Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

แม้เครือข่าย 5G จะให้ความเร็วสูงกว่า 4G แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกสถานการณ์ควรใช้งาน 5G เสมอไป เพราะในบางพื้นที่สัญญาณ 5G ยังไม่ครอบคลุม ทำให้เกิดอาการ อินเทอร์เน็ตช้า สัญญาณไม่นิ่ง แบตเตอรี่หมดเร็ว หรือเครื่องสลับระหว่าง 4G กับ 5G ตลอดเวลา
หากคุณกำลังมองหาวิธี เปลี่ยน 5G เป็น 4G บน iPhone บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนอย่างละเอียด พร้อมแนะนำว่าเมื่อไรควรใช้ 4G และเมื่อไรควรกลับไปใช้ 5G เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด
เว็บไซต์ comsiam แนะนำให้เลือกโหมดเครือข่ายตามพื้นที่และลักษณะการใช้งาน เพราะไม่ได้มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับทุกคน
แม้ 5G จะเร็วกว่า แต่ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยยังเลือกใช้ 4G ด้วยเหตุผลต่อไปนี้
ทำตามขั้นตอนดังนี้
ไปที่
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์ > เสียงและข้อมูล
จากนั้นเลือก
LTE
เมื่อเลือกแล้ว iPhone จะใช้งานเครือข่าย 4G แทน 5G
หากต้องการกลับไปใช้ 5G ในภายหลัง สามารถกลับมาที่เมนูเดิมแล้วเลือก 5G Auto หรือ 5G On
| โหมด | ลักษณะการทำงาน | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|
| LTE | ใช้เฉพาะเครือข่าย 4G | ผู้ที่ต้องการความเสถียรและประหยัดแบตเตอรี่ |
| 5G Auto | สลับระหว่าง 4G และ 5G อัตโนมัติ | ผู้ใช้ทั่วไป |
| 5G On | ใช้ 5G ตลอดเมื่อมีสัญญาณ | ผู้ที่ต้องการความเร็วสูงสุด |
แนะนำให้ใช้ 4G หากพบอาการต่อไปนี้
การเปลี่ยนมาใช้ 4G มีข้อดีหลายด้าน เช่น
แม้จะเสถียร แต่ก็มีข้อจำกัด เช่น
ขึ้นอยู่กับพื้นที่
ในหลายพื้นที่ที่ 5G ยังไม่ครอบคลุม การใช้ 4G กลับให้ความเร็วและความเสถียรที่ดีกว่า
ดังนั้น การใช้ 4G ไม่ได้หมายความว่าจะช้ากว่าเสมอไป
โดยทั่วไป
ใช่
เพราะเมื่อเลือก LTE เครื่องจะไม่ต้องค้นหาและสลับไปมาระหว่างเครือข่าย 4G และ 5G บ่อยครั้ง
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้นจะแตกต่างกันไปตามพื้นที่และลักษณะการใช้งาน
ได้
การโทรและรับสายยังใช้งานได้ตามปกติ หากผู้ให้บริการรองรับบริการเสียงผ่านเครือข่ายที่ใช้งานอยู่
ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนเป็น LTE ลองตรวจสอบดังนี้
หากตอบว่า ใช่ หลายข้อ การใช้ LTE อาจเหมาะสมกว่า
ได้ เพียงกลับไปที่เมนู เสียงและข้อมูล แล้วเลือก 5G Auto หรือ 5G On
ไม่เสมอไป ในบางพื้นที่ 4G อาจเร็วและเสถียรกว่า 5G
ไม่เสีย ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับแพ็กเกจของผู้ให้บริการ ไม่ใช่โหมดเครือข่ายที่เลือก
ได้ eSIM สามารถใช้งานทั้ง 4G และ 5G หากผู้ให้บริการรองรับ
ส่วนใหญ่จะช่วยลดการใช้พลังงานได้ แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามรุ่นของ iPhone และสภาพสัญญาณ
หากพื้นที่ของคุณมี 5G ที่เสถียร ใช้ 5G Auto จะเหมาะกว่า แต่หากพบปัญหาสัญญาณหรือแบตเตอรี่ การใช้ LTE อาจตอบโจทย์มากกว่า
ไม่จำเป็น การเปลี่ยนโหมดจะมีผลทันทีหลังเลือก
การเปลี่ยนจาก 5G เป็น 4G (LTE) บน iPhone เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มความเสถียรของสัญญาณและอาจช่วยประหยัดแบตเตอรี่ในพื้นที่ที่ 5G ยังไม่ครอบคลุม แม้ความเร็วสูงสุดจะลดลง แต่สำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น ท่องเว็บ ดูวิดีโอ หรือเล่นโซเชียลมีเดีย 4G ยังคงเพียงพอและมีประสิทธิภาพ
เว็บไซต์ comsiam จะอัปเดตคู่มือการใช้งาน iPhone และการตั้งค่าเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้คุณเลือกการตั้งค่าที่เหมาะกับการใช้งานจริง และใช้งาน iPhone ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