Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Double NAT คือการที่เครือข่ายภายในบ้านมีอุปกรณ์ทำหน้าที่ Router และแปลงหมายเลข NAT ซ้อนกันอย่างน้อยสองชั้น เช่น ต่อ Router ซื้อเองเข้ากับ Router ของผู้ให้บริการโดยใช้พอร์ต WAN ทำให้อุปกรณ์ภายในอยู่หลังเครือข่ายส่วนตัวสองวง
อินเทอร์เน็ตทั่วไปและการดูสตรีมมิงมักยังใช้งานได้ แต่ Double NAT อาจทำให้ NAT Type Strict, Port Forwarding ไม่ทำงาน สร้างห้องเกมไม่ได้ Remote Play มีปัญหา และอุปกรณ์ที่อยู่คนละ Router มองไม่เห็นกัน
วิธีแก้ที่เหมาะที่สุดคือทำให้อุปกรณ์เพียงตัวเดียวเป็น Router โดยตั้ง Router ตัวรองเป็น Access Point หรือปรับอุปกรณ์ของผู้ให้บริการเป็น Bridge Mode ตามโครงสร้างที่ต้องการ
บทความนี้จาก comsiam จะอธิบายวิธีตรวจสอบ Double NAT และแนวทางแก้แต่ละแบบอย่างเป็นขั้นตอน
NAT หรือ Network Address Translation เป็นระบบที่ช่วยให้อุปกรณ์หลายเครื่องภายในบ้านใช้ Public IP เดียวกันเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
Router จะจัดหมายเลข Private IP ให้กับอุปกรณ์ เช่น
192.168.1.10
192.168.1.11
192.168.1.12
เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต Router จะเปลี่ยนข้อมูลจาก Private IP ให้ใช้ IP ฝั่ง WAN
Double NAT เกิดเมื่อมี Router สองตัวแปลง NAT ซ้อนกัน เช่น
อินเทอร์เน็ต
↓
Router ของผู้ให้บริการ
↓
Router ซื้อเอง
↓
เครื่องเล่นเกมและอุปกรณ์ภายในบ้าน
Router ตัวที่สองได้รับ Private IP จาก Router ตัวแรก แล้วสร้าง Private IP อีกวงให้กับอุปกรณ์ด้านหลัง จึงเกิด NAT สองชั้น
เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ผู้ใช้ต่อสายจากพอร์ต LAN ของ Router ผู้ให้บริการเข้าพอร์ต WAN ของ Router ใหม่ โดยปล่อยให้ทั้งสองเครื่องทำงานเป็น Router
หาก Router ผู้ให้บริการยังทำ NAT และ Mesh ถูกตั้งเป็น Router Mode ระบบจะมี NAT ซ้อนกัน
อุปกรณ์ Fiber บางรุ่นรวม ONT กับ Router ไว้ด้วยกัน เมื่อต่อ Router เพิ่มโดยไม่เปลี่ยนโหมดจึงเกิด Double NAT
อุปกรณ์ต้นทางยังแจก IP และทำ Firewall ขณะที่ Gaming Router สร้างเครือข่ายใหม่อีกวง
บ้านที่มี Router หลายห้องอาจต่อแบบ WAN ต่อ WAN ต่อเนื่อง ทำให้มี NAT มากกว่าสองชั้น
หอพัก โรงเรียน สำนักงาน หรืออาคารอาจมี Router กลางอยู่แล้ว เมื่อผู้ใช้เพิ่ม Router ส่วนตัวจึงเกิด NAT ซ้อน
การเปิดเว็บไซต์ ดูวิดีโอ และใช้งานแอปทั่วไปมักไม่พบปัญหา เพราะเป็นการเชื่อมต่อที่เริ่มจากอุปกรณ์ภายในออกไปยังอินเทอร์เน็ต
ปัญหามักเกิดกับบริการที่ต้องรับการเชื่อมต่อกลับเข้ามา เช่น
หากอุปกรณ์ทั้งหมดเชื่อมต่ออยู่หลัง Router ตัวเดียว Double NAT อาจไม่ส่งผลต่อการสื่อสารภายในกลุ่มนั้น แต่การเข้าถึงจากเครือข่ายชั้นนอกยังมีข้อจำกัด
