Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หากต้องการทำ YouTube Shorts ให้เหมาะกับการดูบนโทรศัพท์ ขนาดที่นิยมใช้มากที่สุดคือ 1080 × 1920 พิกเซล ในอัตราส่วน 9:16 ซึ่งเป็นวิดีโอแนวตั้งเต็มหน้าจอ
อย่างไรก็ตาม YouTube ไม่ได้กำหนดว่า Shorts ต้องเป็น 1080 × 1920 พิกเซลเท่านั้น สิ่งสำคัญคือวิดีโอต้องมีรูปแบบ แนวตั้งหรือสี่เหลี่ยม ตามเงื่อนไขของ Shorts และมีความยาวไม่เกิน 3 นาที
ถ้าต้องการตั้งค่าแบบง่ายสำหรับการทำ Shorts ทั่วไป สามารถใช้ค่าต่อไปนี้ได้
ขนาดวิดีโอ: 1080 × 1920 พิกเซล
อัตราส่วน: 9:16
ความละเอียด: Full HD
แนววิดีโอ: แนวตั้ง
รูปแบบนี้เหมาะกับการดูบนหน้าจอโทรศัพท์และใช้พื้นที่ของ Shorts Feed ได้อย่างเต็มที่
สำหรับการสร้าง Shorts โดยเฉพาะ อัตราส่วนที่เหมาะมากที่สุดคือ
9:16
เป็นรูปแบบแนวตั้ง
ตัวอย่างขนาด
1080 × 1920 พิกเซล
หมายความว่า
กว้าง 1080 พิกเซล
สูง 1920 พิกเซล
ต่างจากวิดีโอ YouTube ปกติแบบแนวนอนที่นิยมใช้
16:9
หรือ
1920 × 1080 พิกเซล
ดังนั้นต้องระวังอย่าสลับตัวเลข
1080 × 1920
1920 × 1080
เพียงสลับตำแหน่งความกว้างและความสูง รูปแบบวิดีโอก็เปลี่ยนทันที
เหตุผลหลักคือผู้ชม Shorts จำนวนมากดูผ่านโทรศัพท์ในแนวตั้ง
อัตราส่วน 9:16 จึงสามารถแสดงวิดีโอได้เต็มพื้นที่หน้าจอมากกว่า
ข้อดี ได้แก่
เมื่อผู้ชมปัดดู Shorts ต่อเนื่อง วิดีโอแนวตั้งจึงเป็นรูปแบบที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด
หากต้องการตั้ง Project ใหม่ในโปรแกรมตัดต่อ สามารถใช้
1080 × 1920 px
เป็นค่าพื้นฐานได้เลย
เหมาะกับโปรแกรม เช่น
โดยเลือก Canvas หรือ Project Ratio เป็น
9:16
จากนั้นจึงใส่วิดีโอ รูปภาพ ข้อความ และเสียงลงไป
ไม่ใช่ข้อบังคับว่าต้องใช้ Resolution นี้เท่านั้น
YouTube สามารถรองรับวิดีโอที่มีความละเอียดอื่นได้
สิ่งสำคัญกว่าคือ
1080 × 1920 เป็นเพียงขนาดที่นิยมและเหมาะกับการทำ Full HD แนวตั้ง
จึงเป็นค่าที่ใช้ง่ายสำหรับ Creator ส่วนใหญ่
ได้
YouTube รองรับวิดีโอแบบ สี่เหลี่ยมจัตุรัส สำหรับ Shorts ด้วย
อัตราส่วนคือ
1:1
ตัวอย่างขนาด
1080 × 1080 พิกเซล
วิดีโอแบบนี้สามารถถูกจัดเป็น Shorts ได้หากเข้าเงื่อนไขอื่นของ YouTube
อย่างไรก็ตาม เมื่อดูบนโทรศัพท์ วิดีโอ 1:1 จะไม่ได้ใช้พื้นที่แนวตั้งเต็มหน้าจอเท่ากับ 9:16
ดังนั้นหากสร้าง Content ใหม่สำหรับ Shorts โดยเฉพาะ
9:16 มักเหมาะกว่า
ไม่จำเป็นต้องเป็น 9:16 เท่านั้น
YouTube ระบุว่าวิดีโอที่เป็น
สามารถถูกจัดประเภทเป็น Shorts ได้เมื่อเข้าเงื่อนไข
แต่หากต้องการทำเพื่อ Shorts Feed โดยตรง การใช้แนวตั้งมีข้อได้เปรียบด้านพื้นที่หน้าจอ
จึงควรใช้
9:16
