วิธีตั้งค่า Gemini สำหรับบุตรหลานผ่าน Family Link

ผู้ปกครองสามารถเปิดหรือปิดการใช้งาน Google Gemini สำหรับบัญชีเด็กผ่านแอป Family Link ได้ หากบัญชี ประเทศ ภาษา และอุปกรณ์ของบุตรหลานผ่านข้อกำหนดของ Google

หลังเปิดสิทธิ์แล้ว เด็กสามารถใช้ Gemini เพื่อถามคำถาม ขอคำอธิบาย ฝึกภาษา และช่วยทบทวนบทเรียนได้ แต่ฟีเจอร์จะถูกจำกัดตามอายุ และบริการสำหรับบัญชีเด็กกำลังทยอยเปิดให้ใช้งาน จึงอาจยังใช้ไม่ได้ทันทีในบางบัญชี

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนตั้งค่า

ก่อนเปิด Gemini ให้บุตรหลาน ควรตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้

① บัญชี Google ของผู้ปกครอง

ผู้ปกครองต้องมีบัญชี Google และเป็นผู้ปกครองหรือผู้จัดการที่มีสิทธิ์ควบคุมบัญชีเด็กในกลุ่มครอบครัว

② บัญชี Google ของเด็ก

บัญชีต้องอยู่ภายใต้การควบคุมผ่าน Family Link หากเป็นบัญชีโรงเรียน ผู้ปกครองอาจไม่สามารถจัดการ Gemini จาก Family Link ได้ เพราะสิทธิ์ถูกควบคุมโดยสถานศึกษา

③ แอป Family Link

ควรติดตั้งหรืออัปเดต Family Link บนอุปกรณ์ของผู้ปกครองให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

ผู้ปกครองยังสามารถจัดการการตั้งค่าบางส่วนผ่านหน้าจัดการครอบครัวบนเว็บได้ หากอุปกรณ์รองรับ

④ อุปกรณ์ของเด็กที่รองรับ

อุปกรณ์อาจเป็น

  • โทรศัพท์ Android
  • แท็บเล็ต Android
  • Chromebook
  • อุปกรณ์อื่นที่ Google เปิดให้ใช้ Gemini สำหรับบัญชีเด็ก

อุปกรณ์ควรอัปเดตระบบและบริการ Google ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

⑤ ประเทศและภาษาที่รองรับ

Google กำลังทยอยเปิด Gemini สำหรับบัญชีที่มีการควบคุม หากประเทศหรือภาษายังไม่รองรับ เมนูอาจไม่ปรากฏหรือเปิดแล้วใช้งานไม่ได้

วิธีเปิด Gemini ให้บุตรหลาน

① เปิดแอป Family Link

เปิด Family Link บนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตของผู้ปกครอง แล้วเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีที่ใช้ดูแลบุตรหลาน

② เลือกบัญชีของเด็ก

หากมีบุตรหลานหลายบัญชี ให้ตรวจชื่อ รูปโปรไฟล์ และอีเมลก่อนเลือก เพื่อป้องกันการเปลี่ยนสิทธิ์ผิดบัญชี

③ เปิดเมนูการควบคุม

แตะ “การควบคุม” หรือ Controls

④ เลือก Gemini

ค้นหาหัวข้อ Gemini จากรายการบริการ Google

⑤ เลือก Gemini Apps

เปิดหน้าตั้งค่า Gemini Apps เพื่อดูสถานะการเข้าถึงของบัญชีเด็ก

⑥ เปิดสิทธิ์ใช้งาน

เปิดสวิตช์ Gemini Apps แล้วอ่านรายละเอียดที่แสดงบนหน้าจอ

⑦ เปิด Gemini บนอุปกรณ์ของเด็ก

หลังเปิดสิทธิ์ ให้เปิดแอป Gemini หรือเว็บไซต์ Gemini บนอุปกรณ์ของบุตรหลาน แล้วตรวจว่าเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเด็กที่ถูกต้อง

⑧ รอระบบอัปเดต

สิทธิ์อาจไม่เปลี่ยนทันที Google ระบุว่าในบางกรณีอาจต้องรอหลายชั่วโมงก่อนที่บัญชีจะเข้าใช้ได้

