Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หากคุณเปิดใช้งาน Storage Sense ใน Windows 11 แล้วพบว่าไม่ลบไฟล์ชั่วคราว พื้นที่ในไดรฟ์ C ไม่เพิ่มขึ้น หรือระบบไม่ทำความสะอาดไฟล์อัตโนมัติตามที่ตั้งค่าไว้ ปัญหานี้อาจเกิดจากการตั้งค่าที่ไม่ถูกต้อง บริการของ Windows ทำงานผิดปกติ หรือไฟล์ระบบเสียหาย
Storage Sense เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลอัตโนมัติ โดยลบไฟล์ชั่วคราว ล้าง Recycle Bin และจัดการไฟล์ในโฟลเดอร์ Downloads ตามเงื่อนไขที่ผู้ใช้กำหนด
บทความนี้จะอธิบายสาเหตุ พร้อมวิธีแก้ไขอย่างละเอียด
Storage Sense คือเครื่องมือใน Windows 11 ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างโดยอัตโนมัติ เช่น
หากฟีเจอร์นี้ไม่ทำงาน พื้นที่ในไดรฟ์ C อาจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ผู้ใช้ไม่ทันสังเกต
คุณอาจพบอาการต่อไปนี้
ปัญหานี้มักเกิดจาก
ไปที่
Settings → System → Storage
เปิดใช้งาน
Storage Sense
จากนั้นคลิก
Storage Sense
ตรวจสอบว่าได้กำหนด
ตรงตามที่ต้องการ
ในหน้า Storage Sense
เลื่อนลงด้านล่าง
เลือก
Run Storage Sense now
รอสักครู่แล้วตรวจสอบว่าพื้นที่ว่างเพิ่มขึ้นหรือไม่
ไปที่
Settings → System → Storage → Temporary Files
ตรวจสอบว่ามีไฟล์ที่สามารถลบได้หรือไม่
หากมีจำนวนมาก แต่ Storage Sense ไม่ลบ อาจเป็นสัญญาณว่าฟีเจอร์ทำงานผิดปกติ
หาก Storage Sense ไม่ทำงาน
สามารถใช้
Disk Cleanup
เป็นทางเลือกในการล้างไฟล์ชั่วคราว
เลือก
Clean up system files
เพื่อเพิ่มรายการไฟล์ที่สามารถลบได้
เปิด Command Prompt (Run as Administrator)
รัน
sfc /scannow
จากนั้นรัน
DISM /Online /Cleanup-Image /RestoreHealth
เมื่อเสร็จแล้ว Restart เครื่อง
ไปที่
Settings → Windows Update
เลือก
Check for updates
ติดตั้งอัปเดตทั้งหมด
เนื่องจาก Microsoft อาจแก้ไขข้อบกพร่องของ Storage Sense ผ่าน Windows Update
หากพื้นที่เหลือน้อยมาก
Windows อาจทำงานผิดปกติในบางส่วน
ควรลบไฟล์ขนาดใหญ่หรือย้ายข้อมูลไปยังไดรฟ์อื่น เพื่อให้ระบบมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการทำงาน
หากพื้นที่ลดลงผิดปกติ และ Storage Sense ไม่สามารถจัดการได้
ให้สแกนระบบด้วย Windows Security หรือโปรแกรมป้องกันไวรัสที่เชื่อถือได้
มัลแวร์บางชนิดอาจสร้างไฟล์ชั่วคราวจำนวนมาก ทำให้พื้นที่เต็มอย่างรวดเร็ว
หาก Storage Sense ยังไม่ทำงาน
ให้รีสตาร์ตเครื่องก่อน
จากนั้นทดลองเปิด Storage Sense และสั่ง Run Storage Sense now อีกครั้ง
หากยังไม่สำเร็จ อาจต้องตรวจสอบบริการของ Windows เพิ่มเติม หรือพิจารณาซ่อมแซมระบบ
โดยทั่วไปจะลบ Temporary Files, ไฟล์ใน Recycle Bin และไฟล์ใน Downloads ตามเงื่อนไขที่ผู้ใช้กำหนด
จะลบเฉพาะไฟล์ที่เข้าเงื่อนไขการตั้งค่า หากไม่ต้องการให้ลบไฟล์ใน Downloads ควรตรวจสอบการตั้งค่าก่อนเปิดใช้งาน
ได้ ทั้งสองเครื่องมือช่วยล้างไฟล์ที่ไม่จำเป็น แต่ Storage Sense เหมาะกับการทำงานอัตโนมัติ ส่วน Disk Cleanup เหมาะสำหรับการสั่งล้างด้วยตนเอง
ปัญหา Windows 11 Storage Sense ไม่ทำงาน มักเกิดจากการตั้งค่าที่ไม่ถูกต้อง ไฟล์ระบบเสียหาย หรือข้อบกพร่องของ Windows การตรวจสอบการตั้งค่า Storage Sense ใช้ Disk Cleanup ซ่อมไฟล์ระบบ และอัปเดต Windows จะช่วยให้ฟีเจอร์กลับมาทำงานได้ตามปกติ
หากคุณต้องการคู่มือแก้ปัญหา Windows แบบละเอียด comsiam ได้รวบรวมบทความเกี่ยวกับ Storage Sense, Disk Cleanup, Windows Update, ไดรฟ์ C เต็ม และ Windows 11 ไว้ครบทุกหัวข้อ เพื่อช่วยให้คุณดูแลพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ comsiam ยังมีบทความเกี่ยวกับ Temporary Files, CHKDSK, Disk Management, SSD และการเพิ่มพื้นที่ในไดรฟ์ C ซึ่งสามารถใช้ร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหา Storage ได้อย่างครบวงจร
หาก Storage Sense เปิดใช้งานอยู่แต่ไม่ลบไฟล์ชั่วคราวเลย คุณจะเริ่มตรวจสอบที่การตั้งค่า Storage Sense, Temporary Files หรือไฟล์ระบบของ Windows ก่อน เพราะเหตุใด?