วาง Router ใกล้ไมโครเวฟมีผลต่อ Wi‑Fi อย่างไร

การวาง Router ใกล้ไมโครเวฟอาจทำให้ Wi‑Fi ย่าน 2.4GHz ช้าลง หลุด หรือค่า Ping สูงขึ้นในช่วงที่กำลังใช้ไมโครเวฟ เพราะเตาไมโครเวฟทำงานใกล้ความถี่ 2.45GHz ซึ่งอยู่ในย่านเดียวกับ Wi‑Fi 2.4GHz ส่วน Wi‑Fi 5GHz และ 6GHz มักไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงในลักษณะเดียวกัน

วิธีแก้ที่ได้ผลที่สุดคือย้าย Router ออกจากบริเวณไมโครเวฟ ไม่วางอุปกรณ์ทั้งสองชิดกันหรืออยู่ในตู้เดียวกัน และเปลี่ยนอุปกรณ์สำคัญไปใช้ Wi‑Fi 5GHz หากรองรับ

บทความนี้จาก comsiam จะอธิบายอาการ วิธีทดสอบ และแนวทางจัดวาง Router ให้ลดปัญหาสัญญาณรบกวนภายในบ้าน


สารบัญ

  1. ทำไมไมโครเวฟจึงรบกวน Wi‑Fi
  2. Wi‑Fi ย่านใดได้รับผลกระทบมากที่สุด
  3. อาการของ Wi‑Fi ที่ถูกรบกวนจากไมโครเวฟ
  4. ต้องวาง Router ห่างจากไมโครเวฟเท่าไร
  5. ไมโครเวฟที่ปิดอยู่รบกวน Wi‑Fi หรือไม่
  6. เปลี่ยน Channel ช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่
  7. เปลี่ยนไปใช้ 5GHz ช่วยได้อย่างไร
  8. วิธีทดสอบว่าไมโครเวฟเป็นสาเหตุหรือไม่
  9. วิธีแก้ Wi‑Fi หลุดเวลาเปิดไมโครเวฟ
  10. ตำแหน่งวาง Router ที่ควรหลีกเลี่ยงในห้องครัว
  11. ไมโครเวฟเก่ารบกวน Wi‑Fi มากกว่าหรือไม่
  12. เมื่อไรควรหยุดใช้ไมโครเวฟและให้ช่างตรวจสอบ
  13. คำถามที่พบบ่อย
  14. สรุป

1. ทำไมไมโครเวฟจึงรบกวน Wi‑Fi

เตาไมโครเวฟใช้พลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ความถี่ใกล้ 2.45GHz เพื่อทำให้อาหารร้อน ขณะที่ Wi‑Fi 2.4GHz ใช้ช่วงความถี่ใกล้เคียงกัน

ไมโครเวฟที่อยู่ในสภาพปกติมีโครงสร้างช่วยกักพลังงานไว้ภายใน แต่คลื่นรบกวนเพียงเล็กน้อยที่ออกมาภายนอกก็อาจมีระดับสูงกว่าสัญญาณ Wi‑Fi ซึ่งมีกำลังต่ำและต้องรับส่งข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเกิดสัญญาณรบกวน อุปกรณ์ Wi‑Fi อาจต้อง

  • รอให้ช่องสัญญาณว่าง
  • ส่งข้อมูลเดิมซ้ำ
  • ลดความเร็วการเชื่อมต่อ
  • เปลี่ยนรูปแบบการส่งข้อมูล
  • สลับไปใช้ Access Point อื่น
  • ยกเลิกแล้วเชื่อมต่อเครือข่ายใหม่

ผู้ใช้จึงอาจเห็นว่า Wi‑Fi ยังเชื่อมต่ออยู่ แต่เปิดเว็บไซต์ช้า วิดีโอหยุด หรือเกมมีค่า Ping สูงขึ้น


2. Wi‑Fi ย่านใดได้รับผลกระทบมากที่สุด

Wi‑Fi 2.4GHz ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะใช้ย่านความถี่ใกล้กับไมโครเวฟโดยตรง