เส้นทางตั้งค่าแบบสั้น

Family Link > เลือกบุตรหลาน > การควบคุม > Gemini > Gemini Apps > เปิด

หากใช้ Family Link รุ่นเก่า เมนูอาจอยู่ในเส้นทางดังนี้

Family Link > เลือกบุตรหลาน > การควบคุม > ข้อจำกัดด้านเนื้อหา > Gemini > Gemini Apps

ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันตามภาษา อุปกรณ์ และเวอร์ชันแอป

วิธีปิด Gemini สำหรับบุตรหลาน

หากไม่ต้องการให้เด็กใช้ Gemini สามารถปิดได้ตลอดเวลา

  1. เปิด Family Link
  2. เลือกบัญชีบุตรหลาน
  3. เลือกการควบคุม
  4. เลือก Gemini
  5. เลือก Gemini Apps
  6. ปิดสวิตช์
  7. เปิดอุปกรณ์ของเด็กแล้วตรวจสอบอีกครั้ง

หลังปิดสิทธิ์ อาจต้องปิดและเปิดแอป Gemini ใหม่ หรือรีสตาร์ทอุปกรณ์เพื่อให้การตั้งค่ามีผล

การปิดสิทธิ์ไม่ได้หมายความว่าประวัติหรือข้อมูลทั้งหมดจะถูกลบโดยอัตโนมัติ

วิธีตั้งค่า Gemini บนโทรศัพท์ Android ของเด็ก

หลังเปิดสิทธิ์จาก Family Link แล้ว ให้ดำเนินการบนโทรศัพท์ของเด็กดังนี้

① อัปเดตแอปที่เกี่ยวข้อง

เปิด Google Play Store แล้วอัปเดต

  • Google
  • Gemini
  • Google Play services
  • Family Link สำหรับเด็กและวัยรุ่น หากมี
  • ระบบ Android

② ตรวจบัญชี Google

เปิดการตั้งค่าบัญชีบนโทรศัพท์และตรวจว่าบัญชีเด็กถูกเพิ่มไว้เรียบร้อย

③ เปิดแอป Gemini

เปิดแอปแล้วเลือกบัญชีของเด็ก หากระบบแสดงหลายบัญชี ไม่ควรเลือกบัญชีผู้ปกครองแทน

④ อ่านข้อมูลก่อนเริ่มใช้

ตรวจคำอธิบายเกี่ยวกับข้อจำกัด การใช้งาน และข้อมูลของบัญชีเด็กก่อนยืนยัน

⑤ ทดลองถามคำถาม

เริ่มจากคำถามที่ปลอดภัยและเกี่ยวข้องกับการเรียน เช่น

อธิบายวงจรน้ำสำหรับเด็กอายุ 10 ปี ใช้ภาษาง่ายและยกตัวอย่างจากชีวิตประจำวัน

⑥ ตรวจคำตอบร่วมกัน

ผู้ปกครองควรใช้ร่วมกับเด็กในช่วงแรก เพื่อสอนให้ตรวจสอบข้อมูลและระบุคำตอบที่ไม่น่าเชื่อถือ

วิธีใช้ Gemini บน Chromebook ของเด็ก

Chromebook ส่วนบุคคล

  1. ตรวจว่าเด็กเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีที่ควบคุมผ่าน Family Link
  2. อัปเดต ChromeOS
  3. เปิด Chrome
  4. เข้า Gemini Web App
  5. ตรวจว่าระบบเลือกบัญชีเด็ก
  6. เริ่มถามคำถาม

Chromebook ของโรงเรียน

หากเป็นเครื่องที่โรงเรียนจัดการ ผู้ปกครองอาจไม่สามารถเปิด Gemini ได้เอง แม้บัญชีส่วนบุคคลจะได้รับอนุญาตแล้ว

โรงเรียนสามารถควบคุม

  • เว็บไซต์ที่เปิดได้
  • บัญชีที่เพิ่มได้
  • Gemini Apps
  • Gemini in Chrome
  • การอัปโหลดไฟล์
  • ส่วนขยาย
  • แอป Android
  • การเก็บกิจกรรม

