Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Keyword Research สำหรับ YouTube คือกระบวนการค้นหา วิเคราะห์ และคัดเลือกคำที่ผู้ชมใช้ค้นหาวิดีโอจริง เพื่อนำมาใช้วางแผนหัวข้อวิดีโอ ตั้งชื่อคลิป สร้างเนื้อหา และเพิ่มโอกาสได้รับ Traffic จาก YouTube Search
แต่การหา Keyword ที่ดีไม่ใช่แค่หาคำที่มีคนค้นเยอะที่สุด
Keyword ที่เหมาะควรมีอย่างน้อย 4 อย่างร่วมกัน ได้แก่
มีคนค้นจริง
Search Intent ชัด
เกี่ยวข้องกับช่อง
เราสามารถสร้างวิดีโอที่ตอบได้ดี
สำหรับ Creator มือใหม่ การทำ Keyword Research อย่างเป็นระบบจะช่วยลดการเดาหัวข้อ และทำให้แต่ละวิดีโอมีเหตุผลชัดเจนว่ากำลังสร้างให้ใครและเพื่อคำค้นอะไร
Keyword Research คือการหาว่า
คนพิมพ์อะไรลงใน YouTube Search
และพยายามทำความเข้าใจว่า
เขาต้องการอะไรหลังจากพิมพ์คำนั้น
ตัวอย่าง
Keyword:
CTR YouTube
คำนี้ยังค่อนข้างกว้าง
แต่เมื่อขยายออกมา อาจพบ Intent เช่น
ทั้งหมดเกี่ยวกับ CTR เหมือนกัน
แต่ไม่ควรใช้วิดีโอเดียวตอบทุก Intent
นี่คือเหตุผลที่ Keyword Research ไม่ใช่เพียงการหา “คำ” แต่คือการแยกความต้องการของผู้ค้นหาออกเป็นหัวข้อที่ชัดเจน
Seed Keyword คือคำตั้งต้นที่กว้างพอให้เรานำไปขยายหา Keyword เพิ่ม
ตัวอย่างช่องเกี่ยวกับ YouTube
Seed Keyword อาจเป็น
ช่องเกี่ยวกับ Network อาจใช้
อย่าเริ่มจาก Seed Keyword จำนวนมากเกินไป
เลือกหัวข้อหลักของช่องก่อน แล้วค่อยขยายคำค้นทีละกลุ่ม
วิธีง่ายที่สุดในการเริ่ม Keyword Research คือใช้ช่อง Search ของ YouTube
พิมพ์คำหลัก เช่น
YouTube SEO
จากนั้นดูคำแนะนำที่ปรากฏ
อาจพบแนวคำอย่าง
คำแนะนำเหล่านี้สามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการวิเคราะห์ต่อ
แต่อย่าถือว่าทุกคำต้องทำทันที
ต้องตรวจ Intent และการแข่งขันอีกครั้ง
นอกจากพิมพ์ Keyword ตรง ๆ แล้ว สามารถเพิ่มคำถามด้านหน้าได้
เช่น
วิธี + Keyword
ทำไม + Keyword
Keyword + คืออะไร
Keyword + ไม่ได้
Keyword + แก้ยังไง
ตัวอย่าง Seed Keyword:
YouTube Shorts
สามารถขยายเป็น
วิธีนี้ช่วยหา Long-tail Keyword และ Problem-based Keyword ได้ดี
อีกวิธีคือพิมพ์ Keyword แล้วเติมตัวอักษรต่อท้าย
ตัวอย่าง
YouTube SEO a
YouTube SEO b
หรือหากทำคอนเทนต์ภาษาไทย ลองเติมคำที่มักใช้ต่อท้าย เช่น
เป้าหมายคือเปิดมุม Keyword ที่อาจนึกไม่ถึง
จากนั้นจึงนำคำที่น่าสนใจไปตรวจเพิ่มเติม
หากช่องมีข้อมูลแล้ว แหล่ง Keyword ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งคือ YouTube Analytics
เข้า YouTube Studio แล้วดูรายงานที่เกี่ยวกับวิธีที่ผู้ชมค้นพบเนื้อหา
