Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

VALORANT ขึ้น VAN 9003 เพราะ Riot Vanguard ตรวจพบว่า Secure Boot ไม่ได้เปิดหรือระบบไม่ผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัย โดยพบได้บ่อยบน Windows 11
ให้ตรวจสอบสถานะ Secure Boot ผ่าน msinfo32 ก่อน หาก BIOS Mode เป็น UEFI แต่ Secure Boot State เป็น Off สามารถเข้า UEFI Firmware Settings เพื่อเปิด Secure Boot ได้ แต่ถ้า BIOS Mode แสดง Legacy ไม่ควรสลับเป็น UEFI ทันที เพราะ Windows อาจบูตไม่ขึ้นและอาจต้องแปลงรูปแบบดิสก์ก่อน
VAN 9003 เป็นข้อผิดพลาดจาก Riot Vanguard ซึ่งมักระบุว่า Secure Boot ไม่ได้เปิดใช้งานตามข้อกำหนดของระบบ
ข้อความอาจมีลักษณะดังนี้
VAN 9003
This build of Vanguard requires Secure Boot to be enabled in order to play
หรืออาจแสดงร่วมกับข้อความเกี่ยวกับ:
ปัญหานี้ไม่ใช่การแบนบัญชี และไม่ได้หมายความว่าบัญชี VALORANT ถูกระงับ แต่เป็นการตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์
Secure Boot เป็นคุณสมบัติของ UEFI Firmware ที่ช่วยตรวจสอบซอฟต์แวร์และส่วนประกอบสำคัญในช่วงเปิดเครื่อง เพื่อป้องกันโปรแกรมที่ไม่ได้รับอนุญาตทำงานก่อน Windows
Riot Vanguard ใช้ข้อมูลจากระบบความปลอดภัยเหล่านี้เพื่อประเมินว่าสภาพแวดล้อมของ Windows พร้อมสำหรับการเปิดเกมหรือไม่
Secure Boot จะทำงานได้เมื่อ:
ไม่ควรเปิดหรือปิดตัวเลือกใน BIOS แบบสุ่ม เพราะการตั้งค่าบูตผิดอาจทำให้ Windows เปิดไม่ขึ้น
สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
ให้เริ่มจากการตรวจสอบสถานะใน Windows ก่อนเข้า BIOS
หาก VAN 9003 เพิ่งปรากฏหลังอัปเดต Riot Vanguard ให้รีสตาร์ตเครื่องก่อนหนึ่งครั้ง
ต้องเลือก Restart ไม่ใช่เพียงปิดแล้วเปิด Riot Client เพราะ Vanguard มีบริการที่เริ่มทำงานพร้อม Windows
หากยังขึ้น VAN 9003 ให้ตรวจสอบ Secure Boot ในขั้นตอนถัดไป
Windows สามารถแสดงสถานะ Firmware ได้โดยไม่ต้องเข้า BIOS
Windows + Rmsinfo32
ผลที่ควรได้คือ:
BIOS Mode: UEFI
Secure Boot State: On
ผลที่อาจพบมีสามแบบหลัก
ระบบเปิด Secure Boot แล้ว ปัญหาอาจอยู่ที่ Vanguard, Windows หรือข้อกำหนดความปลอดภัยส่วนอื่น
สามารถเข้า UEFI Firmware Settings เพื่อตรวจสอบและเปิด Secure Boot ได้
อย่าเปลี่ยน Boot Mode เป็น UEFI ทันที เพราะ Windows ที่ติดตั้งในโหมด Legacy อาจบูตไม่ขึ้น ต้องตรวจสอบรูปแบบดิสก์และวิธีแปลงระบบก่อน
หากไม่มั่นใจควรให้ช่างหรือผู้ที่มีประสบการณ์ตรวจสอบก่อนเปลี่ยน Boot Mode
แม้ VAN 9003 จะเน้น Secure Boot แต่ Windows 11 และ Vanguard อาจตรวจสอบ TPM 2.0 ร่วมด้วย
Windows + Rtpm.msc
ผลที่ควรพบคือ:
The TPM is ready for use
Specification Version: 2.0
หากขึ้น Compatible TPM cannot be found อาจหมายความว่า TPM ถูกปิดใน BIOS เมนบอร์ดไม่รองรับ หรือ Firmware TPM ยังไม่ได้เปิด