หากเข้าไม่ได้ควรติดต่อผู้ดูแลระบบของโรงเรียน

วิธีใช้ Gemini บน iPhone หรือ iPad ของเด็ก

Family Link จัดการอุปกรณ์ iPhone และ iPad ได้ไม่ครบเหมือน Android แต่ผู้ปกครองยังสามารถเปิดหรือปิดสิทธิ์ Gemini ที่ระดับบัญชีเด็กได้

หลังเปิดสิทธิ์แล้ว ให้ทดลองดังนี้

  1. เปิดแอป Gemini หรือ Safari
  2. ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีเด็ก
  3. ตรวจว่าบัญชีได้รับอนุญาต
  4. ทดลองถามคำถาม
  5. ตรวจฟีเจอร์ที่ใช้งานได้จริง

ผู้ปกครองควรใช้ Screen Time ของ Apple เพิ่มเติมสำหรับการควบคุมระยะเวลา แอป และเนื้อหาบนอุปกรณ์

ทำไมเปิด Gemini แล้วต้องรอ

การเปลี่ยนสิทธิ์ใน Family Link ต้องถูกส่งไปยังบริการ Google และอุปกรณ์ของเด็ก กระบวนการอาจใช้เวลา โดยเฉพาะเมื่อ

  • บัญชีเพิ่งสร้าง
  • เพิ่งเพิ่ม Family Link
  • เพิ่งแก้วันเกิด
  • เพิ่งเปลี่ยนประเทศหรือภาษา
  • แอปยังใช้ข้อมูลแคชเดิม
  • Google กำลังทยอยเปิดบริการ
  • อุปกรณ์ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

ควรรอหลายชั่วโมงก่อนสรุปว่าการตั้งค่าล้มเหลว

ผู้ปกครองจะได้รับการแจ้งเตือนหรือไม่

เมื่อเด็กเปิดใช้ Gemini เป็นครั้งแรก Google อาจส่งอีเมลแจ้งผู้ปกครอง เพื่อให้ทราบว่าบัญชีเด็กเริ่มใช้บริการแล้ว

ผู้ปกครองควรตรวจ

  • กล่องจดหมาย
  • Spam
  • Promotions
  • อีเมลที่ใช้กับ Family Link
  • การแจ้งเตือนจากแอป Family Link

หากพบกิจกรรมที่ไม่ได้อนุญาต ให้ปิด Gemini และตรวจความปลอดภัยของบัญชี

การตั้งค่าใดที่เด็กเปลี่ยนเองไม่ได้

เด็กที่ใช้บัญชีภายใต้การควบคุมไม่สามารถเปิดหรือปิดสิทธิ์ Gemini Apps แทนผู้ปกครองได้

การตั้งค่าหลักที่อยู่ในการควบคุมของผู้ปกครองอาจรวมถึง

  • สิทธิ์เข้าใช้ Gemini
  • เวลาการใช้หน้าจอ
  • การติดตั้งแอป
  • สิทธิ์ของแอป
  • การเข้าถึงเนื้อหาบางประเภท
  • การล็อกอุปกรณ์
  • การจัดการบัญชี
  • การซื้อผ่าน Google Play

ฟีเจอร์บางรายการในตัว Gemini ถูกกำหนดโดย Google ตามอายุและไม่สามารถปลดล็อกผ่าน Family Link ได้

บัญชีเด็กมี Keep Activity หรือไม่

Google ระบุว่า Keep Activity ไม่มีให้ผู้ใช้อายุต่ำกว่า 13 ปีหรืออายุตามเกณฑ์ของประเทศ

ผู้ปกครองจึงอาจไม่พบเมนูนี้ในบัญชีเด็ก และไม่ควรพยายามเปลี่ยนวันเกิดเพื่อให้เมนูปรากฏ

การไม่มี Keep Activity ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการประมวลผลข้อมูล Google ยังต้องประมวลผล Prompt และข้อมูลทางเทคนิคเพื่อให้บริการและรักษาความปลอดภัย

วิธีจำกัดเวลาที่เด็กใช้ Gemini

Family Link อาจกำหนดเวลาให้แอปได้บนอุปกรณ์ Android หรือ Chromebook ที่รองรับ

ขั้นตอนทั่วไปคือ

  1. เปิด Family Link
  2. เลือกบัญชีเด็ก
  3. เลือกเวลาอยู่หน้าจอ
  4. เลือกการจำกัดแอป
  5. ค้นหา Gemini หรือแอป Google ที่เกี่ยวข้อง
  6. กำหนดเวลา
  7. ตั้งช่วงพักหรือเวลานอน

