Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

การทำช่อง YouTube ให้เติบโตไม่ควรดูเพียงว่า “คลิปนี้ได้กี่วิว” เพราะภายใน YouTube Analytics ยังมีข้อมูลอีกมากที่ช่วยบอกว่า ผู้ชมเจอวิดีโอของเราจากไหน กดดูมากน้อยแค่ไหน ดูนานเท่าไร ออกจากคลิปช่วงใด และวิดีโอไหนทำให้มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น
YouTube Analytics สามารถดูได้ทั้งบน คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ แต่จำนวนรายงานและความละเอียดของข้อมูลอาจแตกต่างกัน
บทความนี้จะพาดูตั้งแต่การเปิด Analytics ไปจนถึงจุดสำคัญที่คนทำช่องควรรู้ พร้อมอธิบายว่าแต่ละหน้าควรดูอะไรบ้าง
YouTube Analytics อยู่ภายในระบบ YouTube Studio
สามารถเข้าดูข้อมูลได้ 3 วิธีหลัก ได้แก่
หากต้องการดูข้อมูลอย่างรวดเร็ว แอป YouTube ปกติก็เพียงพอ
แต่ถ้าต้องการวิเคราะห์ช่องจริงจัง ควรใช้ YouTube Studio
สำหรับคอมพิวเตอร์ ให้เข้าสู่บัญชี YouTube ที่เป็นเจ้าของช่องก่อน
จากนั้นทำตามขั้นตอนนี้
เปิด YouTube Studio
มองหาเมนูด้านซ้าย
เลือก
Analytics
จากนั้นจะเข้าสู่หน้าวิเคราะห์ข้อมูลของช่อง
หน้าตาของ YouTube Studio อาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละบัญชี เนื่องจาก YouTube มีการทยอยปรับ Studio รูปแบบใหม่
แต่หลักการยังเหมือนเดิม คือมองหาเมนู Analytics
เมื่อเปิด Analytics จะพบหน้า Overview หรือหน้าภาพรวมก่อนในหลายบัญชี
ข้อมูลสำคัญที่อาจเห็น เช่น
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้มองเห็นสถานะของช่องแบบรวดเร็ว
ตัวอย่างเช่น หากพบว่า Views เพิ่มขึ้นผิดปกติ สามารถตรวจต่อได้ว่ามาจากวิดีโอใด
หากทำ YouTube เป็นประจำ แนะนำให้ติดตั้งแอป YouTube Studio
จากนั้นทำตามขั้นตอนนี้
จากนั้นจะสามารถดูข้อมูลภาพรวมของช่องได้
เมนูด้านบนหรือภายใน Analytics สามารถใช้สลับไปยังข้อมูลประเภทต่าง ๆ เช่น
ทั้งนี้เมนูที่ปรากฏอาจแตกต่างตามประเภทช่องและข้อมูลที่บัญชีมี
ได้
หากไม่ต้องการเปิด YouTube Studio สามารถดูข้อมูลแบบย่อผ่านแอป YouTube ได้
โดยทั่วไปให้ทำดังนี้
ระบบจะแสดงข้อมูลภาพรวมบางส่วน
เหมาะสำหรับตรวจสอบอย่างรวดเร็ว เช่น
แต่หากต้องการข้อมูลละเอียด ควรเปลี่ยนไปใช้ YouTube Studio
ทั้งสองแบบสามารถดู Analytics ได้ แต่รายละเอียดไม่เท่ากัน
เหมาะสำหรับ
เหมาะสำหรับ
หากทำ YouTube อย่างจริงจัง แอป YouTube Studio ควรมีติดเครื่องไว้
หากต้องการดูข้อมูลระดับ Channel ให้เข้า
YouTube Studio → Analytics
ข้อมูลตรงนี้จะรวบรวม Performance ของคอนเทนต์ทั้งหมดในช่อง
ตัวอย่างเช่น
ข้อมูลระดับช่องเหมาะสำหรับดูแนวโน้มระยะยาว เช่น
“เดือนนี้ช่องโตขึ้นหรือไม่”
หากต้องการวิเคราะห์คลิปใดคลิปหนึ่งโดยเฉพาะ ให้ทำดังนี้
ข้อมูลที่แสดงจะเป็น Performance ของวิดีโอนั้นโดยเฉพาะ
เช่น
วิธีนี้มีประโยชน์มากเวลาต้องการหาว่าเหตุใดคลิปหนึ่งถึงทำผลงานดีกว่าหรือแย่กว่าคลิปอื่น
เปิดแอป YouTube Studio
จากนั้น
Content → เลือกวิดีโอ → Analytics
ในบางหน้าจะมีปุ่มลักษณะเช่น
VIEW MORE
เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม
จากนั้นสามารถเลือกดูข้อมูลของวิดีโอนั้นได้
Overview เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่
ข้อมูลสำคัญมักประกอบด้วย
จำนวนการรับชม
เวลาที่ผู้ชมใช้ดูวิดีโอ
จำนวนผู้ติดตามที่เพิ่มหรือลด
ข้อมูลรายได้สำหรับช่องที่มีสิทธิ์
ช่วยดู Performance ล่าสุดของช่อง
หากมีเวลาน้อย เปิด Overview ก่อนก็สามารถเห็นภาพรวมได้มากพอสมควร
บนคอมพิวเตอร์ให้เข้า