TPM อาจใช้ชื่อแตกต่างกัน เช่น
ก่อนเปลี่ยนการตั้งค่า Secure Boot, TPM หรือ Boot Mode ต้องตรวจสอบระบบเข้ารหัสไดรฟ์
การเปลี่ยนค่าความปลอดภัยใน Firmware อาจทำให้ Windows ขอ BitLocker Recovery Key ในการบูตครั้งถัดไป
หากไม่สามารถหา Recovery Key ได้ ไม่ควรเปลี่ยน Secure Boot หรือ TPM จนกว่าจะสำรองกุญแจเรียบร้อย
ระบบ UEFI มักใช้ดิสก์รูปแบบ GPT ส่วน Windows ที่ติดตั้งแบบ Legacy อาจใช้ MBR
Windows + Xผลที่อาจพบ:
GUID Partition Table (GPT)
หรือ:
Master Boot Record (MBR)
หาก BIOS Mode เป็น Legacy และดิสก์เป็น MBR ไม่ควรเปิด UEFI หรือ Secure Boot โดยตรง เพราะ Windows อาจบูตไม่ได้
การแปลง MBR เป็น GPT มีความเสี่ยงต่อระบบบูตและข้อมูล จึงควรสำรองข้อมูลและใช้แนวทางที่ตรงกับเครื่องก่อนดำเนินการ
การเข้าผ่าน Windows ช่วยลดการกดปุ่มผิดระหว่างเปิดเครื่อง
เครื่องจะเปิดเข้าสู่หน้าตั้งค่า UEFI หรือ BIOS
หากไม่มีเมนู UEFI Firmware Settings อาจหมายความว่า Windows บูตแบบ Legacy หรือเครื่องใช้วิธีเข้า Firmware แบบอื่น
ปุ่มเข้า BIOS แตกต่างกันตามยี่ห้อ เช่น
DeleteF2F10F12Escให้ปิดเครื่อง เปิดใหม่ แล้วกดปุ่มของผู้ผลิตตั้งแต่ช่วงแรก
ไม่ควรกดคำสั่ง Restore Defaults หรือ Load Optimized Defaults โดยไม่จำเป็น เพราะอาจเปลี่ยนค่า Storage, Boot และการตั้งค่าอื่นพร้อมกัน
ตำแหน่งเมนูแตกต่างกันตามเมนบอร์ดและโน้ตบุ๊ก แต่โดยทั่วไปอาจอยู่ใน:
msinfo32 อีกครั้งหาก BIOS Mode เดิมเป็น Legacy หรือ Windows อยู่บน MBR อย่าปิด CSM หรือเปลี่ยนเป็น UEFI โดยยังไม่ได้เตรียมระบบบูต
Secure Boot อาจเปิดไม่ได้จากหลายสาเหตุ เช่น
เมนูที่อาจพบ ได้แก่
การติดตั้ง Default Secure Boot Keys ควรทำเฉพาะเมื่อแน่ใจว่าเครื่องใช้ค่ามาตรฐานและมีข้อมูลสำรองแล้ว
หากเมนูไม่ตรงกับคู่มือ ไม่ควรลองเปลี่ยน Key Management แบบสุ่ม เพราะอาจส่งผลต่อการบูตและความปลอดภัยของระบบ
หาก tpm.msc ไม่พบ TPM ให้เข้า BIOS และค้นหาเมนูที่เกี่ยวข้อง
หลังเปิดให้เลือก Save Changes and Exit แล้วตรวจสอบอีกครั้งด้วย tpm.msc
อย่าเลือกคำสั่ง Clear TPM เพราะอาจลบข้อมูลกุญแจที่ Windows ใช้ และอาจทำให้ระบบเข้ารหัสขอ Recovery Key
เมื่อ Windows เปิดขึ้นมา ให้ตรวจสอบอีกครั้ง
Windows + Rmsinfo32ผลที่ต้องการ:
BIOS Mode: UEFI
Secure Boot State: On
จากนั้นตรวจสอบ TPM:
Windows + Rtpm.mscหากค่าถูกต้องแล้วให้รีสตาร์ตเครื่องอีกครั้งก่อนเปิด VALORANT
หาก Secure Boot เปิดแล้วแต่ Vanguard ยังแสดง VAN 9003 ให้ตรวจสอบ Windows Update
ไม่ควรปิดเครื่องระหว่าง Windows กำลังติดตั้งการอัปเดต
Firmware รุ่นเก่าอาจรายงานสถานะ Secure Boot หรือ TPM ไม่ถูกต้อง
ก่อนอัปเดต BIOS ต้อง:
การใช้ BIOS ผิดรุ่นอาจทำให้เครื่องเปิดไม่ขึ้น หากไม่มั่นใจควรให้ช่างดำเนินการ
หลังแก้ Secure Boot ให้เริ่มบริการของ Vanguard ใหม่ด้วยการรีสตาร์ตเครื่อง