หาก Gemini ทำงานเป็นส่วนหนึ่งของแอประบบ อาจไม่สามารถตั้งเวลาแยกได้ทุกกรณี คุณสามารถใช้ขีดจำกัดเวลารวมของอุปกรณ์แทน

ควรกำหนดเวลาใช้ Gemini เท่าไร

ไม่มีระยะเวลาที่เหมาะกับเด็กทุกคน ควรพิจารณา

  • อายุ
  • เวลาเรียน
  • เวลาทำการบ้าน
  • เวลาพักผ่อน
  • กิจกรรมทางกาย
  • การนอน
  • ระดับการพึ่งพา AI
  • คุณภาพของการใช้งาน

ควรเน้นเป้าหมายมากกว่าจำนวนเวลา เช่น ใช้ Gemini 20 นาทีเพื่อทบทวนบทเรียน แล้วให้เด็กอธิบายสิ่งที่เรียนรู้ด้วยตนเอง

วิธีตั้งกฎการใช้ Gemini ภายในครอบครัว

ก่อนให้เด็กเริ่มใช้ ควรตกลงกฎให้ชัดเจน เช่น

  1. ห้ามส่งรหัสผ่านหรือรหัส OTP
  2. ห้ามบอกที่อยู่บ้าน
  3. ห้ามส่งชื่อโรงเรียนพร้อมข้อมูลส่วนตัว
  4. ห้ามอัปโหลดรูปเพื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต
  5. ห้ามคัดลอกคำตอบไปส่งเป็นการบ้านทั้งหมด
  6. ต้องตรวจคำตอบกับหนังสือหรือผู้ใหญ่
  7. หากเจอเนื้อหาที่ไม่สบายใจให้หยุดและแจ้งผู้ปกครอง
  8. ห้ามใช้ Gemini ระหว่างการสอบที่ไม่อนุญาต
  9. ห้ามสร้างภาพเพื่อกลั่นแกล้งหรือหลอกผู้อื่น
  10. เรื่องสุขภาพและความปลอดภัยต้องถามผู้ใหญ่

ควรเขียนกฎสั้น ๆ ไว้ใกล้อุปกรณ์ที่เด็กใช้

วิธีตั้ง Prompt ให้ Gemini ช่วยสอนแทนการเฉลย

ผู้ปกครองสามารถเตรียม Prompt สำหรับเด็ก เช่น

คุณเป็นผู้ช่วยสอนสำหรับเด็กอายุ 10 ปี อย่าเฉลยทันที ให้ถามทีละข้อ ให้คำใบ้เมื่อเด็กตอบผิด และชมเฉพาะความพยายามอย่างเหมาะสม

หรือ

ช่วยอธิบายบทเรียนนี้ด้วยภาษาง่าย หลังอธิบายให้ถามคำถามทบทวนทีละข้อ และรอคำตอบก่อนถามข้อต่อไป

วิธีนี้ช่วยลดการใช้ Gemini ทำงานแทนทั้งหมด

ตัวอย่าง Prompt ที่เหมาะกับเด็ก

ฝึกคณิตศาสตร์

สร้างโจทย์คูณเลข 2 หลักจำนวน 10 ข้อ ถ้าฉันตอบผิดให้บอกจุดที่ควรตรวจ แต่ยังไม่ต้องเฉลย

