วิธีคำนวณต้นทุนพิมพ์ต่อแผ่น รู้ก่อนซื้อจะได้ไม่เจอค่าหมึกบานปลาย

วิธีคำนวณต้นทุนพิมพ์ต่อแผ่นแบบง่าย คือ นำราคาหมึกหรือโทนเนอร์หารด้วยจำนวนหน้าที่ระบุว่าพิมพ์ได้ แต่ถ้าต้องการรู้ค่าใช้จ่ายจริง ควรรวมกระดาษ อุปกรณ์สิ้นเปลือง และราคาเครื่องตามช่วงเวลาที่ใช้งานด้วย

ตัวเลขจำนวนหน้าที่ผู้ผลิตระบุเป็นค่าจากเงื่อนไขการทดสอบ ผลจริงอาจต่างตามเนื้อหาเอกสารและการตั้งค่าพิมพ์ ดังนั้นควรใช้วิธีคำนวณเดียวกันเปรียบเทียบเครื่องทุกรุ่น ComSiam แนะนำให้เริ่มจากต้นทุนหมึกหรือโทนเนอร์ แล้วค่อยเพิ่มค่าใช้จ่ายส่วนอื่นตามการใช้งานของคุณ

① เตรียมข้อมูลก่อนคำนวณ

จดข้อมูลต่อไปนี้สำหรับเครื่องพิมพ์แต่ละรุ่นที่กำลังเปรียบเทียบ:

  • ราคาหมึกหรือตลับหมึกที่ใช้กับรุ่นนั้น
  • ราคาโทนเนอร์และจำนวนสีที่ต้องใช้ หากเป็นเครื่องเลเซอร์
  • จำนวนหน้าที่ผู้ผลิตระบุว่าพิมพ์ได้ต่อชุด
  • ราคากระดาษต่อแผ่น
  • ค่าอุปกรณ์สิ้นเปลืองอื่น เช่น ชุดดรัม หากมี
  • ราคาเครื่องและจำนวนหน้าที่คาดว่าจะพิมพ์ตลอดช่วงใช้งาน

ตรวจสอบรหัสหมึกหรือโทนเนอร์ให้ตรงกับรุ่นเครื่อง เพราะราคากับจำนวนหน้าที่พิมพ์ได้อาจต่างกันมาก

② คำนวณต้นทุนหมึกหรือโทนเนอร์ต่อแผ่น

ใช้สูตรพื้นฐานนี้:

ต้นทุนหมึกหรือโทนเนอร์ต่อแผ่น = ราคาหมึกหรือโทนเนอร์ ÷ จำนวนหน้าที่ระบุว่าพิมพ์ได้

ตัวอย่างสมมติ: โทนเนอร์ราคา 1,200 บาท และผู้ผลิตระบุว่าพิมพ์ได้ 2,000 หน้า

1,200 ÷ 2,000 = 0.60 บาทต่อหน้า

ตัวอย่างนี้เป็นเพียงการสาธิตวิธีคิด ไม่ใช่ราคาหรือผลผลิตของรุ่นใดรุ่นหนึ่ง และยังไม่รวมค่ากระดาษ ราคาเครื่อง หรืออุปกรณ์อื่น

③ คำนวณค่าใช้จ่ายต่อแผ่นให้ครบขึ้น

หากต้องการประเมินต้นทุนการพิมพ์ ไม่ใช่เฉพาะค่าหมึก ให้เพิ่มค่าใช้จ่ายอื่น:

ต้นทุนพิมพ์ต่อแผ่นโดยประมาณ = ค่าหมึกหรือโทนเนอร์ + ค่ากระดาษ + ค่าอุปกรณ์สิ้นเปลืองต่อแผ่น

ตัวอย่างเช่น หากค่าหมึกหรือโทนเนอร์ประมาณ 0.60 บาทต่อหน้า และกระดาษราคา 0.15 บาทต่อแผ่น

