Search Engine คืออะไร? ระบบค้นหาข้อมูลทำงานอย่างไร

Search Engine คือระบบค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่ช่วยให้ผู้ใช้ค้นพบเว็บไซต์ บทความ รูปภาพ วิดีโอ ข่าว สินค้า สถานที่ และคำตอบที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ต้องการ โดยผู้ใช้เพียงป้อนคำค้นหาหรือคำถามลงในช่องค้นหา ระบบจะประมวลผลและเลือกผลลัพธ์ที่เห็นว่าเกี่ยวข้องมาแสดง

ตัวอย่าง Search Engine ที่คนทั่วไปรู้จัก ได้แก่ Google, Bing, Yahoo, DuckDuckGo และ Baidu แต่ละระบบมีวิธีรวบรวมข้อมูล ประมวลผล และจัดอันดับผลการค้นหาแตกต่างกัน แม้จะมีเป้าหมายหลักเหมือนกันคือช่วยให้ผู้ใช้ค้นพบข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับเจ้าของเว็บไซต์ การเข้าใจว่า Search Engine ทำงานอย่างไรถือเป็นพื้นฐานสำคัญของ SEO เพราะก่อนที่เว็บไซต์จะติดอันดับ ระบบค้นหาต้องค้นพบหน้าเว็บ เข้าถึงเนื้อหา ทำความเข้าใจข้อมูล และตัดสินใจว่าหน้านั้นเหมาะกับคำค้นหาใดเสียก่อน

Search Engine แปลว่าอะไร?

คำว่า Search Engine แปลตรงตัวได้ว่า “เครื่องมือค้นหา” หรือ “ระบบสืบค้นข้อมูล”

Search หมายถึงการค้นหา ส่วน Engine ในบริบทนี้หมายถึงระบบหรือกลไกที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึงระบบที่รับคำค้นหาจากผู้ใช้ แล้วค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อนำมาแสดง

Search Engine ไม่ได้ค้นหาเว็บไซต์ทั่วอินเทอร์เน็ตใหม่ทั้งหมดในวินาทีที่ผู้ใช้กดค้นหา แต่ส่วนใหญ่จะค้นหาจากดัชนีหรือฐานข้อมูลที่ระบบได้รวบรวมและประมวลผลไว้ก่อนแล้ว

Search Engine ทำงานอย่างไร?

การทำงานของ Search Engine สามารถอธิบายเป็นกระบวนการหลัก 4 ขั้นตอน ได้แก่ การค้นพบหน้าเว็บ การรวบรวมข้อมูล การจัดทำดัชนี และการจัดอันดับผลลัพธ์

① Discovery — ค้นพบหน้าเว็บไซต์

ขั้นตอนแรกคือการค้นหาว่ามีหน้าเว็บใดอยู่บนอินเทอร์เน็ตบ้าง ระบบอาจค้นพบ URL ใหม่ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น

  • ลิงก์จากหน้าเว็บไซต์ที่เคยรู้จัก
  • Internal Link ภายในเว็บไซต์เดียวกัน
  • Backlink จากเว็บไซต์อื่น
  • XML Sitemap ที่เจ้าของเว็บไซต์ส่งให้
  • การแจ้ง URL ผ่านเครื่องมือของ Search Engine
  • URL ที่เคยพบและกลับมาตรวจสอบอีกครั้ง

เว็บไซต์ที่มีโครงสร้างชัดเจนและมีลิงก์เชื่อมถึงทุกหน้าสำคัญจะช่วยให้ระบบค้นพบเนื้อหาใหม่ได้ง่ายกว่าเว็บไซต์ที่มีหน้าแยกออกมาโดยไม่มีลิงก์ใดเชื่อมถึง

② Crawling — รวบรวมข้อมูลหน้าเว็บ

เมื่อค้นพบ URL แล้ว Search Engine จะใช้โปรแกรมอัตโนมัติที่เรียกว่า Crawler, Spider หรือ Bot เข้าไปดาวน์โหลดข้อมูลของหน้าเว็บ

