Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

ตั้งเสียงเรียกเข้ามือถือใหม่แล้ว แต่ผ่านไปสักพักกลับเป็นเสียงเดิมเอง หรือรีสตาร์ตเครื่องแล้ว Ringtone ที่ตั้งไว้หาย เป็นปัญหาที่เกิดได้ทั้ง Android และ iPhone โดยเฉพาะเมื่อใช้เพลงหรือไฟล์เสียงที่ดาวน์โหลดมาเอง
สาเหตุอาจเกิดจาก ไฟล์เสียงถูกย้ายหรือลบ แอปที่ใช้ตั้งเสียงเรียกเข้าถูกถอน การ์ด SD มีปัญหา ระบบไม่มีสิทธิ์เข้าถึงไฟล์ การซิงก์การตั้งค่าผิดปกติ หรือซอฟต์แวร์ของมือถือทำงานผิดพลาด
บทความนี้จาก comsiam จะช่วยไล่ตรวจทีละขั้น เพื่อทำให้เสียงเรียกเข้าที่ตั้งไว้ไม่กลับเป็นเสียงเดิมอีก
วิธีแรกคือทดลองเลือก Ringtone ที่ติดมากับระบบแทนเพลงที่ดาวน์โหลดมา
เลือกเสียงมาตรฐานหนึ่งเสียงแล้วรีสตาร์ตมือถือ
มีโอกาสว่าปัญหาอยู่ที่
ควรตรวจการตั้งค่าระบบ แอป และซอฟต์แวร์ต่อ
วิธีนี้ช่วยแยกปัญหาได้เร็วมาก
หากใช้ MP3 หรือไฟล์เสียงส่วนตัวเป็น Ringtone ระบบจำเป็นต้องสามารถเข้าถึงไฟล์นั้นได้ตลอดเวลา
ถ้าไฟล์ถูก
มือถืออาจหาไฟล์ไม่เจอและกลับไปใช้เสียงเรียกเข้ามาตรฐานแทน
เปิด File Manager แล้วตรวจว่าไฟล์นั้นยังอยู่จริง
ถ้าไฟล์เสียงอยู่ใน
อาจมีโอกาสที่ระบบเข้าถึงไม่ได้ในภายหลัง
สำหรับ Android ควรเก็บไฟล์เสียงที่ต้องการใช้เป็น Ringtone ไว้ในหน่วยความจำภายในในตำแหน่งที่ระบบสามารถใช้งานได้อย่างถาวร
ไม่ควรใช้ไฟล์จากโฟลเดอร์ชั่วคราวของแอปเป็นเสียงเรียกเข้าระยะยาว
SD Card เป็นสาเหตุที่ควรตรวจเป็นพิเศษ
หาก Ringtone อยู่ในการ์ด SD แล้วเกิด
มือถืออาจไม่สามารถโหลดไฟล์เสียงในช่วง Boot ได้ จึงกลับไปใช้ Ringtone มาตรฐาน
ย้ายไฟล์เสียงเข้า Internal Storage
ตั้งเป็น Ringtone ใหม่ แล้วรีสตาร์ตเครื่อง
ถ้าไม่กลับเป็นเสียงเดิมอีก ปัญหาน่าจะเกี่ยวข้องกับ SD Card
ผู้ใช้บางคนตั้งเพลงเป็นเสียงเรียกเข้า แล้วลบไฟล์ต้นฉบับเพราะคิดว่าระบบบันทึกเพลงไว้แล้ว
แต่ในโทรศัพท์หลายระบบ การตั้ง Ringtone เป็นเพียงการอ้างอิงไปยังไฟล์เดิม
เมื่อลบไฟล์ ระบบจึงหาเสียงนั้นไม่เจอ
ผลคืออาจ
ดังนั้นควรเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้
แอปประเภท
อาจลบไฟล์ที่อยู่ใน Downloads หรือ Folder ชั่วคราว
ถ้า Ringtone หายหลังทำความสะอาดเครื่องทุกครั้ง ควรตรวจแอปเหล่านี้
ลองย้ายไฟล์ Ringtone ไปยังตำแหน่งถาวร และอย่าเลือกไฟล์เสียงดังกล่าวเป็น Junk File
แอปดาวน์โหลดเสียงเรียกเข้าบางตัวจะตั้ง Ringtone ผ่านสิทธิ์ของแอป
