Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Karaoke บน YouTube คือการเปิดวิดีโอเพลงที่มีดนตรีประกอบและเนื้อร้องบนหน้าจอ เพื่อให้เราร้องตามได้โดยไม่ต้องมีเครื่องคาราโอเกะแบบเดิม เพียงมีมือถือ คอมพิวเตอร์ Smart TV หรืออุปกรณ์ที่เปิด YouTube ได้ ก็สามารถค้นหาเพลงคาราโอเกะจำนวนมากมาร้องได้ทันที
การร้องคาราโอเกะบน YouTube เหมาะทั้งสำหรับร้องเล่นที่บ้าน งานเลี้ยง ฝึกร้องเพลง หรือใช้ซ้อมก่อนขึ้นเวที โดยสามารถค้นหาได้ทั้งเพลงไทย เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต เพลงเก่า และเพลงใหม่
Karaoke หรือคาราโอเกะ คือรูปแบบการร้องเพลงโดยมีดนตรีประกอบ แต่ไม่มีเสียงร้องนำหลัก หรือมีเสียงร้องนำเบามาก
หน้าจอมักแสดงเนื้อเพลงให้ผู้ร้องอ่านตาม และบางวิดีโอจะมีการไฮไลต์คำตามจังหวะเพลง
คาราโอเกะจึงเหมาะกับคนที่
ปัจจุบันไม่จำเป็นต้องมีเครื่องคาราโอเกะโดยเฉพาะ เพราะสามารถใช้ YouTube แทนได้ในหลายกรณี
ได้
ผู้ใช้สามารถค้นหาวิดีโอคาราโอเกะจำนวนมากบน YouTube และเปิดร้องได้โดยไม่จำเป็นต้องสมัครบริการแบบเสียเงิน
อย่างไรก็ตาม วิดีโอแบบฟรีอาจมีโฆษณาตามรูปแบบการใช้งานของ YouTube
สิ่งที่ต้องมีหลัก ๆ คือ
แม้ไม่มีไมโครโฟนก็สามารถร้องตามหน้าจอได้ เพียงแต่เสียงของเราจะไม่ได้ออกผ่านลำโพง
วิธีง่ายที่สุดคือค้นหาด้วย
ชื่อเพลง + Karaoke
ตัวอย่างเช่น
ชื่อเพลง + karaoke
หรือถ้าเป็นเพลงไทย สามารถใช้
ชื่อเพลง + คาราโอเกะ
ได้เช่นกัน
ถ้ายังไม่รู้ว่าจะร้องเพลงอะไร สามารถค้นหาแบบกว้างขึ้น เช่น
จากนั้นเลือกวิดีโอที่มีเนื้อเพลงและดนตรีในรูปแบบที่ต้องการ
หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยคือเพลงต้นฉบับอาจสูงหรือต่ำเกินไปสำหรับเสียงของเรา
สามารถเพิ่มคำค้นเกี่ยวกับคีย์ เช่น
ตัวอย่างเช่น
ชื่อเพลง Karaoke -2
หมายถึงมองหาดนตรีที่ลดคีย์จากต้นฉบับลง
หากร้องแล้วรู้สึกต้องฝืนเสียงมาก ควรลองเปลี่ยนคีย์แทนการพยายามร้องตามต้นฉบับเสมอ
วิดีโอคาราโอเกะใน YouTube มีหลายรูปแบบ
มีเฉพาะดนตรี ไม่มีเสียงนักร้องหลัก
เหมาะสำหรับผู้ที่จำทำนองได้แล้วและต้องการร้องเต็มเพลงด้วยตัวเอง
มีเสียงร้องนำเบา ๆ เพื่อช่วยบอกทำนอง
เหมาะกับมือใหม่หรือคนที่ยังจำเมโลดี้ไม่ได้ทั้งหมด
เป็นดนตรีประกอบสำหรับนักร้อง บางวิดีโออาจไม่มีเนื้อเพลงบนหน้าจอ
เหมาะกับคนที่จำเนื้อเพลงได้อยู่แล้ว
มีเสียงต้นฉบับหรือเสียงนำมากกว่า Karaoke ปกติ เพื่อให้ร้องตามได้ง่าย
เหมาะกับการร้องเล่นมากกว่าการฝึกร้องแบบจริงจัง
สองคำนี้ใกล้เคียงกัน แต่ไม่เหมือนกันทั้งหมด
Karaoke มักออกแบบมาเพื่อให้คนร้องตาม และมักมีเนื้อเพลงบนหน้าจอ