โปรแกรมของ Google เรียกว่า Googlebot ส่วนระบบค้นหาอื่นก็มี Bot ของตนเอง ระหว่างการเข้าชมหน้าเว็บ Bot อาจตรวจสอบข้อความ รูปภาพ วิดีโอ ลิงก์ โค้ด HTML และทรัพยากรที่จำเป็นต่อการแสดงผล

อย่างไรก็ตาม การค้นพบ URL ไม่ได้หมายความว่าระบบจะเข้ามาเก็บข้อมูลทันทีทุกหน้า Search Engine ต้องบริหารทรัพยากรและเลือกว่า URL ใดควรได้รับการ Crawl ก่อนหรือบ่อยเพียงใด

③ Indexing — วิเคราะห์และจัดเก็บข้อมูล

หลังจากรวบรวมข้อมูลแล้ว Search Engine จะวิเคราะห์ว่าหน้าเว็บกล่าวถึงเรื่องอะไร เนื้อหาหลักอยู่ตรงไหน มีรูปภาพหรือวิดีโออะไร และหน้าเว็บมีความสัมพันธ์กับหน้าอื่นอย่างไร

ระบบอาจประมวลผลองค์ประกอบสำคัญ เช่น

  • ชื่อหน้าเว็บ
  • หัวข้อหลักและหัวข้อย่อย
  • เนื้อหาในหน้า
  • ภาษาและตำแหน่งเป้าหมาย
  • รูปภาพและคำอธิบายรูป
  • Internal Link และ External Link
  • Structured Data
  • Canonical URL
  • ความเหมาะสมบนอุปกรณ์มือถือ
  • ความซ้ำกับหน้าอื่น

ถ้าหน้าเว็บผ่านการประมวลผลและระบบเห็นว่าเหมาะสม ข้อมูลจะถูกเก็บในดัชนีหรือ Index เพื่อเตรียมนำไปใช้เมื่อต้องแสดงผลการค้นหา

หน้าเว็บอาจถูก Crawl แต่ไม่ถูก Index ได้ เช่น เนื้อหามีคุณค่าน้อย ซ้ำกับหน้าอื่น ถูกกำหนดเป็น Noindex หรือระบบเลือก URL อื่นเป็นหน้าหลัก

④ Ranking and Serving — จัดอันดับและแสดงผล

เมื่อผู้ใช้พิมพ์คำค้นหา Search Engine จะพยายามทำความเข้าใจว่าผู้ใช้ต้องการอะไร จากนั้นค้นหาหน้าเว็บที่เกี่ยวข้องจากดัชนีและจัดลำดับผลลัพธ์

การจัดอันดับอาจพิจารณาจากสัญญาณจำนวนมาก เช่น

  • ความเกี่ยวข้องกับคำค้นหา
  • Search Intent ของผู้ใช้
  • คุณภาพและความครบถ้วนของเนื้อหา
  • ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์
  • ภาษาและตำแหน่งของผู้ค้นหา
  • ความสดใหม่ของข้อมูลเมื่อจำเป็น
  • ความสะดวกในการใช้งานหน้าเว็บ
  • ความเหมาะสมกับโทรศัพท์มือถือ
  • บริบทของคำค้นหา
  • รูปแบบเนื้อหาที่ตรงกับความต้องการ

ผลลัพธ์ที่แต่ละคนเห็นจึงอาจไม่เหมือนกันทั้งหมด แม้ค้นหาด้วยคำเดียวกัน เพราะตำแหน่ง ภาษา อุปกรณ์ และบริบทของผู้ใช้อาจแตกต่างกัน

Search Engine มีองค์ประกอบสำคัญอะไรบ้าง?