หาก
เสียงที่ตั้งไว้อาจหาย
ลองดาวน์โหลดไฟล์มาเก็บในเครื่องก่อน แล้วตั้ง Ringtone ผ่าน Settings ของมือถือโดยตรง
หากจำเป็นต้องใช้แอปภายนอก ให้ตรวจว่าแอปมีสิทธิ์ที่จำเป็น เช่น
ชื่อสิทธิ์อาจแตกต่างกันตาม Android Version และผู้ผลิต
หากแอปไม่มีสิทธิ์เปลี่ยน System Settings การตั้ง Ringtone อาจไม่ถูกบันทึกอย่างสมบูรณ์
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจากแอปภายนอก ให้ตั้ง Ringtone ผ่านระบบของมือถือ
โดยทั่วไป Android เข้า
การตั้งค่า > เสียงและการสั่น > เสียงเรียกเข้า
จากนั้นเลือกเสียงจากระบบหรือไฟล์ที่ต้องการ
การตั้งผ่าน Settings โดยตรงมักมีความเสถียรกว่าการตั้งผ่านแอปดาวน์โหลด Ringtone
มือถือ Dual SIM บางรุ่นสามารถตั้งเสียงเรียกเข้าแยกสำหรับ
ได้
จึงอาจเกิดความเข้าใจว่าเสียง “กลับเป็นเสียงเดิม” ทั้งที่จริงสายเข้าจากอีก SIM ซึ่งยังใช้ Ringtone เดิมอยู่
ตรวจเมนู
Ringtone / SIM 1 / SIM 2
แล้วกำหนดเสียงให้ถูกช่อง
หากไม่แน่ใจว่าสายเข้าผ่าน SIM ไหน ให้ตั้งเสียงเดียวกันทั้ง SIM 1 และ SIM 2 ชั่วคราว
จากนั้นทดลองโทรเข้าแต่ละหมายเลข
หากเสียงถูกต้องทั้งสอง SIM แสดงว่าปัญหาเดิมอาจเป็นเพียงการตั้ง Ringtone แยก SIM
มือถือสามารถตั้งเสียงเรียกเข้าเฉพาะรายชื่อได้
ดังนั้นแม้ Default Ringtone จะถูกเปลี่ยนแล้ว แต่บาง Contact อาจยังใช้เสียงเก่า
ลองให้หมายเลขที่ไม่ได้บันทึกใน Contacts โทรเข้า
ถ้าเสียงใหม่ดังปกติ แต่บางรายชื่อยังใช้เสียงเดิม ให้เปิด Contact นั้นแล้วตรวจ Custom Ringtone
หากรายชื่อใดมี Custom Ringtone ให้เปลี่ยนเป็น
Default
แล้วโทรเข้าทดสอบใหม่
ถ้าเสียงเปลี่ยนตามเสียงหลักของเครื่อง แสดงว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากระบบ แต่เป็นการตั้งค่าของ Contact
หลังเลือก Ringtone ใหม่ ลองรีสตาร์ตเครื่องหนึ่งครั้ง
จากนั้นตรวจว่าเสียงที่เลือกยังอยู่หรือไม่
ควรสงสัย
การตั้งค่าได้รับการบันทึกแล้ว
หากพื้นที่ใน Internal Storage เหลือน้อยมาก ระบบและแอปอาจทำงานผิดปกติได้
ตรวจพื้นที่ว่าง แล้วลบสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่น
แต่ระวังอย่าลบไฟล์ Ringtone ที่กำลังใช้งานอยู่
เปิดไฟล์ Ringtone ผ่าน Music Player หรือ File Manager
หากไฟล์
ควรเลือกไฟล์ใหม่
ไฟล์ที่เสียหรือรูปแบบไม่รองรับอาจทำให้ระบบกลับไปใช้ Default Ringtone
หากใช้ไฟล์รูปแบบแปลกหรือได้มาจากแอปเฉพาะ อาจไม่เข้ากันกับระบบ