ย่าน Wi‑Fiผลกระทบจากไมโครเวฟ
2.4GHzมีโอกาสถูกรบกวนสูง
5GHzโดยทั่วไปได้รับผลกระทบน้อยกว่าอย่างมาก
6GHzไม่อยู่ในย่านเดียวกับไมโครเวฟ
สาย LANไม่ได้รับผลกระทบจากคลื่น Wi‑Fi

Wi‑Fi 5GHz จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับ Smart TV เครื่องเล่นเกม คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์ที่อยู่ไม่ไกลจาก Router

อย่างไรก็ตาม 5GHz มีระยะครอบคลุมสั้นกว่าและผ่านกำแพงได้ไม่ดีเท่า 2.4GHz หากอุปกรณ์อยู่ไกล Router มาก การย้ายตำแหน่ง Router หรือเพิ่ม Access Point อาจจำเป็นกว่าการเปลี่ยนย่านเพียงอย่างเดียว


3. อาการของ Wi‑Fi ที่ถูกรบกวนจากไมโครเวฟ

อาการมักเกิดเฉพาะตอนเปิดใช้งานไมโครเวฟ และกลับมาเป็นปกติหลังเครื่องหยุดทำงาน

อาการที่พบได้ ได้แก่

  • Wi‑Fi 2.4GHz ช้าลงทันที
  • วิดีโอหยุดหมุนรอ
  • Smart TV ลดความละเอียดภาพ
  • เกมออนไลน์ค่า Ping สูงขึ้น
  • เสียงในการโทรผ่านอินเทอร์เน็ตขาด
  • อุปกรณ์ Smart Home ตอบสนองช้า
  • กล้อง Wi‑Fi ภาพค้าง
  • การดาวน์โหลดหยุดหรือความเร็วลดลง
  • เครื่องพิมพ์ไร้สายขาดการเชื่อมต่อ
  • โทรศัพท์แสดงว่าเชื่อมต่อ Wi‑Fi แต่ใช้อินเทอร์เน็ตไม่ได้

หากอาการเกิดในช่วงเวลาเดียวกับที่ไมโครเวฟทำงานอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสสูงที่การรบกวนในย่าน 2.4GHz จะเป็นสาเหตุ


4. ต้องวาง Router ห่างจากไมโครเวฟเท่าไร

ไม่มีระยะตายตัวที่ใช้ได้กับทุกบ้าน เพราะขึ้นอยู่กับรุ่นไมโครเวฟ สภาพเครื่อง โครงสร้างห้อง ทิศทางการกระจายสัญญาณ และตำแหน่งของอุปกรณ์ที่ใช้งาน

แนวทางที่ควรทำคือ

  • ไม่วาง Router บนไมโครเวฟ
  • ไม่วาง Router ชิดด้านข้างหรือด้านหลังไมโครเวฟ
  • ไม่วางทั้งสองอุปกรณ์ในตู้หรือชั้นเดียวกัน
  • ย้าย Router ออกจากห้องครัวหากทำได้
  • เว้นระยะหลายเมตรเมื่อพื้นที่เอื้ออำนวย
  • ไม่ให้ไมโครเวฟอยู่ตรงกลางระหว่าง Router กับอุปกรณ์
  • ทดสอบสัญญาณจากตำแหน่งใช้งานจริงหลังย้าย

หากย้ายออกหลายเมตรไม่ได้ การวาง Router คนละด้านของห้องและเปลี่ยนอุปกรณ์สำคัญไปใช้ 5GHz ก็สามารถลดปัญหาได้


5. ไมโครเวฟที่ปิดอยู่รบกวน Wi‑Fi หรือไม่

โดยทั่วไป ไมโครเวฟที่ไม่ได้กำลังทำความร้อนจะไม่สร้างการรบกวนแบบเดียวกับช่วงที่ระบบกำเนิดคลื่นกำลังทำงาน

อย่างไรก็ตาม ตัวเครื่องยังอาจเป็นสิ่งกีดขวางสัญญาณ เพราะมีโครงสร้างโลหะขนาดใหญ่ หากวาง Router ไว้ด้านหลังไมโครเวฟ สัญญาณอาจอ่อนลงได้แม้ไม่ได้เปิดเครื่อง

