Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

vivo Y39 5G ตั้งค่า Funtouch OS สำหรับมือใหม่อย่างไร เปลี่ยนภาษาไทย เปิด 5G เชื่อมต่อ Wi-Fi ตั้งค่าหน้าจอ ลายนิ้วมือ และทำให้ LINE แจ้งเตือนตามปกติ เป็นคำถามสำคัญสำหรับผู้ที่เพิ่งซื้อโทรศัพท์ vivo Y39 5G หรือต้องการตั้งค่าระบบใหม่ให้ใช้งานได้สะดวก ปลอดภัย และประหยัดแบตเตอรี่
vivo Y39 5G รุ่นประเทศไทยเปิดตัวพร้อม Android 15 และ Funtouch OS 15 ใช้ชิป Snapdragon 4 Gen 2 มี RAM 8GB รองรับ Extended RAM สูงสุด 8GB พื้นที่เก็บข้อมูล 256GB แบบ UFS 3.1 หน้าจอ LCD 6.68 นิ้ว รีเฟรชเรตสูงสุด 120Hz พร้อมแบตเตอรี่ BlueVolt 6,500mAh และระบบชาร์จเร็ว 44W FlashCharge
จุดเด่นของ Funtouch OS คือการรวมการตั้งค่าเครือข่าย หน้าจอ การแจ้งเตือน ความเป็นส่วนตัว และการจัดการพลังงานไว้ในระบบเดียว แต่ผู้ใช้ใหม่อาจไม่คุ้นเคยกับชื่อเมนูบางส่วน โดยเฉพาะผู้ที่ย้ายมาจาก Samsung, Xiaomi หรือ iPhone
บทความนี้จาก ComSiam จะสอนตั้งค่า vivo Y39 5G ตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรกไปจนถึงการปรับระบบให้เหมาะกับการใช้งานประจำวัน พร้อมตารางตรวจสอบและคำถามที่พบบ่อย โดยเน้นไม่ลบรูปภาพ ประวัติ LINE หรือข้อมูลส่วนตัวโดยไม่จำเป็น
vivo Y39 5G รุ่นประเทศไทยเปิดตัวพร้อมระบบต่อไปนี้
| รายการ | ข้อมูลทางการ |
|---|---|
| รุ่นโทรศัพท์ | vivo Y39 5G |
| ชิปประมวลผล | Snapdragon 4 Gen 2 |
| ระบบ Android เมื่อเปิดตัว | Android 15 |
| ระบบ vivo เมื่อเปิดตัว | Funtouch OS 15 |
| RAM จริง | 8GB LPDDR4X |
| Extended RAM | สูงสุด 8GB |
| พื้นที่เก็บข้อมูล | 256GB UFS 3.1 |
| หน้าจอ | LCD 6.68 นิ้ว |
| ความละเอียด | 1608 × 720 พิกเซล |
| รีเฟรชเรตสูงสุด | 120Hz |
| แบตเตอรี่ | 6,500mAh BlueVolt |
| ชาร์จเร็ว | 44W FlashCharge |
| Wi-Fi | 2.4GHz และ 5GHz |
| Bluetooth | 5.1 |
| ซิม | Nano SIM สองช่อง |
| เครือข่าย | 4G และ 5G |
Funtouch OS 15 เป็นระบบส่วนติดต่อผู้ใช้และฟังก์ชันเพิ่มเติมของ vivo ที่พัฒนาบนพื้นฐาน Android 15
ระบบครอบคลุมหน้าจอหลัก การแจ้งเตือน การควบคุมแอป การจัดการพลังงาน และการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
สำหรับเครื่องที่เปิดตัวพร้อม Funtouch OS 15 ไม่จำเป็นต้องติดตั้งเวอร์ชันนี้ด้วยตนเองตั้งแต่แรก
อย่างไรก็ตาม เวอร์ชันในเครื่องอาจเปลี่ยนไปจากการอัปเดตภายหลัง จึงควรตรวจสอบจาก Settings > About Phone
หากเพิ่งซื้อเครื่องใหม่ สามารถดำเนินการตามลำดับต่อไปนี้