ฝึกภาษาอังกฤษ

ฝึกบทสนทนาภาษาอังกฤษเรื่องซื้ออาหารกับฉัน ใช้ประโยคสั้นและแก้คำผิดอย่างสุภาพ

ทบทวนวิทยาศาสตร์

สร้างคำถามปรนัยเรื่องระบบสุริยะ 10 ข้อสำหรับนักเรียนประถม และเฉลยหลังฉันตอบครบ

วางแผนอ่านหนังสือ

จัดตารางอ่านหนังสือ 5 วัน วันละ 30 นาที มีเวลาทบทวน พัก และทำแบบฝึกหัด

ตรวจงานเขียน

ตรวจคำสะกดในข้อความนี้ อธิบายว่าผิดเพราะอะไร แต่ไม่ต้องเขียนเรื่องใหม่แทนฉัน

Prompt แบบใดไม่ควรให้เด็กใช้

ควรหลีกเลี่ยง Prompt ที่ขอให้ Gemini

  • เขียนการบ้านทั้งหมด
  • ปลอมแหล่งอ้างอิง
  • ทำข้อสอบที่กำลังสอบ
  • ปลอมลายเซ็นหรือเอกสาร
  • สร้างภาพกลั่นแกล้งเพื่อน
  • หาวิธีหลบระบบของโรงเรียน
  • ซ่อนการใช้ AI จากครู
  • ให้คำแนะนำอันตราย
  • วินิจฉัยโรค
  • ติดต่อคนแปลกหน้า

วิธีสอนให้เด็กตรวจคำตอบ

หลัง Gemini ตอบ ให้เด็กตรวจอย่างน้อย 5 ขั้นตอน

① อ่านให้ครบ

อย่าคัดลอกเฉพาะส่วนแรก เพราะข้อจำกัดหรือคำเตือนอาจอยู่ท้ายคำตอบ

② ตรวจจากหนังสือ

เปรียบเทียบกับหนังสือเรียน เอกสารครู หรือเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้

③ ตรวจตัวเลขและวันที่

AI มักผิดพลาดกับตัวเลข ลำดับเหตุการณ์ และข้อมูลปัจจุบัน

④ ถามว่าไม่แน่ใจตรงไหน

ใช้ Prompt:

แยกคำตอบเป็นส่วนที่ยืนยันได้ ส่วนที่ไม่แน่ใจ และสิ่งที่ควรตรวจเพิ่ม

⑤ อธิบายด้วยคำของตัวเอง

ให้เด็กปิดคำตอบแล้วอธิบายสิ่งที่เข้าใจ หากอธิบายไม่ได้ แสดงว่ายังไม่ควรนำคำตอบไปใช้

วิธีป้องกันไม่ให้เด็กส่งข้อมูลส่วนตัว

ผู้ปกครองควรสอนให้ใช้ข้อมูลสมมติ เช่น

  • ใช้ “นักเรียน A” แทนชื่อจริง
  • ใช้ “โรงเรียนของฉัน” แทนชื่อโรงเรียน
  • ลบเลขประจำตัวออกจากเอกสาร
  • ปิดบังหน้าและชื่อในภาพ
  • ตัดส่วนของภาพที่ไม่เกี่ยวข้อง
  • ไม่บอกตำแหน่งปัจจุบัน
  • ไม่ส่งตารางเดินทาง
  • ไม่บอกข้อมูลการเงินของครอบครัว

ควรตรวจไฟล์ก่อนอัปโหลดทุกครั้ง โดยเฉพาะเด็กเล็ก

วิธีตรวจสิทธิ์แอป Gemini บนอุปกรณ์ของเด็ก

บน Android ให้เปิดหน้าข้อมูลแอปแล้วตรวจสิทธิ์ เช่น

  • กล้อง
  • ไมโครโฟน
  • ตำแหน่ง
  • รูปภาพและวิดีโอ
  • การแจ้งเตือน
  • รายชื่อผู้ติดต่อ

เปิดเฉพาะสิทธิ์ที่จำเป็น เช่น หากเด็กใช้เพียงการพิมพ์ถามคำถาม อาจไม่จำเป็นต้องอนุญาตตำแหน่งหรือรายชื่อผู้ติดต่อ

ควรเปิดตำแหน่งให้ Gemini หรือไม่

ไม่จำเป็นสำหรับการถามคำถามทั่วไป ตำแหน่งมีประโยชน์เมื่อถามเรื่องใกล้ตัว เช่น สภาพอากาศหรือสถานที่ใกล้เคียง

สำหรับบัญชีเด็ก ควรเปิดเฉพาะเมื่อจำเป็นและสอนว่าไม่ควรแชร์ตำแหน่ง บ้าน โรงเรียน หรือเส้นทางประจำกับบุคคลหรือบริการโดยไม่มีเหตุผล