อาการที่อาจพบ ได้แก่
เกมที่ใช้เซิร์ฟเวอร์กลางอาจทำงานได้ปกติ เพราะเครื่องเล่นเกมเป็นฝ่ายเชื่อมต่อออกไป แต่เกมที่ต้องรับการเชื่อมต่อจากผู้เล่นรายอื่นอาจมีปัญหามากกว่า
Double NAT ไม่ได้ทำให้ทุกเกมใช้งานไม่ได้ ระบบเกมบางรายมี Relay Server ช่วยรับส่งข้อมูลแทนการเชื่อมต่อโดยตรง
การแปลง NAT เพิ่มอีกชั้นอาจเพิ่มเวลาประมวลผลเล็กน้อย แต่ Router ที่มีประสิทธิภาพเพียงพอมักไม่ทำให้ Ping สูงขึ้นอย่างรุนแรง
สาเหตุที่มักทำให้ Ping สูงกว่า Double NAT ได้แก่
อย่างไรก็ตาม Double NAT เพิ่มความซับซ้อนในการจัดคิวและ Firewall หาก Router ทั้งสองตัวเปิด QoS หรือ Traffic Shaping พร้อมกัน อาจทำให้ประสิทธิภาพลดลงหรือวิเคราะห์ปัญหาได้ยาก
เข้าสู่หน้าสถานะอินเทอร์เน็ต แล้วมองหาค่า WAN IP หรือ Internet IP
หาก WAN IP อยู่ในช่วง Private IP ต่อไปนี้ แสดงว่ามีอุปกรณ์อีกชั้นแจก IP ให้ Router
10.0.0.0 – 10.255.255.255
172.16.0.0 – 172.31.255.255
192.168.0.0 – 192.168.255.255
ตัวอย่างเช่น
โครงสร้างนี้แสดงว่ามี NAT สองชั้น หาก Router ตัวแรกยังทำงานเป็น Router
เปิดหน้าจัดการอุปกรณ์ของผู้ให้บริการแล้วดูว่าอุปกรณ์กำลังแจก DHCP และทำ NAT อยู่หรือไม่
หาก WAN IP ของ Router ไม่ตรงกับ Public IP อาจเป็น Double NAT, CGNAT หรือทั้งสองอย่างร่วมกัน
บน Windows สามารถใช้คำสั่ง Tracert เพื่อตรวจสอบเส้นทางเบื้องต้น
เปิด Command Prompt แล้วใช้คำสั่ง
tracert 1.1.1.1
ระบบจะแสดง Hop ที่ข้อมูลเดินทางผ่าน
ตัวอย่างที่อาจพบ
1 192.168.50.1
2 192.168.1.1
3 เส้นทางของผู้ให้บริการ
หาก Hop แรกและ Hop ที่สองเป็น Private IP คนละวง อาจมี Router สองชั้นภายในบ้าน
แต่ Tracert ไม่สามารถยืนยัน Double NAT ได้ทุกกรณี เพราะอุปกรณ์บางตัวไม่ตอบกลับหรือผู้ให้บริการอาจใช้ Private IP ภายในระบบ จึงควรตรวจสอบ WAN IP และโครงสร้างสายร่วมด้วย
| หัวข้อ | Double NAT | CGNAT |
|---|---|---|
| ตำแหน่ง NAT ชั้นนอก | อุปกรณ์ภายในบ้าน | ระบบของผู้ให้บริการ |
| ผู้ใช้ควบคุมได้ | โดยทั่วไปได้ | โดยทั่วไปไม่ได้ |
| สาเหตุหลัก | ต่อ Router ซ้อนกัน | Public IPv4 ไม่เพียงพอ |
| วิธีแก้หลัก | Access Point หรือ Bridge Mode | ขอ Public IP หรือใช้ IPv6 |
| Port Forwarding | ต้องแก้โครงสร้างหรือตั้งสองชั้น | ตั้งที่บ้านอย่างเดียวไม่พอ |
| NAT Type เกม | อาจ Strict | อาจ Strict |
| WAN IP | มักเป็น Private IP | มักเป็น Shared Address หรือ Private IP |
บ้านหนึ่งสามารถพบทั้งสองปัญหาพร้อมกัน เช่น Router ซื้อเองอยู่หลัง Router ผู้ให้บริการ และ Router ผู้ให้บริการยังได้รับ IP จาก CGNAT อีกชั้น