① เปิดโทรศัพท์ด้วยปุ่ม Power
② เลือกภาษาไทยหรือภาษาที่ต้องการ
③ เลือกประเทศหรือภูมิภาคตามการใช้งานจริง
④ เชื่อมต่อ Wi-Fi
⑤ ตรวจสอบข้อกำหนดและสิทธิ์ที่ระบบแสดง
⑥ ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google
⑦ เลือกว่าจะย้ายข้อมูลจากโทรศัพท์เดิมหรือไม่
⑧ ตั้งรหัสล็อกหน้าจอ
⑨ ตั้งค่าลายนิ้วมือเมื่อพร้อม
⑩ เลือกบริการสำรองข้อมูลที่ต้องการใช้
⑪ ตรวจสอบการอัปเดตระบบ
⑫ เข้าสู่หน้าจอหลักและทดสอบการใช้งาน
ควรตรวจสอบว่าเครื่องไม่ได้ติดบัญชี Google ของเจ้าของเดิม และสามารถตั้งค่าด้วยบัญชีของตนอย่างถูกต้อง
ไม่ควรใช้บริการที่อ้างว่าสามารถข้ามระบบป้องกันบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต
หากโทรศัพท์แสดงเมนูภาษาอังกฤษ สามารถตรวจสอบการเปลี่ยนภาษาได้จาก Settings
① เปิด Settings
② ค้นหา System Management หรือ System
③ เลือก Language & Input หรือ Languages
④ เข้าเมนูภาษา
⑤ เพิ่มหรือเลือกภาษาไทย
⑥ ตั้งภาษาไทยเป็นภาษาหลักตามตัวเลือกที่ระบบมี
⑦ กลับหน้าจอหลัก
⑧ ตรวจสอบว่าเมนูเปลี่ยนเป็นภาษาไทยแล้ว
ใช้ช่องค้นหาใน Settings พิมพ์ Language
ชื่อและตำแหน่งเมนูอาจแตกต่างกันตามการอัปเดตของ Funtouch OS
ผู้ใช้สามารถใช้คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมากับเครื่องหรือแอปคีย์บอร์ดที่เลือกใช้
อาจยังไม่ได้เพิ่มภาษาที่สอง หรือปุ่มสลับภาษาถูกกำหนดต่างจากที่คุ้นเคย
ควรตรวจสอบการตั้งค่าภายในคีย์บอร์ดที่ใช้งานจริง
vivo Y39 5G รองรับ Wi-Fi ทั้งย่าน 2.4GHz และ 5GHz
① เปิด Settings
② เข้า Wi-Fi
③ เปิด Wi-Fi
④ เลือกชื่อเครือข่ายที่ต้องการ
⑤ ป้อนรหัสผ่านให้ถูกต้อง
⑥ แตะ Connect
⑦ รอให้เชื่อมต่อสำเร็จ
⑧ ทดลองเปิดเว็บไซต์
Wi-Fi 2.4GHz มักให้การครอบคลุมพื้นที่ได้ดีในหลายสถานการณ์ ส่วน 5GHz มักเหมาะกับการใช้งานที่ต้องการความเร็วสูงในระยะที่เหมาะสม
ผลจริงขึ้นอยู่กับเราเตอร์ สิ่งกีดขวาง และสัญญาณรบกวน
ตรวจสอบรหัสผ่านและทดลองเชื่อมต่อใหม่ก่อน ไม่จำเป็นต้อง Reset Network Settings ทั้งหมดทันที
vivo Y39 5G รองรับ Nano SIM สองช่องแบบ Dual SIM Dual Standby
ไม่จำเป็น
สามารถเลือกซิมตามสิทธิ์และแพ็กเกจที่ใช้งานจริง โดยอาศัยตัวเลือกที่ระบบมีให้
vivo Y39 5G รองรับ 5G แต่ต้องมีซิม บริการและพื้นที่ครอบคลุมที่พร้อมใช้งาน
① เปิด Settings
② เข้า Mobile Network
③ เลือกซิมสำหรับข้อมูลมือถือ
④ เปิด Mobile Data
⑤ ค้นหา Preferred Network Type
⑥ เลือกโหมดอัตโนมัติที่รวม 5G หากมีตัวเลือก
⑦ ตรวจสอบ Airplane Mode ว่าปิดอยู่
⑧ รอให้ระบบเชื่อมต่อเครือข่าย
