Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

vivo Y18 ชาร์จแบตเตอรี่ไม่เข้า เสียบสายชาร์จแล้วไม่มีสัญลักษณ์แบตเตอรี่ ชาร์จช้ามาก หรือชาร์จแล้วเปอร์เซ็นต์แบตไม่เพิ่ม เป็นปัญหาที่อาจเกิดจากสาย USB-C อะแดปเตอร์ พอร์ตชาร์จ แบตเตอรี่ ระบบ Android หรือวงจรจ่ายไฟภายในโทรศัพท์
บางเครื่องเสียบชาร์จแล้วติด ๆ ดับ ๆ ต้องขยับสายจึงจะชาร์จได้ ขณะที่บางเครื่องแสดงรูปสายฟ้าแต่แบตเตอรี่ไม่เพิ่ม หรือชาร์จทิ้งไว้นานหลายชั่วโมงก็ยังเปิดเครื่องไม่ได้
ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าแบตเตอรี่เสียเสมอไป เพราะอาจเกิดจากอุปกรณ์ชาร์จที่ไม่มีคุณภาพหรือพอร์ต USB-C มีฝุ่นสะสมเท่านั้น
บทความนี้จาก ComSiam จะอธิบายวิธีตรวจสอบและแก้ไข vivo Y18 ชาร์จไม่เข้าอย่างละเอียด สำหรับรุ่นประเทศไทยที่เปิดตัวพร้อม Android 14 และ Funtouch OS 14 โดยเน้นวิธีแก้ปัญหาอย่างปลอดภัย รักษารูปภาพ ประวัติ LINE และข้อมูลสำคัญ โดยไม่ Factory Reset หากไม่จำเป็น
เมื่อเสียบสายชาร์จแล้วโทรศัพท์ไม่ตอบสนอง ควรพิจารณาสาเหตุที่เป็นไปได้หลายด้าน
ควรตรวจสอบจากอุปกรณ์ภายนอกก่อน เพราะสามารถทดสอบได้โดยไม่ต้องแกะเครื่องหรือเสี่ยงสูญเสียข้อมูล
ก่อนวิเคราะห์ความเร็วในการชาร์จ ควรเข้าใจข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ที่ผู้ผลิตกำหนดไว้
| รายการ | vivo Y18 |
|---|---|
| แบตเตอรี่ | 5,000 mAh |
| ประเภทแบตเตอรี่ | Lithium-ion |
| กำลังชาร์จสูงสุด | 15W |
| พอร์ตชาร์จ | USB Type-C |
| ระบบปฏิบัติการเมื่อเปิดตัว | Android 14 |
| ระบบ vivo | Funtouch OS 14 |
| ชิปประมวลผล | MediaTek Helio G85 |
| หน้าจอ | LCD 6.56 นิ้ว |
| ความถี่หน้าจอ | สูงสุด 90Hz |
| มาตรฐานป้องกันฝุ่นและละอองน้ำ | IP54 |
ข้อมูลสเปกบนเว็บไซต์ vivo ประเทศไทยระบุว่า ภายในกล่องมีสายชาร์จ แต่ไม่มีหัวชาร์จ
ดังนั้นผู้ใช้บางรายอาจต้องซื้ออะแดปเตอร์แยกต่างหาก และควรเลือกอะแดปเตอร์ที่ปลอดภัย เข้ากันได้กับโทรศัพท์ และรองรับการจ่ายไฟอย่างเหมาะสม
vivo Y18 รองรับกำลังชาร์จสูงสุด 15W ตามสเปกผู้ผลิต
แม้ใช้อะแดปเตอร์ 33W หรือ 44W ที่มีมาตรฐานและเข้ากันได้ โทรศัพท์ก็ไม่ได้เพิ่มกำลังชาร์จเป็น 33W หรือ 44W
กำลังไฟที่ได้รับจริงขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างอุปกรณ์และระบบจัดการพลังงานของโทรศัพท์
หากตัวเครื่องแห้ง ไม่มีรอยบวม ไม่ร้อนจัด และไม่มีความเสียหายที่สังเกตเห็นได้ สามารถเริ่มตรวจสอบได้ดังนี้