ส่วน Instrumental หมายถึงเพลงเวอร์ชันที่ไม่มีเสียงร้องหลัก แต่ไม่ได้จำเป็นต้องมีเนื้อเพลง
ดังนั้นถ้าต้องการร้องโดยดูเนื้อเพลงไปด้วย คำว่า Karaoke จะตรงกับความต้องการมากกว่า
ถ้าต้องการเฉพาะดนตรีเพื่อนำไปฝึกร้องเอง อาจค้นหาคำว่า Instrumental หรือ Backing Track เพิ่มได้
ได้
ถ้า Smart TV มีแอป YouTube สามารถค้นหาเพลงคาราโอเกะบนหน้าจอใหญ่ได้ทันที
ข้อดีคือ
ถ้าพิมพ์ชื่อเพลงบนรีโมตไม่สะดวก สามารถใช้มือถือเชื่อมต่อกับ YouTube บนทีวีแล้วเลือกเพลงจากมือถือได้ในอุปกรณ์ที่รองรับ
ได้เช่นกัน
วิธีง่ายที่สุดคือ
ถ้าต้องการเสียงดังกว่าเดิม สามารถเชื่อมต่อลำโพง Bluetooth ได้
แต่ควรระวังเรื่อง Delay หรือเสียงหน่วง หากนำไมโครโฟน Bluetooth มาผ่านระบบเดียวกัน
ถ้าต้องการร้องเล่นธรรมดา อุปกรณ์พื้นฐานมีเพียง
แต่ถ้าต้องการบรรยากาศใกล้เคียงห้องคาราโอเกะ สามารถเพิ่ม
ไม่จำเป็นต้องซื้อทั้งหมดในครั้งเดียว
เริ่มจากทีวีและลำโพงที่มีอยู่ก่อน แล้วค่อยเพิ่มไมโครโฟนหากต้องการขยายเสียงร้อง
YouTube ทำหน้าที่เล่นดนตรีและแสดงเนื้อเพลง แต่โดยทั่วไปไม่ได้ผสมเสียงไมโครโฟนของเราลงในวิดีโอให้อัตโนมัติ
ถ้าต้องการให้เสียงร้องออกลำโพงพร้อมกับเพลง มักต้องใช้อุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น
หลักการคือให้เพลงจาก YouTube และเสียงไมโครโฟนออกจากระบบลำโพงเดียวกันหรือระบบที่จัดไว้สำหรับร้องเพลง
หากใช้ระบบไร้สายหลายชั้น อาจเกิดอาการ Delay หรือเสียงหน่วง
ตัวอย่างเช่น
มือถือ → Bluetooth → ลำโพง
พร้อมกับ
ไมโครโฟน → Bluetooth → ลำโพง
ระบบอาจมีเวลาในการประมวลผล ทำให้เสียงร้องตามหลังเสียงจริงเล็กน้อย
หากต้องการร้องจริงจัง วิธีที่เสถียรกว่ามักเป็นการใช้สายหรืออุปกรณ์คาราโอเกะที่ออกแบบมาสำหรับไมโครโฟนโดยตรง
สามารถใช้คำค้น เช่น
หรือถ้ารู้ชื่อเพลง ให้ค้นหา
ชื่อเพลง + Karaoke
ซึ่งจะตรงกว่าการค้นหาด้วยหมวดหมู่กว้าง ๆ
ใช้ชื่อเพลงภาษาอังกฤษตามด้วยคำว่า
Karaoke
เช่น
Song Name Karaoke
ถ้าต้องการเสียงดนตรีแบบไม่มี Guide Vocal สามารถเพิ่ม
Instrumental
หรือ
Backing Track
เข้าไปได้
ถ้าต้องการปรับระดับเสียงให้เหมาะกับตัวเอง สามารถเพิ่ม Male Key, Female Key หรือเลขคีย์ที่ต้องการได้อีกด้วย
ช่วยได้มาก โดยเฉพาะเรื่อง
วิธีฝึกที่ดีคือเริ่มจากเพลงที่ร้องไม่ยากเกินไป
ครั้งแรกอาจเปิดเวอร์ชันที่มี Guide Vocal
จากนั้นเปลี่ยนเป็น Karaoke แบบไม่มีเสียงร้อง
สุดท้ายลองร้องโดยไม่มองเนื้อเพลง
วิธีนี้ช่วยให้จำเพลงได้เร็วขึ้น
ได้
การร้องเพลงภาษาต่างประเทศช่วยฝึก
ตัวอย่างเช่น หากฝึกภาษาอังกฤษ สามารถเลือกเพลงที่ร้องช้าและออกเสียงชัดก่อน