YouTube Studio → Analytics → Content
บนแอป YouTube Studio โดยทั่วไปให้เข้า
Analytics → Content
ส่วน Content ช่วยให้ดูได้ว่าเนื้อหาประเภทต่าง ๆ ทำผลงานอย่างไร
เช่น
หากช่องทำทั้ง Shorts และวิดีโอยาว ควรแยกวิเคราะห์ ไม่ควรเอาตัวเลขทุกประเภทมาเปรียบเทียบตรง ๆ
วิธีง่ายที่สุดคือเข้า
Analytics → Overview
จากนั้นดูค่า
Views
ถ้าต้องการดูว่าคลิปไหนสร้าง Views มากที่สุด ให้ดู Top Content หรือรายงานคอนเทนต์
สิ่งสำคัญคือ ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2026 YouTube ปรับการนับ Views โดย Views เริ่มนับเมื่อวิดีโอเริ่มเล่นในทุก Format รวมถึง Shorts วิดีโอยาว และ Live
อย่างไรก็ตามเกณฑ์บางประเภทสำหรับ YPP ยังคงใช้ Qualified หรือ Engaged Metrics ตามที่ YouTube กำหนด
ดังนั้นอย่าใช้ตัวเลข Views เพียงอย่างเดียวในการคำนวณสิทธิ์สร้างรายได้
เข้า
Analytics → Overview
หรือเข้า Analytics ของวิดีโอแต่ละคลิป
จากนั้นมองหา
Watch Time (hours)
Watch Time ช่วยบอกว่า คนใช้เวลากับคอนเทนต์ของเรามากน้อยเพียงใด
ตัวอย่าง
คลิป A
Views = 20,000
Watch Time = 500 ชั่วโมง
คลิป B
Views = 10,000
Watch Time = 800 ชั่วโมง
คลิป B มี Views น้อยกว่า แต่สร้างเวลารับชมมากกว่า
ดังนั้น Views สูงกว่าไม่ได้หมายความว่าทุก Metric จะดีกว่า
สามารถดู Subscriber ได้จากหน้า Overview
หากต้องการวิเคราะห์ให้ละเอียด ควรดูว่า
วิดีโอไหนทำให้มี Subscriber เพิ่ม
เพราะข้อมูลนี้ช่วยค้นหา Content ที่เปลี่ยนผู้ชมทั่วไปให้กลายเป็นผู้ติดตามได้ดี
ตัวอย่างเช่น
วิดีโอหนึ่งอาจมี 100,000 Views แต่เพิ่ม Subscriber เพียง 100 คน
อีกคลิปมี 20,000 Views แต่เพิ่ม 500 Subscribers
คลิปที่สองอาจมีคุณค่าต่อการสร้างฐานผู้ชมมากกว่า
เข้า Analytics ของวิดีโอหรือส่วน Reach/Content ตามหน้าที่บัญชีแสดง
มองหาค่า
Impressions
ตัวเลขนี้บอกจำนวนครั้งที่ Thumbnail ถูกแสดงในพื้นที่ของ YouTube ที่เข้าเงื่อนไขการนับ Impression
ตัวอย่าง
Impressions = 100,000
ไม่ได้หมายความว่ามี Views 100,000
แต่หมายความว่า Thumbnail มีโอกาสถูกเห็นตามระบบประมาณ 100,000 ครั้ง
จากนั้นต้องดู CTR ต่อ
มองหา
Impressions Click-Through Rate
หรือ CTR
ตัวอย่าง
Impressions = 50,000
CTR = 5%
หมายความว่ามีสัดส่วนของการรับชมจาก Impression ประมาณ 5% ตามวิธีคำนวณของ YouTube
CTR ช่วยประเมิน Packaging ของวิดีโอ เช่น
แต่ไม่ควรดู CTR เพียงตัวเดียว
ก่อนแก้ Thumbnail ทันที ให้ตรวจหลายอย่างก่อน
เช่น
หากข้อมูลมากพอและ CTR ต่ำกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง จึงค่อยพิจารณาเรื่อง
อย่าเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน เพราะจะวิเคราะห์ผลได้ยาก
เลือกวิดีโอที่ต้องการวิเคราะห์
จากนั้นเข้า
Analytics → Engagement
มองหาข้อมูลเกี่ยวกับ
Audience Retention
กราฟนี้ช่วยดูว่า ผู้ชมยังดูอยู่มากน้อยแค่ไหนในแต่ละช่วงของคลิป
หากเส้นลดแรงช่วงต้น ให้ตรวจ
Retention เป็นหนึ่งในข้อมูลที่มีประโยชน์ที่สุดในการปรับคุณภาพวิดีโอ
ใน Engagement Analytics สามารถพบค่า
Average View Duration
ค่านี้บอกระยะเวลาที่ผู้ชมดูวิดีโอโดยเฉลี่ยตามการคำนวณของระบบ
สมมติคลิปยาว 15 นาที
Average View Duration = 6 นาที
ข้อมูลนี้ช่วยให้เห็นพฤติกรรมการรับชมภาพรวม
แต่อย่าลืมดู Retention Graph ประกอบ เพราะค่าเฉลี่ยไม่สามารถบอกว่าคนออกตรงช่วงไหน
Traffic Source เป็นอีกหน้าที่ comsiam แนะนำให้คนทำช่องตรวจเป็นประจำ
เพราะช่วยตอบคำถามว่า
“คนเจอคลิปเราจากไหน?”
