Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีคำนวณต้นทุนพิมพ์ต่อแผ่นแบบง่าย คือ นำราคาหมึกหรือโทนเนอร์หารด้วยจำนวนหน้าที่ระบุว่าพิมพ์ได้ แต่ถ้าต้องการรู้ค่าใช้จ่ายจริง ควรรวมกระดาษ อุปกรณ์สิ้นเปลือง และราคาเครื่องตามช่วงเวลาที่ใช้งานด้วย
ตัวเลขจำนวนหน้าที่ผู้ผลิตระบุเป็นค่าจากเงื่อนไขการทดสอบ ผลจริงอาจต่างตามเนื้อหาเอกสารและการตั้งค่าพิมพ์ ดังนั้นควรใช้วิธีคำนวณเดียวกันเปรียบเทียบเครื่องทุกรุ่น ComSiam แนะนำให้เริ่มจากต้นทุนหมึกหรือโทนเนอร์ แล้วค่อยเพิ่มค่าใช้จ่ายส่วนอื่นตามการใช้งานของคุณ
จดข้อมูลต่อไปนี้สำหรับเครื่องพิมพ์แต่ละรุ่นที่กำลังเปรียบเทียบ:
ตรวจสอบรหัสหมึกหรือโทนเนอร์ให้ตรงกับรุ่นเครื่อง เพราะราคากับจำนวนหน้าที่พิมพ์ได้อาจต่างกันมาก
ใช้สูตรพื้นฐานนี้:
ต้นทุนหมึกหรือโทนเนอร์ต่อแผ่น = ราคาหมึกหรือโทนเนอร์ ÷ จำนวนหน้าที่ระบุว่าพิมพ์ได้
ตัวอย่างสมมติ: โทนเนอร์ราคา 1,200 บาท และผู้ผลิตระบุว่าพิมพ์ได้ 2,000 หน้า
1,200 ÷ 2,000 = 0.60 บาทต่อหน้า
ตัวอย่างนี้เป็นเพียงการสาธิตวิธีคิด ไม่ใช่ราคาหรือผลผลิตของรุ่นใดรุ่นหนึ่ง และยังไม่รวมค่ากระดาษ ราคาเครื่อง หรืออุปกรณ์อื่น
หากต้องการประเมินต้นทุนการพิมพ์ ไม่ใช่เฉพาะค่าหมึก ให้เพิ่มค่าใช้จ่ายอื่น:
ต้นทุนพิมพ์ต่อแผ่นโดยประมาณ = ค่าหมึกหรือโทนเนอร์ + ค่ากระดาษ + ค่าอุปกรณ์สิ้นเปลืองต่อแผ่น
ตัวอย่างเช่น หากค่าหมึกหรือโทนเนอร์ประมาณ 0.60 บาทต่อหน้า และกระดาษราคา 0.15 บาทต่อแผ่น
0.60 + 0.15 = 0.75 บาทต่อแผ่น
ตัวเลขนี้ยังไม่รวมราคาเครื่องและค่าดูแล หากต้องการรวมราคาเครื่อง ให้ใช้สูตรต้นทุนรวมในช่วงใช้งาน:
ต้นทุนรวมต่อแผ่น = (ราคาเครื่อง + ค่าวัสดุสิ้นเปลือง + ค่ากระดาษ + ค่าใช้จ่ายอื่น) ÷ จำนวนหน้าที่พิมพ์ทั้งหมด
ต้นทุนงานสีคำนวณยากกว่างานขาวดำ เพราะภาพและเอกสารแต่ละหน้าใช้หมึกสีไม่เท่ากัน เครื่องพิมพ์เลเซอร์สีอาจใช้โทนเนอร์หลายสี ส่วนเครื่องอิงค์เจ็ตอาจใช้หมึกดำและหมึกสีตามระบบของรุ่น
วิธีประเมินเบื้องต้น:
อย่านำต้นทุนงานขาวดำไปใช้แทนต้นทุนงานสี เพราะจำนวนสีและปริมาณหมึกที่ใช้แตกต่างกัน
