินาที เพราะความเร็วต้องใช้เวลาปรับตัว

⑦ ตรวจ Limit Download Speed

Steam สามารถจำกัดความเร็วเพื่อไม่ให้แย่งอินเทอร์เน็ตจากโปรแกรมอื่น หากเคยตั้งไว้ ความเร็วจะไม่เกินค่าที่กำหนด

  1. เข้า Steam Settings
  2. เลือก Downloads
  3. ตรวจ Limit download speed
  4. ปิดข้อจำกัดหรือกำหนดค่าใหม่
  5. ตรวจตารางเวลาการดาวน์โหลด
  6. Restart Steam

หากแชร์อินเทอร์เน็ตกับคนอื่น ไม่จำเป็นต้องปิดข้อจำกัดทั้งหมด สามารถกำหนดความเร็วที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกมออนไลน์หรือการดูวิดีโอกระตุก

⑧ ตรวจ Download Schedule

Steam อาจถูกตั้งให้ดาวน์โหลดหรืออัปเดตเฉพาะบางเวลา

ภายใน Settings และ Downloads ให้ตรวจตัวเลือกเกี่ยวกับ

  • Schedule auto-updates
  • เวลาเริ่มและสิ้นสุดการดาวน์โหลด
  • การจำกัดความเร็ว
  • การดาวน์โหลดระหว่างเล่นเกม
  • การอัปเดตอัตโนมัติของแต่ละเกม

หากต้องการดาวน์โหลดทันที ให้ยกเลิกตารางเวลาชั่วคราวหรือสั่ง Download Now จากหน้า Downloads

⑨ ปิดเกมที่กำลังเล่นอยู่

Steam สามารถหยุดหรือจำกัดการดาวน์โหลดเมื่อเกมทำงาน เพื่อรักษา Ping และประสิทธิภาพ

  1. บันทึกและปิดเกม
  2. ตรวจ Task Manager ว่าเกมปิดแล้ว
  3. กลับไปหน้า Downloads
  4. กด Resume
  5. ตรวจความเร็วใหม่

สามารถปรับตัวเลือก Allow downloads during gameplay ได้ แต่การดาวน์โหลดพร้อมเล่นเกมออนไลน์อาจทำให้ Ping สูงและ FPS ไม่นิ่ง

⑩ ล้าง Download Cache

Download Cache ที่เสียหายอาจทำให้คิวค้าง ความเร็วเป็นศูนย์ หรือเชื่อมต่อ Content Server ไม่สำเร็จ

  1. เปิด Steam
  2. เข้า Settings
  3. เลือก Downloads
  4. กด Clear Download Cache
  5. เลือก Confirm
  6. รอ Steam Restart
  7. ลงชื่อเข้าใช้ใหม่หากระบบร้องขอ
  8. Resume การดาวน์โหลด

คำสั่งนี้ไม่ควรลบเกมที่ติดตั้งเสร็จแล้ว แต่อาจทำให้ต้องลงชื่อเข้าใช้ใหม่และเริ่มคิวบางรายการอีกครั้ง ควรตรวจว่าเข้าถึง Steam Guard ได้ก่อนดำเนินการ

⑪ Restart Steam

Steam Client อาจเชื่อมต่อกับ Server เดิมค้างอยู่

  1. กด Steam
  2. เลือก Exit
  3. เปิด Task Manager
  4. ตรวจว่าไม่มี Steam Process เหลือ
  5. รอประมาณ 10 วินาที
  6. เปิด Steam ใหม่
  7. ตรวจหน้า Downloads

การกดปิดหน้าต่างด้วยปุ่ม X อาจย่อ Steam ไป System Tray จึงควรเลือก Exit หากต้องการปิดจริง

⑫ Restart คอมพิวเตอร์

หาก Steam และ Disk Usage ค้างพร้อมกัน ให้ Restart Windows

  1. บันทึกงาน
  2. ปิด Steam
  3. กด Start
  4. เลือก Power
  5. กด Restart
  6. เปิด Steam ก่อนโปรแกรมอื่น
  7. Resume เกม