การแก้ Double NAT ภายในบ้านจึงอาจยังไม่ทำให้ NAT Type เป็น Open หากผู้ให้บริการใช้ CGNAT
การตั้ง Router ตัวรองเป็น Access Point เป็นวิธีที่ง่ายและเหมาะเมื่อผู้ใช้ต้องการให้อุปกรณ์ของผู้ให้บริการทำหน้าที่ Router หลักต่อไป
เมื่อเปิด Access Point Mode
ขั้นตอนทั่วไป
หาก Router ไม่มี AP Mode อาจต้องปิด DHCP และต่อแบบ LAN-to-LAN แต่ต้องกำหนด IP ให้ไม่ชนกัน จึงควรใช้โหมดสำเร็จรูปเมื่อมีให้เลือก
Bridge Mode ทำให้อุปกรณ์ของผู้ให้บริการหยุดทำหน้าที่ Router และส่งการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยัง Router ซื้อเองโดยตรง
โครงสร้างหลังแก้
อินเทอร์เน็ต
↓
ONT หรือ Modem แบบ Bridge
↓
Router ซื้อเอง
↓
อุปกรณ์ภายในบ้าน
ข้อดี ได้แก่
ข้อควรระวัง ได้แก่
ก่อนเปิด Bridge Mode ควรบันทึกการตั้งค่าและตรวจสอบข้อมูลที่จำเป็น หากมี IPTV, โทรศัพท์ หรือบริการพิเศษ ควรสอบถามผู้ให้บริการก่อน
IP Passthrough เป็นฟังก์ชันที่อุปกรณ์ต้นทางส่ง IP ฝั่งอินเทอร์เน็ตไปยัง Router ตัวรอง โดยยังคงความสามารถบางส่วนของอุปกรณ์ต้นทางไว้
ฟังก์ชันนี้อาจใช้ชื่อว่า
ข้อดีคือสามารถลดปัญหา NAT ซ้อนโดยไม่ต้องปิดความสามารถทุกอย่างของอุปกรณ์ผู้ให้บริการ แต่รายละเอียดการทำงานต่างกันตามรุ่น
ควรตรวจสอบหลังตั้งค่าว่า
การตั้ง DMZ บน Router ตัวแรกให้ชี้ไปยัง WAN IP ของ Router ตัวที่สอง สามารถส่งการเชื่อมต่อขาเข้าส่วนใหญ่ไปยัง Router ตัวรองได้ จึงช่วยลดปัญหากับเกมและ Port Forwardingบางกรณี
แต่ DMZ ไม่ได้ลบ Double NAT จริง เพราะข้อมูลยังผ่าน NAT สองชั้น
ข้อดี
ข้อจำกัด
ควรชี้ DMZ ไปยัง Router ตัวรองเท่านั้น ไม่ควรชี้ตรงไปยังคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเกมหากไม่จำเป็น และควรเปิด Firewall บน Router ตัวรองไว้
หากจำเป็นต้องใช้โครงสร้าง Double NAT ต่อไป ต้องตั้ง Port Forwarding ให้ครบทั้งสองชั้น
ตัวอย่างโครงสร้าง
หลักการตั้งค่า
วิธีนี้ซับซ้อนและดูแลยากกว่าการแก้ให้เหลือ Router ตัวเดียว จึงควรใช้เป็นทางเลือกชั่วคราวหรือกรณีที่เปลี่ยนโหมดไม่ได้
เหมาะกับบ้านทั่วไป
อินเทอร์เน็ต
↓
Router หลัก
↓
Switch
↓
Access Point และอุปกรณ์ต่าง ๆ
ข้อดีคือมี NAT, DHCP, QoS และ Firewall เพียงจุดเดียว
เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการให้ Router ซื้อเองควบคุมระบบทั้งหมด
อินเทอร์เน็ต
↓
ONT แบบ Bridge
↓
Router หลัก
↓
Switch และ Access Point
เหมาะเมื่อ Router ผู้ให้บริการยังต้องควบคุม IPTV หรือโทรศัพท์
อินเทอร์เน็ต
↓
Router ผู้ให้บริการ
↓
Mesh แบบ Access Point
เหมาะเมื่อ ONT หรือ Modem ทำ Bridge และ Mesh เป็น Router หลัก
อินเทอร์เน็ต
↓