ทดลองเสียบอุปกรณ์อื่นกับปลั๊กเดียวกันเพื่อดูว่ามีไฟฟ้าจ่ายตามปกติหรือไม่
หากใช้ปลั๊กพ่วง ให้ทดลองเปลี่ยนเป็นปลั๊กผนังที่ทราบว่าใช้งานได้
ใช้อะแดปเตอร์ที่มีมาตรฐานและรองรับการชาร์จของโทรศัพท์
หากมีอะแดปเตอร์อีกตัวที่ทราบว่าใช้งานได้ ให้ทดลองสลับเพื่อดูว่าอาการเปลี่ยนแปลงหรือไม่
ทดลองใช้สาย USB-C เส้นอื่นที่อยู่ในสภาพดี
สายที่ภายนอกไม่มีรอยขาดอาจมีความเสียหายภายในได้
ใช้ไฟส่องดูว่ามีฝุ่น เส้นใยผ้า หรือสิ่งแปลกปลอมอยู่ในพอร์ตหรือไม่
หากมีสิ่งอุดตันลึก ควรให้ช่างทำความสะอาด ไม่ควรใช้เข็มหรือโลหะแคะช่องชาร์จด้วยตนเอง
หากแบตเตอรี่หมดจนเครื่องดับ ให้เสียบชาร์จด้วยชุดชาร์จที่ตรวจสอบแล้วว่าปลอดภัยและใช้งานได้
รอประมาณ 30 นาที จากนั้นทดลองเปิดเครื่องอีกครั้ง
หากโทรศัพท์ยังใช้งานได้ แต่แสดงสถานะการชาร์จผิดปกติ ให้ทดลองรีสตาร์ตตามปกติ
การรีสตาร์ตไม่ใช่การล้างข้อมูล และอาจช่วยแก้ความผิดปกติชั่วคราวของซอฟต์แวร์ได้
สายชาร์จเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ควรตรวจสอบก่อน เพราะอาจเสียหายจากการพับ งอ ดึงแรง หรือใช้งานเป็นเวลานาน
① ใช้อะแดปเตอร์ตัวเดิมที่ทราบว่าใช้งานได้
② เปลี่ยนเฉพาะสาย USB-C
③ เสียบชาร์จในตำแหน่งปกติ โดยไม่บิดหรือกดหัวสาย
④ สังเกตสัญลักษณ์การชาร์จ
⑤ หากชาร์จได้ปกติด้วยสายใหม่ สายเดิมอาจเป็นสาเหตุ
หากสายมีรอยไหม้หรือหัวต่อผิดรูป ควรหยุดใช้ทันที
ไม่ควรพันเทปเพื่อบังคับให้สายที่ชำรุดกลับมาใช้งาน เพราะอาจเกิดความร้อนหรือไฟฟ้าลัดวงจร
อะแดปเตอร์มีหน้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้าให้เหมาะกับโทรศัพท์
หากอะแดปเตอร์เสีย อาจไม่จ่ายไฟหรือจ่ายไฟได้ไม่เสถียร
หากอะแดปเตอร์มีเสียงผิดปกติ กลิ่นไหม้ หรือร้อนจัด ควรหยุดใช้งานทันที
ไม่ควรแกะอะแดปเตอร์เพื่อซ่อมเอง เพราะภายในอาจมีส่วนที่เป็นอันตรายจากไฟฟ้า
อาการที่ต้องดันหรือขยับสายชาร์จจึงจะชาร์จได้ อาจเกี่ยวข้องกับหัวสายหรือพอร์ต USB-C ของโทรศัพท์
ให้ทดลองสายชาร์จอีกเส้นที่มีคุณภาพ
หากเปลี่ยนสายแล้วอาการหาย สาเหตุอาจอยู่ที่สายเดิม
แต่หากใช้หลายสายแล้วต้องขยับเหมือนกัน ควรให้ช่างตรวจสอบพอร์ต USB-C
ไม่ควรฝืนดัดหัวสายหรือเสียบสายเอียงค้างไว้ เพราะอาจทำให้พอร์ตเสียหายรุนแรงขึ้น
เมื่อใช้โทรศัพท์เป็นเวลานาน ฝุ่นและเส้นใยผ้าอาจสะสมในช่องชาร์จ ทำให้หัวสายเสียบได้ไม่สุด
① ถอดสายชาร์จออก
② ปิดเครื่องหากทำได้ตามปกติ
③ ใช้ไฟฉายส่องบริเวณช่อง USB-C
④ ตรวจดูว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่หรือไม่
⑤ เช็ดเฉพาะบริเวณภายนอกด้วยผ้าแห้งสะอาด