หากมี YouTube Search Traffic ให้ดู Search Terms
ตัวอย่างวิดีโอชื่อ
วิธีตั้งค่า Router D-Link
อาจพบผู้ชมเข้ามาจากคำว่า
คำเหล่านี้มีค่ามาก เพราะไม่ได้มาจากการเดา
แต่มาจากพฤติกรรมของผู้ชมจริง
YouTube Studio มีข้อมูลสำหรับช่วยหาแนวโน้มและไอเดียเนื้อหา
ในส่วน Trends หรือเครื่องมือ Research ที่บัญชีรองรับ สามารถใช้สำรวจสิ่งที่ผู้ชมกำลังดูหรือค้นหา และหา Content Gap สำหรับวิดีโอถัดไป
แนวทางที่ควรใช้คือ
อย่าเลือก Keyword เพียงเพราะระบบบอกว่ามีความนิยม
ต้องดูความเกี่ยวข้องกับผู้ชมของช่องด้วย
วิดีโอเก่าของช่องคือแหล่ง Keyword Research ที่หลายคนมองข้าม
เลือกวิดีโอที่มี Search Traffic ดี
จากนั้นดู
สมมติคลิป
วิธีเพิ่มยอดวิว YouTube
มีคนค้นมาจาก
YouTube วิวหยุด
นี่อาจเป็น Intent ใหม่
สร้างวิดีโอ
ทำไมวิดีโอ YouTube ได้วิวแล้วหยุด
แทนที่จะเพิ่มทุกอย่างเข้าไปในคลิปเดิม
Comment สามารถบอกได้ว่าผู้ชมมีคำถามอะไรต่อ
ตัวอย่างใต้คลิปเรื่อง
วิธีตั้งค่า Wi-Fi
มีคนถามว่า
“ถ้าลืมรหัส Admin ทำยังไง”
นี่คือ Search Intent ที่สามารถกลายเป็นหัวข้อใหม่
ลืมรหัส Admin Router D-Link แก้อย่างไร
Comment จึงไม่ใช่เพียง Engagement
แต่เป็นแหล่งข้อมูลความต้องการของผู้ชมจริง
สามารถเปิดวิดีโอที่ติด Search อยู่แล้ว แล้วศึกษาคำถามที่ผู้ชมถาม
ไม่ใช่เพื่อคัดลอกเนื้อหา
แต่เพื่อดูว่า
วิดีโอปัจจุบันยังมีคำถามอะไรที่ตอบไม่ครบ
ตัวอย่าง Comment หลายคนถามว่า
“ทำในมือถือได้ไหม”
นี่อาจบอกว่ามี Intent
วิธีตั้งค่า D-Link ผ่านมือถือ
หรือ
“รุ่นใหม่เมนูไม่เหมือนกัน”
อาจกลายเป็น
ตั้งค่า D-Link รุ่นใหม่
นี่คือ Content Gap จากผู้ชมจริง
หลังรวบรวม Keyword มาแล้ว อย่ารีบสร้างคลิป
ให้แบ่ง Intent ก่อน
ตัวอย่าง Keyword Cluster เรื่อง CTR
CTR YouTube คืออะไร
ต้องการความหมาย
CTR YouTube เท่าไหร่ดี
ต้องการตัวเลขหรือวิธีประเมิน
ทำไม CTR YouTube ต่ำ
ต้องการหาสาเหตุ
วิธีเพิ่ม CTR YouTube
ต้องการขั้นตอนแก้
CTR สูงแต่ยอดวิวต่ำ
ต้องการวิเคราะห์ปัญหา
แม้ทั้งหมดใช้คำว่า CTR แต่เป็นคนละ Intent
แต่ละ Intent สมควรได้รับเนื้อหาที่ต่างกัน
Keyword หลักคือ Intent หลักของวิดีโอ
ตัวอย่าง
วิธีเพิ่ม Watch Time YouTube
Keyword รองอาจเป็น
Keyword รองควรช่วยอธิบายหัวข้อหลัก
ไม่ควรกลายเป็น Intent ใหม่ที่ใหญ่พอจะต้องมีวิดีโอแยกเอง
Long-tail Keyword คือคำค้นที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
ตัวอย่าง
กว้าง:
YouTube
แคบลง:
YouTube SEO
แคบอีก:
วิธีทำ YouTube SEO
เฉพาะมากขึ้น:
วิธีทำ YouTube SEO สำหรับมือใหม่
ข้อดีคือ Intent มักชัดขึ้น
