มือถือโดนน้ำแล้วชาร์จไม่เข้า ควรทำอย่างไร แห้งกี่ชั่วโมงถึงชาร์จได้

มือถือโดนน้ำแล้วชาร์จไม่เข้า มักเกิดจากระบบตรวจพบความชื้นในพอร์ตและระงับการชาร์จเพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร การกัดกร่อน และความเสียหายต่อวงจรภายใน สิ่งที่ควรทำทันทีคือถอดสายชาร์จ ปิดเครื่อง เช็ดภายนอกให้แห้ง และวางโทรศัพท์ในที่อากาศถ่ายเท ห้ามฝืนชาร์จ ห้ามใช้ไดร์ร้อน และไม่ควรนำเครื่องไปแช่ถังข้าวสาร

หากโทรศัพท์ตกน้ำ น้ำเข้าพอร์ต หรือขึ้นข้อความ Liquid Detected, Moisture Detected, Liquid or Debris in USB Port แล้วชาร์จไม่ได้ อย่ารีบทดลองเสียบสายซ้ำหลายครั้ง บทความนี้ comsiam สรุปวิธีรับมืออย่างปลอดภัย พร้อมอธิบายว่าต้องรอนานแค่ไหนและเมื่อใดควรนำเครื่องเข้าศูนย์บริการ

มือถือโดนน้ำแล้วชาร์จไม่เข้า เกิดจากอะไร

สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่จำนวนมากมีระบบตรวจจับความชื้นบริเวณพอร์ต USB-C หรือ Lightning เมื่อพบความชื้น ระบบอาจตัดการชาร์จชั่วคราว แม้ตัวเครื่องจะยังเปิดใช้งานได้ตามปกติ

สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

  • มีน้ำหรือความชื้นค้างอยู่ในพอร์ตชาร์จ
  • หัวสายชาร์จเปียกหรือมีหยดน้ำติดอยู่
  • โทรศัพท์ตกน้ำหรือถูกน้ำกระเด็นใส่
  • ใช้งานในห้องน้ำหรือบริเวณที่มีความชื้นสูง
  • น้ำซึมเข้าใต้ขั้วต่อภายใน แม้มองจากภายนอกไม่เห็น
  • มีคราบเกลือ น้ำหวาน หรือสิ่งสกปรกตกค้างในพอร์ต
  • ขั้วชาร์จเริ่มเกิดสนิมหรือการกัดกร่อน
  • พอร์ตหรือวงจรชาร์จเสียหายหลังสัมผัสของเหลว

การที่โทรศัพท์ไม่ยอมชาร์จในสถานการณ์นี้ไม่ได้หมายความว่าเครื่องเสียทันที แต่อาจเป็นระบบป้องกันที่กำลังทำงานตามปกติ

สิ่งที่ต้องทำทันทีเมื่อมือถือโดนน้ำ

① ถอดสายชาร์จและอุปกรณ์ทั้งหมด

หากเสียบชาร์จอยู่ ให้ถอดอะแดปเตอร์ออกจากปลั๊กไฟก่อน แล้วจึงถอดสายออกจากโทรศัพท์อย่างระมัดระวัง รวมถึงถอดหูฟังหรืออุปกรณ์ USB ที่เชื่อมต่ออยู่ด้วย

อย่าจับปลั๊ก สายชาร์จ หรือโทรศัพท์ด้วยมือที่เปียก และอย่าลองเสียบสายกลับเข้าไปเพื่อทดสอบซ้ำ

② ปิดเครื่องถ้าสามารถทำได้อย่างปลอดภัย

หากโทรศัพท์ยังเปิดอยู่และไม่มีอาการร้อนผิดปกติ ให้ปิดเครื่องเพื่อลดการทำงานของวงจรภายใน จากนั้นถอดเคสและอุปกรณ์เสริมออก

