Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

TCL Smart TV รีโมตใช้งานไม่ได้ ให้เปลี่ยนถ่านใหม่ทั้งชุด ตรวจสอบว่าปุ่มไม่ค้าง แล้วถอดปลั๊กทีวีประมาณ 1 นาที หากเป็นรีโมต Bluetooth ของ TCL Google TV หรือ Android TV ให้เข้าเมนู Remotes & Accessories แล้วจับคู่ใหม่ตามคำแนะนำบนหน้าจอ
TCL Smart TV แต่ละรุ่นอาจใช้รีโมตต่างกัน จึงต้องแยกประเภทก่อนแก้ปัญหา
ต้องเล็งไปยังตัวรับสัญญาณของทีวีและไม่ต้องจับคู่ Bluetooth หากมีสิ่งของบังหรืออยู่ไกลเกินไป ทีวีจะไม่ตอบสนอง
ใช้กับ TCL Google TV หรือ Android TV หลายรุ่น สามารถควบคุมเมนูและสั่งงานด้วยเสียงโดยไม่ต้องเล็งตรงตลอดเวลา แต่ต้องจับคู่กับทีวีก่อน
ปุ่ม Power อาจใช้อินฟราเรด ส่วนปุ่ม Home ตัวนำทาง และไมโครโฟนใช้ Bluetooth จึงอาจเปิดทีวีได้แต่ปุ่มอื่นใช้งานไม่ได้เมื่อการจับคู่หลุด
รีโมตที่ระบุว่าใช้กับ TCL ได้อาจรองรับเพียงคำสั่งพื้นฐาน เช่น Power, Volume และ Channel แต่ไม่รองรับ Bluetooth หรือ Voice Control
อาการที่พบได้ ได้แก่
หากมีปัญหาเพียงปุ่มเดียว ขณะที่ปุ่มอื่นทำงานปกติ อาจเกิดจากตัวปุ่ม ไม่ใช่การเชื่อมต่อทั้งรีโมต
รีโมตอาจยังเปิดทีวีได้ แต่พลังงานไม่พอสำหรับ Bluetooth ไมโครโฟน และการส่งคำสั่งต่อเนื่อง
หากขั้วบวกและขั้วลบไม่ตรงตามสัญลักษณ์ รีโมตจะไม่ทำงานหรือทำงานไม่สม่ำเสมอ
รีโมตใหม่ รีโมตที่เคยใช้กับทีวีเครื่องอื่น หรือรีโมตที่ถูกรีเซ็ตต้องจับคู่กับ TCL Smart TV ใหม่
บริการ Bluetooth หรือระบบรับคำสั่งอาจหยุดตอบสนอง การรีสตาร์ตหรือถอดปลั๊กช่วยเริ่มระบบใหม่ได้
Soundbar ของตกแต่ง ขอบตู้ หรือฟิล์มป้องกันอาจบังเซนเซอร์บริเวณด้านล่างของทีวี
เราเตอร์และอุปกรณ์ Bluetooth จำนวนมากอาจรบกวนการจับคู่ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ไกลทีวี
TCL มีทั้ง Google TV, Android TV และระบบอื่น รีโมตที่รูปร่างคล้ายกันจึงอาจไม่รองรับฟังก์ชันทั้งหมด
ปุ่มที่ติดค้างอาจส่งคำสั่งซ้ำ ส่วนความชื้นหรือสิ่งสกปรกอาจทำให้ปุ่มบางปุ่มไม่ตอบสนอง
ระบบรุ่นเก่าอาจทำให้รีโมตหลุด จับคู่ไม่สำเร็จ หรือสั่งงานด้วยเสียงไม่ได้
ไม่ควรผสมถ่านเก่ากับถ่านใหม่หรือใช้ถ่านต่างชนิดรวมกัน
วิธีนี้ไม่ลบแอปหรือข้อมูลในทีวี
กดและปล่อยแต่ละปุ่มเบา ๆ โดยเน้นปุ่ม Power, Volume, Home และปุ่มทิศทาง ตรวจสอบว่าปุ่มคืนตัวตามปกติ