⑨ ปิด Wi-Fi ชั่วคราวเพื่อทดสอบ
⑩ ทดลองเปิดเว็บไซต์
อาจเป็นเพราะพื้นที่ไม่มีสัญญาณ 5G ซิมยังไม่ได้เปิดบริการ หรือแพ็กเกจไม่รองรับ
ไม่ควร Factory Reset เพียงเพราะเครื่องเลือกใช้ 4G
หน้าจอ vivo Y39 5G รองรับรีเฟรชเรตสูงสุด 120Hz ซึ่งช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวดูต่อเนื่องเมื่อแอปรองรับ
① เปิด Settings
② เข้า Display & Brightness
③ ค้นหา Screen Refresh Rate
④ ตรวจสอบตัวเลือกที่มี
⑤ เลือกโหมดอัตโนมัติหรือ 120Hz ตามความต้องการ
⑥ ทดลองเลื่อนหน้าจอ
⑦ หากต้องการประหยัดพลังงาน ให้ทดลอง 60Hz
ไม่จำเป็น
vivo ระบุว่ามีเพียงบางแอปที่รองรับ 120Hz และความลื่นยังขึ้นอยู่กับการประมวลผลของอุปกรณ์และแอปด้วย
ควรลดความสว่างให้อยู่ในระดับที่มองเห็นชัด และไม่เปิดหน้าจอทิ้งไว้นานโดยไม่จำเป็น
โทรศัพท์มีระบบปรับความสว่างตามสภาพแสง โดยความสว่างจริงอาจเปลี่ยนตามโหมดและเงื่อนไขของหน้าจอ
① เปิด Settings
② เข้า Display & Brightness
③ เลือก Dark Mode หากมี
④ ทดลองใช้งาน
① ค้นหา Eye Protection หรือเมนูป้องกันดวงตา
② เปิดใช้งานเมื่อเหมาะสม
③ ปรับสีหรือกำหนดเวลา หากระบบรองรับ
④ ตรวจสอบความสบายตา
vivo Y39 5G ใช้หน้าจอ LCD ไม่ใช่ AMOLED
Dark Mode จึงไม่ได้ประหยัดไฟจากการดับพิกเซลสีดำแบบจอ OLED โดยตรง ควรเน้นการลดความสว่างหากต้องการประหยัดแบตเตอรี่
Android มีรูปแบบนำทางด้วยปุ่มและท่าทางสัมผัส โดยตัวเลือกจริงขึ้นอยู่กับระบบที่ติดตั้ง
หากไม่คุ้นเคยกับท่าทางสัมผัส ควรเริ่มจากปุ่มนำทางสามปุ่มเมื่อระบบมีให้เลือก
เมื่อคุ้นเคยแล้วจึงทดลองใช้ Gestures
Funtouch OS รองรับการจัดวางหน้าจอหลักและการปรับแต่งตามตัวเลือกของระบบ
① แตะพื้นที่ว่างบนหน้าจอหลักค้างไว้
② ตรวจสอบตัวเลือก Home Settings
③ ย้ายไอคอนที่ใช้บ่อยมาไว้หน้าแรก
④ จัดกลุ่มแอปลงโฟลเดอร์
⑤ เพิ่ม Widget ที่จำเป็น
⑥ ตรวจสอบรูปแบบหน้าจอหลักที่ระบบรองรับ
⑦ ทดลองใช้งาน
เช่น โทรศัพท์ ข้อความ กล้อง LINE เบราว์เซอร์ และแอปที่ใช้ทำงานเป็นประจำ
ไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Launcher ภายนอกเพื่อจัดไอคอนขั้นพื้นฐาน
โดยทั่วไปสามารถเลือกรูปจาก Gallery ตามตัวเลือกที่ระบบรองรับ
ควรหลีกเลี่ยงการใช้ภาพที่มีข้อมูลส่วนตัวสำคัญบนหน้าจอล็อก เพราะผู้อื่นอาจมองเห็นได้โดยไม่ต้องปลดล็อก
vivo Y39 5G มีลำโพงคู่ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
① เปิด Settings
② เข้า Sound & Vibration
③ ตั้งค่า Ringtone
④ ตั้งค่า Notification Sound
⑤ ปรับระดับเสียงสื่อ
⑥ ปรับเสียงเรียกเข้า