⑥ หากมีฝุ่นอุดตันลึก ให้ช่างที่มีเครื่องมือเหมาะสมตรวจสอบ
การใช้ของแหลมอาจทำให้หน้าสัมผัสเสียหาย และนำไปสู่ค่าซ่อมที่สูงกว่าปัญหาเดิม
vivo Y18 รองรับการชาร์จสูงสุด 15W
ผู้ผลิตระบุผลทดสอบการชาร์จเต็ม 100% ประมาณ 139 นาที หรือ 2 ชั่วโมง 19 นาที ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบของ vivo
ตัวเลขนี้เป็นผลทดสอบในห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่การรับประกันเวลาเท่ากันสำหรับทุกเครื่อง
① บันทึกเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ก่อนชาร์จ
② ใช้ชุดชาร์จที่เหมาะสม
③ ปิดหน้าจอและหยุดใช้งานหนัก
④ ชาร์จในบริเวณอุณหภูมิปกติ
⑤ ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์อีกครั้งหลังประมาณ 30 นาที
⑥ เปรียบเทียบกับการใช้งานที่ผ่านมา
หากแบตเตอรี่แทบไม่เพิ่มแม้ไม่ได้ใช้งานเครื่อง ควรตรวจสอบระบบชาร์จเพิ่มเติม
บางครั้งหน้าจอแสดงรูปสายฟ้าหรือสัญลักษณ์ชาร์จ แต่เปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ไม่เพิ่ม
หากแบตเตอรี่ยังลดลงต่อเนื่องขณะชาร์จ ทั้งที่ไม่ได้ใช้งานหนัก ควรหยุดทดลองซ้ำและให้ช่างตรวจสอบ
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีพลังงานต่ำมากอาจทำให้โทรศัพท์ไม่สามารถแสดงภาพหรือเปิดเครื่องทันทีได้
① ตรวจสอบสภาพเครื่องและพอร์ตชาร์จ
② ใช้ชุดชาร์จที่มีคุณภาพและเข้ากันได้
③ เสียบชาร์จกับปลั๊กไฟที่ใช้งานได้แน่นอน
④ รอประมาณ 30 นาที
⑤ ตรวจสอบการแสดงผลและลองเปิดเครื่อง
⑥ หากยังไม่ตอบสนอง ให้ทดลองชุดชาร์จอื่นหนึ่งชุด
⑦ หากยังไม่มีการตอบสนอง ให้ส่งตรวจระบบไฟและแบตเตอรี่
ไม่ควรใช้วิธีกระตุ้นแบตเตอรี่ด้วยการต่อไฟเข้าขั้วแบตเตอรี่โดยตรง เพราะแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้และความร้อนรุนแรง
vivo Y18 มีมาตรฐาน IP54 สำหรับการป้องกันฝุ่นและละอองน้ำภายใต้เงื่อนไขการทดสอบ
แต่ IP54 ไม่ได้หมายความว่าโทรศัพท์กันน้ำจุ่มได้ และผู้ผลิตเตือนว่าไม่ควรชาร์จโทรศัพท์ขณะเปียกน้ำ
① ถอดสายชาร์จออกทันทีหากเชื่อมต่ออยู่
② ปิดเครื่องหากยังเปิดอยู่และสามารถทำได้อย่างปลอดภัย
③ เช็ดน้ำบริเวณภายนอกด้วยผ้าแห้ง
④ วางโทรศัพท์ในบริเวณที่แห้งและอากาศถ่ายเท
⑤ ไม่ใช้ไดร์ลมร้อนหรือความร้อนสูง
⑥ ไม่เสียบชาร์จซ้ำขณะพอร์ตยังเปียก
⑦ หากสงสัยว่าของเหลวเข้าเครื่อง ให้ส่งศูนย์บริการตรวจสอบ
หากมีความชื้นภายในพอร์ตหรือวงจร การจ่ายไฟอาจทำให้เกิดการลัดวงจรหรือความเสียหายเพิ่มเติม