0.60 + 0.15 = 0.75 บาทต่อแผ่น

ตัวเลขนี้ยังไม่รวมราคาเครื่องและค่าดูแล หากต้องการรวมราคาเครื่อง ให้ใช้สูตรต้นทุนรวมในช่วงใช้งาน:

ต้นทุนรวมต่อแผ่น = (ราคาเครื่อง + ค่าวัสดุสิ้นเปลือง + ค่ากระดาษ + ค่าใช้จ่ายอื่น) ÷ จำนวนหน้าที่พิมพ์ทั้งหมด

④ คำนวณงานสีแยกจากงานขาวดำ

ต้นทุนงานสีคำนวณยากกว่างานขาวดำ เพราะภาพและเอกสารแต่ละหน้าใช้หมึกสีไม่เท่ากัน เครื่องพิมพ์เลเซอร์สีอาจใช้โทนเนอร์หลายสี ส่วนเครื่องอิงค์เจ็ตอาจใช้หมึกดำและหมึกสีตามระบบของรุ่น

วิธีประเมินเบื้องต้น:

  1. ตรวจสอบราคาหมึกหรือโทนเนอร์ทุกสีที่เครื่องใช้
  2. ดูจำนวนหน้าที่ระบุสำหรับแต่ละชุดหรือแต่ละสี
  3. แยกจำนวนงานสีและงานขาวดำที่พิมพ์จริง
  4. ใช้ข้อมูลของผู้ผลิตภายใต้เงื่อนไขการทดสอบเดียวกัน
  5. เผื่อความแตกต่างจากภาพที่มีพื้นที่สีมากหรือการตั้งค่าคุณภาพสูง

อย่านำต้นทุนงานขาวดำไปใช้แทนต้นทุนงานสี เพราะจำนวนสีและปริมาณหมึกที่ใช้แตกต่างกัน

⑤ ตัวเลขจำนวนหน้าจากผู้ผลิตควรอ่านอย่างไร?

จำนวนหน้าที่ผู้ผลิตระบุเป็นค่าประมาณจากเงื่อนไขการทดสอบมาตรฐาน ไม่ได้หมายความว่าเอกสารทุกแบบจะพิมพ์ได้เท่ากันทุกหน้า เอกสารที่มีภาพหรือพื้นที่สีมากอาจใช้หมึกมากกว่าเอกสารข้อความ

เมื่อนำตัวเลขมาเปรียบเทียบ ควรตรวจสอบว่า:

  • ใช้เงื่อนไขการทดสอบแบบเดียวกันหรือไม่
  • จำนวนหน้าที่ระบุเป็นของหมึกดำหรือสีใด
  • ผลผลิตของชุดหมึกเริ่มต้นที่แถมมากับเครื่องต่างจากชุดซื้อทดแทนหรือไม่
  • ราคาที่ใช้คำนวณตรงกับรุ่นหมึกหรือโทนเนอร์นั้นจริงหรือไม่

⑥ เปรียบเทียบเครื่องพิมพ์สองรุ่นอย่างเป็นธรรม

ทำตารางเปรียบเทียบโดยใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน เช่น:

รายการรุ่น Aรุ่น B
ราคาเครื่อง
ราคาหมึกหรือโทนเนอร์
จำนวนหน้าที่ระบุว่าพิมพ์ได้
ต้นทุนวัสดุสิ้นเปลืองต่อหน้า
ค่ากระดาษต่อหน้า
งานที่พิมพ์เป็นหลัก

หลังจากนั้นคำนวณต้นทุนรวมตามจำนวนหน้าที่คุณคาดว่าจะพิมพ์ในหนึ่งปีหรือช่วงเวลาที่ต้องการ อย่าเทียบเพียงราคาหมึกหนึ่งชุด เพราะชุดราคาถูกกว่าอาจพิมพ์ได้น้อยกว่า