Crawler

Crawler คือโปรแกรมที่เดินทางไปตามลิงก์เพื่อค้นหาและเก็บข้อมูลจากหน้าเว็บ ทำหน้าที่คล้ายผู้สำรวจที่ออกไปค้นหาว่ามีข้อมูลอะไรอยู่บนอินเทอร์เน็ต

Index

Index คือฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่เก็บและจัดระเบียบข้อมูลจากหน้าเว็บ Search Engine ใช้ฐานข้อมูลนี้เพื่อค้นหาผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องโดยไม่ต้องสำรวจอินเทอร์เน็ตใหม่ทุกครั้ง

Query Processor

Query Processor คือระบบที่วิเคราะห์คำค้นหาของผู้ใช้ โดยอาจพิจารณาการสะกด ภาษา ความหมาย คำใกล้เคียง สถานที่ และเจตนาของคำค้นหา

ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้ค้นหาว่า “ซ่อมคอมใกล้ฉัน” ระบบต้องเข้าใจทั้งบริการที่ต้องการและตำแหน่งปัจจุบันของผู้ค้นหา

Ranking System

Ranking System คือระบบที่ประเมินและเรียงลำดับผลลัพธ์ ระบบจะพยายามนำหน้าที่เกี่ยวข้องและมีประโยชน์มากกว่าไปแสดงในตำแหน่งที่มองเห็นง่าย

Search Interface

Search Interface คือส่วนที่ผู้ใช้มองเห็นและใช้งาน เช่น ช่องค้นหา ปุ่มค้นหา ตัวกรอง รูปภาพ แผนที่ และหน้าผลการค้นหา

Search Engine แสดงผลลัพธ์อะไรได้บ้าง?

ปัจจุบันหน้าผลการค้นหาไม่ได้มีเพียงลิงก์เว็บไซต์แบบข้อความ แต่สามารถแสดงข้อมูลได้หลายรูปแบบ เช่น

  • ผลการค้นหาเว็บไซต์ทั่วไป
  • รูปภาพ
  • วิดีโอ
  • ข่าว
  • แผนที่และธุรกิจใกล้เคียง
  • สินค้าและราคา
  • คำถามที่เกี่ยวข้อง
  • คำตอบสรุป
  • Featured Snippet
  • Knowledge Panel
  • AI-generated answers

ประเภทของผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับคำค้นหา หากค้นหาชื่อร้านอาหาร ระบบอาจแสดงแผนที่ เวลาเปิด และรีวิว แต่ถ้าค้นหาวิธีแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ ระบบอาจแสดงบทความหรือวิดีโอแนะนำวิธีแก้

Search Engine แตกต่างจาก Web Browser อย่างไร?

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากสับสนระหว่าง Search Engine กับ Web Browser แต่ทั้งสองอย่างทำหน้าที่แตกต่างกัน

Web Browser คือโปรแกรมที่ใช้เปิดและแสดงเว็บไซต์ เช่น Google Chrome, Microsoft Edge, Firefox และ Safari

Search Engine คือบริการค้นหาข้อมูล เช่น Google Search และ Bing Search ซึ่งสามารถเปิดใช้งานผ่าน Web Browser ได้

ตัวอย่างเช่น เมื่อเปิด Google Chrome แล้วเข้า Google เพื่อค้นหาข้อมูล Chrome คือ Web Browser ส่วน Google ที่ใช้ค้นหาข้อมูลคือ Search Engine

Web Browser หนึ่งโปรแกรมสามารถใช้ Search Engine ได้หลายราย และผู้ใช้สามารถเปลี่ยนระบบค้นหาเริ่มต้นได้ตามต้องการ

Search Engine แตกต่างจากเว็บไซต์ Directory อย่างไร?

เว็บไซต์ Directory คือระบบที่จัดหมวดหมู่เว็บไซต์โดยอาศัยการเพิ่มข้อมูลหรือการตรวจสอบจากมนุษย์เป็นหลัก ผู้ใช้เลือกหมวดหมู่แล้วค่อยเปิดดูเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

Search Engine ใช้ระบบอัตโนมัติรวบรวมและประมวลผลหน้าเว็บจำนวนมาก สามารถตอบสนองต่อคำค้นหาที่หลากหลายและอัปเดตข้อมูลได้รวดเร็วกว่าระบบ Directory แบบดั้งเดิม

แม้ปัจจุบัน Directory จะไม่ได้เป็นช่องทางค้นหาหลักเหมือนในอดีต แต่แนวคิดการจัดหมวดหมู่ยังพบได้ในเว็บไซต์รวมธุรกิจ ตลาดออนไลน์ และแพลตฟอร์มเฉพาะทาง

Search Engine มีกี่ประเภท?