ไม่ควรทดลองเสียบสายหลายครั้งเพื่อดูว่าเครื่องกลับมาชาร์จได้หรือไม่ หากสงสัยว่าน้ำเข้าภายใน
ความอุ่นระดับหนึ่งระหว่างชาร์จอาจเกิดขึ้นได้ แต่หากเครื่องร้อนมากผิดปกติ ต้องพิจารณาความปลอดภัยก่อน
หากแบตเตอรี่บวม มีควัน หรือกลิ่นไหม้ ให้หยุดใช้งานทันที และหลีกเลี่ยงการชาร์จหรือบีบกดตัวเครื่อง
หากพบปัญหาหลังการอัปเดตระบบ ควรตรวจสอบว่าเกิดจากซอฟต์แวร์จริงหรือไม่
① ตรวจสอบสายและอะแดปเตอร์ก่อน
② รีสตาร์ตโทรศัพท์เมื่อเครื่องยังเปิดใช้งานได้
③ ตรวจสอบว่ามีการอัปเดตแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่
④ ทดลองชาร์จขณะปิดหน้าจอ
⑤ ตรวจสอบว่าโทรศัพท์มีความร้อนผิดปกติหรือไม่
⑥ หากอาการยังไม่หาย ให้ติดต่อศูนย์บริการ
ไม่ควรสรุปว่าระบบอัปเดตทำให้แบตเตอรี่เสียเพียงเพราะอาการเริ่มหลังอัปเดต เพราะอุปกรณ์ชาร์จและฮาร์ดแวร์อาจมีปัญหาในช่วงเวลาเดียวกันได้
ไม่ควรย้อนระบบหรือแฟลชเฟิร์มแวร์ด้วยตนเองเพื่อแก้ปัญหาชาร์จไม่เข้า โดยเฉพาะหากมีข้อมูลสำคัญที่ยังไม่ได้สำรอง
แบตเตอรี่สามารถเสื่อมตามอายุ การใช้งาน อุณหภูมิ และจำนวนรอบการชาร์จได้
อย่างไรก็ตาม ปัญหาชาร์จไม่เข้าไม่ได้แปลว่าต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ทันที
vivo ระบุผลทดสอบสำหรับแบตเตอรี่ Y18 ว่าสามารถรักษาความจุอย่างน้อย 80% หลังการทดสอบ 1,300 รอบชาร์จภายใต้เงื่อนไขในห้องปฏิบัติการ
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าแบตเตอรี่ทุกเครื่องจะมีสภาพเหมือนกัน เพราะอายุจริงขึ้นอยู่กับการใช้งานและสภาพแวดล้อม
ควรเปลี่ยนเมื่อได้รับการตรวจสอบแล้วว่าปัญหาเกิดจากแบตเตอรี่ ไม่ใช่เพียงคาดเดาจากอาการชาร์จไม่เข้า
หากมีอาการบวม ควรหยุดใช้งานและส่งตรวจโดยเร็ว
หากตรวจสอบสาย อะแดปเตอร์ และปลั๊กไฟแล้ว แต่โทรศัพท์ยังไม่ชาร์จ อาจต้องพิจารณาปัญหาภายในเครื่อง
ไม่จำเป็นเสมอไป
หากสาเหตุอยู่ที่พอร์ตชาร์จหรืออุปกรณ์ส่วนอื่น การซ่อมหรือเปลี่ยนเฉพาะชิ้นส่วนที่เสียอาจเพียงพอ
ควรให้ช่างตรวจสอบและแจ้งผลก่อนอนุมัติเปลี่ยนอะไหล่
ไม่ควร Factory Reset เป็นขั้นตอนแรกสำหรับปัญหาชาร์จไม่เข้า
เพราะหากเกิดจากสายชาร์จ อะแดปเตอร์ พอร์ต หรือแบตเตอรี่เสีย การล้างข้อมูลไม่ได้ช่วยซ่อมฮาร์ดแวร์
① ตรวจสอบอุปกรณ์ชาร์จ
② ตรวจสอบพอร์ต USB-C
③ ตรวจสอบอาการความร้อนและความชื้น
④ รีสตาร์ตเมื่อเครื่องยังเปิดได้
⑤ สำรองรูปภาพและข้อมูลสำคัญหากสามารถเข้าถึงเครื่อง
⑥ ให้ศูนย์บริการตรวจสอบหากยังมีปัญหา
ไม่ควรเลือก Wipe Data หรือ Erase All Data เพียงเพื่อทดลองแก้ปัญหาชาร์จแบตเตอรี่