ไม่ควรเคาะรีโมตหรือเทน้ำยาลงในช่องปุ่ม หากรีโมตเปียกควรถอดถ่านและหยุดใช้งาน
ตรวจสอบบริเวณด้านล่างหรือด้านหน้าของทีวี และนำสิ่งของที่อาจบังเซนเซอร์ออก เช่น
จากนั้นเล็งรีโมตตรงไปยังทีวีและทดสอบอีกครั้ง
ห้ามถอดปลั๊กหากทีวีกำลังอัปเดตระบบ
หากยังควบคุมได้บางส่วน ให้เปิด Settings > System หรือ Device Preferences > Restart แล้วรอให้ระบบเปิดกลับมา
การใช้ Restart ไม่ควรลบแอป บัญชี หรือการตั้งค่า
นำรีโมตเข้าใกล้ทีวีประมาณ 30 เซนติเมตรถึง 1 เมตร แล้วเปิดเมนูจับคู่จาก Remotes & Accessories
ชุดปุ่มสำหรับเข้าโหมด Pairing แตกต่างกันตามรุ่น รีโมต TCL หลายรุ่นอาจใช้การกด Home และ OK พร้อมกัน แต่ควรทำตามรูปปุ่มหรือคำแนะนำบนหน้าจอของรุ่นนั้นเป็นหลัก
ระหว่างจับคู่ให้ลองทำดังนี้
เมื่อควบคุมทีวีได้แล้ว ให้เปิด
ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันตาม Google TV, Android TV หรือระบบที่รุ่นนั้นใช้
หากมีรีโมตที่รองรับหมายเลขรุ่นเดียวกัน ให้ทดลองใช้งาน
ตำแหน่งเมนูโดยทั่วไปคือ
รีโมต TCL หลายรุ่นใช้ Home และ OK พร้อมกันเพื่อเข้าโหมดจับคู่ แต่บางรุ่นใช้ปุ่มอื่น จึงไม่ควรยึดชุดปุ่มเดียวกับทุกเครื่อง
TCL Smart TV มักมีปุ่มควบคุมอยู่ด้านล่าง ด้านข้าง หรือด้านหลังเครื่อง ใช้เปิดทีวีและควบคุมเมนูพื้นฐานได้บางส่วน
ไม่ควรขยับหรือยกทีวีที่ติดผนังเพื่อค้นหาปุ่ม หากตำแหน่งเข้าถึงไม่ปลอดภัย
TCL Google TV หรือ Android TV บางรุ่นรองรับเมาส์และคีย์บอร์ด USB สำหรับเลื่อนเมนูชั่วคราว แต่การรองรับขึ้นอยู่กับรุ่นและหน้าจอที่ใช้งาน
หากทีวีและโทรศัพท์อยู่ใน Wi-Fi เดียวกัน สามารถใช้ฟังก์ชันรีโมตของ Google TV หรือแอปที่รองรับรุ่นนั้นได้
อาการนี้มักหมายถึงส่วนอินฟราเรดทำงาน แต่รีโมต Bluetooth ยังไม่ได้เชื่อมต่อ
วิธีแก้คือ
ไม่ควรสรุปว่ารีโมตเสียจนกว่าจะลองจับคู่ใหม่และตรวจสอบว่ารุ่นรีโมตตรงกับทีวี
หากปุ่มอื่นทำงานแต่ไมโครโฟนไม่ตอบสนอง ให้ตรวจสอบ
รีโมตอินฟราเรดทั่วไปไม่สามารถใช้คำสั่งเสียง แม้จะมีปุ่มลักษณะคล้ายไมโครโฟนในบางรุ่นทดแทน
ให้ตรวจสอบตามลำดับนี้
แนวทางของ comsiam คือควรทดสอบรีโมตที่ตรงรุ่นอีกหนึ่งตัวก่อนสรุปว่าโมดูล Bluetooth ภายในทีวีมีปัญหา
วิธีนี้ตรวจสอบได้เฉพาะส่วนอินฟราเรด ไม่สามารถทดสอบ Bluetooth ได้
หากเห็นแสง แสดงว่าส่วนอินฟราเรดส่งสัญญาณ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าการจับคู่ Bluetooth และปุ่มเสียงทำงานปกติ