⑦ ปรับเสียงปลุก
⑧ ตรวจสอบการสั่น
⑨ ทดลองโทรเข้า
เพราะระดับเสียงสื่อและเสียงเรียกเข้าอาจมีการควบคุมแยกกัน
ควรตรวจสอบระดับเสียงแต่ละประเภท
Do Not Disturb คือโหมดห้ามรบกวนที่ช่วยจำกัดการแจ้งเตือนตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้
อาจเป็นเพราะเปิด Do Not Disturb อยู่
ควรตรวจสอบโหมดนี้ก่อนลบข้อมูลแอปหรือเปลี่ยนโทรศัพท์
LINE ต้องได้รับอนุญาตให้แสดงการแจ้งเตือนและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ตามปกติ
① เปิด Settings
② เข้า Notifications หรือ Notifications & Status Bar
③ เลือก App Notifications
④ เลือก LINE
⑤ เปิด Allow Notifications
⑥ ตรวจสอบ Lock Screen Notifications
⑦ ตรวจสอบหมวดการแจ้งเตือนที่ระบบแสดง
⑧ เปิด LINE และตรวจสอบการตั้งค่า Notifications ภายในแอป
⑨ ตรวจสอบ Do Not Disturb
⑩ ทดลองส่งข้อความจากอีกเครื่อง
ควรตรวจสอบการใช้อินเทอร์เน็ตในพื้นหลัง การจัดการพลังงานของแอป และ Battery Saver
ไม่ควรทำ เพราะอาจกระทบประวัติสนทนาที่ไม่ได้สำรอง
ไม่จำเป็น
ระบบอาจแสดงเป็นคนละแอป จึงควรตรวจสอบทั้งสองแยกกัน
การแจ้งเตือนบนหน้าจอล็อกมีความสำคัญทั้งด้านความสะดวกและความเป็นส่วนตัว
① เปิด Settings
② เข้า Notifications
③ ค้นหา Lock Screen Notifications
④ เลือกให้แสดงหรือซ่อนรายละเอียดตามตัวเลือก
⑤ ตรวจสอบ LINE และ Messenger
⑥ ทดลองล็อกหน้าจอ
⑦ ส่งข้อความทดสอบ
หากกังวลว่าคนอื่นอาจอ่านข้อมูลส่วนตัวจากหน้าจอล็อก ควรใช้ตัวเลือกซ่อนเนื้อหาที่ละเอียดอ่อนเมื่อมี
Android 15 และ Funtouch OS มีตัวเลือกควบคุมการเข้าถึงข้อมูลและฟังก์ชันของเครื่อง
อนุญาตสิทธิ์เท่าที่จำเป็นกับการใช้งานของแต่ละแอป
ตัวอย่างเช่น แอปแผนที่อาจต้องใช้ Location ส่วนแอปที่ไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งไม่จำเป็นต้องได้รับสิทธิ์ตลอดเวลา
① เปิด Settings
② เข้า Apps หรือ Privacy
③ เลือก Permission Manager หากมี
④ เลือกประเภทสิทธิ์ เช่น Camera
⑤ ตรวจสอบรายชื่อแอปที่ได้รับอนุญาต
⑥ เลือกแอปที่ต้องการปรับ
⑦ เลือกสิทธิ์ที่เหมาะสม
⑧ ทดสอบว่าแอปยังใช้งานได้
ไม่ควร
เพราะบางแอปต้องใช้สิทธิ์เพื่อทำงาน เช่น กล้องต้องใช้ Camera และวิดีโอคอลต้องใช้ Microphone
ควรพิจารณาเป็นรายแอป
รหัสล็อกหน้าจอช่วยป้องกันผู้อื่นเข้าถึงรูปภาพ ข้อความและบัญชีสำคัญ
ควรใช้รหัสที่เดาได้ยากและไม่ซ้ำกับข้อมูลทั่วไป เช่น วันเกิดหรือเลขเรียงง่าย ๆ
ต้องรักษารหัสไว้ เพราะหากลืมอาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลภายในเครื่อง