ONT แบบ Bridge
↓
Mesh Router หลัก
↓
โหนด Mesh
ควรเลือกให้มีอุปกรณ์ทำ NAT และ DHCP เพียงตัวเดียว เว้นแต่ต้องการแยกเครือข่ายด้วยเหตุผลเฉพาะและมีการออกแบบอย่างชัดเจน
ก่อนเปลี่ยนเป็น Access Point, Bridge หรือ IP Passthrough ควรทำดังนี้
ไม่ควรกดปุ่ม Factory Reset โดยไม่มีข้อมูลสำรอง เพราะอาจทำให้ค่าของผู้ให้บริการและบริการอื่นหาย หากไม่แน่ใจควรขอให้ผู้ให้บริการหรือช่างที่มีความรู้ช่วยดำเนินการ
หลังแก้ควรตรวจสอบตามรายการต่อไปนี้
หาก Double NAT หายแต่ NAT Type ยัง Strict ควรตรวจสอบ CGNAT, UPnP, Firewall และข้อกำหนดของเกมต่อไป
ไม่ใช่ภัยโดยตรง แต่เพิ่มความซับซ้อนและอาจทำให้เกม Port Forwarding และการเข้าถึงอุปกรณ์จากภายนอกมีปัญหา
อาจไม่เห็นความแตกต่างในการใช้งานทั่วไป แต่ Router ที่ประสิทธิภาพต่ำหรือเปิด QoS ซ้อนกันอาจลดความเร็วและเพิ่ม Latency
ไม่เสมอ หากตัวรองอยู่ใน Access Point Mode จะไม่ทำ NAT ซ้ำ
ตั้ง Router หรือ Mesh ตัวรองเป็น Access Point Mode หากต้องการให้อุปกรณ์ผู้ให้บริการเป็น Router หลักต่อไป
Bridge Mode มักใช้กับอุปกรณ์ต้นทางเพื่อส่งอินเทอร์เน็ตให้ Router หลัก ส่วน Access Point Mode ใช้กับ Router ตัวรองเพื่อหยุดทำ NAT และกระจาย Wi‑Fi เท่านั้น
ไม่หาย แต่ช่วยส่งการเชื่อมต่อขาเข้าไปยัง Router ตัวรองและลดปัญหาบางประเภท
ไม่เหมือน Double NAT มักอยู่ในเครือข่ายที่ผู้ใช้ควบคุม ส่วน CGNAT อยู่ในระบบของผู้ให้บริการ
ไม่รับประกัน หากยังอยู่หลัง CGNAT หรือ Firewall ปิดกั้นอยู่ NAT Type อาจยังไม่เปลี่ยน
ใช้ Router Mode เมื่อ Mesh เป็น Router หลักและอุปกรณ์ต้นทางเป็น Bridge ใช้ Access Point Mode เมื่อ Router ผู้ให้บริการยังทำ NAT อยู่
ควรตั้งที่ Router หลักเพียงตัวเดียวหลังแก้ Double NAT หากยังมี NAT สองชั้นต้องตั้งให้ครบทั้งสองตัว
Double NAT เกิดจากการมี Router ทำ NAT ซ้อนกันอย่างน้อยสองชั้น เช่น Router ซื้อเองต่อหลัง Router ของผู้ให้บริการ แม้อินเทอร์เน็ตทั่วไปยังใช้งานได้ แต่เกม Peer-to-Peer, NAT Type, Remote Play และ Port Forwarding อาจมีปัญหา
วิธีตรวจสอบคือดู WAN IP ของ Router ตัวรอง หากเป็น Private IP และมี Router อีกตัวอยู่ด้านหน้า มีแนวโน้มว่าเกิด Double NAT สามารถตรวจสอบเพิ่มด้วยคำสั่ง Tracert และดูโครงสร้างการต่อสาย
วิธีแก้ที่เหมาะที่สุดคือให้อุปกรณ์เพียงตัวเดียวทำ NAT โดยตั้งตัวรองเป็น Access Point หรือปรับอุปกรณ์ต้นทางเป็น Bridge Mode หากใช้ DMZ จะช่วยได้เพียงบางส่วนและไม่ได้ลบ NAT ซ้อนจริง สำหรับผู้อ่าน comsiam หลังแก้แล้วควรตรวจสอบ CGNAT เพิ่ม เพราะ Double NAT อาจหายแต่ NAT Type ยัง Strict ได้หากผู้ให้บริการยังใช้ Shared Public IP