เป็นมาตรฐานหลัก
วิดีโอแนวนอน 16:9 ไม่ใช่รูปแบบหลักสำหรับ Shorts
ตัวอย่าง
1920 × 1080
เหมาะกับวิดีโอ YouTube แบบปกติมากกว่า
หากมีวิดีโอแนวนอนอยู่แล้ว สามารถนำมาตัดใหม่ให้เป็นแนวตั้งได้
ตัวอย่าง
วิดีโอต้นฉบับ
1920 × 1080
สร้าง Project ใหม่
1080 × 1920
จากนั้น Crop หรือจัดตำแหน่ง Subject ให้อยู่ตรงกลาง
วิธีนี้ช่วยนำวิดีโอเดิมมาทำเป็น Shorts ได้
สามารถทำได้ในโปรแกรมตัดต่อทั่วไป
ตั้ง Canvas เป็น
1080 × 1920
นำไฟล์ 16:9 ลง Timeline
ขยายหรือเลื่อนวิดีโอให้ Subject อยู่ในพื้นที่สำคัญ
เพิ่ม Caption หรือ Text เพื่อใช้พื้นที่แนวตั้งให้มีประโยชน์
ส่งออกเป็นไฟล์แนวตั้ง
จากนั้นนำไปอัปโหลดเป็น Shorts
การเปลี่ยนจาก 16:9 เป็น 9:16 จะตัดพื้นที่ด้านซ้ายและขวาออกจำนวนมาก
ถ้าต้นฉบับมีคนสองคนอยู่คนละฝั่ง อาจทำให้คนหนึ่งหลุดออกจาก Frame
ดังนั้นควรตรวจทุก Shot
อาจต้อง
ตามเนื้อหา
สามารถใช้วิดีโอแนวตั้งที่มี Resolution ต่ำกว่า Full HD ได้ แต่คุณภาพภาพจะน้อยกว่า 1080 × 1920
720 × 1280
ก็ยังเป็นอัตราส่วน
9:16
ดังนั้นรูปแบบถูกต้อง
แต่หากอุปกรณ์และโปรแกรมรองรับ แนะนำให้สร้างต้นฉบับที่
1080 × 1920
เพราะมีรายละเอียดมากกว่าและยังไม่หนักเท่า 4K
YouTube รองรับ Resolution สูงหลายระดับ แต่สำหรับ Shorts ทั่วไป ไม่จำเป็นต้องทำ 4K ทุกคลิป
ตัวอย่างวิดีโอแนวตั้ง 4K คือ
2160 × 3840
อัตราส่วน 9:16
ข้อดีคือ
ข้อเสียคือ
สำหรับ Creator ทั่วไป
1080 × 1920
มักเพียงพอและจัดการง่ายกว่า
YouTube รองรับ Frame Rate ทั่วไป เช่น
หลักที่ YouTube แนะนำคือควร Upload ด้วย Frame Rate เดียวกับที่บันทึกมา
ตัวอย่าง
ถ่าย
30 fps
ก็ควร Export
30 fps
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็น 60 fps เพียงเพื่อหวังให้ภาพดูดีขึ้น
ขึ้นอยู่กับ Content
เหมาะกับ
เหมาะกับ
หากถ่ายวิดีโอทั่วไป
30 fps
ก็เพียงพอ
ไม่จำเป็นต้องใช้ 60 fps ทุกคลิป
สำหรับการใช้งานทั่วไป
MP4
เป็นรูปแบบที่นิยมและใช้งานง่าย
Video Codec ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ
H.264
ส่วนเสียงสามารถใช้
AAC
ได้
โปรแกรมตัดต่อส่วนใหญ่มี Preset สำหรับ YouTube อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องตั้งค่าทางเทคนิคละเอียดทุกครั้ง
YouTube มีค่าการเข้ารหัสที่แนะนำตาม Resolution และ Frame Rate
สำหรับ 1080p SDR ตัวเลขที่ YouTube แนะนำสำหรับวิดีโอทั่วไปอยู่ประมาณ
8 Mbps สำหรับ 24–30 fps
และ
12 Mbps สำหรับ 48–60 fps
อย่างไรก็ตาม โปรแกรมตัดต่อสมัยใหม่มักมี Preset ที่เหมาะกับ YouTube อยู่แล้ว
สำหรับมือใหม่สามารถเลือก
1080p High Quality
หรือ
Recommended Quality