จำนวนหน้าที่ผู้ผลิตระบุเป็นค่าประมาณจากเงื่อนไขการทดสอบมาตรฐาน ไม่ได้หมายความว่าเอกสารทุกแบบจะพิมพ์ได้เท่ากันทุกหน้า เอกสารที่มีภาพหรือพื้นที่สีมากอาจใช้หมึกมากกว่าเอกสารข้อความ
เมื่อนำตัวเลขมาเปรียบเทียบ ควรตรวจสอบว่า:
ทำตารางเปรียบเทียบโดยใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน เช่น:
| รายการ | รุ่น A | รุ่น B |
|---|---|---|
| ราคาเครื่อง | ||
| ราคาหมึกหรือโทนเนอร์ | ||
| จำนวนหน้าที่ระบุว่าพิมพ์ได้ | ||
| ต้นทุนวัสดุสิ้นเปลืองต่อหน้า | ||
| ค่ากระดาษต่อหน้า | ||
| งานที่พิมพ์เป็นหลัก |
หลังจากนั้นคำนวณต้นทุนรวมตามจำนวนหน้าที่คุณคาดว่าจะพิมพ์ในหนึ่งปีหรือช่วงเวลาที่ต้องการ อย่าเทียบเพียงราคาหมึกหนึ่งชุด เพราะชุดราคาถูกกว่าอาจพิมพ์ได้น้อยกว่า
การหารราคาหมึกหรือโทนเนอร์ด้วยจำนวนหน้าที่ระบุ ช่วยประเมินต้นทุนพื้นฐานต่อแผ่นได้ หากต้องการเห็นค่าใช้จ่ายใกล้เคียงจริง ให้รวมกระดาษ อุปกรณ์สิ้นเปลือง ราคาเครื่อง และจำนวนหน้าที่คาดว่าจะพิมพ์ด้วย
ComSiam แนะนำให้จดตัวเลขจากรุ่นที่สนใจลงในตารางเดียวกัน แล้วเปรียบเทียบด้วยสูตรเดียวกัน วิธีนี้ช่วยให้เห็นต้นทุนระยะยาวชัดกว่าการเลือกจากราคาเครื่องหรือราคาหมึกเพียงอย่างเดียว
สูตรต้นทุนหมึกหรือโทนเนอร์ต่อแผ่นยังไม่รวมกระดาษ หากต้องการต้นทุนการพิมพ์ ให้บวกค่ากระดาษและอุปกรณ์สิ้นเปลืองอื่นเพิ่ม
ใช้เป็นค่าประมาณสำหรับเปรียบเทียบได้ แต่ผลจริงขึ้นอยู่กับเนื้อหาเอกสาร พื้นที่สี และการตั้งค่าพิมพ์ ควรตรวจสอบเงื่อนไขของข้อมูลที่นำมาใช้
ตรวจสอบราคาและผลผลิตของหมึกหรือโทนเนอร์ทุกสีที่เกี่ยวข้อง แล้วแยกคำนวณจากงานขาวดำ เพราะแต่ละหน้ามีสัดส่วนการใช้สีไม่เท่ากัน
หากต้องการทราบต้นทุนวัสดุสิ้นเปลือง ให้คำนวณเฉพาะหมึกหรือโทนเนอร์ แต่หากต้องการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรวม ควรรวมราคาเครื่องและค่าใช้จ่ายอื่นตลอดช่วงใช้งาน
ไม่เสมอไป ต้องดูราคาเครื่อง ปริมาณงาน ฟังก์ชัน และวัสดุสิ้นเปลืองร่วมกัน รุ่นที่ต้นทุนต่อหน้าต่ำอาจไม่คุ้ม หากพิมพ์น้อยจนใช้เวลานานกว่าจะชดเชยส่วนต่างราคาเครื่อง