Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

เพลงทำงานบน YouTube แบบไหนดี? คำตอบคือควรเลือกเพลงที่ช่วยสร้าง Background โดยไม่ดึงความสนใจจากงานมากเกินไป เช่น Lofi, Ambient, Classical, Piano, Instrumental, Jazz เบา ๆ หรือ Nature Sounds
คนแต่ละคนตอบสนองต่อเสียงไม่เหมือนกัน บางคนทำงานได้ดีขึ้นเมื่อมีเพลงเบา ๆ แต่บางคนกลับมีสมาธิมากกว่าเมื่ออยู่ในความเงียบ
ดังนั้นเพลงที่ดีที่สุดสำหรับการทำงานไม่ใช่เพลงที่มียอดวิวสูงที่สุด แต่คือเพลงที่ช่วยให้คุณทำงานต่อเนื่องได้นาน โดยไม่ทำให้เผลอฟังเพลงมากกว่างาน
เพลงที่เหมาะกับการทำงานควรมีลักษณะประมาณนี้
เป้าหมายคือให้เพลงทำหน้าที่เป็น Background Sound
ถ้าเปิดเพลงแล้วเผลอร้องตามหรือรอฟังท่อนโปรดอยู่ตลอด แปลว่าเพลงนั้นอาจไม่เหมาะกับงานที่ต้องใช้สมาธิ
เหมาะมากสำหรับหลายคน
Lofi มักมี Beat เบา ๆ ไม่มีเสียงร้องมาก และฟังได้ต่อเนื่อง
เหมาะกับงาน เช่น
คำค้นที่ใช้ได้ เช่น
ถ้ารู้สึกว่า Beat รบกวนมากเกินไป ให้เลือก Slow Lofi หรือ Ambient แทน
Ambient เหมาะกับงานที่ต้องการสมาธิสูง
เพราะมักไม่มี Beat ชัดและไม่มี Melody ที่เด่นมาก
เหมาะกับ
ข้อดีคือสมองไม่ต้องติดตามโครงสร้างเพลงมาก
สามารถค้นหา
ได้ โดยเฉพาะเพลง Classical ที่ไม่มีช่วงดังมากเกินไป
เครื่องดนตรีที่นิยม เช่น
Classical เหมาะกับคนที่ไม่ชอบ Beat แบบ Lofi
แต่ควรเลือก Playlist ที่ค่อนข้างนิ่ง เพราะเพลง Classical บางชิ้นมีช่วงที่เปลี่ยนอารมณ์แรง
ถ้าจะใช้ทำงาน ให้ลองค้นหา
Classical Music for Work
หรือ
Classical Focus Music
เหมาะกับงานที่ต้องการบรรยากาศสงบ
Piano ไม่มีเนื้อร้องและมักไม่รบกวนมาก หากเลือกเพลงที่เรียบง่าย
เหมาะกับ
ถ้า Melody ชัดเกินไปจนเริ่มฟังเพลงแทนงาน ให้เปลี่ยนเป็น Ambient หรือ Nature Sounds
เหมาะสำหรับบางคน
โดยเฉพาะ Soft Jazz หรือ Cafe Jazz
ให้บรรยากาศเหมือนทำงานในร้านกาแฟ
เหมาะกับ
แต่ Jazz บางแบบมี Solo และจังหวะซับซ้อน ซึ่งอาจดึงความสนใจมากเกินไป
จึงควรเลือก
มากกว่า Jazz ที่มีความซับซ้อนสูง
เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ต้องการฟังเพลง
ตัวอย่างเสียงที่นิยม เช่น
ข้อดีคือไม่มีเนื้อร้อง ไม่มีทำนอง และมักมีความสม่ำเสมอ
เหมาะกับคนที่รู้สึกว่าแม้แต่ Lofi ก็ยังรบกวนสมาธิ
ได้
White Noise และ Brown Noise ไม่ใช่เพลง แต่เป็นเสียง Background ที่คงที่
ให้เสียงคล้ายพัดลมหรือเสียงซ่า
เสียงทุ้มและลึกกว่า
บางคนใช้เพื่อช่วยลดความโดดเด่นของเสียงรอบตัว เช่น
เหมาะมากกับคนที่ต้องทำงานในพื้นที่มีเสียงรบกวน
ขึ้นอยู่กับงาน
ถ้างานต้องใช้ภาษา เช่น
เพลงที่มีเนื้อร้องอาจรบกวนมากกว่า เพราะสมองต้องประมวลผลคำทั้งจากงานและจากเพลง
แต่ถ้างานเป็นงานซ้ำ ๆ เช่น
เพลงที่มีเนื้อร้องอาจไม่รบกวนมากนัก
Deep Work คือช่วงทำงานที่ต้องใช้สมาธิสูงและต่อเนื่อง
เพลงที่เหมาะควรเรียบมาก
ตัวเลือก เช่น
ควรหลีกเลี่ยงเพลงที่มี
คนเขียนโปรแกรมจำนวนมากชอบเพลงประเภท
ถ้า Coding งานยาก ควรเลือกเพลงที่เรียบมาก
ถ้าเป็นงาน Routine เช่นแก้โค้ดเล็ก ๆ อาจเลือก Lofi หรือ Synthwave ที่มีจังหวะเพิ่มขึ้นได้
คำค้น เช่น