และช่องขนาดเล็กสามารถสร้างคำตอบตรงได้ง่ายกว่า Keyword กว้าง
แต่ Long-tail ไม่ได้หมายความว่าค้นเยอะเสมอไป
ต้องตรวจ Demand เพิ่มเติม
คำถามสำคัญคือ
มีคนสนใจหัวข้อนี้มากพอหรือไม่
ไม่มีตัวเลข Search Volume ของ YouTube ที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุก Keyword
ดังนั้นควรดูหลายสัญญาณประกอบ เช่น
หากพบสัญญาณจากหลายแหล่งว่าคนถามเรื่องเดียวกันซ้ำ ๆ นั่นเป็น Demand ที่น่าสนใจ
สมมติ Keyword A มี Volume สูงมาก แต่ Intent กว้างและคู่แข่งแข็งแรง
Keyword B มี Volume น้อยกว่า แต่
Keyword B อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับช่อง
ดังนั้น Keyword Research ที่ดีต้องดู
Volume + Intent + Competition + Relevance
พร้อมกัน
ค้น Keyword บน YouTube แล้วดูผลลัพธ์ช่วงบน
ตรวจว่า
ถ้าหน้า Search เต็มไปด้วยวิดีโอที่ตอบ Intent ดีมากจากช่องแข็งแรงหลายช่อง การแข่งขันก็ยากขึ้น
แต่ถ้าผลลัพธ์ยังไม่ตรง หรือคลิปเก่ามาก อาจมีโอกาส
ยอดวิวสูงไม่ได้หมายความว่าคู่แข่งครอง Search ได้ตลอดไป
วิดีโออาจมี View เยอะจาก Home หรือ Suggested
ดังนั้นเมื่อตรวจ Keyword ให้ดู
ความตรงกับ Intent
มากกว่ายอดวิวเพียงอย่างเดียว
ถามว่า
วิดีโอนี้เป็นคำตอบที่ดีสำหรับ Query นี้จริงหรือไม่
ถ้าไม่ เราอาจมีโอกาสสร้างคำตอบที่ดีกว่า
Content Gap คือสิ่งที่คนต้องการ แต่ผล Search ปัจจุบันยังตอบไม่ดี
ตัวอย่าง Keyword:
วิธีเพิ่ม Retention YouTube
วิดีโอคู่แข่งอาจพูดแต่เรื่อง Hook
แต่ไม่พูดถึง
นี่คือ Content Gap
เราไม่จำเป็นต้องสร้างวิดีโอ “ยาวกว่า”
แต่ควรสร้างวิดีโอ “ครบกว่าในสิ่งที่สำคัญ”
บาง Keyword ต้องการข้อมูลปัจจุบัน
เช่น
หากวิดีโออันดับต้นใช้ Interface เก่า นั่นอาจเป็นโอกาส
ตรงข้ามกับหัวข้อ Evergreen เช่น
YouTube SEO คืออะไร
ไม่จำเป็นต้องทำใหม่ทุกปีหากหลักการยังเหมือนเดิม
Problem Keyword มักเป็นคำที่คนค้นเมื่อมีปัญหา
รูปแบบ เช่น
ทำไม X
X ไม่ได้
X หาย
X ลดลง
X ไม่ขึ้น
ตัวอย่าง
Keyword ประเภทนี้มี Intent แข็งแรง เพราะผู้ค้นหาต้องการวิธีแก้จริง
How-to Keyword เหมาะกับ YouTube มาก
ตัวอย่าง
ข้อดีคือสามารถสร้างวิดีโอแบบ Step-by-step ได้ง่าย
และผู้ชมมักรู้ชัดว่าต้องการอะไร
บางช่องสามารถใช้ Keyword เปรียบเทียบได้
เช่น
A vs B
A ต่างจาก B อย่างไร
ตัวอย่าง
Search Intent คือช่วยตัดสินใจหรือทำความเข้าใจความแตกต่าง
วิดีโอต้องเปรียบเทียบอย่างตรงไปตรงมา
Keyword ประเภท
X คืออะไร
เหมาะกับผู้ชมระดับเริ่มต้น
ตัวอย่าง
วิดีโอประเภทนี้ควรตอบความหมายเร็ว แล้วค่อยขยายว่าใช้ทำอะไรและดูอย่างไร
ไม่ควรกลายเป็น How-to ยาวจน Intent หลักหาย