จึงมีปัญหาได้สองแบบ ได้แก่

  1. ตัวเครื่องโลหะบดบังหรือสะท้อนสัญญาณตลอดเวลา
  2. เกิดการรบกวนในย่าน 2.4GHz ขณะเปิดทำความร้อน

ดังนั้น ไม่ควรวาง Router หลังไมโครเวฟ แม้อาการหลุดจะเกิดเฉพาะตอนใช้งานก็ตาม


6. เปลี่ยน Channel ช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่

การเปลี่ยน Channel ของ Wi‑Fi 2.4GHz อาจช่วยลดการรบกวนจาก Router บ้านข้างเคียง แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะแก้การรบกวนจากไมโครเวฟได้ทั้งหมด

ไมโครเวฟอาจสร้างสัญญาณรบกวนครอบคลุมพื้นที่กว้างในย่าน 2.4GHz จึงไม่ได้รบกวนเพียง Channel เดียว

สำหรับ Wi‑Fi 2.4GHz มักเลือกใช้ Channel 1, 6 หรือ 11 เพื่อหลีกเลี่ยงการทับซ้อนระหว่างเครือข่าย Wi‑Fi ด้วยกัน แต่ควรเลือกจากสภาพแวดล้อมจริง

แนวทางที่เหมาะสมคือ

  1. ทดลองโหมด Auto ก่อน
  2. ตรวจสอบว่า Router เปลี่ยน Channel เหมาะสมหรือไม่
  3. ทดลอง Channel 1, 6 และ 11 แยกกัน
  4. ทดสอบขณะเปิดและปิดไมโครเวฟ
  5. หากยังมีปัญหา ให้เปลี่ยนอุปกรณ์สำคัญไปใช้ 5GHz
  6. ย้าย Router ออกจากบริเวณไมโครเวฟ

การย้ายตำแหน่งและเปลี่ยนย่านมักได้ผลมากกว่าการเปลี่ยน Channel เพียงอย่างเดียว


7. เปลี่ยนไปใช้ 5GHz ช่วยได้อย่างไร

Wi‑Fi 5GHz ไม่ได้ใช้ย่านความถี่เดียวกับไมโครเวฟ จึงหลีกเลี่ยงการรบกวนชนิดนี้ได้โดยตรง

อุปกรณ์ที่ควรพิจารณาเชื่อมต่อ 5GHz ได้แก่

  • Smart TV
  • เครื่องเล่นเกม
  • คอมพิวเตอร์
  • โน้ตบุ๊ก
  • โทรศัพท์
  • กล่องสตรีมมิง
  • กล้องที่รองรับ Dual Band
  • อุปกรณ์ที่ใช้วิดีโอคอล

ข้อดีของ 5GHz ได้แก่

  • ความเร็วสูงกว่า
  • มีช่องสัญญาณให้เลือกมากกว่า
  • มักมีความหนาแน่นของอุปกรณ์น้อยกว่า
  • ไม่ถูกรบกวนโดยตรงจากไมโครเวฟในลักษณะเดียวกับ 2.4GHz
  • เหมาะกับการดูวิดีโอและเล่นเกม

ข้อจำกัดคือระยะสั้นกว่าและผ่านกำแพงได้ไม่ดี หากอุปกรณ์อยู่ไกล ควรปรับตำแหน่ง Router หรือเพิ่มจุดกระจายสัญญาณในตำแหน่งที่เหมาะสม


8. วิธีทดสอบว่าไมโครเวฟเป็นสาเหตุหรือไม่

สามารถทดสอบได้โดยเปรียบเทียบเครือข่ายก่อนและระหว่างที่ไมโครเวฟทำงาน โดยไม่ต้องแกะหรือดัดแปลงอุปกรณ์ใด ๆ

ขั้นตอนที่ 1 เลือกอุปกรณ์ทดสอบ

ใช้โทรศัพท์หรือโน้ตบุ๊กเครื่องเดิม และยืนในตำแหน่งเดิมทุกครั้ง

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบย่าน Wi‑Fi

ยืนยันว่าอุปกรณ์กำลังเชื่อมต่อกับ 2.4GHz ไม่ใช่ 5GHz

ขั้นตอนที่ 3 ทดสอบก่อนเปิดไมโครเวฟ

บันทึกความเร็ว ค่า Ping และความเสถียรของการเชื่อมต่อ

ขั้นตอนที่ 4 เปิดไมโครเวฟใช้งานตามปกติ

ไม่ควรเปิดเครื่องเปล่า ควรใช้งานตามคู่มือของผู้ผลิต และไม่ต้องเข้าใกล้หรือแกะตัวเครื่องเพื่อทดสอบ