งานเขียนต้องใช้ภาษา จึงควรหลีกเลี่ยงเพลงที่มีเนื้อร้องมาก
เหมาะกับ
ถ้าเปิดเพลงภาษาเดียวกับภาษาที่กำลังเขียน อาจทำให้สมาธิแตกได้ง่าย
เพลง Instrumental จึงมักเหมาะกว่า
งานออกแบบสามารถใช้เพลงที่มี Mood มากกว่างานอ่านหรือเขียน
ตัวเลือก เช่น
เพราะงานลักษณะนี้ไม่ได้ต้องประมวลผลภาษาอย่างต่อเนื่อง
แต่ควรเลือกเพลงให้ตรงกับ Mood ของงานเพื่อไม่ให้รู้สึกเหนื่อยเร็วเกินไป
ช่วงกลางคืนควรเลือกเพลงที่ไม่กระตุ้นมากเกินไป
ตัวเลือกที่ดี เช่น
ถ้าเปิดเพลงที่เร็วเกินไป อาจทำให้สมองตื่นตัวมากขึ้น
แต่ถ้าช้าเกินไปจนง่วง ก็สามารถเพิ่ม Beat เล็กน้อยด้วย Lofi หรือ Chillhop
ตอนเช้าอาจเลือกเพลงที่มีพลังมากขึ้นเล็กน้อย
เช่น
ช่วยสร้างบรรยากาศให้เริ่มงานได้โดยไม่รุนแรงเกินไป
ควรเปิดเบา
หลักง่าย ๆ คือ
ต้องได้ยินเพลง แต่ไม่ควรต้องตั้งใจฟัง
ถ้ารู้สึกว่าเพลงเด่นกว่างาน แปลว่าดังเกินไป
ถ้าใช้หูฟัง ควรระวังไม่เปิดเสียงดังเป็นเวลานาน และพักหูเป็นระยะ
ขึ้นอยู่กับสถานที่
เหมาะกับ
เหมาะกับ
ถ้าใช้หูฟังนาน ควรเลือกแบบที่ใส่สบายและไม่ต้องเปิดเสียงดัง
ไม่มีเวลาตายตัว
YouTube มี Playlist เช่น
ถ้าทำงานเป็นรอบ อาจใช้ Playlist ที่ยาวเท่ารอบงาน เช่น
เพื่อให้ใช้เพลงเป็นตัวกำหนดช่วงเวลาได้ด้วย
ได้
ตัวอย่าง
25 นาที ทำงาน + 5 นาทีพัก
หรือ
50 นาที ทำงาน + 10 นาทีพัก
สามารถเปิดเพลงเฉพาะช่วงทำงาน แล้วปิดตอนพัก
วิธีนี้ช่วยสร้างการแยกระหว่างช่วง Focus กับช่วงพักได้ชัดขึ้น
มี
สามารถค้นหา
ข้อดีคือไม่ต้องเลือกเพลงเอง และเปิดได้ต่อเนื่อง
เหมาะกับคนที่ทำงานหลายชั่วโมงต่อวัน
ลองใช้คำค้น เช่น
ถ้าต้องการเพลงไม่มีเนื้อร้อง ให้เพิ่มคำว่า
Instrumental
หรือ
No Lyrics
ไม่มีแบบเดียวที่ดีที่สุด
คนหนึ่งอาจทำงานได้ดีด้วย Lofi
อีกคนอาจเหมาะกับ Brown Noise
อีกคนอาจทำงานได้ดีที่สุดในความเงียบ
ดังนั้นควรทดสอบกับงานจริง
ลองทำงานแบบละ 30 นาที
แล้วดูว่าแบบไหนทำงานได้ดีที่สุด
ควรหลีกเลี่ยง
ปัญหาใหญ่ไม่ใช่ตัวเพลงเสมอไป แต่คือการหยุดงานเพื่อจัดการเพลงบ่อยเกินไป
Lofi, Ambient, Classical, Piano และ Nature Sounds เป็นตัวเลือกยอดนิยม โดยควรเลือกแบบไม่มีเนื้อร้องหากงานต้องใช้ภาษา
อาจช่วยบางคน แต่ไม่ใช่ทุกคน บางคนทำงานได้ดีที่สุดในความเงียบ
ถ้างานต้องอ่านหรือเขียน เพลงไม่มีเนื้อร้องมักรบกวนน้อยกว่า
เหมาะสำหรับหลายคน เพราะ Beat เบาและมักไม่มีเสียงร้องมาก
ไม่ควรดัง ควรเปิดในระดับ Background
ขึ้นอยู่กับความชอบ ถ้าเพลงยังรบกวนสมาธิ White Noise หรือ Brown Noise อาจเหมาะกว่า
เพลงทำงานบน YouTube ที่เหมาะที่สุดควรช่วยสร้าง Background โดยไม่ดึงความสนใจจากงาน ตัวเลือกที่นิยมคือ Lofi, Ambient, Piano, Classical, Jazz เบา ๆ, Nature Sounds และ Noise
สำหรับงานที่ต้องใช้ภาษา comsiam แนะนำให้เริ่มจากเพลงไม่มีเนื้อร้อง เพราะช่วยลดการแย่งความสนใจจากสิ่งที่กำลังอ่านหรือเขียน
ในมุมของ comsiam วิธีที่ดีที่สุดคือทดลองด้วยตัวเอง เพราะบางคนทำงานได้ดีขึ้นกับ Lofi ขณะที่บางคนกลับทำงานได้ดีที่สุดในความเงียบ สิ่งสำคัญคือเลือกเสียงที่ช่วยให้ทำงานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องกลับไปสนใจเพลงตลอดเวลา