วิธีพิมพ์เฉพาะหน้าที่ต้องการจากเอกสาร

หากต้องการพิมพ์เพียงบางหน้า ไม่จำเป็นต้องพิมพ์เอกสารทั้งหมด ให้ระบุเลขหน้าหรือช่วงหน้าที่ต้องการในหน้าตั้งค่าพิมพ์ก่อนกดสั่งงาน วิธีนี้ช่วยประหยัดกระดาษและเวลา ใช้ได้กับ Microsoft Word และโปรแกรมอ่านไฟล์ PDF ส่วนชื่อเมนูอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชัน

วิธีพิมพ์เฉพาะหน้าจาก Microsoft Word

① เปิดหน้าตั้งค่าพิมพ์

เปิดเอกสารใน Word แล้วเลือก ไฟล์ (File) > พิมพ์ (Print) หรือกด Ctrl + P บน Windows และ Command + P บน Mac

② เลือกหน้าที่ต้องการพิมพ์

ในส่วนการตั้งค่าหน้า ให้เลือกช่องระบุหน้า แล้วพิมพ์เลขหน้าหรือช่วงหน้าตามรูปแบบที่ต้องการ เช่น

  • พิมพ์หน้าเดียว: 5
  • พิมพ์หน้าต่อเนื่อง: 3-7
  • พิมพ์หลายหน้าไม่ต่อกัน: 1, 4, 9
  • พิมพ์หลายช่วง: 2-5, 8, 11-13

ตรวจเลขหน้าในตัวอย่างก่อนพิมพ์ เพราะเลขหน้าที่แสดงบนกระดาษอาจไม่ตรงกับลำดับหน้าในไฟล์ หากเอกสารมีหน้าปกหรือแบ่งส่วน

③ ตรวจตัวอย่างและสั่งพิมพ์

ตรวจว่าเลือกเครื่องพิมพ์ถูกเครื่อง และตัวอย่างแสดงเฉพาะหน้าที่ต้องการ จากนั้นกด พิมพ์ (Print) หากมีหลายหน้า ให้ตรวจจำนวนหน้าที่ระบบแจ้งอีกครั้งก่อนยืนยัน

วิธีพิมพ์เฉพาะหน้าจากไฟล์ PDF

  1. เปิดไฟล์ PDF ด้วยโปรแกรมอ่าน PDF หรือเว็บเบราว์เซอร์
  2. เลือก Print หรือกด Ctrl + P บน Windows และ Command + P บน Mac
  3. เลือกตัวเลือกพิมพ์เฉพาะหน้า หรือ Custom range
  4. ระบุเลขหน้า เช่น 2-4, 7, 10
  5. ตรวจตัวอย่างและจำนวนหน้าที่จะพิมพ์
  6. กด Print เมื่อข้อมูลถูกต้อง

ในโปรแกรมอ่าน PDF บางตัว ช่องเลขหน้าอาจใช้ป้ายชื่ออย่าง Pages หรือ Pages to Print หากไม่พบ ให้เปิดตัวเลือกเพิ่มเติมในหน้าต่างพิมพ์

พิมพ์หน้าปัจจุบันหรือหน้าที่เลือกไว้

บางโปรแกรมมีตัวเลือกสำหรับพิมพ์เฉพาะหน้าที่เปิดดูอยู่ เช่น Current Page หากต้องการพิมพ์หน้าที่เลือกไว้ในเอกสาร Word ให้ตรวจว่าตัวเลือก Print Selection แสดงอยู่หรือไม่ เพราะตัวเลือกและวิธีใช้แตกต่างกันตามโปรแกรม

เลขหน้าในเอกสารไม่ตรงกับเลขหน้าในไฟล์

เอกสารบางฉบับมีหน้าปกที่ไม่นับเลขหน้า หรือเริ่มเลขหน้าใหม่ในแต่ละส่วน ทำให้เลขที่พิมพ์อยู่บนกระดาษไม่ตรงกับลำดับหน้าของไฟล์ ตัวอย่างเช่น หน้าที่ระบุเลข “1” อาจเป็นหน้าที่ 3 ในไฟล์

หากไม่แน่ใจ ให้ดูตัวอย่างพิมพ์และเทียบกับลำดับหน้าของไฟล์ก่อน หากช่องระบุหน้ารองรับรูปแบบหน้าและส่วน ให้ใช้รูปแบบตามโปรแกรม หรือระบุลำดับหน้าจริงของไฟล์แทน