ไม่ควรปิดบริการ Vanguard แบบถาวร เพราะ VALORANT ต้องใช้บริการดังกล่าวในการเปิดเกม
หาก Secure Boot และ TPM ถูกต้อง แต่ VAN 9003 ยังปรากฏ Vanguard อาจติดตั้งไม่สมบูรณ์
การรีสตาร์ตหลังติดตั้ง Vanguard เป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะไดรเวอร์และบริการต้องเริ่มพร้อม Windows
ไฟล์เกมหรือ Client อาจเสียหายร่วมกับปัญหา Vanguard
ไม่ควรถอน VALORANT ทั้งเกมก่อนทดลอง Repair และติดตั้ง Vanguard ใหม่
เข้า UEFI Firmware Settings แล้วเปิด Secure Boot โดยสำรอง Recovery Key ก่อน
อย่าเปลี่ยนเป็น UEFI ทันที ต้องตรวจสอบดิสก์และระบบบูตก่อน
เมนบอร์ดอาจไม่รองรับ ระบบใช้ Legacy Mode หรือ Firmware ต้องได้รับการตั้งค่าเพิ่มเติม
ตรวจสอบ TPM, Windows Update, Firmware และติดตั้ง Vanguard ใหม่
ใช้ BitLocker Recovery Key ที่สำรองไว้ ไม่ควร Clear TPM หรือฟอร์แมตเครื่องทันที
กลับเข้า BIOS และคืนค่าที่เปลี่ยนล่าสุด หากไม่แน่ใจควรหยุดและให้ช่างตรวจสอบระบบบูต
ไม่ใช่ เป็นข้อผิดพลาดด้านข้อกำหนดความปลอดภัยของ Riot Vanguard ไม่ได้หมายความว่าบัญชีถูกแบน
โดยหลักต้องตรวจสอบและเปิด Secure Boot รวมถึงตรวจสอบ UEFI และ TPM 2.0 ตามข้อกำหนดของระบบ
การเปิด Secure Boot ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อลบข้อมูล แต่การเปลี่ยน Boot Mode หรือ TPM ผิดวิธีอาจทำให้ Windows บูตไม่ได้หรือขอ Recovery Key จึงต้องสำรองข้อมูลก่อน
โดยทั่วไป Secure Boot ต้องใช้ UEFI ไม่ควรสลับจาก Legacy เป็น UEFI ทันทีโดยไม่ตรวจสอบรูปแบบดิสก์และระบบบูต
ไม่ต้อง และไม่ควรทำเพื่อแก้ VAN 9003 เพราะอาจกระทบกุญแจเข้ารหัสและทำให้ Windows ขอ Recovery Key
อาจเกิดจาก CSM, Legacy Mode, Secure Boot Keys หรือ OS Type ตั้งค่าไม่ถูกต้อง ต้องตรวจสอบคู่มือของเมนบอร์ดรุ่นนั้น
ไม่ได้ VALORANT บน PC ต้องใช้ Riot Vanguard หากถอนแล้วต้องติดตั้งใหม่และรีสตาร์ตเครื่อง
VALORANT ขึ้น VAN 9003 เพราะ Riot Vanguard ตรวจพบว่า Secure Boot ไม่ได้เปิดหรือระบบไม่ผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ให้ตรวจสอบ msinfo32 ก่อนว่า BIOS Mode เป็น UEFI และ Secure Boot State เป็น On หรือไม่
หาก BIOS Mode เป็น UEFI แต่ Secure Boot เป็น Off สามารถเข้า Firmware เพื่อเปิดได้ แต่ต้องสำรอง BitLocker Recovery Key และบันทึกค่าปัจจุบันก่อน หากระบบเป็น Legacy ไม่ควรสลับเป็น UEFI แบบทันที
แนวทางของ comsiam คือเริ่มจากตรวจสอบสถานะใน Windows ก่อนเข้า BIOS และไม่เปลี่ยน CSM, Boot Mode, TPM หรือ Secure Boot Keys แบบสุ่ม เพราะอาจกระทบการบูตของเครื่อง
เมื่อ Secure Boot และ TPM ถูกต้องแล้ว ให้รีสตาร์ตเครื่อง อัปเดต Windows และติดตั้ง Riot Vanguard ใหม่หากยังพบข้อผิดพลาด ส่วนวิธีแก้ปัญหา VALORANT เพิ่มเติมสามารถติดตามได้จาก comsiam