หากเครื่องร้อนจัด มีกลิ่นผิดปกติ มีควัน หรือฝาหลังเริ่มป่อง อย่ากดเปิดเครื่องหรือชาร์จต่อ ให้วางห่างจากวัสดุไวไฟและติดต่อศูนย์บริการทันที

③ เช็ดเฉพาะภายนอก

ใช้ผ้าแห้งเนื้อนุ่มที่ไม่ทิ้งขุยเช็ดตัวเครื่อง หน้าจอ ฝาหลัง และบริเวณรอบพอร์ต หันช่องชาร์จลงด้านล่างเพื่อช่วยให้น้ำส่วนเกินไหลออก

ห้ามสอดกระดาษทิชชู สำลีก้าน เข็ม ไม้จิ้มฟัน หรือวัตถุใดเข้าไปในพอร์ต เพราะอาจทำให้ขั้วต่อเสียหายและดันความชื้นลึกเข้าไปกว่าเดิม

④ วางเครื่องในที่แห้งและอากาศถ่ายเท

วางโทรศัพท์บนพื้นผิวเรียบในอุณหภูมิห้อง โดยให้บริเวณพอร์ตได้รับอากาศ อาจใช้พัดลมเป่าลมธรรมดาจากระยะห่างได้ แต่ไม่ควรใช้ลมร้อนหรือลมแรงอัดเข้าไปในช่องชาร์จ

⑤ ปล่อยให้แห้งก่อนทดลองชาร์จ

ระยะเวลาแห้งขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำ ชนิดของของเหลว และโครงสร้างของโทรศัพท์ บางกรณีอาจเริ่มตรวจสอบได้หลังผ่านไปอย่างน้อย 30 นาที แต่หากยังมีคำเตือนหรือชาร์จไม่ได้ ควรรอต่อและอาจต้องใช้เวลาสูงสุดประมาณ 24 ชั่วโมง

อย่าใช้เวลาเพียงอย่างเดียวตัดสินว่าเครื่องแห้งแล้ว หากยังเห็นหยดน้ำ พอร์ตยังชื้น หรือระบบยังแจ้งเตือน ต้องหยุดทดลองชาร์จต่อ

วิธีทดลองชาร์จหลังจากเครื่องแห้งแล้ว

เมื่อแน่ใจว่าตัวเครื่อง พอร์ต สาย และหัวต่อแห้งสนิท ให้ตรวจสอบตามลำดับดังนี้

  1. ตรวจดูพอร์ตด้วยแสงสว่างโดยไม่สอดสิ่งของเข้าไป
  2. ตรวจสายชาร์จและหัวต่อว่ามีความชื้น คราบ หรือความเสียหายหรือไม่
  3. ใช้สายและหัวชาร์จที่ได้มาตรฐานและแห้งสนิท
  4. เสียบชาร์จหนึ่งครั้งแล้วรอดูสถานะ
  5. หากขึ้นคำเตือนเรื่องความชื้น ให้ถอดออกทันทีและปล่อยให้แห้งต่อ
  6. หากไม่มีคำเตือนแต่ยังไม่ชาร์จ ให้ทดลองด้วยสายและหัวชาร์จมาตรฐานอีกชุด
  7. หากยังชาร์จไม่ได้ ควรหยุดทดสอบและนำเข้าศูนย์บริการ

ไม่ควรเสียบเข้าและถอดออกติดต่อกันหลายครั้ง เพราะขั้วต่อที่ยังเปียกอาจเกิดการกัดกร่อนหรือความเสียหายถาวรได้