ได้
ไม่จำเป็นต้องตั้ง Bitrate สูงมากเกินไป เพราะไฟล์จะใหญ่ขึ้นโดยที่ความแตกต่างอาจมองเห็นได้น้อย
ค่าพื้นฐานที่ใช้ง่ายคือ
1080p
และ
30 fps
โดยถือโทรศัพท์ในแนวตั้ง
เหมาะกับ
หากถ่าย Action หรือ Gameplay อาจพิจารณา
60 fps
ตามความเหมาะสม
YouTube สามารถปรับ Player ให้เหมาะกับอัตราส่วนของวิดีโอโดยอัตโนมัติ
จึงไม่ควรใส่
ลงในไฟล์เองโดยไม่จำเป็น
ตัวอย่าง
หากมีวิดีโอ 9:16
ควร Export เป็น 9:16 จริง
ไม่ควรเอา 9:16 ไปวางใน Canvas 16:9 แล้วใส่แถบดำรอบวิดีโอ
เพราะจะเสียพื้นที่หน้าจอ
สำคัญมาก
หน้าจอ Shorts มี Interface ของ YouTube อยู่หลายตำแหน่ง เช่น
ดังนั้นอย่าวางข้อความสำคัญชิดขอบหน้าจอมากเกินไป
โดยเฉพาะ
ด้านขวา
และ
ด้านล่าง
ควรวางข้อความหลักในพื้นที่กลางของภาพ เพื่อให้โอกาสถูก UI บังน้อยลง
แนวทางง่าย ๆ คือ
วาง
บริเวณกลางภาพ
และเว้นระยะจากขอบ
ตัวอย่าง
ไม่ควรวางคำว่า
Wi-Fi ช้าแก้ยังไง
ชิดด้านล่างสุด
เพราะข้อความของ YouTube อาจทับได้
ลอง Preview ก่อน Upload ทุกครั้ง
ถ้าเป็นคนพูดหน้ากล้อง ควรวางใบหน้าและ Subject ในบริเวณที่เห็นชัด
หลีกเลี่ยง
การจัด Composition ให้เหมาะกับโทรศัพท์ช่วยทำให้ Shorts ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น
หากทำ Graphic สำหรับ Shorts สามารถใช้ Canvas
1080 × 1920
เช่นเดียวกับวิดีโอ
เหมาะสำหรับ
หากรูปต้นฉบับเป็นแนวนอน ควร Crop หรือจัด Layout ให้เหมาะกับ 9:16
หากสร้างใน Canva สามารถเลือก Template สำหรับวิดีโอแนวตั้งหรือ YouTube Shorts
หากต้องกำหนดขนาดเอง ใช้
1080 × 1920 px
จากนั้นออกแบบ
ให้อยู่ใน Safe Area
ก่อนดาวน์โหลดเป็นวิดีโอ
ใน CapCut ให้เลือก
Ratio 9:16
จากนั้นตรวจ Resolution ตอน Export
แนะนำเริ่มที่
1080p
Frame Rate
30 fps
หรือเท่ากับไฟล์ต้นฉบับ
หากต้นฉบับถ่าย 60 fps และต้องการรักษาความลื่น ก็สามารถ Export 60 fps ได้
สร้าง Sequence ที่มี Frame Size
1080 Horizontal
1920 Vertical
หรือ
1080 × 1920
จากนั้นเลือก Frame Rate ให้ตรงกับวิดีโอต้นฉบับ เช่น
30 fps
แล้วนำ Footage ลง Timeline
หากเป็นวิดีโอแนวนอน ให้ปรับ Position และ Scale เพื่อจัดภาพใหม่สำหรับแนวตั้ง
เกมจำนวนมากบันทึกเป็น 16:9
เช่น
1920 × 1080
เวลานำมาทำ Shorts สามารถสร้าง Canvas 9:16 แล้วออกแบบ Layout ใหม่ เช่น
Gameplay
Face Cam หรือ Caption
หรือ Crop Gameplay ให้เต็มหน้าจอ
ต้องเลือกตามเกม เพราะบางเกมมีข้อมูล HUD อยู่ด้านข้าง หาก Crop มากเกินไปอาจทำให้ข้อมูลสำคัญหาย
การอัดหน้าจอโทรศัพท์มักเป็นแนวตั้งอยู่แล้ว จึงเหมาะกับ Shorts มาก
ตัวอย่าง Content
หลังอัดเสร็จ สามารถเพิ่ม