การ Restart ช่วยปลดล็อกไฟล์ รีเซ็ตไดรเวอร์เครือข่าย และปิดกระบวนการที่ใช้ดิสก์ค้างอยู่

⑬ Restart เราเตอร์

หากความเร็วอินเทอร์เน็ตแกว่งหรือทุกอุปกรณ์ช้า ให้ Restart เราเตอร์

  1. Pause Steam
  2. ปิดเราเตอร์ตามปุ่มของอุปกรณ์
  3. รอประมาณ 30–60 วินาที
  4. เปิดใหม่
  5. รอให้อินเทอร์เน็ตกลับมา
  6. เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์
  7. Resume Steam

ไม่ควรกดปุ่ม Reset เล็ก ๆ บนเราเตอร์ เพราะอาจคืนค่าโรงงานและลบชื่อ Wi‑Fi รหัสผ่าน รวมถึงการตั้งค่าจากผู้ให้บริการ

⑭ ใช้สาย LAN แทน Wi‑Fi

สาย LAN มักเสถียรกว่า Wi‑Fi และลดปัญหาสัญญาณรบกวน

ให้ต่อสายจากคอมพิวเตอร์เข้ากับเราเตอร์โดยตรง จากนั้นปิด Wi‑Fi ชั่วคราวและทดสอบ Steam ใหม่

หาก LAN เร็วกว่าอย่างชัดเจน ปัญหาอาจอยู่ที่

  • ระยะห่างจากเราเตอร์
  • กำแพงและสิ่งกีดขวาง
  • คลื่น Wi‑Fi หนาแน่น
  • อะแดปเตอร์ Wi‑Fi
  • Driver
  • คลื่น 2.4 GHz
  • Signal Strength

ควรใช้สายที่รองรับความเร็วของแพ็กเกจและตรวจว่า Network Adapter เชื่อมต่อด้วยความเร็วที่เหมาะสม

⑮ สลับ Wi‑Fi 2.4 GHz กับ 5 GHz

หากใช้คอมพิวเตอร์ใกล้เราเตอร์ ให้ทดลอง 5 GHz ซึ่งมักให้ความเร็วสูงกว่าและมีสัญญาณรบกวนน้อยกว่าในบางพื้นที่

ใช้ 2.4 GHz เมื่อ

  • อยู่ไกลเราเตอร์
  • มีผนังกั้นหลายชั้น
  • สัญญาณ 5 GHz อ่อน
  • ต้องการระยะมากกว่าความเร็วสูงสุด

ใช้ 5 GHz เมื่อ

  • อยู่ใกล้เราเตอร์
  • ต้องการดาวน์โหลดเร็ว
  • พื้นที่ 2.4 GHz มีเครือข่ายจำนวนมาก
  • อุปกรณ์รองรับ Wi‑Fi 5 หรือใหม่กว่า

ควรทดสอบทั้งสองคลื่นในตำแหน่งจริง ไม่ควรตัดสินจากจำนวนขีดสัญญาณเพียงอย่างเดียว

⑯ ปิด VPN และ Proxy

VPN อาจส่งข้อมูลผ่าน Server ที่อยู่ไกลหรือมีข้อจำกัดความเร็ว

  1. Pause การดาวน์โหลด
  2. ปิด VPN
  3. ตรวจ Proxy ใน Windows
  4. Restart Steam
  5. เลือก Download Region ใหม่
  6. Resume การดาวน์โหลด

หากเป็นเครือข่ายโรงเรียนหรือสถานที่ทำงาน ไม่ควรเปลี่ยนระบบควบคุมเครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ควรใช้เครือข่ายส่วนตัวที่เหมาะสม