ตรวจสอบก่อนพิมพ์เพื่อป้องกันเลือกหน้าผิด

ก่อนกดพิมพ์ ให้ตรวจรายการต่อไปนี้

  • เลขหน้าที่ระบุถูกต้อง
  • ใช้เครื่องหมายขีดกลางสำหรับช่วงหน้า เช่น 4-8
  • ใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นหน้าแยกกัน เช่น 2, 5, 9
  • ตัวอย่างแสดงเฉพาะหน้าที่ต้องการ
  • จำนวนสำเนาและเครื่องพิมพ์ถูกต้อง
สิ่งที่ต้องการพิมพ์ตัวอย่างที่ระบุ
หน้าเดียว6
หน้าที่ 2 ถึง 52-5
หน้า 1, 3 และ 81, 3, 8
หน้า 1 ถึง 3 และหน้า 71-3, 7

ปัญหาที่พบบ่อย

ระบุช่วงหน้าแล้วพิมพ์ออกมาไม่ครบ

ตรวจว่าช่วงหน้าถูกต้องและไม่มีการเลือกพิมพ์เฉพาะหน้าปัจจุบันทับไว้ ดูตัวอย่างก่อนพิมพ์และตรวจว่าจำนวนหน้าตรงกับที่คาดไว้

พิมพ์เลขหน้าที่ไม่ต้องการออกมาด้วย

ลบเลขหรือช่วงหน้าที่เกินออกจากช่องระบุหน้า แล้วตรวจตัวอย่างอีกครั้ง โดยเฉพาะกรณีที่คั่นรายการหลายหน้าด้วยเครื่องหมายจุลภาค

เลขหน้าในช่องพิมพ์ไม่ตรงกับเลขที่เห็นในเอกสาร

ช่องพิมพ์อาจอ้างอิงลำดับหน้าในไฟล์ ขณะที่เลขที่เห็นบนกระดาษเป็นเลขที่กำหนดในส่วนหัวหรือส่วนท้าย ให้เทียบกับตัวอย่างพิมพ์ก่อนสั่งงาน

คำถามที่พบบ่อย

ต้องการพิมพ์หน้า 2 ถึง 6 ต้องใส่เลขอย่างไร

พิมพ์ 2-6 ในช่องระบุหน้า แล้วตรวจตัวอย่างว่ามีทั้งหมด 5 หน้าตามต้องการ

ต้องการพิมพ์หลายหน้าแบบไม่ต่อกันทำได้ไหม

ได้ ให้คั่นเลขหน้าด้วยจุลภาค เช่น 1, 4, 8 หากต้องการทั้งช่วงและหน้าแยก ให้ใส่รวมกัน เช่น 1-3, 7, 10-12

พิมพ์หน้าปัจจุบันจากเอกสารได้ไหม

ได้ หากหน้าต่างพิมพ์มีตัวเลือก Current Page ให้เลือกตัวเลือกนั้น หรือระบุเลขหน้าของหน้าที่เปิดอยู่ด้วยตนเอง

สามารถพิมพ์เฉพาะหน้าที่ไฮไลต์ใน PDF ได้ไหม

โดยทั่วไปการไฮไลต์ใน PDF ใช้ทำเครื่องหมายข้อความ ไม่ได้กำหนดหน้าให้พิมพ์ หากต้องการพิมพ์บางหน้า ให้ระบุเลขหน้าในหน้าต่างพิมพ์

สรุป

การพิมพ์เฉพาะหน้าที่ต้องการทำได้โดยเปิดหน้าต่างพิมพ์ แล้วระบุเลขหน้าเดี่ยว ช่วงหน้า หรือหลายหน้าที่ไม่ต่อกัน จากนั้นตรวจตัวอย่างและจำนวนหน้าก่อนสั่งพิมพ์ ComSiam แนะนำให้เทียบเลขหน้าในไฟล์กับเลขที่พิมพ์บนเอกสาร หากมีหน้าปกหรือเริ่มนับเลขหน้าใหม่

เมื่อใช้รูปแบบอย่าง 2-5, 8, 10-12 จะเลือกพิมพ์ทั้งช่วงและหน้าแยกได้ในครั้งเดียว ComSiam แนะนำให้ตรวจรายการหน้าในตัวอย่างทุกครั้ง เพื่อป้องกันพิมพ์เกินหรือขาดหน้า