ควรใช้ไฟล์เสียงมาตรฐานที่มือถือรองรับ เช่นรูปแบบเสียงทั่วไป
หากเสียงมาตรฐานของระบบใช้ได้ แต่ไฟล์ส่วนตัวไม่ได้ ให้สงสัย Compatibility ของไฟล์ก่อน
Do Not Disturb อาจทำให้สายเข้าไม่ดัง แต่โดยทั่วไปไม่ได้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ “ชื่อ Ringtone เปลี่ยนกลับ”
ดังนั้นควรแยกสองอาการออกจากกัน
ให้ตรวจ Do Not Disturb และ Silent Mode
ให้ตรวจไฟล์ แอป SD Card และระบบบันทึกการตั้งค่า
แอปบางประเภทอาจเปลี่ยนการตั้งค่าระบบ เช่น
หากเสียงกลับเป็นค่าเดิมทุกครั้งหลังใช้แอปใด ให้ลองปิดหรือถอนแอปนั้นชั่วคราว
โดยเฉพาะแอป Automation ที่สามารถเปลี่ยน Sound Profile ตามเวลา สถานที่ หรือเหตุการณ์
มือถือหรือแอปบางระบบสามารถตั้ง Profile เช่น
และเปลี่ยนเสียงตาม Profile ได้
ถ้า Ringtone เปลี่ยนกลับเฉพาะช่วงเวลาเดิมทุกวัน ให้ตรวจ
โดยเฉพาะบนมือถือที่มีระบบ Routine หรือ Mode ในตัว
หากใช้ Samsung ให้ตรวจเป็นพิเศษเรื่อง
หากใช้ไฟล์ส่วนตัว ควรทดสอบย้ายเข้าหน่วยความจำภายในแล้วตั้งใหม่
ถ้าเสียงเรียกเข้ากลับเป็นค่าเดิม ให้ตรวจ
หากตั้งเสียงผ่าน Theme App ลองเปลี่ยนมาตั้งจาก Settings โดยตรงเพื่อเปรียบเทียบ
ควรตรวจ
ถ้าไฟล์อยู่ใน Downloads ให้ลองย้ายไปยัง Internal Storage ที่เหมาะสมก่อนตั้งใหม่
บน iPhone ให้ตรวจว่าได้เลือกเสียงใหม่จริงใน
การตั้งค่า > เสียงและการสั่น > เสียงเรียกเข้า
หากปัญหาเกิดเฉพาะบาง Contact ให้ตรวจ Custom Ringtone ของ Contact นั้น
ถ้าเป็นเสียงที่สร้างหรือซิงก์เข้ามาเอง ให้ตรวจว่าเสียงนั้นยังอยู่ในเครื่องและสามารถเลือกได้ตามปกติ
ถ้าปัญหาเริ่มหลัง System Update ให้ลอง
① รีสตาร์ตเครื่อง
② เลือกเสียงมาตรฐานก่อน
③ ทดสอบสายเข้า
④ ตั้งเสียงส่วนตัวใหม่
⑤ ตรวจ System Update เพิ่มเติม
หากเสียงมาตรฐานยังคงอยู่ แต่ไฟล์ส่วนตัวกลับหาย ปัญหามีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับไฟล์หรือการเข้าถึงไฟล์
ถ้าเกิดทุกครั้งหลังทำความสะอาดมือถือ ให้ตรวจว่าไฟล์ Ringtone ถูกเก็บไว้ใน Folder ที่ Cleaner มองเป็น Temporary File หรือไม่
ควรย้ายไฟล์ไปยังพื้นที่ถาวร และหลีกเลี่ยงการลบไฟล์นั้นระหว่างทำความสะอาดเครื่อง
หากตั้ง Ringtone แล้วกลับเป็นเสียงเดิมเองซ้ำ ๆ และสงสัยแอปภายนอก สามารถใช้ Safe Mode ใน Android หลายรุ่นเพื่อทดสอบ
Safe Mode จะหยุดแอปที่ผู้ใช้ติดตั้งชั่วคราว