⑰ ตรวจว่าอุปกรณ์อื่นกำลังแย่งอินเทอร์เน็ตหรือไม่

ความเร็วบ้านถูกแบ่งให้ทุกอุปกรณ์ กิจกรรมเหล่านี้สามารถลดความเร็ว Steam ได้

  • ดูวิดีโอ 4K
  • ดาวน์โหลดเกมบนคอนโซล
  • อัปโหลดไฟล์ขึ้น Cloud
  • สำรองภาพและวิดีโอ
  • อัปเดตโทรศัพท์
  • ถ่ายทอดสด
  • ดาวน์โหลด Torrent
  • กล้องวงจรปิดอัปโหลดข้อมูล
  • Windows Update บนคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น

ทดลองหยุดกิจกรรมเหล่านี้ชั่วคราว แล้วตรวจความเร็ว Steam ใหม่

⑱ ตรวจ Disk Usage ใน Task Manager

เมื่อ Steam รับข้อมูลมาแล้วต้องเขียนลงไดรฟ์ หาก SSD หรือ HDD ทำงานเต็ม ความเร็ว Network อาจหยุดรอ

  1. กด Ctrl + Shift + Esc
  2. เปิด Task Manager
  3. เข้า Performance
  4. เลือก Disk
  5. ดู Active time
  6. ตรวจ Read และ Write speed
  7. กลับไปดู Steam Downloads

หาก Active time อยู่ใกล้ 100% แต่ความเร็วเขียนต่ำมาก ไดรฟ์อาจถูกโปรแกรมอื่นใช้งาน มีพื้นที่เหลือน้อย หรือเริ่มมีปัญหา

⑲ ตรวจพื้นที่ว่างของไดรฟ์

Steam ต้องใช้พื้นที่มากกว่าขนาดดาวน์โหลดในบางเกม เพราะต้องแตกไฟล์และติดตั้งข้อมูล

  1. เปิด File Explorer
  2. เลือก This PC
  3. ตรวจไดรฟ์ Steam Library
  4. ตรวจไดรฟ์ C
  5. ลบ Temporary Files ที่ไม่จำเป็น
  6. Archive หรือถอนเกมที่ไม่ได้ใช้
  7. Resume การดาวน์โหลด

ไม่ควรลบไฟล์ในโฟลเดอร์ Steam แบบสุ่ม โดยเฉพาะ steamapps, common และไฟล์ Manifest

⑳ SSD กับ HDD มีผลต่อ 0 B/s อย่างไร

เกมที่บีบอัดข้อมูลมากอาจหยุดรับ Network เพื่อรอไดรฟ์

อุปกรณ์จัดเก็บลักษณะที่อาจพบ
NVMe SSDเขียนและแตกไฟล์ได้เร็วในสภาพปกติ
SATA SSDเพียงพอสำหรับเกมส่วนใหญ่
HDDอาจใช้เวลานานกับไฟล์เล็กจำนวนมาก
External HDDขึ้นอยู่กับ USB, สาย และความเร็วไดรฟ์
SSD ใกล้เต็มความเร็วเขียนอาจลดลง
ไดรฟ์มี ErrorDownload อาจหยุดหรือขึ้น Disk Write Error

การย้าย Steam Library ไป SSD ช่วยขั้นตอนติดตั้งและแตกไฟล์ แต่ไม่เพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงสุดของแพ็กเกจ

㉑ ตรวจสุขภาพ SSD หรือ HDD

ควรสงสัยไดรฟ์เมื่อ

  • Steam เป็น 0 B/s นานผิดปกติทุกเกม
  • Disk Usage 100% ตลอด
  • เครื่องค้างระหว่างติดตั้ง
  • ขึ้น Disk Write Error
  • ไฟล์เกมเสียหายซ้ำ
  • ไดรฟ์หายจาก Windows
  • External Drive หลุดบ่อย
  • คัดลอกไฟล์ทั่วไปช้ามาก