Traffic อาจมาจาก
ถ้า Search Traffic สูง แสดงว่าคอนเทนต์อาจตอบ Search Intent ได้ดี
หาก Browse และ Suggested สูง อาจหมายความว่า YouTube กำลังแนะนำคอนเทนต์กับผู้ชมผ่านระบบ Recommendation มากขึ้น
หากมี Traffic จาก YouTube Search สามารถเจาะดู Search Terms ที่ระบบแสดงได้
คำเหล่านี้มีประโยชน์มาก เพราะเป็นสิ่งที่ผู้ชมใช้ค้นหาจริง
ตัวอย่าง
เราทำคลิป
วิธีใช้ YouTube Studio
แต่พบคำค้นว่า
สามารถนำคำเหล่านี้ไปสร้างวิดีโอต่อได้
นี่เป็นหนึ่งในวิธีหา Content Idea จากข้อมูลจริงแทนการเดา Keyword
เข้า
Analytics → Audience
ข้อมูลในส่วนนี้อาจประกอบด้วย
ข้อมูลบางรายการอาจไม่แสดง หากช่องมีข้อมูลไม่เพียงพอหรือมีข้อจำกัดด้าน Privacy
เข้า
Analytics → Audience
จากนั้นมองหารายงาน
When your viewers are on YouTube
รายงานนี้ใช้ข้อมูลช่วง 28 วันที่ผ่านมาเพื่อแสดงช่วงเวลาที่ผู้ชมของช่องอยู่บน YouTube
สามารถนำไปช่วยวางแผน
แต่ไม่ควรคิดว่าต้องลงตรงเวลาที่สีเข้มที่สุดเท่านั้นจึงจะได้ยอดวิว
เวลาเผยแพร่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Performance
ภายใน Audience Analytics สามารถพบรายงาน Device Type ในบัญชีที่มีข้อมูลเพียงพอ
ตัวอย่างอุปกรณ์ เช่น
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ในการออกแบบคอนเทนต์
ตัวอย่างเช่น หากผู้ชมส่วนใหญ่ดูผ่านโทรศัพท์
ข้อความบน Thumbnail ไม่ควรเล็กจนอ่านไม่ออก
แต่หากมี TV Audience จำนวนมาก การออกแบบภาพและเสียงก็อาจต้องพิจารณาพฤติกรรมการรับชมบนจอใหญ่เพิ่มขึ้น
สำหรับช่องที่เข้าเงื่อนไข สามารถเข้า
Analytics → Revenue
ข้อมูลที่อาจพบ เช่น
บนแอป YouTube Studio ก็สามารถดู Revenue ได้
อย่างไรก็ตาม YouTube ระบุว่าข้อมูลรายได้ใน Analytics อาจใช้เวลาประมาณ 2 วันก่อนแสดง และ Estimated Revenue อาจมีการปรับภายหลัง
จึงไม่ควรถือยอดประมาณการเป็นยอดสุดท้ายทันที
เปิด
Analytics → Overview
แล้วมองหารายงาน
Real Time
Real-Time Analytics ช่วยดูว่าขณะนี้หรือช่วงล่าสุด วิดีโอใดกำลังได้รับ Traffic
ระบบอาจแสดงข้อมูลในกรอบเวลา เช่น
เหมาะสำหรับตรวจหลังเผยแพร่คลิปใหม่
แต่ไม่ควรรีบสรุป Performance จากข้อมูลช่วงสั้นเกินไป
การดู Analytics ต้องระวังเรื่อง Date Range
สามารถเลือกช่วงเวลาเพื่อเปรียบเทียบข้อมูล เช่น
ตัวเลือกอาจแตกต่างตามหน้ารายงาน
ถ้าต้องการวิเคราะห์การเติบโตของช่อง ควรเปรียบเทียบช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน
เช่น
28 วันล่าสุด
กับ
28 วันก่อนหน้า
จะให้ข้อมูลมีความหมายกว่าการเทียบช่วงเวลาความยาวไม่เท่ากัน
บนคอมพิวเตอร์ ให้เข้า
YouTube Studio → Analytics
จากนั้นในรายงานที่รองรับ ให้เลือก