ขั้นตอนที่ 5 ทดสอบซ้ำ

สังเกตว่าค่า Ping เพิ่ม ความเร็วลด หรือการเชื่อมต่อหลุดเฉพาะตอนเครื่องทำงานหรือไม่

ขั้นตอนที่ 6 เปลี่ยนไปใช้ 5GHz

ทดสอบจากตำแหน่งเดิมอีกครั้ง หาก 5GHz ทำงานปกติในขณะที่ 2.4GHz มีปัญหา การรบกวนจากไมโครเวฟมีแนวโน้มเป็นสาเหตุ

ขั้นตอนที่ 7 ย้าย Router

ย้าย Router ออกจากบริเวณไมโครเวฟแล้วทดสอบซ้ำ เพื่อดูว่าผลดีขึ้นหรือไม่


9. วิธีแก้ Wi‑Fi หลุดเวลาเปิดไมโครเวฟ

ควรแก้จากวิธีง่ายและได้ผลมากที่สุดก่อน

9.1 ย้าย Router ออกจากห้องครัว

หากทำได้ ควรวาง Router ใกล้กึ่งกลางบ้านในพื้นที่เปิดโล่ง

9.2 เปลี่ยนอุปกรณ์ไปใช้ 5GHz

เหมาะกับอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ Router และต้องการความเร็วหรือความเสถียรสูง

9.3 ใช้สาย LAN กับอุปกรณ์สำคัญ

Smart TV เครื่องเล่นเกม และคอมพิวเตอร์ที่อยู่กับที่สามารถเชื่อมต่อด้วยสาย LAN เพื่อลดผลกระทบจากสัญญาณไร้สาย

9.4 เพิ่ม Access Point

หากอุปกรณ์อยู่ไกล Router ให้เดินสาย LAN ไปยังบริเวณใช้งานแล้วติดตั้ง Access Point

9.5 ปรับ Channel 2.4GHz

ทดลอง Channel 1, 6 และ 11 เพื่อดูว่าช่องใดได้รับผลกระทบน้อยที่สุด แต่ไม่ควรคาดหวังว่าจะกำจัดการรบกวนได้ทุกกรณี

9.6 ลด Channel Width ของ 2.4GHz

การใช้ความกว้าง 20 MHz มักเหมาะกับพื้นที่ที่มีสัญญาณหนาแน่นและช่วยลดการทับซ้อนกับเครือข่ายอื่น

9.7 แยกชื่อ Wi‑Fi ชั่วคราว

หาก Router ใช้ชื่อเดียวกันทั้ง 2.4GHz และ 5GHz การแยกชื่อชั่วคราวช่วยให้ตรวจสอบได้ว่าอุปกรณ์เชื่อมต่อกับย่านใด

9.8 ตรวจสอบสภาพไมโครเวฟ

หากประตูปิดไม่สนิท ตัวเครื่องเสียหาย หรือมีอาการผิดปกติ ควรหยุดใช้และให้ศูนย์บริการหรือช่างผู้มีความรู้ตรวจสอบ


10. ตำแหน่งวาง Router ที่ควรหลีกเลี่ยงในห้องครัว

ห้องครัวมักมีโลหะ เครื่องใช้ไฟฟ้า และพื้นผิวที่สะท้อนสัญญาณจำนวนมาก จึงไม่ใช่ตำแหน่งที่เหมาะสำหรับ Router

ควรหลีกเลี่ยงตำแหน่งต่อไปนี้

  • บนหรือหลังไมโครเวฟ
  • ใกล้เตาไฟฟ้า
  • ติดตู้เย็น
  • ในตู้โลหะ
  • ใต้ซิงก์ล้างจาน
  • ใกล้พื้นที่เปียกหรือมีไอน้ำ
  • หลังเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่
  • ในตู้ปิดที่ระบายอากาศไม่ดี
  • ชิดอะแดปเตอร์กำลังสูงหลายตัว
  • บนพื้นที่ร้อนหรือมีคราบน้ำมัน