สำหรับ TCL Google TV หรือ Android TV โดยทั่วไปทำได้เมื่อทีวีและโทรศัพท์เชื่อมต่อ Wi-Fi เดียวกัน
หากทีวียังไม่เชื่อมต่อ Wi-Fi อาจต้องใช้ปุ่มบนเครื่อง เมาส์ USB หรือรีโมตอินฟราเรดเพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายก่อน
ก่อนซื้อควรตรวจสอบ
รีโมตที่หน้าตาเหมือนกันอาจรองรับฟังก์ชันต่างกัน จึงควรตรวจสอบจากหมายเลขรุ่น ไม่ใช่รูปร่างเพียงอย่างเดียว
| อาการ | สาเหตุที่เป็นไปได้ |
|---|---|
| ไม่มีปุ่มใดทำงาน | ถ่านหมด รีโมต หรือเซนเซอร์ |
| Power ใช้ได้แต่ปุ่มอื่นไม่ได้ | Bluetooth ยังไม่จับคู่ |
| ต้องเล็งใกล้มาก | ถ่านอ่อนหรือมีสิ่งกีดขวาง |
| Voice ใช้ไม่ได้ | Bluetooth บัญชี หรือไมโครโฟน |
| จับคู่แล้วหลุด | ถ่าน สัญญาณรบกวน หรือระบบ |
| รีโมตอีกตัวใช้ได้ | รีโมตเดิมอาจมีปัญหา |
| รีโมตทุกตัวใช้ไม่ได้ | ทีวีหรือระบบรับสัญญาณ |
| แอปโทรศัพท์ใช้ได้ | ทีวียังทำงานผ่านเครือข่าย |
| ปุ่มเดียวไม่ทำงาน | ปุ่มอาจติดหรือชำรุด |
| กดหนึ่งครั้งแต่ทำงานหลายครั้ง | ปุ่มค้างหรือรีโมตผิดปกติ |
ขึ้นอยู่กับรุ่น รีโมต TCL Google TV และ Android TV หลายรุ่นอาจใช้ Home กับ OK พร้อมกัน แต่ควรทำตามคำแนะนำที่แสดงบนหน้าจอของรุ่นนั้น
โดยทั่วไปไม่จำเป็น แต่หากปุ่ม Home และ Voice ใช้ไม่ได้ สามารถจับคู่ Bluetooth ใหม่ได้โดยไม่ลบแอปและบัญชี
ปุ่ม Power อาจใช้สัญญาณอินฟราเรด ส่วน Home ใช้ Bluetooth จึงต้องจับคู่รีโมตใหม่
ไม่ทุกรุ่น เพราะ TCL มีหลายระบบและรีโมตหลายแบบ บางตัวใช้ได้เฉพาะคำสั่งพื้นฐาน
ใช้ได้ในหลายกรณี แต่ทีวีและโทรศัพท์ต้องอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน และบางฟังก์ชันอาจต้องใช้รีโมตจริง
ไม่ทำให้แอป บัญชี หรือการตั้งค่าทีวีหาย แต่รีโมต Bluetooth อาจต้องจับคู่ใหม่
ตรวจสอบหมายเลขรุ่นของทีวีและรีโมต ทดลองรีโมตที่ตรงรุ่นอีกตัว แล้วติดต่อศูนย์บริการหากทีวีไม่ตอบสนองต่อรีโมตทุกตัว
TCL Smart TV รีโมตใช้งานไม่ได้ควรเริ่มจากเปลี่ยนถ่าน ตรวจสอบปุ่มและสิ่งกีดขวาง แล้วถอดปลั๊กทีวีประมาณ 60 วินาที หากปุ่ม Power ใช้ได้แต่ Home และ Voice ไม่ได้ ให้จับคู่ Bluetooth ใหม่ผ่าน Remotes & Accessories
หากรีโมตยังหลุดหรือจับคู่ไม่ได้ comsiam แนะนำให้ตรวจสอบว่ารุ่นรีโมตตรงกับระบบของทีวี และทดลองรีโมตอีกหนึ่งตัวก่อนรีเซ็ตทีวีหรือส่งศูนย์บริการ