มีโอกาสว่าแอปภายนอก เช่น Theme, Automation หรือ Ringtone Manager เป็นสาเหตุ
ตรวจว่ามี System Update ใหม่หรือไม่
หากเป็น Bug ของระบบ ผู้ผลิตอาจแก้ไขผ่านอัปเดต
หลังอัปเดต
ถ้าตั้งเสียงมาตรฐานแล้วยังกลับเอง และตรวจแอปต่าง ๆ แล้วไม่พบสาเหตุ อาจพิจารณา Reset Settings ก่อน Factory Reset
แต่ควรอ่านรายละเอียดก่อนยืนยัน เพราะแต่ละมือถืออาจรีเซ็ตการตั้งค่าต่างกัน
การ Reset Settings อาจกระทบ
โดยขึ้นอยู่กับรุ่น
ยังไม่ควร Factory Reset เป็นขั้นตอนแรก
เพราะปัญหานี้มักเกิดจาก
มากกว่าระบบเสียร้ายแรง
หากจะ Factory Reset ต้องสำรองข้อมูลสำคัญก่อนเสมอ
สาเหตุที่ควรสงสัยมากที่สุดคือ ไฟล์เพลงไม่พร้อมให้ระบบอ่านในช่วงเปิดเครื่อง
โดยเฉพาะไฟล์ที่อยู่ใน
ให้ย้ายไฟล์ไปไว้ใน Internal Storage แล้วตั้งใหม่
สาเหตุเกือบตรงตัวคือมี Custom Ringtone ตั้งไว้ใน Contact
Default Ringtone จะถูกใช้กับรายชื่อทั่วไป แต่ Contact ที่ตั้งเสียงเฉพาะจะยังใช้เสียงของตัวเอง
เปิด Contact ที่มีปัญหาแล้วคืน Ringtone เป็น Default
มือถือ Dual SIM หลายรุ่นรองรับ Ringtone แยกกัน
ดังนั้นถ้าตั้งเสียงใหม่เฉพาะ SIM 1 เมื่อมีสายเข้าที่ SIM 2 ก็ยังได้ยินเสียงเดิม
ให้ตรวจ Ringtone ของทั้งสอง SIM และตั้งให้ตรงตามต้องการ
มีแนวโน้มว่าไฟล์เป็นสาเหตุ หาก
วิธีแก้ที่ง่ายที่สุดคือเลือกไฟล์ใหม่และเก็บไว้ใน Internal Storage
ให้ไล่ตรวจตามลำดับนี้
① ทดลองใช้ Ringtone มาตรฐาน
② ตรวจว่าไฟล์เสียงเดิมยังอยู่
③ ย้ายไฟล์เข้า Internal Storage
④ หลีกเลี่ยงการเก็บ Ringtone ใน SD Card
⑤ อย่าลบไฟล์ต้นฉบับ
⑥ ตรวจแอป Cleaner
⑦ ตั้ง Ringtone ผ่าน Settings โดยตรง
⑧ ตรวจ SIM 1 และ SIM 2
⑨ ตรวจ Custom Ringtone ของ Contact
⑩ ปิด Theme, Automation หรือ Sound Manager ชั่วคราว
⑪ รีสตาร์ตและทดสอบอีกครั้ง
⑫ อัปเดตระบบ
⑬ ทดลอง Safe Mode หากเป็น Android และสงสัยแอป
⑭ พิจารณา Reset Settings เป็นขั้นตอนท้าย ๆ
ถ้าเสียงมาตรฐานของเครื่องไม่เคยเปลี่ยนกลับ แต่เสียงที่ดาวน์โหลดเองกลับเป็น Default ทุกครั้ง มีโอกาสสูงว่าปัญหาอยู่ที่ ไฟล์ ตำแหน่งจัดเก็บ SD Card หรือแอปที่ใช้ตั้งเสียง
แต่ถ้าแม้ Ringtone มาตรฐานของระบบยังเปลี่ยนเอง ควรตรวจ Automation, Theme, แอปที่ได้รับสิทธิ์เปลี่ยนการตั้งค่า และระบบมือถือเพิ่มเติม
comsiam แนะนำให้เริ่มจากการตั้งเสียงมาตรฐานแล้วรีสตาร์ตเครื่อง เพราะเป็นการทดสอบง่ายที่สุดที่จะบอกได้ว่าเราควรแก้ที่ไฟล์เสียงหรือที่ระบบมือถือ