ควรสำรองข้อมูลสำคัญก่อนตรวจหรือซ่อมไดรฟ์ หาก HDD มีเสียงผิดปกติหรือ SSD หายจากระบบ ไม่ควรดาวน์โหลดข้อมูลจำนวนมากลงไปต่อ

㉒ ตรวจโปรแกรม Antivirus

โปรแกรมรักษาความปลอดภัยอาจสแกนทุกไฟล์ที่ Steam แตกออก ทำให้ Disk Usage สูงและ Network หยุดรอ

ให้ตรวจว่า

  • Antivirus กำลังสแกนเต็มระบบหรือไม่
  • Protection History มีไฟล์เกมถูก Block หรือไม่
  • Steam Library อยู่ในโฟลเดอร์ที่มีการป้องกันพิเศษหรือไม่
  • มี Antivirus มากกว่าหนึ่งโปรแกรมหรือไม่
  • Controlled Folder Access ปิดกั้น Steam หรือไม่

ไม่ควรปิด Antivirus แบบถาวร หากต้องอนุญาต Steam ให้ยืนยันว่าไฟล์และโฟลเดอร์มาจากการติดตั้งจริง ไม่ใช่ไฟล์ที่ดาวน์โหลดจากแหล่งอื่น

㉓ ตรวจ Windows Update และ Cloud Sync

Windows Update, OneDrive และโปรแกรมสำรองข้อมูลสามารถใช้ Network กับ Disk พร้อมกับ Steam

  1. เปิด Task Manager
  2. เรียงรายการตาม Network
  3. เรียงรายการตาม Disk
  4. ดูโปรแกรมที่ใช้งานสูง
  5. รอให้อัปเดตหรือ Sync เสร็จ
  6. Pause งานที่ไม่เร่งด่วนจากเมนูของโปรแกรม
  7. Resume Steam

ไม่ควร End task กระบวนการระบบแบบสุ่ม เพราะอาจทำให้ Windows Update หรือไฟล์ที่กำลังเขียนเสียหาย

㉔ ปิดโปรแกรม Torrent และตัวดาวน์โหลดอื่น

โปรแกรม Peer‑to‑peer สามารถใช้ทั้ง Download, Upload และจำนวน Connection จำนวนมาก ทำให้ Steam ช้าลงแม้กราฟดาวน์โหลดของโปรแกรมอื่นดูไม่สูง

ปิดโปรแกรมให้สมบูรณ์ ตรวจ System Tray และ Task Manager แล้ว Restart เราเตอร์หาก Connection ยังค้างอยู่เป็นจำนวนมาก

㉕ ตรวจ Driver ของ Network Adapter

Driver ที่มีปัญหาอาจทำให้ความเร็วตกหรือเชื่อมต่อหลุด

แนวทางที่ปลอดภัยคือ

  • อัปเดต Windows
  • ดาวน์โหลด Driver จากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์หรือเมนบอร์ด
  • Restart เครื่องหลังติดตั้ง
  • ทดสอบ LAN และ Wi‑Fi แยกกัน
  • ตรวจ Device Manager ว่าไม่มี Error

ไม่ควรใช้โปรแกรมอัปเดต Driver จากแหล่งไม่รู้จัก เพราะอาจติดตั้ง Driver ผิดรุ่นหรือซอฟต์แวร์ไม่พึงประสงค์

㉖ ตรวจ Power Saving ของ Network Adapter

โน้ตบุ๊กบางเครื่องลดประสิทธิภาพ Wi‑Fi เมื่อใช้แบตเตอรี่

ให้ทดลอง

  1. เสียบอะแดปเตอร์ไฟ
  2. ปิด Battery Saver
  3. เลือก Power Mode ที่เหมาะกับการใช้งาน
  4. ทดสอบ Steam ใหม่
  5. ตรวจว่า Network Adapter ไม่ถูกปิดเพื่อประหยัดไฟบ่อยเกินไป

ไม่จำเป็นต้องใช้โหมดประสิทธิภาพสูงตลอดเวลา หลังดาวน์โหลดเสร็จสามารถคืนค่าเดิมเพื่อประหยัดพลังงานได้