Router ควรอยู่ในบริเวณแห้ง อากาศถ่ายเท ไม่มีความร้อนสูง และไม่มีสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่อยู่รอบตัว


11. ไมโครเวฟเก่ารบกวน Wi‑Fi มากกว่าหรือไม่

ไมโครเวฟรุ่นเก่าไม่ได้หมายความว่าจะรบกวน Wi‑Fi มากกว่าทุกเครื่อง แต่สภาพของประตู ขอบซีล โครงสร้าง และการใช้งานมีผลต่อการควบคุมพลังงานภายใน

สิ่งที่ควรสังเกต ได้แก่

  • ประตูปิดไม่สนิท
  • บานพับหลวมหรือผิดรูป
  • ขอบประตูเสียหาย
  • ตัวเครื่องมีรอยกระแทกรุนแรง
  • เครื่องทำงานผิดปกติ
  • มีเสียงหรือกลิ่นที่ไม่เคยเกิดขึ้น
  • Wi‑Fi หลุดรุนแรงแม้อยู่ห่างหลายเมตร

ไม่ควรแกะฝาครอบหรือพยายามซ่อมไมโครเวฟด้วยตนเอง เพราะภายในมีส่วนประกอบไฟฟ้าแรงดันสูงที่อาจยังเป็นอันตรายแม้ถอดปลั๊กแล้ว ควรให้ช่างที่ได้รับการฝึกอบรมตรวจสอบเท่านั้น


12. เมื่อไรควรหยุดใช้ไมโครเวฟและให้ช่างตรวจสอบ

สัญญาณ Wi‑Fi อ่อนเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าไมโครเวฟไม่ปลอดภัย เพราะการรบกวนอาจเกิดได้แม้เครื่องทำงานตามปกติ แต่ควรหยุดใช้งานหากพบความเสียหายหรืออาการผิดปกติ เช่น

  • ประตูปิดไม่สนิท
  • บานพับหรือกลอนประตูเสียหาย
  • ขอบประตูผิดรูป
  • กระจกหรือโครงสร้างแตกร้าว
  • มีประกายไฟภายในขณะใช้งาน
  • มีกลิ่นไหม้หรือควัน
  • สายไฟหรือปลั๊กเสียหาย
  • เครื่องเปิดทำงานเองหรือหยุดผิดปกติ

ไม่ควรใช้เทป กาว หรือวัสดุอื่นดัดแปลงประตู และไม่ควรถอดฝาครอบเพื่อซ่อมเอง ควรหยุดใช้ ถอดปลั๊กเมื่อทำได้อย่างปลอดภัย และติดต่อผู้ให้บริการที่มีความรู้


13. Wi‑Fi 6 ช่วยแก้ปัญหาไมโครเวฟหรือไม่

Wi‑Fi 6 สามารถทำงานได้ทั้งย่าน 2.4GHz และ 5GHz การใช้ Router Wi‑Fi 6 จึงไม่ได้หมายความว่าจะหลีกเลี่ยงการรบกวนจากไมโครเวฟโดยอัตโนมัติ

หากอุปกรณ์ Wi‑Fi 6 เชื่อมต่อบน 2.4GHz ก็ยังมีโอกาสได้รับผลกระทบ แต่ถ้าเชื่อมต่อบน 5GHz ปัญหาจากไมโครเวฟมักลดลงอย่างมาก

สิ่งที่สำคัญกว่าชื่อมาตรฐานคือ

  • อุปกรณ์เชื่อมต่ออยู่บนย่านใด
  • Router อยู่ห่างจากไมโครเวฟแค่ไหน
  • มีสิ่งกีดขวางระหว่างทางหรือไม่
  • สัญญาณที่ตำแหน่งใช้งานแรงเพียงใด
  • มีอุปกรณ์อื่นใช้ Channel เดียวกันมากหรือไม่

Wi‑Fi 6E หรือ Wi‑Fi 7 ที่รองรับย่าน 6GHz สามารถหลีกเลี่ยงย่าน 2.4GHz ได้เช่นกัน แต่ระยะครอบคลุมของ 6GHz สั้นกว่าและอุปกรณ์ทั้งสองด้านต้องรองรับ


