iPhone โทรออกได้แต่รับสายไม่ได้ แก้อย่างไร

iPhone โทรออกได้แต่รับสายไม่ได้ เป็นปัญหาที่หลายคนพบหลังอัปเดต iOS เปลี่ยนซิม หรือปรับการตั้งค่าบางอย่าง แม้ว่าจะยังโทรออก เล่นอินเทอร์เน็ต และใช้งานแอปต่าง ๆ ได้ตามปกติ แต่เมื่อมีสายเข้า กลับไม่สามารถรับสายได้หรือไม่มีการแจ้งเตือนเลย ซึ่งส่วนใหญ่สามารถแก้ไขได้เองโดยไม่ต้องส่งเครื่องเข้าศูนย์


iPhone โทรออกได้แต่รับสายไม่ได้ แก้อย่างไร

หากมีคนบอกว่าโทรหาคุณไม่ติด แต่คุณยังสามารถโทรออกได้ตามปกติ ปัญหานี้อาจเกิดจากการตั้งค่า Focus, การโอนสาย, การตั้งค่าเครือข่าย หรือข้อผิดพลาดของระบบ iOS

บทความนี้จะอธิบายทุกสาเหตุที่เป็นไปได้ พร้อมวิธีแก้ไขแบบละเอียด เพื่อให้ iPhone กลับมารับสายได้ตามปกติอีกครั้ง

เว็บไซต์ comsiam แนะนำให้ทำตามขั้นตอนจากง่ายไปยาก เพราะหลายกรณีสามารถแก้ไขได้ภายในไม่กี่นาที


สารบัญ

  • อาการที่พบ
  • สาเหตุของปัญหา
  • วิธีแก้ไขทีละขั้นตอน
  • เมื่อไรควรส่งศูนย์บริการ
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุป

1. อาการของปัญหา

คุณอาจพบอาการดังต่อไปนี้

  • โทรออกได้ตามปกติ
  • เล่นอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายมือถือได้
  • คนอื่นโทรเข้ามาไม่ติด
  • ไม่มีเสียงเรียกเข้า
  • ไม่มีหน้าจอสายเรียกเข้า
  • มีเพียงข้อความแจ้งสายที่ไม่ได้รับ
  • รับสายไม่ได้แม้กดปุ่มรับแล้ว

2. สาเหตุที่ทำให้ iPhone โทรออกได้แต่รับสายไม่ได้

สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

  • เปิดโหมด Focus
  • เปิดห้ามรบกวน
  • เปิดปิดเสียงผู้โทรที่ไม่รู้จัก
  • เปิดโอนสาย
  • เครือข่ายมือถือผิดปกติ
  • ซิมหรือ eSIM มีปัญหา
  • การตั้งค่าเครือข่ายเสียหาย
  • iOS มีข้อผิดพลาด
  • ผู้ให้บริการเครือข่ายขัดข้อง

3. ตรวจสอบโหมด Focus

ไปที่

การตั้งค่า > โฟกัส (Focus)

หากเปิดโหมดใดอยู่ ให้ปิดชั่วคราว แล้วทดลองให้ผู้อื่นโทรเข้ามาอีกครั้ง


4. ตรวจสอบโหมดห้ามรบกวน

หากเปิดใช้งานอยู่

สายเรียกเข้าอาจถูกปิดเสียงทั้งหมด

ตรวจสอบได้ที่

การตั้งค่า > Focus > ห้ามรบกวน


5. ปิดฟีเจอร์ปิดเสียงผู้โทรที่ไม่รู้จัก

ไปที่

การตั้งค่า > โทรศัพท์ > ปิดเสียงผู้โทรที่ไม่รู้จัก

หากเปิดไว้ ให้ปิดแล้วทดลองรับสายอีกครั้ง


6. ตรวจสอบการโอนสาย

ไปที่

การตั้งค่า > โทรศัพท์ > การโอนสาย

หากเปิดใช้งานโดยไม่ตั้งใจ ให้ปิด แล้วลองให้คนอื่นโทรเข้ามา


7. รีสตาร์ท iPhone

การรีสตาร์ทช่วยรีเฟรชระบบและแก้ปัญหาซอฟต์แวร์ชั่วคราวได้

  1. ปิดเครื่อง
  2. รอประมาณ 30 วินาที
  3. เปิดเครื่องใหม่

8. เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน

  • เปิด Airplane Mode
  • รอประมาณ 30 วินาที
  • ปิด Airplane Mode
  • รอให้สัญญาณมือถือกลับมา