㉗ เปลี่ยน Steam Library เพื่อทดสอบ

หากมี SSD หรือไดรฟ์อื่นที่มีพื้นที่เพียงพอ ให้สร้าง Library ใหม่และทดลองดาวน์โหลดเกมขนาดเล็ก

  1. เปิด Steam Settings
  2. เลือก Storage
  3. เพิ่ม Drive หรือ Library
  4. เลือกไดรฟ์ใหม่
  5. ดาวน์โหลดเกมขนาดเล็ก
  6. เปรียบเทียบ Network และ Disk Usage

หากไดรฟ์ใหม่ดาวน์โหลดได้ต่อเนื่อง แต่ไดรฟ์เดิมหยุดบ่อย ปัญหาอาจอยู่ที่ไดรฟ์เดิม พื้นที่ หรือระบบไฟล์

㉘ Repair Steam Library Folder

หาก Library มีปัญหาสิทธิ์หรือโครงสร้าง Steam อาจมีตัวเลือก Repair Library Folder ใน Storage Settings

ชื่อและตำแหน่งเมนูอาจเปลี่ยนตาม Steam Client แต่โดยทั่วไปอยู่ใน

  1. Settings
  2. Storage
  3. เลือกไดรฟ์หรือเมนูเพิ่มเติม
  4. เลือก Repair Folder
  5. ยืนยันสิทธิ์
  6. Restart Steam

การ Repair ไม่ควรลบเกม แต่ควรปิดเกมทั้งหมดและสำรองข้อมูลสำคัญก่อนหากไดรฟ์มีอาการผิดปกติ

㉙ ดาวน์โหลดค้างที่ 0%

หากเกมไม่เริ่มดาวน์โหลดเลย ให้ตรวจตามลำดับนี้

  1. ตรวจว่าไม่ได้ Pause
  2. กด Resume
  3. ปิดเกมที่เปิดอยู่
  4. ตรวจพื้นที่ว่าง
  5. เปลี่ยน Download Region
  6. ล้าง Download Cache
  7. Restart Steam
  8. Restart Windows
  9. ตรวจ Network และ Disk

หากทุกเกมค้างที่ 0% มีแนวโน้มเป็นปัญหาของ Client, Cache หรือเครือข่าย แต่ถ้าเกิดเฉพาะเกมเดียว อาจเป็นแพ็กเกจเกมหรือคิวของเกมนั้น

㉚ ดาวน์โหลดค้างที่ 99% หรือ 100%

ช่วงท้าย Steam อาจกำลังตรวจสอบ แตกไฟล์ หรือย้ายข้อมูลไปยังตำแหน่งติดตั้งจริง

ควรทำดังนี้

  • ดู Disk Usage
  • รอให้กระบวนการติดตั้งเสร็จ
  • ไม่ปิดคอมพิวเตอร์ทันที
  • ไม่ถอด External Drive
  • ตรวจพื้นที่ว่าง
  • ปิดโปรแกรมที่ใช้ดิสก์หนัก
  • Restart หากไม่มีทั้ง Network และ Disk เป็นเวลานานผิดปกติ

ถ้าเกิดซ้ำกับเกมเดียว ให้ Verify Integrity หลังติดตั้ง หรือย้าย Library ไปไดรฟ์ที่มีพื้นที่และสุขภาพดีกว่า

㉛ ทำไม Steam ดาวน์โหลดแล้วหยุดเป็นช่วง ๆ

พฤติกรรมนี้เกิดได้จาก Steam สลับระหว่าง

  1. รับข้อมูลจาก Content Server
  2. แตกไฟล์บีบอัด
  3. เขียนข้อมูลลงดิสก์
  4. ตรวจสอบไฟล์
  5. จัดวางไฟล์ในโฟลเดอร์เกม
  6. กลับไปดาวน์โหลดชุดต่อไป