มือถือโดนน้ำต้องรอกี่ชั่วโมงถึงจะชาร์จได้

ไม่มีระยะเวลาที่ใช้ได้กับโทรศัพท์ทุกเครื่อง แต่สามารถประเมินเบื้องต้นได้ดังนี้

สถานการณ์แนวทางเบื้องต้น
มีน้ำกระเด็นเล็กน้อยเฉพาะรอบพอร์ตเช็ดและพักไว้อย่างน้อย 30 นาที ก่อนตรวจสอบอีกครั้ง
เครื่องแจ้งเตือนความชื้นซ้ำปล่อยให้แห้งต่อในที่อากาศถ่ายเท
พอร์ตเปียกชัดเจนหรือเครื่องตกน้ำปิดเครื่องและอาจต้องรอถึงประมาณ 24 ชั่วโมง
ตกน้ำทะเล น้ำหวาน หรือเครื่องดื่มไม่ควรทดลองชาร์จเอง ควรให้ช่างตรวจคราบและการกัดกร่อน
ครบ 24 ชั่วโมงแล้วยังชาร์จไม่ได้นำเข้าศูนย์บริการหรือร้านซ่อมที่เชื่อถือได้

ผู้ผลิตแต่ละรายอาจกำหนดวิธีและเวลารอแตกต่างกัน ควรตรวจคู่มือของโทรศัพท์รุ่นที่ใช้งานประกอบด้วย

ใช้ที่ชาร์จไร้สายแทนได้หรือไม่

โทรศัพท์บางรุ่นสามารถชาร์จไร้สายได้ระหว่างที่พอร์ตชาร์จกำลังแห้ง แต่ต้องเป็นกรณีที่ตัวเครื่องและฝาหลังแห้งสนิท ไม่มีอาการร้อนผิดปกติ และผู้ผลิตระบุว่ารองรับการชาร์จไร้สาย

หากโทรศัพท์จมน้ำทั้งเครื่อง ถูกของเหลวปริมาณมาก หรือไม่แน่ใจว่าน้ำเข้าไปภายในหรือไม่ ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือปิดเครื่องและงดการชาร์จทุกประเภทจนกว่าจะตรวจสอบเรียบร้อย การชาร์จไร้สายยังสร้างความร้อนและไม่ได้ทำให้น้ำภายในเครื่องหายไป

สิ่งที่ห้ามทำเมื่อมือถือโดนน้ำ

ห้ามฝืนชาร์จหรือข้ามคำเตือนความชื้น

คำเตือนมีไว้ป้องกันความเสียหาย ไม่ควรใช้ตัวเลือกชาร์จฉุกเฉินหรือวิธีหลบระบบตรวจจับ เว้นแต่เป็นเหตุฉุกเฉินจริงและผู้ใช้เข้าใจความเสี่ยงตามคำแนะนำของผู้ผลิต

ห้ามใช้ไดร์เป่าผม เตาอบ หรือแหล่งความร้อน

ความร้อนสูงอาจทำให้แบตเตอรี่ กาวกันน้ำ หน้าจอ และชิ้นส่วนภายในเสียหาย แม้ภายนอกจะแห้งเร็วขึ้นก็ตาม

ห้ามใช้ลมอัด

ลมอัดอาจผลักน้ำและสิ่งสกปรกเข้าไปลึกกว่าเดิม รวมถึงสร้างความเสียหายต่อขั้วต่อหรือซีลภายใน

ห้ามนำโทรศัพท์ไปแช่ข้าวสาร

ข้าวสารไม่ได้รับประกันว่าจะดูดความชื้นออกจากภายในเครื่อง และฝุ่นหรือเศษข้าวอาจเข้าไปติดในพอร์ต ทำให้เกิดปัญหาเพิ่มขึ้น

ห้ามสอดสิ่งของเข้าไปเช็ดพอร์ต

สำลีก้าน กระดาษ เข็ม และวัตถุแข็งอาจทำให้หน้าสัมผัสภายในงอ เป็นรอย หรือมีเศษวัสดุติดค้าง

ห้ามเปิดเครื่องหรือแกะฝาหลังเอง

โทรศัพท์สมัยใหม่มีแบตเตอรี่ลิเธียมและชิ้นส่วนที่ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ การแกะเครื่องเองเสี่ยงต่อความเสียหายและอาจทำให้การรับประกันสิ้นสุด