ข้อมูลของ vivo สำหรับรุ่น Y39 5G ระบุเซนเซอร์ลายนิ้วมือแบบ Capacitive ที่อยู่ด้านข้างเครื่อง
① เปิด Settings
② ค้นหา Fingerprint หรือ Security
③ ตั้งรหัสล็อกหน้าจอให้เรียบร้อย
④ เลือก Add Fingerprint
⑤ วางนิ้วบนเซนเซอร์ด้านข้างตามคำแนะนำ
⑥ ขยับตำแหน่งนิ้วเพื่อบันทึกหลายมุม
⑦ รอให้บันทึกสำเร็จ
⑧ ทดลองล็อกและปลดล็อก
ไม่ใช่ ข้อมูลรุ่น Y39 5G ระบุเซนเซอร์ลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง
ตรวจสอบว่านิ้วและเซนเซอร์สะอาด ไม่เปียก และเคสไม่ได้กดทับบริเวณเซนเซอร์
ผู้ใช้ควรตรวจสอบเมนู Face Unlock ที่มีอยู่จริงบนเครื่องและเวอร์ชันระบบ
ไม่จำเป็น
ระบบอาจร้องขอ PIN หรือ Password ในบางสถานการณ์ เช่น หลังรีสตาร์ตหรือเมื่อการยืนยันด้วยชีวมิติไม่สำเร็จ
Battery Saver ช่วยลดการทำงานบางส่วนเพื่อประหยัดพลังงาน
① เปิด Settings
② เข้า Battery
③ ค้นหา Battery Saver หรือโหมดประหยัดพลังงาน
④ เปิดใช้งานเมื่อจำเป็น
⑤ ตรวจสอบแอปสำคัญ
⑥ ทดลองการแจ้งเตือน LINE
⑦ ตรวจสอบผลต่อความลื่นของเครื่อง
ไม่จำเป็น
โหมดประหยัดพลังงานอาจจำกัดกิจกรรมเบื้องหลังและประสิทธิภาพบางส่วน
ควรเปิดตามการใช้งานจริง
ไม่ควรสรุปทันที
ควรตรวจสอบว่ามีวิดีโอคอล ดาวน์โหลดไฟล์ หรือการใช้งานต่อเนื่องหรือไม่
ไม่ควร Clear Data LINE เพื่อทดลองลดการใช้แบต
vivo Y39 5G มี RAM จริง 8GB และรองรับ Extended RAM สูงสุด 8GB
① เปิด Settings
② เข้า RAM & Storage Space หรือค้นหา RAM
③ เลือกเมนู RAM
④ ตรวจสอบ Extended RAM
⑤ เปิดใช้งานหากต้องการและระบบมีพื้นที่เพียงพอ
⑥ เลือกขนาดตามตัวเลือกที่แสดง
⑦ รีสตาร์ตหากระบบร้องขอ
⑧ ตรวจสอบผล
ไม่ใช่
Extended RAM อาศัยพื้นที่เก็บข้อมูลภายในช่วยจัดการหน่วยความจำ และไม่ได้เปลี่ยน RAM ฮาร์ดแวร์จาก 8GB เป็น 16GB
หากใช้หลายแอปพร้อมกัน สามารถทดลองได้ แต่ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน
ไม่ได้ตามข้อมูลจำเพาะรุ่นประเทศไทย เนื่องจากผู้ผลิตระบุว่าไม่รองรับการขยายความจุ
รุ่นนี้รองรับ USB OTG จึงสามารถใช้อุปกรณ์ USB ที่เข้ากันได้เพื่อถ่ายโอนไฟล์ตามความสามารถของระบบ
① เปิด Settings
② เข้า Accounts หรือ Passwords & Accounts
③ เลือก Add Account หากยังไม่มี
④ เลือก Google
⑤ ลงชื่อเข้าใช้บัญชีที่เป็นเจ้าของ
⑥ ตรวจสอบการยืนยันตัวตน
⑦ เปิด Play Store
⑧ ตรวจสอบบัญชีที่ใช้
⑨ ทดลองค้นหาแอป
ไม่แนะนำ
เพราะบัญชี Google อาจใช้จัดเก็บรายชื่อ รูปภาพ อีเมลและข้อมูลส่วนตัว
ควรใช้บัญชีของตนเองเพื่อควบคุมการสำรองและกู้คืนข้อมูลได้อย่างถูกต้อง