ควรเปิดไมโครโฟนหรือไม่

หากเด็กใช้การพิมพ์อย่างเดียว ไม่จำเป็นต้องเปิดไมโครโฟน

หากต้องการฝึกออกเสียงหรือพูด Prompt สามารถเปิดได้ แต่ควรตรวจว่า

  • เด็กเข้าใจว่าเมื่อใดไมโครโฟนทำงาน
  • ไม่พูดข้อมูลส่วนตัว
  • ใช้งานในพื้นที่เหมาะสม
  • ปิดสิทธิ์เมื่อไม่ต้องการ

เด็กต่ำกว่าเกณฑ์อาจไม่สามารถใช้ “Hey Google” และ Voice Match กับ Gemini ได้ แม้อนุญาตไมโครโฟนแล้ว

ควรเปิดการแจ้งเตือนหรือไม่

เปิดได้หากจำเป็น แต่ควรปิดการแสดงตัวอย่างบนหน้าจอล็อกหากข้อความอาจมีข้อมูลส่วนตัว

หากเด็กได้รับการแจ้งเตือนมากเกินไปหรือรบกวนเวลาเรียนและนอน สามารถปิดการแจ้งเตือนของ Gemini โดยไม่ต้องปิดสิทธิ์เข้าใช้ทั้งหมด

วิธีตรวจบัญชีที่ Gemini กำลังใช้

  1. เปิด Gemini
  2. แตะรูปโปรไฟล์
  3. ตรวจชื่อและอีเมล
  4. ยืนยันว่าเป็นบัญชีเด็ก
  5. หากผิด ให้สลับบัญชี
  6. ปิดแอปแล้วเปิดใหม่

ไม่ควรให้เด็กใช้บัญชีผู้ปกครองเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัด เพราะอาจเข้าถึงอีเมล ไฟล์ รูปภาพ การชำระเงิน และข้อมูลส่วนตัวของผู้ปกครอง

ห้ามให้เด็กรู้รหัสผ่านบัญชีผู้ปกครองหรือไม่

เด็กควรใช้บัญชีของตนเอง ไม่ควรใช้รหัสผ่านบัญชีหลักของผู้ปกครองเพื่อเปิด Gemini

บัญชีผู้ปกครองอาจมีข้อมูลสำคัญ เช่น

  • Gmail
  • Google Drive
  • Google Photos
  • รายละเอียดการชำระเงิน
  • เอกสารงาน
  • ประวัติการใช้งาน
  • การตั้งค่าครอบครัว

ควรใช้ Family Link จัดการสิทธิ์แทนการมอบบัญชีผู้ใหญ่ให้เด็ก

เปิด Gemini แล้วไม่พบในเครื่องเด็ก

ให้ลองทำดังนี้

  1. อัปเดต Play Store
  2. อัปเดตแอป Google
  3. ค้นหา Gemini ใน Play Store
  4. ตรวจว่าอุปกรณ์รองรับ
  5. ตรวจประเทศและภาษา
  6. เปิดผ่านเว็บไซต์ Gemini
  7. ตรวจบัญชีที่ลงชื่อเข้าใช้
  8. รีสตาร์ทอุปกรณ์

หากแอปไม่รองรับอุปกรณ์ การใช้ผ่านเว็บไซต์อาจเป็นทางเลือก แต่บัญชียังต้องได้รับสิทธิ์จาก Family Link

Family Link ไม่มีเมนู Gemini

สาเหตุที่เป็นไปได้ ได้แก่

  • แอป Family Link ยังไม่อัปเดต
  • ประเทศยังไม่รองรับ
  • บริการยังไม่เปิดให้บัญชี
  • บัญชีที่เลือกไม่ใช่บัญชีเด็กส่วนบุคคล
  • เด็กใช้บัญชีโรงเรียน
  • ภาษาของแอปยังไม่รองรับ
  • บัญชีมีสถานะอายุหรือการควบคุมต่างจากที่คาดไว้