วิธีนี้ช่วยเชื่อมต่อเครือข่ายใหม่


9. รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย

ไปที่

การตั้งค่า > ทั่วไป > ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย

การดำเนินการนี้จะไม่ลบข้อมูลส่วนตัว แต่จะรีเซ็ตการเชื่อมต่อเครือข่ายทั้งหมด


10. อัปเดต iOS

เปิด

การตั้งค่า > ทั่วไป > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์

ติดตั้งเวอร์ชันล่าสุด เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดที่ Apple ปล่อยแพตช์แก้ไข


11. ตรวจสอบ Carrier Settings

ไปที่

การตั้งค่า > ทั่วไป > เกี่ยวกับ

หากมีข้อความแจ้งให้อัปเดตการตั้งค่าผู้ให้บริการ ให้ดำเนินการทันที


12. ทดสอบซิมกับโทรศัพท์เครื่องอื่น

หากซิมสามารถรับสายได้ในเครื่องอื่น

แสดงว่าปัญหาอาจเกิดจากตัว iPhone

หากยังรับสายไม่ได้เช่นเดิม

ควรติดต่อผู้ให้บริการเครือข่าย


13. รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด

หากลองทุกวิธีแล้วยังไม่หาย

สามารถเลือก

รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด

ข้อมูล เช่น รูปภาพ รายชื่อ และไฟล์ต่าง ๆ จะไม่ถูกลบ


14. เมื่อไรควรนำเครื่องเข้าศูนย์บริการ

ควรส่งศูนย์เมื่อ

  • รับสายไม่ได้ทุกเครือข่าย
  • เครื่องตกหรือโดนน้ำ
  • ไม่มีสัญญาณตลอดเวลา
  • ทดลองทุกวิธีแล้วไม่สำเร็จ
  • สงสัยว่าเสาสัญญาณหรือโมเด็มภายในเครื่องมีปัญหา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ทำไมโทรออกได้แต่รับสายไม่ได้

มักเกิดจากการตั้งค่า Focus, การโอนสาย, การตั้งค่าเครือข่าย หรือปัญหาจากผู้ให้บริการมือถือ

รีเซ็ตเครือข่ายแล้วข้อมูลหายไหม

ไม่หาย แต่ต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi และอุปกรณ์ Bluetooth ใหม่

เปลี่ยนซิมช่วยได้หรือไม่

หากซิมชำรุดหรือใช้งานมานาน การเปลี่ยนซิมใหม่อาจช่วยแก้ปัญหาได้

จำเป็นต้องรีเซ็ตเครื่องหรือไม่

ยังไม่จำเป็น ควรทดลองทุกวิธีในบทความนี้ก่อน


สรุป

หาก iPhone โทรออกได้แต่รับสายไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าตัวเครื่องเสียเสมอไป ส่วนใหญ่เกิดจากการตั้งค่า Focus, การโอนสาย หรือปัญหาเครือข่าย ซึ่งสามารถแก้ไขได้เองภายในไม่กี่นาที หากทำทุกขั้นตอนแล้วยังไม่สามารถรับสายได้ ควรทดสอบซิมกับเครื่องอื่น และติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายหรือศูนย์บริการ Apple เพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติม

สำหรับเทคนิคการใช้งาน iPhone และคู่มือแก้ปัญหาแบบละเอียด สามารถติดตามบทความใหม่ ๆ จาก comsiam ได้อย่างต่อเนื่อง