การสำรองข้อมูลช่วยลดความเสี่ยงเมื่อโทรศัพท์สูญหาย เสียหาย หรือจำเป็นต้องซ่อม
① เปิด Settings
② ค้นหา Backup
③ ตรวจสอบบัญชี Google
④ ตรวจสอบประเภทข้อมูลที่สามารถสำรอง
⑤ เปิดการสำรองตามความต้องการ
⑥ ตรวจสอบสถานะและวันที่สำรองล่าสุด
⑦ ทดลองเข้าถึงข้อมูลสำรองที่สำคัญ
ไม่ควรเข้าใจเช่นนั้น
การสำรองระบบ Android ไม่ได้รับประกันว่าจะกู้คืนข้อมูลภายใน LINE ได้ครบทุกประเภท
ควรใช้ระบบสำรองที่ LINE รองรับและเก็บไฟล์สำคัญแยกด้วย
การซิงก์รูปภาพและการลบรูปจากบริการคลาวด์มีผลที่อาจแตกต่างจากการลบไฟล์เฉพาะในเครื่อง
ต้องตรวจสอบคำสั่งก่อนลบ โดยเฉพาะ Delete กับ Free Up Space
① เปิด LINE
② เข้า Settings
③ ค้นหาเมนูสำรองประวัติการแชต
④ ตรวจสอบบัญชี Google ที่เกี่ยวข้อง
⑤ เริ่มสำรองตามขั้นตอนของ LINE
⑥ ตรวจสอบวันและเวลาของข้อมูลสำรอง
⑦ เก็บรูปภาพและไฟล์สำคัญแยกต่างหาก
⑧ ตรวจสอบช่องทางเข้าสู่บัญชี LINE
ข้อมูลสำรองแชตมาตรฐานของ LINE บน Android อาจไม่ครอบคลุมรูปภาพ วิดีโอและไฟล์ทั้งหมดที่อยู่ในห้องสนทนา
หากมีข้อมูลสำคัญ ควรตรวจสอบความสามารถของการสำรองอย่างละเอียดก่อนเปลี่ยนเครื่อง
ไม่ควร Clear Data LINE ถอนแอป หรือ Factory Reset เพื่อทดลองแก้การแจ้งเตือนช้า เพราะอาจกระทบข้อมูลที่ยังไม่ได้สำรอง
การอัปเดตระบบอาจมีการแก้ไขข้อผิดพลาดและปรับปรุงความปลอดภัย
การอัปเดตระบบตามปกติไม่ได้มีจุดประสงค์ลบข้อมูลส่วนตัวทั้งหมด แต่ควรสำรองข้อมูลสำคัญไว้ก่อน เพราะการทำงานผิดพลาดหรือปัญหาฮาร์ดแวร์อาจเกิดขึ้นได้
Android มีบริการสำหรับช่วยค้นหาอุปกรณ์ที่เข้ากันได้ผ่านบัญชี Google
① เปิด Settings
② ตรวจสอบบัญชี Google
③ ค้นหา Find Hub หรือ Find My Device ตามชื่อบริการที่ระบบแสดง
④ ตรวจสอบสถานะการค้นหาอุปกรณ์
⑤ ตรวจสอบการตั้งค่า Location
⑥ อ่านคำอธิบายเรื่องการใช้ข้อมูลและความเป็นส่วนตัว
⑦ ตั้งค่าตามความต้องการ
ไม่รับประกัน
ขึ้นอยู่กับการเชื่อมต่อ สถานะอุปกรณ์ และความสามารถของบริการในขณะนั้น
① PIN หรือ Password สำหรับหน้าจอล็อก
② ลายนิ้วมือ
③ การปลดล็อกด้วยใบหน้า หากมี
④ การแจ้งเตือนบนหน้าจอล็อก
⑤ App Permissions
⑥ Google Account Security
⑦ การสำรองข้อมูล
⑧ การค้นหาอุปกรณ์
⑨ การอัปเดตระบบ
⑩ การติดตั้งแอปจากแหล่งที่เชื่อถือได้
เพราะอาจมีความเสี่ยงด้านมัลแวร์ การขอสิทธิ์เกินจำเป็น หรือการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว
ควรใช้แหล่งแอปที่ตรวจสอบได้และอ่านสิทธิ์ก่อนติดตั้ง
| สิ่งที่ต้องการตั้งค่า | เมนูที่ควรค้นหา |
|---|---|
| เปลี่ยนภาษาไทย | Language |