⑦ เช็กลิสต์ก่อนเชื่อว่ารุ่นไหนต้นทุนต่ำกว่า

  • ใช้รหัสหมึกหรือโทนเนอร์ตรงกับรุ่นเครื่อง
  • ตรวจสอบราคาจากชุดที่ซื้อทดแทน ไม่ใช่ดูเฉพาะชุดเริ่มต้น
  • ใช้จำนวนหน้าตามข้อมูลผู้ผลิตของหมึกหรือโทนเนอร์นั้น
  • แยกคำนวณงานสีและขาวดำ
  • รวมค่ากระดาษและอุปกรณ์สิ้นเปลืองที่เกี่ยวข้อง
  • ประเมินจำนวนหน้าที่พิมพ์จริง
  • ใช้เงื่อนไขเดียวกันเปรียบเทียบทุกเครื่อง

⑧ สรุป: คำนวณก่อนซื้อช่วยควบคุมค่าพิมพ์ได้อย่างไร?

การหารราคาหมึกหรือโทนเนอร์ด้วยจำนวนหน้าที่ระบุ ช่วยประเมินต้นทุนพื้นฐานต่อแผ่นได้ หากต้องการเห็นค่าใช้จ่ายใกล้เคียงจริง ให้รวมกระดาษ อุปกรณ์สิ้นเปลือง ราคาเครื่อง และจำนวนหน้าที่คาดว่าจะพิมพ์ด้วย

ComSiam แนะนำให้จดตัวเลขจากรุ่นที่สนใจลงในตารางเดียวกัน แล้วเปรียบเทียบด้วยสูตรเดียวกัน วิธีนี้ช่วยให้เห็นต้นทุนระยะยาวชัดกว่าการเลือกจากราคาเครื่องหรือราคาหมึกเพียงอย่างเดียว

⑨ คำถามที่พบบ่อย

ต้นทุนต่อแผ่นรวมค่ากระดาษหรือไม่?

สูตรต้นทุนหมึกหรือโทนเนอร์ต่อแผ่นยังไม่รวมกระดาษ หากต้องการต้นทุนการพิมพ์ ให้บวกค่ากระดาษและอุปกรณ์สิ้นเปลืองอื่นเพิ่ม

จำนวนหน้าที่ผู้ผลิตระบุใช้คำนวณได้เลยไหม?

ใช้เป็นค่าประมาณสำหรับเปรียบเทียบได้ แต่ผลจริงขึ้นอยู่กับเนื้อหาเอกสาร พื้นที่สี และการตั้งค่าพิมพ์ ควรตรวจสอบเงื่อนไขของข้อมูลที่นำมาใช้

งานสีต้องคำนวณต้นทุนอย่างไร?

ตรวจสอบราคาและผลผลิตของหมึกหรือโทนเนอร์ทุกสีที่เกี่ยวข้อง แล้วแยกคำนวณจากงานขาวดำ เพราะแต่ละหน้ามีสัดส่วนการใช้สีไม่เท่ากัน

ต้องนำราคาเครื่องมารวมในต้นทุนต่อหน้าไหม?

หากต้องการทราบต้นทุนวัสดุสิ้นเปลือง ให้คำนวณเฉพาะหมึกหรือโทนเนอร์ แต่หากต้องการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรวม ควรรวมราคาเครื่องและค่าใช้จ่ายอื่นตลอดช่วงใช้งาน

รุ่นที่ต้นทุนต่อแผ่นต่ำที่สุดคุ้มที่สุดเสมอไหม?

ไม่เสมอไป ต้องดูราคาเครื่อง ปริมาณงาน ฟังก์ชัน และวัสดุสิ้นเปลืองร่วมกัน รุ่นที่ต้นทุนต่อหน้าต่ำอาจไม่คุ้ม หากพิมพ์น้อยจนใช้เวลานานกว่าจะชดเชยส่วนต่างราคาเครื่อง