หากโทรศัพท์ยังเปิดและใช้งานได้ แม้จะมีปัญหาชาร์จไม่เข้า ควรสำรองข้อมูลสำคัญก่อนแบตเตอรี่หมด
สามารถตรวจสอบว่ามีรูปภาพหรือไฟล์ที่เคยสำรองไว้ในบัญชีคลาวด์หรืออุปกรณ์อื่นหรือไม่
หากข้อมูลอยู่เฉพาะในพื้นที่จัดเก็บภายในที่เข้ารหัส การกู้คืนอาจไม่สำเร็จหากไม่สามารถทำให้เครื่องกลับมาเปิดและปลดล็อกได้
แจ้งศูนย์บริการว่ามีข้อมูลสำคัญที่ไม่ได้สำรอง และขอให้ตรวจสอบโดยไม่ล้างข้อมูลก่อน
การซ่อมบางประเภทอาจทำให้ข้อมูลสูญหาย จึงควรสอบถามผลกระทบก่อนอนุมัติ
| อาการ | สาเหตุที่เป็นไปได้ | วิธีแก้เบื้องต้น |
|---|---|---|
| เสียบชาร์จแล้วไม่ขึ้นรูปแบต | สาย หัวชาร์จ พอร์ต หรือแบตเตอรี่ | ทดสอบชุดชาร์จ |
| ชาร์จติด ๆ ดับ ๆ | สายหรือพอร์ตสัมผัสไม่แน่น | เปลี่ยนสายและตรวจพอร์ต |
| ต้องขยับสายจึงจะชาร์จ | หัวสายหรือพอร์ตหลวม | ส่งตรวจพอร์ต |
| ชาร์จช้ามาก | กำลังชาร์จต่ำ ความร้อน หรือใช้งานหนัก | ใช้ชุดชาร์จที่เหมาะสม |
| ขึ้นชาร์จแต่แบตไม่เพิ่ม | ใช้พลังงานสูงหรือระบบชาร์จผิดปกติ | ปิดหน้าจอแล้วทดสอบ |
| แบตหมดแล้วเปิดไม่ติด | พลังงานต่ำมากหรือระบบไฟมีปัญหา | ทดลองชาร์จ 30 นาที |
| เครื่องร้อนระหว่างชาร์จ | ความร้อนสะสมหรือฮาร์ดแวร์ผิดปกติ | หยุดชาร์จเมื่อร้อนผิดปกติ |
| ชาร์จไม่เข้าหลังโดนน้ำ | ความชื้นหรือวงจรเสียหาย | หยุดชาร์จและส่งตรวจ |
| เปลี่ยนสายแล้วยังไม่เข้า | อะแดปเตอร์ พอร์ต หรือวงจรไฟ | ทดสอบอะแดปเตอร์และส่งตรวจ |
| เปอร์เซ็นต์แบตลดฮวบ | แบตเตอรี่หรือระบบวัดระดับผิดปกติ | ให้ช่างตรวจสอบ |
| ชาร์จไม่เข้าหลังตก | พอร์ตหรืออุปกรณ์ภายในเสีย | ตรวจฮาร์ดแวร์ |
ตารางนี้เป็นแนวทางวิเคราะห์เบื้องต้น ไม่ใช่ผลวินิจฉัยที่ยืนยันชิ้นส่วนเสียหาย
หากทดลองเปลี่ยนสายและอะแดปเตอร์ที่ใช้งานได้แล้ว แต่โทรศัพท์ยังไม่ตอบสนอง ควรให้ศูนย์บริการตรวจสอบเพิ่มเติม
① โทรศัพท์ vivo Y18
② อะแดปเตอร์และสายชาร์จที่มีปัญหา หากปลอดภัยต่อการนำไปตรวจ
③ หลักฐานการซื้อหรือข้อมูลประกัน หากมี
④ รายละเอียดวันที่เริ่มมีปัญหา
⑤ ข้อมูลว่าเคยตกหรือโดนน้ำหรือไม่
⑥ แจ้งว่ามีรูปภาพหรือประวัติ LINE ที่ยังไม่ได้สำรองหรือไม่
ควรสอบถามค่าตรวจสอบและค่าอะไหล่ก่อนอนุมัติการซ่อม และไม่ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือเมนบอร์ดโดยไม่มีการระบุสาเหตุที่ชัดเจน
การดูแลอุปกรณ์ชาร์จและแบตเตอรี่ช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาการชาร์จในระยะยาว
หากอุปกรณ์เริ่มร้อนหรือมีอาการชาร์จผิดปกติ ควรหยุดตรวจสอบก่อนปัญหาลุกลาม