| เปลี่ยนคีย์บอร์ด | Keyboard / Language & Input |
| เชื่อมต่อ Wi-Fi | Wi-Fi |
| เปิดอินเทอร์เน็ตซิม | Mobile Network / Mobile Data |
| เปิด 5G | Preferred Network Type |
| เลือกซิมอินเทอร์เน็ต | Mobile Data SIM |
| ตั้งหน้าจอ 120Hz | Screen Refresh Rate |
| ปรับความสว่าง | Display & Brightness |
| เปลี่ยนปุ่มนำทาง | System Navigation |
| เปลี่ยนวอลเปเปอร์ | Wallpaper |
| ตั้งเสียงเรียกเข้า | Sound & Vibration |
| เปิดแจ้งเตือน LINE | App Notifications |
| ตั้งห้ามรบกวน | Do Not Disturb |
| ควบคุมสิทธิ์แอป | Permission Manager |
| ตั้งลายนิ้วมือ | Fingerprint |
| ประหยัดแบตเตอรี่ | Battery / Battery Saver |
| เพิ่ม RAM เสมือน | Extended RAM |
| ดูพื้นที่ว่าง | RAM & Storage Space |
| เพิ่มบัญชี Google | Accounts |
| สำรองข้อมูล | Backup |
| อัปเดตระบบ | System Update |
ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันตามเวอร์ชัน Funtouch OS และภาษาของเครื่อง ควรใช้ช่องค้นหาใน Settings หากหาไม่พบ
① โทรออกได้หรือไม่
② รับสายได้หรือไม่
③ ส่ง SMS ได้หรือไม่เมื่อจำเป็น
④ Mobile Data ทำงานหรือไม่
⑤ Wi-Fi เชื่อมต่อได้หรือไม่
⑥ LINE แจ้งเตือนหรือไม่
⑦ Messenger แจ้งเตือนหรือไม่
⑧ ลายนิ้วมือทำงานหรือไม่
⑨ กล้องหน้าและกล้องหลังใช้งานได้หรือไม่
⑩ เสียงเรียกเข้าดังตามที่ตั้งไว้หรือไม่
⑪ Battery Saver ไม่กระทบแอปสำคัญหรือไม่
⑫ ตรวจสอบว่าการสำรองข้อมูลทำงานแล้ว
เพราะการตั้งค่าบางอย่างอาจมีผลต่อฟังก์ชันอื่น เช่น Battery Saver อาจจำกัดการทำงานของบางแอป และ Do Not Disturb อาจทำให้ไม่เห็นการแจ้งเตือน
รุ่นประเทศไทยเปิดตัวพร้อม Android 15 และ Funtouch OS 15
ใช้ Qualcomm Snapdragon 4 Gen 2
เข้า Settings แล้วค้นหา Language จากนั้นเลือกภาษาไทยเป็นภาษาหลักตามตัวเลือกของระบบ
เข้า Settings แล้วค้นหา Keyboard หรือ Language & Input เพื่อเพิ่มภาษาไทยในคีย์บอร์ด
เข้า Settings > Wi-Fi แล้วเลือกชื่อเครือข่ายและป้อนรหัสผ่าน
เข้า Mobile Network เลือกซิมอินเทอร์เน็ต แล้วตรวจสอบ Preferred Network Type ที่รวม 5G ตามเมนูจริง
รองรับ Nano SIM สองช่องแบบ Dual SIM Dual Standby
เข้า Display & Brightness แล้วค้นหา Screen Refresh Rate
ไม่ใช่ รุ่นนี้ใช้หน้าจอ LCD ขนาด 6.68 นิ้ว
ตรวจสอบตัวเลือก System Navigation ซึ่งอาจมีทั้งแบบปุ่มและท่าทางสัมผัสตามระบบที่ติดตั้ง
เข้า Settings แล้วค้นหา Fingerprint โดยรุ่นนี้มีเซนเซอร์ลายนิ้วมือด้านข้างเครื่อง