ไม่ควรเปลี่ยนวันเกิดเป็นข้อมูลปลอมเพื่อให้เมนูปรากฏ

เปิดสิทธิ์แล้วขึ้นว่า Gemini ไม่พร้อมใช้งาน

แก้ตามลำดับดังนี้

  1. ตรวจสวิตช์ Gemini Apps ใน Family Link
  2. รอหลายชั่วโมง
  3. อัปเดตแอป Gemini และ Google
  4. อัปเดต Google Play services
  5. รีสตาร์ทอุปกรณ์
  6. ตรวจบัญชี
  7. ตรวจวันเกิด
  8. ตรวจประเทศและภาษา
  9. ทดลองเปิดผ่านเว็บ
  10. ตรวจว่าอุปกรณ์ได้รับการรองรับ

หากเป็นบัญชีโรงเรียน ให้ติดต่อผู้ดูแลระบบของสถานศึกษา

Gemini ใช้ได้แต่บางฟีเจอร์หาย

เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นได้กับบัญชีเด็ก เพราะ Google จำกัดฟีเจอร์ตามอายุ ความปลอดภัย และประเภทบัญชี

ตัวอย่างฟีเจอร์ที่อาจไม่มี ได้แก่

  • Keep Activity
  • “Hey Google” กับ Gemini
  • Voice Match
  • Gemini Live บางรูปแบบ
  • การสร้างสื่อบางประเภท
  • Connected Apps บางรายการ
  • ฟีเจอร์เฉพาะผู้ใหญ่
  • ฟีเจอร์ทดลอง

ผู้ปกครองไม่สามารถปลดล็อกทุกฟีเจอร์ได้จาก Family Link หาก Googleกำหนดอายุขั้นต่ำไว้

วิธีจัดการเมื่อคำตอบไม่เหมาะกับเด็ก

  1. ให้เด็กหยุดสนทนา
  2. อย่าให้เด็กทำตามคำแนะนำ
  3. ถ่ายภาพหน้าจอเฉพาะที่จำเป็น
  4. ส่งข้อเสนอแนะหรือรายงานคำตอบ
  5. พูดคุยกับเด็กว่าเหตุใดคำตอบจึงไม่เหมาะสม
  6. ตรวจว่ามีข้อมูลส่วนตัวถูกส่งไปหรือไม่
  7. ปิด Gemini ชั่วคราวหากจำเป็น
  8. ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย

ไม่ควรตำหนิเด็กจนไม่กล้าแจ้งผู้ปกครองเมื่อพบเนื้อหาที่ไม่สบายใจ

วิธีลบแอป Gemini จากอุปกรณ์เด็ก

หากไม่ต้องการใช้งานแล้ว สามารถถอนการติดตั้งแอปตามปกติ แต่ควรปิดสิทธิ์ที่ระดับบัญชีด้วย

  1. ปิด Gemini Apps ใน Family Link
  2. เปิดการตั้งค่าอุปกรณ์เด็ก
  3. เลือก Apps
  4. เลือก Gemini
  5. แตะ Uninstall หากมี
  6. ตรวจว่าไอคอนและทางลัดถูกลบ
  7. ตรวจสิทธิ์แอป Google ที่เกี่ยวข้อง

การถอนแอปเพียงอย่างเดียวอาจไม่ปิดสิทธิ์ Gemini ผ่านเว็บไซต์ จึงควรปิดจาก Family Link ก่อน

การปิด Gemini ส่งผลต่อ Google Assistant ไหม

Gemini และ Google Assistant เป็นบริการที่เกี่ยวข้องกันแต่ไม่เหมือนกัน การปิด Gemini Apps สำหรับบัญชีเด็กไม่ได้หมายความว่า Google Assistant บนอุปกรณ์อื่นจะหยุดทำงานทั้งหมด

“Hey Google” และ Voice Match อาจยังใช้กับลำโพงอัจฉริยะหรืออุปกรณ์ที่รองรับ Google Assistant ตามการตั้งค่าของครอบครัว

เช็กลิสต์ก่อนให้เด็กใช้ Gemini

  • บัญชีเด็กอยู่ใน Family Link
  • ผู้ปกครองเปิดสิทธิ์เอง
  • ตรวจบัญชีบนอุปกรณ์
  • อัปเดตแอปและระบบ
  • ตั้งเวลาใช้งาน
  • ตรวจสิทธิ์กล้องและไมโครโฟน
  • อธิบายข้อมูลที่ห้ามส่ง
  • สอนให้ตรวจคำตอบ
  • ตกลงกฎการทำการบ้าน
  • ทดลองใช้ร่วมกัน
  • กำหนดให้แจ้งเมื่อพบเนื้อหาไม่เหมาะสม
  • ตรวจการตั้งค่าเป็นระยะ