หาก Disk Usage ยังเคลื่อนไหวและเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้น พฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะ HDD หรือเกมที่มีไฟล์ขนาดเล็กจำนวนมาก

㉜ เกมเดียวโหลดช้า แต่เกมอื่นโหลดเร็ว

สาเหตุที่เป็นไปได้ ได้แก่

  • Content Server ของเกมนั้นมีผู้ใช้มาก
  • เกมกำลังแตกไฟล์หนัก
  • Update มีไฟล์ขนาดเล็กจำนวนมาก
  • เกมติดตั้งอยู่บน HDD
  • ไฟล์เดิมต้องถูกแก้ไขจำนวนมาก
  • Antivirus กำลังสแกนไฟล์เกม
  • พื้นที่ไดรฟ์เหลือน้อย

ทดลองเกมขนาดเล็กอีกเกมใน Library เดียวกัน หากโหลดเร็วตามปกติ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเราเตอร์ทันที

㉝ ทุกเกมใน Steam โหลดช้า

หากทุกเกมช้า ให้ตรวจส่วนกลาง

  • Download Region
  • Bandwidth Limit
  • Download Schedule
  • Download Cache
  • VPN และ Proxy
  • Wi‑Fi หรือ LAN
  • อุปกรณ์อื่นแย่งอินเทอร์เน็ต
  • Network Driver
  • SSD หรือ HDD
  • Windows Update และ Antivirus

แนวทางของ comsiam คือเปรียบเทียบผลทดสอบผ่าน LAN กับ Wi‑Fi และทดลอง Library บนไดรฟ์อื่น เพื่อแยกคอขวดด้านเครือข่ายออกจากคอขวดด้านดิสก์

㉞ สิ่งที่ไม่ควรทำ

หลีกเลี่ยงวิธีต่อไปนี้

  • ไม่ลบโฟลเดอร์ steamapps แบบสุ่ม
  • ไม่ถอดไดรฟ์ระหว่างดาวน์โหลด
  • ไม่ปิดเครื่องขณะ Disk Usage ยังทำงาน
  • ไม่ปิด Antivirus และ Firewall ถาวร
  • ไม่เปลี่ยน DNS หลายค่าพร้อมกัน
  • ไม่เพิ่ม MTU แบบสุ่ม
  • ไม่กด Factory Reset เราเตอร์
  • ไม่ฟอร์แมตไดรฟ์ก่อนสำรองข้อมูล
  • ไม่ยกเลิกเกมใกล้เสร็จก่อนตรวจ Disk Usage
  • ไม่เชื่อว่า 0 B/s หมายถึงอินเทอร์เน็ตเสียทุกครั้ง

ควรเปลี่ยนการตั้งค่าทีละอย่างและบันทึกผล เพื่อให้ทราบว่าวิธีใดแก้ปัญหาได้จริง

㉟ เมื่อใดควรติดต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

ควรตรวจระบบอินเทอร์เน็ตเมื่อ

  • ทุกอุปกรณ์ช้าพร้อมกัน
  • LAN และ Wi‑Fi ช้าทั้งหมด
  • ความเร็วต่ำกว่าปกติตลอดวัน
  • อินเทอร์เน็ตหลุดบ่อย
  • Router หรือ Modem แสดงไฟผิดปกติ
  • ช้าเฉพาะช่วงเดิมทุกวัน
  • Upload และ Download แทบเป็นศูนย์
  • การเชื่อมต่อทั่วไปมีปัญหาด้วย

ควรเตรียมผลทดสอบผ่านสาย LAN เวลาที่เกิดปัญหา และรายละเอียดแพ็กเกจก่อนติดต่อ

㊱ คำถามที่พบบ่อย

Steam ขึ้น 0 B/s แต่ Disk Usage ยังวิ่ง ต้องแก้ไหม

ส่วนใหญ่อาจไม่ต้องแก้ Steam กำลังแตกไฟล์หรือเขียนข้อมูล ให้รอจน Disk Usage ลดลงและดูว่า Network กลับมาทำงานหรือไม่