ไม่ใช่สแกนลายนิ้วมือใต้จอ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ vivo สำหรับรุ่นนี้
ตรวจสอบ App Notifications, Do Not Disturb, Mobile Data และการจัดการพลังงานเบื้องหลัง
เปิดการแจ้งเตือนของแต่ละแอปและตรวจสอบการตั้งค่าภายในแอปแยกกัน
เข้า Settings > Battery แล้วตรวจสอบโหมดประหยัดพลังงานที่มีในระบบ
รองรับ Extended RAM สูงสุด 8GB โดยมี RAM จริง 8GB
มีพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 256GB แบบ UFS 3.1
ไม่รองรับการเพิ่มความจุด้วย microSD ตามข้อมูลจำเพาะรุ่นประเทศไทย
เปิด Settings แล้วค้นหา System Update เพื่อตรวจสอบอัปเดตทางการ
สามารถใช้ระบบสำรองที่รองรับ เช่น Google Photos หรือคัดลอกไฟล์ไปคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ภายนอกที่เข้ากันได้
หากใช้ Factory Reset ข้อมูล LINE ที่ไม่ได้สำรองอาจสูญหาย จึงไม่ควรเลือกคำสั่งนี้โดยไม่จำเป็น
ไม่จำเป็น การตั้งค่าส่วนใหญ่สามารถเปลี่ยนได้จาก Settings โดยไม่ต้องล้างข้อมูลภายในเครื่อง
หากต้องการ ตั้งค่า Funtouch OS บน vivo Y39 5G สำหรับมือใหม่ ควรเริ่มจากภาษา การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต บัญชี Google และระบบล็อกหน้าจอ ก่อนปรับแต่งหน้าจอ เสียงและการแจ้งเตือน
vivo Y39 5G รุ่นประเทศไทยเปิดตัวพร้อม Android 15 / Funtouch OS 15 ใช้ Snapdragon 4 Gen 2 และหน้าจอ LCD 120Hz
การตั้งค่าหน้าจอสามารถปรับรีเฟรชเรตและความสว่างตามลักษณะการใช้งาน โดยผู้ที่เน้นประหยัดแบตสามารถทดลอง 60Hz ได้
สำหรับการใช้งานสองซิม ควรเลือกซิมข้อมูลหลักให้ตรงกับแพ็กเกจและตรวจสอบ Preferred Network Type หากต้องการใช้ 5G
ควรตรวจสอบ Notifications ของ LINE, Facebook และ Messenger รวมถึง Do Not Disturb และการจัดการแอปเบื้องหลัง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาแจ้งเตือนล่าช้า
ด้านความปลอดภัย ควรตั้ง PIN หรือ Password และลายนิ้วมือด้านข้างเครื่อง พร้อมจัดการ App Permissions ให้เหมาะสม
สำหรับการจัดการพลังงาน ควรตรวจสอบ Battery Usage และ Battery Saver ส่วน Extended RAM สามารถเปิดใช้งานตามตัวเลือกที่ระบบรองรับโดยไม่ใช่การเพิ่ม RAM ฮาร์ดแวร์จริง
ควรสำรองรูปภาพ เอกสาร และประวัติ LINE เป็นประจำ พร้อมตรวจสอบว่าข้อมูลสำรองเข้าถึงได้จริง
ComSiam แนะนำให้ตั้งค่าทีละหัวข้อและทดสอบผลทุกครั้ง โดยไม่จำเป็นต้อง Factory Reset หรือ Clear Data LINE เพื่อปรับแต่ง Funtouch OS เพราะอาจทำให้รูปภาพ ประวัติสนทนา และข้อมูลสำคัญสูญหาย ทั้งที่การตั้งค่าต่าง ๆ สามารถแก้ได้โดยตรงจากระบบ