① General Search Engine

เป็นระบบค้นหาข้อมูลทั่วไป ครอบคลุมเว็บไซต์ ข่าว รูปภาพ วิดีโอ สถานที่ และเนื้อหาหลายประเภท เช่น Google และ Bing

② Vertical Search Engine

เป็นระบบค้นหาเฉพาะด้าน เช่น ระบบค้นหาสินค้า งาน โรงแรม เที่ยวบิน หรือบทความวิชาการ ผลลัพธ์จะมุ่งเน้นข้อมูลในอุตสาหกรรมหรือประเภทที่กำหนด

③ Site Search

เป็นช่องค้นหาภายในเว็บไซต์ ใช้ค้นหาบทความ สินค้า หรือข้อมูลเฉพาะที่อยู่ในเว็บไซต์นั้น ไม่ได้ค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตทั้งหมด

④ Privacy-Focused Search Engine

เป็นระบบค้นหาที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ลดการติดตามหรือเก็บข้อมูลผู้ใช้ แต่รูปแบบการให้บริการและนโยบายจะแตกต่างกันในแต่ละราย

⑤ AI Search Engine

เป็นระบบค้นหาที่นำปัญญาประดิษฐ์มาช่วยสรุป เปรียบเทียบ และตอบคำถามในรูปแบบการสนทนา ระบบอาจค้นข้อมูลจากหลายแหล่งแล้วสร้างคำตอบพร้อมแสดงแหล่งอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง

Search Engine เข้าใจคำค้นหาของผู้ใช้ได้อย่างไร?

ระบบค้นหาสมัยใหม่ไม่ได้จับคู่เฉพาะคำที่เหมือนกันทุกตัว แต่พยายามทำความเข้าใจความหมายและบริบทของคำค้นหา

ตัวอย่างเช่น คำว่า “มือถือดับเองแก้ยังไง” กับ “โทรศัพท์ปิดเองเกิดจากอะไร” ใช้คำต่างกัน แต่มีความหมายและความต้องการใกล้เคียงกัน Search Engine จึงอาจแสดงหน้าเว็บชุดเดียวกันได้

ระบบอาจพิจารณาปัจจัยดังต่อไปนี้

  • ความหมายของคำและประโยค
  • คำที่มีความหมายใกล้เคียง
  • การสะกดผิด
  • ภาษา
  • สถานที่ของผู้ใช้
  • ความสดใหม่ที่คำค้นหาต้องการ
  • ประเภทเนื้อหาที่เหมาะสม
  • เจตนาว่าต้องการเรียนรู้ ซื้อสินค้า หรือค้นหาสถานที่

ดังนั้น การทำ SEO ยุคใหม่จึงไม่ควรย้ำคีย์เวิร์ดเดิมจำนวนมาก แต่ควรตอบหัวข้อและคำถามที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติ

Search Engine เลือกเว็บไซต์อันดับหนึ่งจากอะไร?

ไม่มีปัจจัยเพียงข้อเดียวที่ทำให้เว็บไซต์ได้อันดับหนึ่ง และ Search Engine ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของระบบจัดอันดับทั้งหมด

สิ่งที่เจ้าของเว็บไซต์สามารถให้ความสำคัญได้ ได้แก่

  • ตอบ Search Intent ให้ตรง
  • ให้ข้อมูลถูกต้องและมีประโยชน์
  • แสดงประสบการณ์หรือข้อมูลที่มีคุณค่าเฉพาะ
  • ใช้ชื่อเรื่องและหัวข้อที่อธิบายเนื้อหาชัดเจน
  • ทำให้ระบบเข้าถึงและ Index หน้าเว็บได้
  • จัดโครงสร้างเว็บไซต์และ Internal Link ให้เหมาะสม
  • แสดงผลได้ดีบนโทรศัพท์มือถือ
  • ดูแลความเร็วและความปลอดภัย
  • สร้างชื่อเสียงและความน่าเชื่อถืออย่างเป็นธรรมชาติ
  • ตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลที่ล้าสมัย

การทำทุกข้อไม่ได้รับประกันอันดับหนึ่ง เพราะยังต้องพิจารณาคู่แข่ง คุณภาพของหน้าอื่น และบริบทของคำค้นหาด้วย

Search Engine เกี่ยวข้องกับ SEO อย่างไร?