ถ้าโดนน้ำทะเล น้ำหวาน หรือเครื่องดื่ม ต้องทำอย่างไร

ของเหลวเหล่านี้สร้างความเสียหายได้มากกว่าน้ำสะอาด เพราะทิ้งเกลือ น้ำตาล กรด หรือสารตกค้างไว้บนขั้วต่อ แม้เครื่องจะแห้งแล้ว คราบเหล่านั้นยังทำให้เกิดการกัดกร่อนและไฟรั่วในภายหลังได้

ควรดำเนินการดังนี้

  • ถอดสายและปิดเครื่องทันที
  • เช็ดเฉพาะภายนอกด้วยผ้าแห้ง
  • ไม่ทดลองชาร์จ
  • ไม่นำเครื่องไปล้างน้ำเอง เว้นแต่คู่มือของรุ่นนั้นระบุไว้อย่างชัดเจน
  • นำเครื่องไปตรวจโดยเร็ว พร้อมแจ้งชนิดของของเหลวที่สัมผัส
  • แจ้งช่างว่าข้อมูลในเครื่องมีความสำคัญก่อนเริ่มซ่อม

มือถือกันน้ำแล้วทำไมยังชาร์จไม่เข้า

คำว่า “กันน้ำ” มักหมายถึงการทนน้ำภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด ไม่ได้หมายความว่าโทรศัพท์จะปลอดภัยจากน้ำทุกกรณีตลอดอายุการใช้งาน

ประสิทธิภาพของซีลอาจลดลงจากสาเหตุต่อไปนี้

  • โทรศัพท์เคยตกหรือกระแทก
  • เครื่องเคยถูกแกะหรือซ่อม
  • กาวและซีลเสื่อมตามอายุ
  • สัมผัสน้ำแรงดันสูงหรือน้ำนานเกินเกณฑ์
  • สัมผัสน้ำทะเล สบู่ คลอรีน หรือเครื่องดื่ม
  • พอร์ตเปิดอยู่และมีน้ำค้างบนขั้วต่อ

แม้โทรศัพท์มีมาตรฐาน IP67 หรือ IP68 ระบบก็ยังสามารถหยุดชาร์จเมื่อพบความชื้นในพอร์ตได้ ซึ่งเป็นพฤติกรรมป้องกันตามปกติ

อาการแบบไหนต้องหยุดใช้และนำเข้าศูนย์

ควรหยุดเปิดเครื่องและไม่นำไปชาร์จ หากพบอาการใดอาการหนึ่งต่อไปนี้

  • เครื่องร้อนจัดหรือร้อนขึ้นเอง
  • มีกลิ่นผิดปกติ ควัน หรือเสียงแปลกจากเครื่อง
  • หน้าจอหรือฝาหลังยกตัวและป่อง
  • หน้าจอกะพริบ สีเพี้ยน หรือทัชเอง
  • กล้องมีฝ้าหรือหยดน้ำอยู่ด้านใน
  • ลำโพงและไมโครโฟนผิดปกติหลังเครื่องแห้ง
  • พอร์ตมีรอยไหม้ สีเขียว สนิม หรือคราบติดแน่น
  • เครื่องดับ เปิดไม่ติด หรือรีสตาร์ตเอง
  • แจ้งเตือนความชื้นไม่หายหลังปล่อยให้แห้ง
  • ครบประมาณ 24 ชั่วโมงแล้วยังชาร์จไม่เข้า

หากเครื่องร้อนมาก มีกลิ่นไหม้ หรือมีควัน อย่าถือเครื่องต่อและอย่าวางใกล้วัสดุไวไฟ ควรถอยห่างและขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ ศูนย์บริการ หรือหน่วยฉุกเฉินในพื้นที่ตามความเหมาะสม