อย่าเริ่มจากเพลงเร็วมาก เพราะอาจทำให้จำการออกเสียงผิดได้ง่าย
เพลงที่เหมาะสำหรับเริ่มต้นควร
ไม่จำเป็นต้องเลือกเพลงที่ดังที่สุด
เพลงที่เหมาะกับช่วงเสียงของตัวเองจะทำให้ร้องสนุกและไม่ต้องฝืนเสียงมากเกินไป
ก่อนเริ่มร้อง ควรตรวจสอบวิดีโอประมาณ 20–30 วินาที
ดูว่า
ถ้าวิดีโอแรกไม่เหมาะ ไม่จำเป็นต้องฝืน เพราะเพลงเดียวกันมักมีหลายเวอร์ชันให้เลือก
เพราะผู้สร้างแต่ละรายอาจทำดนตรีและปรับคีย์แตกต่างกัน
เพลงเดียวกันอาจมีทั้ง
ดังนั้นหากเวอร์ชันหนึ่งร้องไม่สบาย ควรลองค้นหาเวอร์ชันอื่นก่อน
ถ้าร้องแล้วต้องตะโกน ฝืนเสียง หรือรู้สึกเจ็บคอ ควรหยุดพัก
สาเหตุหนึ่งอาจมาจากคีย์ที่สูงหรือต่ำเกินช่วงเสียงของเรา
สามารถลอง
การฝืนร้องเพลงที่ไม่เหมาะกับช่วงเสียงเป็นเวลานานไม่ใช่วิธีที่ดีในการฝึก
ในฐานะผู้ชม ควรเลือกวิดีโอจากช่องและแหล่งที่น่าเชื่อถือเมื่อเป็นไปได้
แต่ถ้าต้องการนำดนตรี Karaoke จาก YouTube ไป
ประเด็นลิขสิทธิ์จะต่างจากการเปิดร้องส่วนตัวที่บ้าน
ไม่ควรคิดว่าวิดีโอที่ดูได้บน YouTube หมายความว่าสามารถนำไฟล์เสียงนั้นไปใช้งานต่อได้อย่างอิสระ
มีวิดีโอคาราโอเกะจำนวนมากที่สามารถเปิดรับชมและร้องตามได้โดยไม่ต้องสมัครสมาชิกแบบเสียเงิน แต่การใช้งานแบบฟรีอาจมีโฆษณา
ไม่จำเป็น ถ้าต้องการเพียงร้องตามเพลง แต่ถ้าต้องการให้เสียงร้องออกลำโพง ควรมีไมโครโฟนและระบบเสียงที่รองรับ
ได้ ถ้าทีวีรองรับ YouTube ก็สามารถค้นหาและเปิดวิดีโอ Karaoke บนหน้าจอใหญ่ได้
ได้ ลองค้นหาชื่อเพลงตามด้วย Karaoke และคำอย่าง -1, -2, Lower Key หรือ Male/Female Key
ใกล้เคียงกัน แต่ Backing Track อาจมีเฉพาะดนตรีโดยไม่มีเนื้อเพลงบนหน้าจอ ขณะที่ Karaoke มักออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ร้องตามโดยตรง
การร้อง Karaoke บน YouTube ทำได้ง่ายมาก เพียงค้นหา ชื่อเพลง + Karaoke แล้วเลือกวิดีโอที่มีดนตรีและเนื้อร้องตรงตามที่ต้องการ
ถ้าคีย์ต้นฉบับสูงหรือต่ำเกินไป สามารถค้นหาเวอร์ชัน Lower Key, Higher Key, Male Key หรือ Female Key เพื่อให้เหมาะกับช่วงเสียงของตัวเอง
สำหรับการร้องเล่นที่บ้าน comsiam มองว่าไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยชุดคาราโอเกะราคาแพง เพียงมี Smart TV หรือมือถือร่วมกับลำโพงก็สามารถเริ่มร้องได้แล้ว และค่อยเพิ่มไมโครโฟนหรือ Mixer ภายหลังหากต้องการระบบที่จริงจังขึ้น
อีกข้อที่ comsiam แนะนำคือ ควรทดลองวิดีโอหลายเวอร์ชันก่อนตัดสินว่าเพลงนั้นร้องยาก เพราะบางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเพลง แต่อยู่ที่คีย์หรือ Backing Track ที่ไม่เหมาะกับเสียงของเรา