SEO คือการช่วยให้ Search Engine ค้นพบ เข้าถึง และเข้าใจเว็บไซต์ พร้อมทำให้เนื้อหาตอบความต้องการของผู้ค้นหาได้ดียิ่งขึ้น

หากเข้าใจการทำงานของ Search Engine เจ้าของเว็บไซต์จะสามารถวางแผนได้ถูกต้องมากขึ้น เช่น

  • สร้าง Internal Link เพื่อช่วยให้ Crawler ค้นพบหน้าใหม่
  • ทำ XML Sitemap เพื่อแจ้ง URL สำคัญ
  • ปรับ Title และเนื้อหาให้สื่อความหมายชัดเจน
  • แก้ปัญหาหน้าที่ไม่ถูก Index
  • ลดหน้าเนื้อหาซ้ำ
  • ปรับเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายบนมือถือ
  • เขียนเนื้อหาให้ตรงกับ Search Intent
  • ติดตามผลจากคำค้นหาและพฤติกรรมผู้ใช้

เป้าหมายไม่ใช่การหลอกระบบจัดอันดับ แต่คือการลดอุปสรรคที่ทำให้ Search Engine เข้าใจเว็บไซต์ผิด พร้อมเพิ่มคุณค่าให้ผู้ใช้งานจริง

วิธีช่วยให้ Search Engine ค้นพบเว็บไซต์

① สร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ

แต่ละหน้าควรมีวัตถุประสงค์ชัดเจน ให้ข้อมูลที่มีประโยชน์ และไม่สร้างขึ้นมาเพียงเพื่อเพิ่มจำนวนหน้าในเว็บไซต์

② เชื่อม Internal Link

เชื่อมหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าหากันด้วย Anchor Text ที่อธิบายปลายทางอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยทั้งผู้ใช้และ Crawler เดินทางไปยังเนื้อหาอื่น

③ สร้าง XML Sitemap

รวม URL สำคัญไว้ใน Sitemap และส่งผ่านเครื่องมือสำหรับเจ้าของเว็บไซต์ แต่ไม่ควรใส่หน้า Error, Redirect, Noindex หรือ URL ที่ไม่ต้องการให้แสดงในผลค้นหา

④ ตรวจสอบการ Index

ตรวจดูว่าหน้าสำคัญถูก Index หรือไม่ หากไม่ถูก Index ควรหาสาเหตุก่อนส่งคำขอให้ระบบตรวจสอบใหม่

⑤ ดูแล Server ให้พร้อมใช้งาน

หากเว็บไซต์ล่มบ่อย โหลดช้า หรือ Server ส่งรหัสผิดพลาด Bot อาจรวบรวมข้อมูลได้ไม่สมบูรณ์

⑥ ไม่ปิดกั้นหน้าสำคัญโดยไม่ตั้งใจ

ตรวจสอบ robots.txt, Meta Robots, Canonical Tag และการตั้งค่าปลั๊กอิน SEO เพื่อให้แน่ใจว่าหน้าสำคัญไม่ได้ถูกปิดกั้น

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Search Engine

จ่ายเงินให้ Google แล้ว Organic Ranking จะสูงขึ้น

การซื้อโฆษณาไม่ได้ทำให้อันดับ Organic สูงขึ้นโดยตรง โฆษณาและผลการค้นหาธรรมชาติใช้ระบบที่แยกออกจากกัน

ส่ง Sitemap แล้วทุกหน้าจะถูก Index

Sitemap ช่วยให้ระบบค้นพบ URL แต่ไม่ได้รับประกันว่าทุกหน้าจะถูก Crawl, Index หรือติดอันดับ เนื้อหาและคุณภาพของเว็บไซต์ยังเป็นสิ่งสำคัญ