มือถือชาร์จได้แล้ว แปลว่าปลอดภัยหรือยัง

ไม่เสมอไป โทรศัพท์อาจกลับมาชาร์จได้หลังพอร์ตแห้ง แต่ความชื้นหรือคราบของเหลวภายในอาจทำให้เกิดอาการตามมา เช่น

  • แบตเตอรี่ลดเร็ว
  • เครื่องร้อนผิดปกติ
  • ชาร์จเข้าๆ ออกๆ
  • พอร์ตชาร์จหลวม
  • เสียงลำโพงแตกหรือเบาลง
  • กล้องมีฝ้า
  • เครื่องดับหรือรีสตาร์ตเอง

หลังจากกลับมาใช้งานได้ ควรสำรองข้อมูลผ่านระบบคลาวด์หรือการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย และสังเกตอาการในช่วงถัดไป หากมีความผิดปกติควรนำเครื่องเข้าตรวจ

คำถามที่พบบ่อย

มือถือโดนน้ำแล้วเปิดติด แต่ชาร์จไม่เข้า เครื่องเสียหรือไม่

ยังสรุปไม่ได้ ระบบอาจระงับการชาร์จเพราะตรวจพบความชื้น รอให้เครื่องและพอร์ตแห้งสนิทก่อน หากยังชาร์จไม่ได้จึงควรให้ช่างตรวจพอร์ตและวงจรชาร์จ

เป่าพัดลมใส่พอร์ตได้ไหม

ใช้พัดลมลมธรรมดาจากระยะห่างเพื่อช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ แต่ไม่ควรใช้ลมร้อน ลมแรง หรืออุปกรณ์อัดอากาศเป่าเข้าไปในพอร์ตโดยตรง

มือถือโดนน้ำนิดเดียว ต้องปิดเครื่องไหม

หากน้ำอยู่ใกล้พอร์ตหรือไม่แน่ใจว่าเข้าเครื่องหรือไม่ การปิดเครื่องเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า อย่าชาร์จจนกว่าพอร์ตจะแห้งสนิทและคำเตือนหายไป

ไม่มีข้อความเตือน แต่ชาร์จไม่เข้า ทำอย่างไร

ถอดสาย ปิดเครื่อง และปล่อยให้แห้งก่อน จากนั้นตรวจสายและหัวชาร์จอีกครั้ง หากครบประมาณ 24 ชั่วโมงแล้วยังไม่ชาร์จ หรือมีรอยกัดกร่อน ควรนำเข้าศูนย์บริการ

ควรรีบนำไปซ่อมภายในกี่วัน

หากจมน้ำ สัมผัสน้ำทะเล น้ำหวาน หรือมีอาการผิดปกติ ควรนำไปตรวจโดยเร็วที่สุดและไม่ทดลองชาร์จเอง เพราะคราบและการกัดกร่อนอาจเพิ่มขึ้นตามเวลา

สรุป

เมื่อมือถือโดนน้ำแล้วชาร์จไม่เข้า ให้ถอดสาย ปิดเครื่อง เช็ดภายนอก และวางไว้ในบริเวณที่แห้งและอากาศถ่ายเท อย่าฝืนชาร์จ อย่าใช้ความร้อน อย่าใส่ข้าวสาร และอย่าสอดวัตถุเข้าไปในพอร์ต หากยังมีคำเตือนหลังปล่อยให้แห้ง เครื่องร้อนผิดปกติ หรือชาร์จไม่ได้หลังผ่านไปประมาณ 24 ชั่วโมง ควรนำเข้าศูนย์บริการ

แนวทางของ comsiam คือให้ถือความปลอดภัยของผู้ใช้และข้อมูลในเครื่องเป็นอันดับแรก เพราะการหยุดชาร์จและตรวจสอบอย่างถูกวิธีช่วยลดโอกาสที่ความเสียหายเล็กน้อยจะลุกลามไปถึงพอร์ต แบตเตอรี่ หรือแผงวงจรหลักได้