Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Domain Functional Level หรือ DFL คือระดับความสามารถของ Active Directory ภายใน Domain ซึ่งกำหนดว่า Domain นั้นสามารถใช้ฟีเจอร์ใหม่ของ Windows Server ได้มากแค่ไหน
หลายองค์กรอัปเกรด Domain Controller เป็น Windows Server 2025 แล้ว แต่ยังใช้ Domain Functional Level เก่าอยู่ ทำให้:
ดังนั้นหลังอัปเกรด Domain Controller การ Raise Domain Functional Level ถือเป็นขั้นตอนสำคัญมาก ซึ่งทีม comsiam มักตรวจจุดนี้เสมอหลัง Migration ระบบ Active Directory
บทความนี้จะสอนการอัปเกรด Domain Functional Level แบบละเอียด พร้อมข้อควรระวังและ Best Practice สำหรับองค์กรจริง
คือระดับความสามารถของ:
Active Directory ภายใน Domain
ยิ่ง Level สูง:
ยิ่งใช้ฟีเจอร์ใหม่ได้มาก
มีผลเฉพาะ Domain
มีผลทั้ง Forest
เพื่อ:
ต้องมี:
ใช้:
netdom query dc
ใช้ PowerShell:
Get-ADDomainController -Filter * | Select HostName,OperatingSystem
ใช้:
Get-ADDomain | fl DomainMode
เช่น:
Windows2016Domain
ใช้:
Get-ADForest | fl ForestMode
ใช้:
repadmin /replsummary
หากมี Error:
ยังไม่ควร Raise
ใช้:
dcdiag /test:dns
แนะนำ:
Backup:
ก่อนเสมอ
เปิด:
dsa.msc
คลิกขวา Domain
เลือก:
Raise Domain Functional Level
เลือก:
Windows Server 2025
หรือระดับสูงสุดที่รองรับ
กด:
Raise
สำคัญมาก:
ส่วนใหญ่ “ย้อนกลับไม่ได้”
ดังนั้นต้องตรวจสอบให้ครบก่อน
ใช้:
Get-ADDomain | fl DomainMode
ใช้:
dcdiag /v
และ:
repadmin /replsummary
เช่น:
มีผลกับ:
ภายใน Domain
สาเหตุ:
ยังมี DC รุ่นเก่า
สาเหตุ:
DNS ผิด
สาเหตุ:
ยังใช้ Functional Level เก่า
เปิด:
Event Viewer
ดู:
แนะนำ:
หลายองค์กร Upgrade Server แล้วลืม Raise Domain Functional Level ทำให้ใช้ฟีเจอร์ใหม่ไม่ได้เต็มที่ ซึ่งทีม comsiam เจอบ่อยมาก
ไม่ควร:
สำคัญมาก
เพราะเป็นตัวเปิด:
ของ Active Directory
องค์กรส่วนใหญ่มัก:
ซึ่งเป็นแนวทางที่ทีม comsiam ใช้จริงเช่นกัน
การอัปเกรด Domain Functional Level บน Windows Server 2025 ช่วยให้ Active Directory ใช้ฟีเจอร์ใหม่และ Security ใหม่ได้เต็มประสิทธิภาพ
ข้อสำคัญ:
โดยเฉพาะองค์กรที่ Upgrade มาใช้ Windows Server 2025 แล้ว การ Raise Domain Functional Level ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรลืม