Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

งบกำไรขาดทุน คือรายงานสำคัญที่สุดฉบับหนึ่งของทุกธุรกิจ เพราะบอกทันทีว่า “ขายได้เท่าไร เหลือกำไรจริงเท่าไร” หลายบริษัทมียอดขายสูง แต่เงินไม่เหลือ เพราะไม่เคยทำงบกำไรขาดทุนอย่างถูกต้อง
บทความนี้สอน วิธีทำงบกำไรขาดทุนใน Microsoft Excel Excel 365 แบบใช้งานจริง เหมาะกับเจ้าของกิจการ ฝ่ายบัญชี ผู้บริหาร ร้านค้า SME และคนที่ต้องการคุมธุรกิจด้วยตัวเลข
งบกำไรขาดทุน (Profit and Loss Statement / P&L) คือรายงานสรุปผลการดำเนินงานในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น รายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี
โดยแสดง:
สรุปง่าย ๆ คือ ธุรกิจมีกำไรหรือขาดทุน
ลำดับหลักมีดังนี้
สูตรหลัก:
Net Profit=Revenue−Cost−Expenses
สร้าง 3 ชีตหลัก
| Date | Invoice | Product | Revenue |
| Date | Product | Cost |
| Date | Category | Amount |
กด Ctrl + T ให้เป็น Table เพื่อใช้งานง่ายขึ้น
=SUM(Sales[Revenue])
=SUM(Cost[Cost])
=SUM(Expense[Amount])
=B2-B3
=B4-B5
| รายการ | จำนวนเงิน |
|---|---|
| รายได้ | 1,000,000 |
| ต้นทุนขาย | 600,000 |
| กำไรขั้นต้น | 400,000 |
| ค่าใช้จ่าย | 250,000 |
| กำไรสุทธิ | 150,000 |
Gross Margin%=RevenueGross Profit×100
Net Margin%=RevenueNet Profit×100
ยิ่งสูงยิ่งดี ถ้าเทียบกับธุรกิจประเภทเดียวกัน
ใช้ PivotTable
Rows = Month
Values = Revenue, Cost, Expense
แล้วสร้างรายงานเดือนต่อเดือนทันที
เหมาะมากกับผู้บริหารที่อยากดูแนวโน้ม
=FILTER(A2:C100,B2:B100="Marketing")
=UNIQUE(B2:B1000)
=SORT(A2:C100,3,-1)
=XLOOKUP(A2,CostTable[Product],CostTable[Cost])
ได้จริงมาก โดยเฉพาะ SME
ควรทำทุกเดือน อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
เริ่มต้นได้ แต่ถ้าธุรกิจใหญ่ควรเชื่อม ERP ภายหลัง
การทำ งบกำไรขาดทุนใน Excel 365 ช่วยให้รู้ความจริงของธุรกิจ ว่าขายดีแต่กำไรไหม หรือยอดขายสูงแต่เงินหายไปไหน หากทำต่อเนื่องทุกเดือน คุณจะควบคุมธุรกิจได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน
เริ่มจากรายได้ ต้นทุน ค่าใช้จ่าย แล้วดู Net Profit ทุกเดือน