ADVANCED MODE
หรือ
SEE MORE
Advanced Mode ช่วยให้ทำสิ่งต่าง ๆ ได้ เช่น
เหมาะกับช่องที่เริ่มมีวิดีโอจำนวนมาก
ทั้งสองแบบควรใช้ร่วมกัน
วิธีที่ง่ายที่สุดคือ
มือถือใช้เช็ก — คอมใช้วิเคราะห์
YouTube ระบุว่าบางรายงานอาจไม่พร้อมใช้งานบนอุปกรณ์มือถือ
ดังนั้นหากหา Metric บางตัวไม่เจอใน YouTube Studio App ไม่ได้แปลว่าช่องไม่มีข้อมูล
ให้ลองเปิด YouTube Studio บนคอมพิวเตอร์ก่อน
โดยเฉพาะหากต้องการ
คอมพิวเตอร์มักเหมาะกว่า
อย่าจัดอันดับคลิปด้วย Views อย่างเดียว
ให้ดูร่วมกันหลายค่า เช่น
ตัวอย่าง
คลิป A มี Views สูงที่สุด
แต่คลิป B มี Retention และ Subscriber Conversion ดีกว่า
ถ้าเป้าหมายคือสร้างฐานผู้ชม คลิป B อาจให้แนวทางที่มีประโยชน์กว่า
เลือกวิดีโอที่ทำผลงานดี 5–10 คลิป
จากนั้นตรวจว่าแต่ละคลิปมีอะไรเหมือนกัน เช่น
จากนั้นสร้างหัวข้อที่ต่อยอดจากสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าผู้ชมสนใจ
ตัวอย่างเช่น
ถ้า
YouTube Analytics คืออะไร
ทำผลงานดี
สามารถแตกเป็น
นี่คือการสร้าง Content Cluster จากข้อมูลผู้ชมจริง
สำหรับคนทำช่องที่ไม่อยากเปิด Analytics ทั้งวัน comsiam แนะนำ Workflow แบบนี้
ตรวจ
ตรวจ
ตรวจ
ตรวจ
วิธีนี้ช่วยให้ดูข้อมูลอย่างมีเป้าหมาย แทนการเปิด Analytics แล้วมองตัวเลขโดยไม่รู้ว่าจะนำไปใช้อะไร
อาจทำให้ตัดสินใจจากข้อมูลระยะสั้นมากเกินไป
ควรดู Impressions และ Traffic Source ก่อน
อาจพลาดปัญหาด้านเนื้อหา
ควรแยก Format ก่อน
อาจทำให้เข้าใจ Trend ผิด
Channel Analytics อย่างเดียวไม่สามารถบอกเหตุผลของทุกวิดีโอได้
สำหรับมือใหม่ ไม่จำเป็นต้องเรียน Metrics ทุกอย่างในวันเดียว
เริ่มจาก 6 ตัวนี้ก่อน
จากนั้นค่อยเรียนรู้ Audience, Revenue และ Advanced Mode เพิ่ม
การดู YouTube Analytics สามารถทำได้ทั้งบน มือถือและคอมพิวเตอร์
หากต้องการดูข้อมูลอย่างรวดเร็ว สามารถใช้ YouTube App หรือ YouTube Studio App ได้ แต่หากต้องการวิเคราะห์อย่างละเอียด ควรใช้ YouTube Studio บนคอมพิวเตอร์
เส้นทางหลักที่ควรจำคือ
YouTube Studio → Analytics
ส่วนการวิเคราะห์วิดีโอเฉพาะคลิปคือ
YouTube Studio → Content → เลือกวิดีโอ → Analytics
เมื่อเข้าไปแล้วอย่าดูแค่ Views ให้ดูอย่างน้อย Impressions, CTR, Watch Time, Audience Retention และ Traffic Source ร่วมกัน
เป้าหมายของการเปิด YouTube Analytics ไม่ใช่เพียงดูว่า “วันนี้ยอดวิวขึ้นหรือลง” แต่คือการหาคำตอบว่า ผู้ชมเจอคลิปอย่างไร ทำไมถึงกดดู ดูแล้วชอบหรือไม่ และเราควรปรับคลิปถัดไปตรงไหน
เมื่ออ่านข้อมูลเหล่านี้เป็น YouTube Analytics จะกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สุดสำหรับพัฒนาช่องอย่างเป็นระบบ