ใส่คีย์เวิร์ดเยอะจะทำให้ระบบเข้าใจมากขึ้น

การย้ำคำค้นหาเกินความจำเป็นอาจทำให้เนื้อหาอ่านยาก Search Engine สามารถทำความเข้าใจคำใกล้เคียงและบริบทได้ดีขึ้นกว่าสมัยก่อน

หน้าเว็บใหม่ต้องติดอันดับทันที

ระบบต้องใช้เวลาในการค้นพบ รวบรวม ประมวลผล และประเมินหน้าใหม่ ระยะเวลาจะแตกต่างกันตามเว็บไซต์และลักษณะของเนื้อหา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Search Engine

Google เป็น Search Engine หรือ Browser?

Google Search เป็น Search Engine ส่วน Google Chrome เป็น Web Browser ทั้งสองเป็นผลิตภัณฑ์คนละประเภทและทำหน้าที่แตกต่างกัน

Search Engine เก็บเว็บไซต์ทั้งหมดบนอินเทอร์เน็ตหรือไม่?

ไม่เก็บทั้งหมด บางหน้าอาจยังไม่ถูกค้นพบ ถูกปิดกั้น เข้าถึงไม่ได้ ไม่มีคุณภาพเพียงพอ หรือระบบเลือกไม่จัดเก็บไว้ในดัชนี

ทำไมค้นหาคำเดียวกันแต่ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน?

ผลลัพธ์อาจแตกต่างตามประเทศ ตำแหน่ง ภาษา อุปกรณ์ เวลา และบริบทของผู้ใช้ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของดัชนีและระบบจัดอันดับ

Search Engine อ่านรูปภาพได้หรือไม่?

ระบบสามารถประมวลผลรูปภาพได้หลายด้าน โดยอาศัยองค์ประกอบต่างๆ เช่น เนื้อหารอบรูป ชื่อไฟล์ Alt Text คุณภาพรูป และข้อมูลของหน้าเว็บที่ฝังรูปนั้น

เว็บไซต์ไม่มี Backlink จะถูกค้นพบได้ไหม?

ค้นพบได้ผ่าน XML Sitemap, Internal Link หรือการแจ้ง URL แต่ Backlink จากหน้าอื่นสามารถช่วยให้ระบบค้นพบเว็บไซต์และเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหาได้

Search Engine ที่ใช้ AI ยังต้อง Crawl เว็บไซต์หรือไม่?

ระบบค้นหาที่ใช้ AI ยังต้องอาศัยข้อมูลที่สามารถเข้าถึงและประมวลผลได้ เว็บไซต์จึงควรดูแลพื้นฐานด้าน Crawling, Indexing, เนื้อหา และโครงสร้างทางเทคนิคเช่นเดิม

สรุป Search Engine คืออะไร?

Search Engine คือระบบที่ช่วยค้นหาและจัดระเบียบข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต โดยทำงานผ่านการค้นพบ URL การ Crawling การ Indexing และการจัดอันดับผลลัพธ์ให้เหมาะกับคำค้นหาของผู้ใช้

เจ้าของเว็บไซต์ควรเข้าใจว่าการมีหน้าเว็บออนไลน์ไม่ได้หมายความว่า Search Engine จะค้นพบหรือจัดเก็บหน้านั้นโดยอัตโนมัติ เว็บไซต์ต้องมีโครงสร้างที่เข้าถึงได้ เนื้อหาที่มีประโยชน์ และไม่มีปัญหาทางเทคนิคที่ขัดขวางการประมวลผล

สำหรับ comsiam การเข้าใจกลไกของ Search Engine จะช่วยให้การวางแผนเนื้อหาและ Technical SEO มีทิศทางชัดเจนขึ้น เพราะทุกขั้นตอนของ SEO เริ่มจากการทำให้ระบบค้นหาค้นพบและเข้าใจหน้าเว็บอย่างถูกต้อง

บทความถัดไปของ comsiam จะอธิบายคำว่า Organic Search ว่าคืออะไร แตกต่างจากผลการค้นหาแบบโฆษณาอย่างไร และเหตุใด Organic Search จึงเป็นช่องทางสำคัญของเว็บไซต์