บางหัวข้อที่คนค้นบน Google ก็อาจมี Demand บน YouTube เช่นกัน
โดยเฉพาะ
สามารถใช้ Google เป็นแหล่งไอเดียเสริม
แต่ไม่ควรถือว่า Search Volume บน Google เท่ากับ YouTube
พฤติกรรมของสองแพลตฟอร์มแตกต่างกัน
Google Trends สามารถช่วยดูแนวโน้มความสนใจของหัวข้อได้
เช่น
แต่ Trends แสดงค่าความสนใจแบบสัมพัทธ์ ไม่ใช่จำนวน Search จริงทั้งหมด
จึงควรใช้ประกอบกับแหล่งอื่น
ไม่ควรตัดสิน Keyword จากกราฟอย่างเดียว
มีเครื่องมือหลายประเภทที่ประมาณ Search Volume, Competition หรือ Keyword Score
สามารถใช้ช่วยจัดลำดับ Keyword ได้
แต่ต้องเข้าใจว่าตัวเลขจำนวนมากเป็นค่าประมาณ
โดยเฉพาะข้อมูล YouTube Search Volume จากเครื่องมือภายนอก
ดังนั้นใช้เครื่องมือเพื่อ
ช่วยตัดสินใจ
ไม่ใช่
ให้เครื่องมือตัดสินแทนทั้งหมด
ข้อมูลจริงจากช่องและ Search Results ยังสำคัญกว่า
เมื่อรวบรวม Keyword แล้ว ควรจัดเก็บเป็นรายการ
ตัวอย่างตาราง
Keyword: YouTube SEO คืออะไร
Intent: Informational
Topic: YouTube SEO
Competition: กลาง
Priority: สูง
Keyword: วิธีทำ YouTube SEO
Intent: How-to
Topic: YouTube SEO
Competition: สูง
Priority: สูง
Keyword: Tags YouTube ยังสำคัญไหม
Intent: Question
Topic: Metadata
Competition: กลาง
Priority: กลาง
วิธีนี้ช่วยป้องกันการทำหัวข้อซ้ำ
อย่าเก็บ Keyword แบบกระจัดกระจาย
จัดตาม Topic
ตัวอย่าง Cluster: YouTube Keyword
Cluster: CTR
การจัด Cluster ทำให้เห็นโครงสร้าง Content Plan ชัดขึ้น
ก่อนเขียน Script ต้องตอบให้ได้ว่า
วิดีโอนี้ตั้งใจตอบ Keyword ไหนเป็นหลัก
ถ้ายังตอบไม่ได้ แสดงว่าหัวข้ออาจกว้างเกินไป
Primary Keyword ไม่ได้หมายความว่าต้องพูดคำนั้นซ้ำตลอดคลิป
แต่หมายถึง
Intent หลักที่วิดีโอต้องตอบให้สมบูรณ์
หลังได้ Primary Keyword แล้ว เลือกคำรองที่สนับสนุน
ตัวอย่าง
Primary:
วิธีทำ Keyword Research YouTube
Secondary:
ทั้งหมดอยู่ในหัวข้อเดียวกัน
แต่ไม่ควรเพิ่มคำรองอย่าง
วิธีเพิ่ม Subscriber
เพราะเป็นคนละ Intent
ก่อนสร้างวิดีโอใหม่ ให้ค้นในช่องตัวเองก่อน
ดูว่ามีคลิปที่ตอบ Intent นี้แล้วหรือไม่
ตัวอย่าง
มีคลิป
วิธีหา Keyword YouTube
อยู่แล้ว
ไม่จำเป็นต้องสร้าง
วิธีค้น Keyword YouTube
อีกคลิปถ้าเนื้อหาเหมือนกัน
ควรหา Intent ใหม่ เช่น
วิธีหา Keyword YouTube ที่คู่แข่งน้อย
หรือ
วิธีดู Search Volume YouTube
แบบนี้แต่ละคลิปมีหน้าที่ชัด
Keyword Research ที่ดีไม่ควรให้ได้เพียงหัวข้อเดียว
ตัวอย่างจาก Seed Keyword
YouTube Keyword
สามารถแตกเป็น
จาก Seed เดียวสามารถสร้าง Topic Cluster ได้หลายบทความหรือหลายวิดีโอ
