Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หากเล่นเกมบน Windows 11 แล้วเกิดอาการกระตุก FPS ตก ภาพหน่วง หรือมีอาการ Lag เป็นช่วง ๆ ทั้งที่สเปกคอมเพียงพอ ปัญหานี้อาจเกิดจากการตั้งค่าของ Windows, ไดรเวอร์การ์ดจอ, โปรแกรมเบื้องหลัง หรือแม้แต่ Windows Update
บทความนี้จะแนะนำวิธีแก้ปัญหา Windows 11 เล่นเกมกระตุกและ Lag มาก เพื่อให้เล่นเกมได้ลื่นขึ้นและได้ FPS ที่เสถียรมากขึ้น
สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
① Driver การ์ดจอเก่า
② มีโปรแกรมทำงานเบื้องหลังมากเกินไป
③ CPU หรือ RAM ใช้งานสูง
④ SSD หรือ HDD ทำงานช้า
⑤ Windows Update ทำงานอยู่เบื้องหลัง
⑥ ความร้อนของ CPU หรือ GPU สูงเกินไป
⑦ เปิด Visual Effect มากเกินไป
⑧ พลังงานอยู่ในโหมดประหยัดไฟ
กด
Ctrl + Shift + Esc
เปิด Task Manager
ดูแท็บ
Performance
ตรวจสอบ
หากค่าใดสูงใกล้ 100% อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกมกระตุก
ดาวน์โหลด Driver ล่าสุดจากผู้ผลิตโดยตรง
Driver รุ่นใหม่มักช่วยเพิ่ม FPS และแก้ปัญหาความเข้ากันได้กับเกม
ก่อนเล่นเกมควรปิด
เพื่อให้ทรัพยากรไปอยู่กับเกมมากที่สุด
ไปที่
Settings > System > Power
เลือก
Best Performance
หรือ
High Performance
เพื่อให้ CPU ทำงานเต็มประสิทธิภาพ
ใช้โปรแกรม
อุณหภูมิที่สูงเกินไปอาจทำให้เกิดอาการ Thermal Throttling ส่งผลให้ FPS ลดลง
โดยทั่วไป
ไปที่
Settings > Gaming > Game Mode
เปิด
Game Mode
Windows 11 จะลดงานเบื้องหลังบางส่วนขณะเล่นเกม
หากเกมติดตั้งอยู่บน HDD
การย้ายเกมไปยัง SSD จะช่วยลดเวลาโหลดฉากและลดอาการกระตุกในบางเกมได้อย่างชัดเจน
เปิด Command Prompt แบบ Administrator
พิมพ์
sfc /scannow
จากนั้นใช้
DISM /Online /Cleanup-Image /RestoreHealth
แล้วรีสตาร์ทเครื่อง
✅ อัปเดต Driver การ์ดจอ
✅ ปิดโปรแกรมที่ทำงานเบื้องหลัง
✅ เปลี่ยนเป็นโหมด Best Performance
✅ เปิด Game Mode
✅ ตรวจสอบอุณหภูมิ CPU และ GPU
✅ ติดตั้งเกมบน SSD
✅ ซ่อมไฟล์ระบบด้วย SFC และ DISM
เกมที่คุณเล่นกระตุกทุกเกม หรือเกิดขึ้นเฉพาะบางเกมหลังจากอัปเดต Windows 11 หรืออัปเดตไดรเวอร์ล่าสุด?