เพื่อช่วยให้ผู้ชมตามขั้นตอนได้ง่ายขึ้น
Resolution ไม่ได้ทำให้วิดีโอติด Search เพียงเพราะใช้ 1080p หรือ 4K
SEO YouTube ยังขึ้นอยู่กับ
แต่คุณภาพภาพมีผลต่อประสบการณ์ผู้ชม
หากภาพแตกจนอ่านข้อความไม่ได้ คนอาจออกจากวิดีโอเร็วขึ้น
ดังนั้น Resolution ควรดีพอให้ผู้ชมดูสบาย แต่ไม่จำเป็นต้องสูงที่สุดเสมอไป
ไม่มีหลักประกันว่า 4K จะทำให้ได้วิวมากกว่า
Shorts 1080p ที่
สามารถทำผลงานดีกว่าวิดีโอ 4K ที่ผู้ชมไม่สนใจได้
อย่าให้ Specification ทางเทคนิคกลายเป็นสิ่งสำคัญกว่าเนื้อหา
ทำให้ได้แนวนอนแทนแนวตั้ง
ทำให้เสียพื้นที่จอ
มักเกิดเมื่อนำวิดีโอแนวนอนมาแปลง
ถูก UI ของ Shorts บัง
ทำให้ภาพและ Text ไม่คม
ทำให้ไฟล์ใหญ่และ Workflow ช้าลง
อาจไม่ได้เพิ่มคุณภาพจริง
หากไม่อยากตั้งค่าให้ซับซ้อน ใช้ค่าต่อไปนี้ได้
Resolution: 1080 × 1920
Aspect Ratio: 9:16
Frame Rate: 30 fps
Format: MP4
Video Codec: H.264
นี่เป็น Workflow ที่ใช้งานง่ายกับโทรศัพท์และโปรแกรมตัดต่อทั่วไป
หากมีเหตุผลเฉพาะ เช่น เกมหรือกีฬา จึงค่อยปรับเป็น 60 fps หรือใช้ Resolution สูงขึ้น
| รูปแบบ | ขนาดตัวอย่าง | อัตราส่วน | เหมาะกับ Shorts |
|---|---|---|---|
| แนวตั้ง Full HD | 1080 × 1920 | 9:16 | เหมาะมาก |
| แนวตั้ง HD | 720 × 1280 | 9:16 | ใช้ได้ |
| สี่เหลี่ยม | 1080 × 1080 | 1:1 | ใช้ได้ |
| แนวนอน Full HD | 1920 × 1080 | 16:9 | เหมาะกับวิดีโอปกติมากกว่า |
ถ้าต้องเลือกเพียงรูปแบบเดียวสำหรับ Shorts ใหม่
1080 × 1920 / 9:16
เป็นตัวเลือกที่ใช้ง่ายที่สุด
ก่อน Export ตรวจว่า
จากนั้น Preview บนหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้งก่อน Upload
หากถามว่า ขนาด YouTube Shorts เท่าไหร่ ใช้อัตราส่วนเท่าไหร่ ค่าที่เหมาะและนิยมใช้มากที่สุดสำหรับการสร้าง Shorts ใหม่คือ
1080 × 1920 พิกเซล
อัตราส่วน
9:16
เป็นวิดีโอแนวตั้ง Full HD ที่เหมาะกับการรับชมบนโทรศัพท์
อย่างไรก็ตาม YouTube สามารถจัดวิดีโอแบบ แนวตั้งหรือสี่เหลี่ยม เป็น Shorts ได้เมื่อเข้าเงื่อนไข จึงไม่จำเป็นต้องใช้ 1080 × 1920 เท่านั้น
สำหรับผู้เริ่มต้น comsiam แนะนำให้ใช้ 1080 × 1920 เป็นมาตรฐานหลัก เพราะทำงานง่าย ภาพคมเพียงพอ และรองรับโปรแกรมตัดต่อยอดนิยมแทบทุกตัว
สิ่งสำคัญคืออย่ามองเพียง Resolution เพราะ Shorts ที่ภาพ 4K แต่เนื้อหาไม่น่าสนใจไม่ได้มีข้อได้เปรียบเหนือคลิป 1080p ที่ตอบความต้องการของผู้ชมได้ดีกว่า
ดังนั้น comsiam แนะนำให้ตั้งค่า 9:16 ให้ถูกต้องก่อน แล้วใช้เวลาไปกับ Topic, Hook, เนื้อหา และการรักษาความสนใจของผู้ชม ซึ่งมีผลต่อประสบการณ์การรับชมมากกว่าการไล่เพิ่ม Resolution อย่างเดียว