นี่คือแนวทางที่ comsiam ใช้กับการวาง Content แบบ Topical Coverage
สามารถสร้างระบบง่าย ๆ เช่นให้คะแนน 1–5 ในแต่ละด้าน
มีคนสนใจแค่ไหน
ชัดหรือไม่
แข่งขันมากน้อยแค่ไหน
ตรงกับช่องแค่ไหน
เราสามารถตอบได้ดีแค่ไหน
ตัวอย่าง
Keyword A
Demand 5
Intent 3
Competition 5
Relevance 5
Expertise 4
Keyword B
Demand 3
Intent 5
Competition 2
Relevance 5
Expertise 5
Keyword B อาจเหมาะทำก่อนแม้ Demand ต่ำกว่า
สำหรับช่องใหม่ ลำดับทำ Content อาจเป็น
เมื่อช่องมี Authority และฐานผู้ชมมากขึ้น ค่อยขยับไป Keyword แข่งขันสูง
ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคำใหญ่ที่สุด
Keyword Research อาจทำไว้ล่วงหน้าหลายเดือน
ก่อนสร้างวิดีโอจริง ให้ Search อีกครั้ง
เพราะ
การตรวจครั้งสุดท้ายช่วยไม่ให้สร้างเนื้อหาจากข้อมูลเก่า
เมื่อเลือก Keyword แล้ว ไม่ต้องใส่ทุกคำใน Title
เลือก Primary Keyword ให้ชัด
ตัวอย่าง
Primary Keyword:
วิธีหา Keyword YouTube
Title:
วิธีหา Keyword YouTube จากคำค้นจริงสำหรับมือใหม่
อ่านเป็นธรรมชาติและ Intent ชัด
หลีกเลี่ยง
Keyword YouTube หา Keyword YouTube วิธีหา Keyword Keyword Research YouTube
นี่คือ Keyword Stuffing
ช่วงแรกของ Description ควรอธิบายวิดีโอ
ตัวอย่าง
คลิปนี้สอนวิธีทำ Keyword Research สำหรับ YouTube ตั้งแต่หา Search Suggestions ดู Search Terms วิเคราะห์ Search Intent ไปจนถึงเลือก Keyword สำหรับวิดีโอ
เพียงเท่านี้ก็ครอบคลุมบริบทหลักแล้ว
ไม่ต้องสร้างรายการ Keyword ยาว ๆ
หลายคนคิดว่า Keyword Research คือการหา Tags
จริง ๆ แล้ว Tags เป็นเพียงส่วนเล็กมาก
Keyword Research มีไว้เพื่อ
ไม่ใช่แค่เอาคำไปใส่ Tags
หลังเผยแพร่แล้ว Keyword Research ยังไม่จบ
ให้ดู
คำถามสำคัญคือ
ผู้ชมค้นคำที่เราตั้งเป้าหรือไม่
ถ้าใช่ แสดงว่า Keyword กับวิดีโอมีความเชื่อมโยงบางระดับ
ถ้าไม่ใช่ อาจค้นพบ Intent ใหม่ที่น่าสนใจยิ่งกว่า
Keyword Research ควรเป็นวงจร
Research → Create → Publish → Analyze → Research ใหม่
ตัวอย่าง
เราทำคลิป
วิธีเพิ่ม CTR YouTube
หลัง Publish พบ Search Term
CTR สูงแต่ยอดวิวต่ำ
จากนั้นสร้างคลิปใหม่
ทำไม CTR สูงแต่ยอดวิว YouTube ต่ำ
นี่คือการให้ผู้ชมจริงช่วยบอก Content Roadmap
แทนการเดาหัวข้อทั้งหมดเอง
ก่อนเลือก Keyword ให้ตรวจว่า
☐ เกี่ยวข้องกับช่อง
☐ มี Search Intent ชัด
☐ มีสัญญาณว่าคนสนใจ
☐ ตรวจ YouTube Search Suggestions แล้ว
☐ ตรวจ Trends/Research แล้วถ้ามีข้อมูล
☐ ตรวจ Search Terms ของช่องแล้ว
☐ ตรวจคู่แข่งแล้ว
☐ พบ Content Gap หรือมุมที่ทำได้ดี
☐ ไม่ซ้ำ Intent กับวิดีโอเดิม