Steam โหลดช้าทั้งที่เน็ตเร็ว เกิดจากอะไร

อาจเกิดจาก Download Region, Bandwidth Limit, Wi‑Fi, Content Server, HDD ช้า พื้นที่ใกล้เต็ม หรือ Antivirus กำลังสแกนไฟล์

เปลี่ยน Download Region เป็นประเทศไหนดีที่สุด

ควรเริ่มจากพื้นที่ใกล้ประเทศไทยและมีเส้นทางเครือข่ายดี หากช้าให้ทดลองพื้นที่ใกล้เคียงทีละแห่ง ไม่มี Region เดียวที่เร็วที่สุดสำหรับทุกเครือข่าย

Clear Download Cache ทำให้เกมหายไหม

ไม่ควรลบเกมที่ติดตั้งเสร็จ แต่ Steam อาจให้ลงชื่อเข้าใช้ใหม่และจัดคิวดาวน์โหลดใหม่

ใช้ SSD แล้ว Steam จะโหลดเร็วขึ้นไหม

SSD ช่วยให้แตกไฟล์ เขียนข้อมูล และติดตั้งเร็วขึ้น แต่ความเร็วรับข้อมูลยังจำกัดด้วยอินเทอร์เน็ตและ Server

ทำไม Steam ดาวน์โหลดเป็นช่วง ๆ

เพราะ Client สลับระหว่างรับข้อมูลและติดตั้งไฟล์ หาก Disk Usage ยังทำงานถือว่าอาจเป็นพฤติกรรมปกติ

Steam แสดง MB/s แต่แพ็กเกจเป็น Mbps ต่างกันอย่างไร

8 Mbps เท่ากับประมาณ 1 MB/s ก่อนหักค่าใช้จ่ายของระบบ จึงต้องหารความเร็ว Mbps ด้วย 8 เพื่อเปรียบเทียบคร่าว ๆ

โหลดเกมระหว่างเล่นเกมได้ไหม

ได้หากเปิด Allow downloads during gameplay แต่การดาวน์โหลดอาจเพิ่ม Ping และใช้ทรัพยากรดิสก์ ทำให้เกมกระตุก

เปลี่ยน DNS ช่วยให้ Steam โหลดเร็วไหม

อาจช่วยด้านการค้นหา Server ในบางกรณี แต่ไม่เพิ่มความเร็วแพ็กเกจหรือแก้ไดรฟ์ช้า จึงไม่ใช่วิธีแรก

ต้องติดตั้ง Steam ใหม่หรือไม่

ส่วนใหญ่ไม่จำเป็น ควรลอง Pause, Region, Cache, Restart และตรวจไดรฟ์ก่อน

㊲ สรุปวิธีแก้ Steam ดาวน์โหลดช้าหรือเป็น 0 B/s

เมื่อ Steam แสดง 0 B/s ให้ดู Disk Usage ก่อน หากดิสก์ยังทำงาน แสดงว่า Client อาจกำลังแตกไฟล์และติดตั้งข้อมูล ให้รอโดยไม่ปิดเครื่องหรือถอดไดรฟ์

หากทั้ง Network และ Disk หยุดนานผิดปกติ ให้ Pause และ Resume เปลี่ยน Download Region ตรวจ Bandwidth Limit และ Download Schedule จากนั้น Clear Download Cache แล้ว Restart Steam

คำแนะนำจาก comsiam คือทดสอบสาย LAN เปรียบเทียบกับ Wi‑Fi และทดลอง Library บน SSD หรือไดรฟ์อื่น หากอินเทอร์เน็ตเร็วแต่ Disk Usage 100% เพราะคอขวดอาจอยู่ที่ HDD, พื้นที่ว่าง หรือโปรแกรม Antivirus ไม่ใช่ Steam Server เพียงอย่างเดียว