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ปกครองเปิด Gemini ให้เด็กได้อย่างไร

เปิด Family Link เลือกบัญชีเด็ก เข้าเมนูการควบคุม เลือก Gemini และเปิด Gemini Apps

เปิดแล้วใช้ได้ทันทีไหม

อาจใช้ได้ทันทีหรือใช้เวลาหลายชั่วโมง และบางบัญชีอาจยังไม่ได้รับบริการเนื่องจาก Google กำลังทยอยเปิด

เด็กต้องมีแอป Gemini ไหม

ไม่เสมอไป อาจใช้ผ่านเว็บไซต์ได้บนอุปกรณ์ที่รองรับ แต่บัญชียังต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง

ตั้งเวลาการใช้ Gemini ได้ไหม

อาจตั้งเวลาแอปหรือเวลาหน้าจอผ่าน Family Link ได้บนอุปกรณ์ที่รองรับ แต่แอประบบบางรายการอาจตั้งเวลาแยกไม่ได้

ผู้ปกครองเห็นแชตทั้งหมดไหม

ไม่ควรคาดหวังว่า Family Link จะแสดงทุกข้อความ ผู้ปกครองควรใช้ร่วมกับเด็กและพูดคุยเรื่องการใช้งาน

เด็กใช้บัญชีผู้ปกครองได้ไหม

ไม่ควร เด็กควรใช้บัญชีของตนเองเพื่อปกป้องข้อมูล Gmail, Drive, Photos และการชำระเงินของผู้ปกครอง

ทำไมไม่มี Keep Activity

ผู้ใช้อายุต่ำกว่า 13 ปีหรือเกณฑ์ของประเทศไม่มีการตั้งค่า Keep Activity ตามข้อกำหนดปัจจุบัน

เด็กใช้ “Hey Google” กับ Gemini ได้ไหม

เด็กต่ำกว่าเกณฑ์ไม่สามารถใช้ “Hey Google” และ Voice Match กับ Gemini Apps แต่บริการดังกล่าวอาจยังทำงานกับอุปกรณ์ Google Assistant อื่น

ปิด Gemini แล้วข้อมูลจะถูกลบทันทีไหม

ไม่จำเป็น การปิดสิทธิ์ ถอนการติดตั้ง และลบข้อมูลเป็นคนละการดำเนินการ ต้องจัดการแต่ละส่วนแยกกัน

บัญชีโรงเรียนตั้งค่าผ่าน Family Link ได้ไหม

โดยทั่วไปไม่ได้ในรูปแบบเดียวกับบัญชีเด็กส่วนบุคคล โรงเรียนต้องเป็นผู้จัดการสิทธิ์ Gemini ของบัญชีการศึกษา

สรุป

วิธีตั้งค่า Gemini สำหรับบุตรหลานคือเปิด Family Link เลือกบัญชีเด็ก เข้าเมนูการควบคุม เลือก Gemini และเปิด Gemini Apps หลังจากนั้นให้อัปเดตแอป ตรวจบัญชีบนอุปกรณ์ของเด็ก และรอให้ระบบอัปเดตสิทธิ์

ผู้ปกครองควรตั้งกฎเรื่องข้อมูลส่วนตัว จำกัดเวลา ตรวจสิทธิ์กล้องกับไมโครโฟน และสอนให้เด็กตรวจคำตอบกับหนังสือหรือผู้ใหญ่ Gemini ควรใช้เพื่อช่วยเรียนและฝึกคิด ไม่ใช่ทำการบ้านแทนทั้งหมด

หากไม่มีเมนูหรือเปิดแล้วใช้งานไม่ได้ ให้ตรวจเวอร์ชัน Family Link ประเทศ ภาษา ประเภทบัญชี อุปกรณ์ และรอการทยอยเปิดบริการ โดยไม่ควรเปลี่ยนวันเกิดเป็นข้อมูลปลอมเพื่อปลดล็อกฟีเจอร์