☐ กำหนด Primary Keyword แล้ว
☐ มี Secondary Keyword สนับสนุน
☐ จัดอยู่ใน Topic Cluster ที่ชัด
ไม่จำเป็น
สามารถเริ่มจาก YouTube Search, YouTube Studio, Search Terms, Trends/Research และการวิเคราะห์คู่แข่งได้
เครื่องมือเสียเงินเป็นตัวช่วยเพิ่มเติม
Search Suggestions เป็นสัญญาณว่าคำนั้นมีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการค้นหา แต่ไม่ควรใช้เป็นหลักฐานเดียวว่ามี Search Volume สูง
ควรตรวจร่วมกับข้อมูลอื่น
YouTube มีเครื่องมือและข้อมูลบางประเภทสำหรับช่วยประเมินสิ่งที่ผู้ชมสนใจ แต่ไม่ได้มีตัวเลข Search Volume แบบสมบูรณ์สำหรับทุก Keyword ในทุกกรณี
จึงควรใช้หลายสัญญาณประกอบ
ไม่จำเป็น
Keyword ที่ Volume ต่ำกว่าแต่ Intent ชัด คู่แข่งเหมาะสม และตรงกับช่อง อาจมีคุณค่ามากกว่า
ให้ประเมินจากความแข็งแรงของผล Search เช่น คุณภาพคู่แข่ง ความตรงของ Intent ความใหม่ของวิดีโอ และโอกาสที่เราจะสร้างคำตอบที่ดีกว่า
สามารถใช้เครื่องมือช่วยได้ แต่ไม่ควรพึ่งคะแนนเดียว
สามารถมีหลาย Keyword ที่เกี่ยวข้องได้ แต่ควรมี Primary Intent เดียวที่ชัด
Keyword รองควรช่วยขยายหัวข้อหลัก ไม่ใช่สร้างหลาย Intent ในคลิปเดียว
ไม่จำเป็น
Tags มีบทบาทค่อนข้างน้อยในการค้นพบวิดีโอโดยทั่วไป และไม่ควรเป็นจุดหลักของ Keyword Research
ถ้าผู้ชมใช้ทั้งสองภาษา ควรวิเคราะห์ว่าคำใดถูกใช้จริง
เช่น
CTR YouTube
อาจถูกค้นมากกว่า
อัตราการคลิกผ่าน YouTube
ดังนั้นควรใช้ภาษาตามพฤติกรรมจริงของผู้ชม ไม่ใช่แปลทุก Keyword แบบตรงตัว
การทำ Keyword Research สำหรับ YouTube ที่ดีเริ่มจากการเข้าใจว่า คนกำลังค้นหาอะไร และทำไมเขาถึงค้นคำนี้
ขั้นตอนหลักคือ
Seed Keyword → Search Suggestions → Search Terms → Trends/Research → วิเคราะห์ Intent → ตรวจ Demand → ตรวจ Competition → หา Content Gap → จัด Cluster → เลือก Primary Keyword → สร้างวิดีโอ → วิเคราะห์ผล
อย่าเลือก Keyword เพราะ Search Volume อย่างเดียว
Keyword ที่ดีที่สุดควรอยู่ตรงจุดตัดของ
สิ่งที่คนค้น
สิ่งที่ช่องเกี่ยวข้อง
สิ่งที่คู่แข่งยังตอบไม่ดี
และ
สิ่งที่เราสามารถสร้างคำตอบได้ดีที่สุด
สำหรับ comsiam แนวทางที่เหมาะที่สุดคือสร้าง Keyword เป็น Cluster แล้วให้แต่ละวิดีโอครองหนึ่ง Search Intent เช่น “คืออะไร”, “วิธีทำ”, “ทำไม”, “วิธีแก้” และ “เท่าไหร่ดี” แยกจากกันอย่างชัดเจน
จากนั้น comsiam ควรใช้ Search Terms และข้อมูล Analytics หลังเผยแพร่ย้อนกลับมาเป็น Keyword Research รอบใหม่ วิธีนี้ทำให้ Content Strategy พัฒนาจากข้อมูลผู้ชมจริงแทนการเดา Keyword ไปเรื่อย ๆ