ตรวจสอบปลั๊กไฟ สาย USB-C และอะแดปเตอร์ก่อน จากนั้นทดลองชุดชาร์จที่ทราบว่าใช้งานได้ หากยังไม่เข้าให้ตรวจสอบพอร์ตและสภาพเครื่อง
vivo Y18 รุ่นประเทศไทยรองรับการชาร์จสูงสุด 15W ตามข้อมูลผู้ผลิต
แบตเตอรี่มีความจุ 5,000 mAh ตามข้อมูลจำเพาะจาก vivo ประเทศไทย
vivo ระบุผลทดสอบการชาร์จเต็มประมาณ 139 นาที หรือ 2 ชั่วโมง 19 นาที ภายใต้เงื่อนไขห้องปฏิบัติการ ระยะเวลาจริงอาจแตกต่างกัน
ข้อมูลจาก vivo ประเทศไทยระบุว่าในชุดอุปกรณ์มีสายชาร์จ แต่ไม่มีหัวชาร์จ จึงควรตรวจสอบอะแดปเตอร์ที่ใช้อยู่
สามารถใช้อะแดปเตอร์ที่มีมาตรฐานและเข้ากันได้ แต่โทรศัพท์รองรับกำลังชาร์จสูงสุด 15W ไม่ได้ชาร์จด้วยกำลังไฟ 44W
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบตทันที ควรตรวจสอบสาย อะแดปเตอร์ พอร์ต USB-C และระบบชาร์จก่อน
ทดลองเปลี่ยนสาย USB-C ก่อน หากยังต้องขยับสาย อาจต้องให้ช่างตรวจสอบพอร์ตที่หลวมหรือชำรุด
อาจเกิดจากกำลังไฟไม่เพียงพอ การใช้เครื่องระหว่างชาร์จ ความร้อน แบตเตอรี่เสื่อม หรือระบบไฟมีปัญหา
ไม่ควรชาร์จขณะเปียกหรือสงสัยว่าน้ำเข้าภายใน ต้องรอจนแน่ใจว่าปลอดภัย และส่งตรวจหากมีอาการผิดปกติ
ไม่ควร Factory Reset เป็นวิธีแรก เพราะหากสาเหตุเป็นฮาร์ดแวร์ การล้างข้อมูลไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และอาจทำให้ข้อมูลสำคัญสูญหาย
เป็นไปได้ แต่ยังต้องตรวจสอบระบบชาร์จทั้งหมดก่อน เพราะอาการเดียวกันอาจเกิดจากสาย อะแดปเตอร์ หรือพอร์ตชาร์จได้เช่นกัน
หาก vivo Y18 ชาร์จแบตเตอรี่ไม่เข้า ชาร์จช้า หรือชาร์จแล้วแบตไม่เพิ่ม ควรเริ่มจากตรวจสอบสาย USB-C อะแดปเตอร์ และปลั๊กไฟ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ตรวจสอบได้ง่ายและไม่กระทบข้อมูลภายในเครื่อง
จากนั้นตรวจสอบพอร์ตชาร์จ ความร้อน ความชื้น และสภาพแบตเตอรี่ โดยจำไว้ว่ารุ่นนี้รองรับแบตเตอรี่ 5,000 mAh และการชาร์จสูงสุด 15W
หากเปลี่ยนชุดชาร์จแล้วไม่ดีขึ้น ไม่ควรรีบเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือเมนบอร์ดโดยไม่มีการวิเคราะห์สาเหตุ เพราะปัญหาอาจอยู่ที่พอร์ต USB-C หรือวงจรชาร์จส่วนอื่น
ที่สำคัญ ไม่ควร Factory Reset เพื่อทดลองแก้ปัญหาชาร์จไม่เข้าโดยไม่จำเป็น เนื่องจากอาจทำให้รูปภาพ ประวัติ LINE และข้อมูลสำคัญสูญหาย
ComSiam แนะนำให้แก้ไขตามลำดับจากอุปกรณ์ภายนอกไปสู่การตรวจสอบภายใน พร้อมรักษาข้อมูลส่วนตัวเป็นอันดับแรก หากยังไม่สามารถชาร์จได้หรือมีอาการร้อนผิดปกติ ควรนำโทรศัพท์ส่งศูนย์บริการเพื่อวินิจฉัยและซ่อมเฉพาะจุดที่เสียหาย