14. คำถามที่พบบ่อย

ไมโครเวฟทำให้ Wi‑Fi หลุดจริงหรือไม่

จริงได้ โดยเฉพาะ Wi‑Fi 2.4GHz เพราะไมโครเวฟทำงานใกล้ความถี่ 2.45GHz

ทำไม Wi‑Fi หลุดเฉพาะตอนอุ่นอาหาร

เพราะระบบกำเนิดคลื่นของไมโครเวฟทำงานในช่วงนั้น เมื่อหยุดทำความร้อน สัญญาณรบกวนจึงลดลง

Wi‑Fi 5GHz ถูกรบกวนจากไมโครเวฟหรือไม่

โดยทั่วไปได้รับผลกระทบน้อยกว่าอย่างมาก เพราะไม่ได้ใช้ย่านความถี่เดียวกัน

ควรวาง Router บนไมโครเวฟหรือไม่

ไม่ควร เพราะมีทั้งปัญหาสัญญาณรบกวน ความร้อน และตำแหน่งที่ไม่เหมาะกับการกระจาย Wi‑Fi

เปลี่ยน Router ใหม่ช่วยได้หรือไม่

อาจช่วยได้หาก Router ใหม่รองรับ 5GHz แต่ควรย้ายตำแหน่งและเปลี่ยนย่านก่อน เพราะ Router ใหม่ที่ยังวางชิดไมโครเวฟอาจพบปัญหาเดิมบน 2.4GHz

เปลี่ยน Channel แล้วจะหายแน่นอนหรือไม่

ไม่แน่นอน เพราะสัญญาณจากไมโครเวฟอาจครอบคลุมมากกว่าหนึ่ง Channel การย้าย Router หรือใช้ 5GHz มักได้ผลกว่า

Smart TV หลุดเมื่อเปิดไมโครเวฟควรแก้อย่างไร

เปลี่ยน Smart TV ไปใช้ 5GHz หรือต่อสาย LAN และย้าย Router ให้อยู่ห่างจากไมโครเวฟ

ไมโครเวฟที่ปิดอยู่บัง Wi‑Fi ได้หรือไม่

ได้ ตัวเครื่องที่มีโลหะยังสามารถบดบังหรือสะท้อนสัญญาณได้ แม้ไม่ได้เปิดทำงาน

ควรซื้อ Wi‑Fi Extender มาวางในครัวหรือไม่

ไม่ควรวาง Extender ชิดไมโครเวฟ เพราะอาจได้รับการรบกวนเหมือนอุปกรณ์อื่น ควรวางในจุดที่รับสัญญาณจาก Router ได้ดีและอยู่ห่างจากแหล่งรบกวน


15. สรุป

การวาง Router ใกล้ไมโครเวฟอาจทำให้ Wi‑Fi 2.4GHz ช้า หลุด หรือค่า Ping สูงขึ้น เพราะทั้งสองระบบทำงานในช่วงความถี่ใกล้กัน อาการมักเกิดขณะไมโครเวฟกำลังทำความร้อนและลดลงเมื่อเครื่องหยุด

แนวทางแก้ที่ได้ผลคือย้าย Router ออกจากห้องครัวหรือเว้นระยะหลายเมตรเมื่อทำได้ เปลี่ยนอุปกรณ์สำคัญไปใช้ Wi‑Fi 5GHz และใช้สาย LAN กับอุปกรณ์ที่อยู่กับที่ การเปลี่ยน Channel อาจช่วยได้บางส่วน แต่ไม่สามารถแก้การรบกวนได้ทุกกรณี

หากไมโครเวฟมีประตู ขอบเครื่อง สายไฟ หรือโครงสร้างเสียหาย ไม่ควรแกะหรือซ่อมเอง ควรหยุดใช้และให้ช่างตรวจสอบ สำหรับผู้อ่าน comsiam หลักการง่ายที่สุดคือแยก Router ออกจากไมโครเวฟ ใช้ 5GHz เมื่อเป็นไปได้ และจัด Router ไว้ในตำแหน่งเปิดโล่งใกล้กึ่งกลางพื้นที่ใช้งาน