มือถือขึ้นเตือนเครื่องเย็นเกินไปจึงชาร์จไม่ได้ เกิดจากอะไร แก้อย่างไร

มือถือขึ้นเตือนอุณหภูมิต่ำหรือเครื่องเย็นเกินไปจนชาร์จไม่ได้ เป็นระบบป้องกันแบตเตอรี่ โทรศัพท์จะหยุดหรือจำกัดการชาร์จเมื่ออุณหภูมิอยู่นอกช่วงที่เหมาะสม ควรถอดสายและนำเครื่องเข้าสู่บริเวณอุณหภูมิปกติ แล้วรอให้ค่อยๆ อุ่นขึ้นก่อนทดลองชาร์จใหม่

ห้ามใช้ไดร์ร้อน เครื่องทำความร้อน น้ำร้อน หรือวางโทรศัพท์ใกล้เปลวไฟ เพราะความร้อนเฉพาะจุดและการเปลี่ยนอุณหภูมิอย่างรวดเร็วอาจทำให้แบตเตอรี่หรือชิ้นส่วนภายในเสียหาย

comsiam แนะนำว่า หากคำเตือนเกิดในประเทศไทยทั้งที่อากาศไม่เย็น โทรศัพท์อาจมีปัญหาที่เซ็นเซอร์อุณหภูมิ แบตเตอรี่ พอร์ตชาร์จ หรือวงจรภายใน ควรรีสตาร์ตและนำไปตรวจหากเกิดซ้ำ

ทำไมโทรศัพท์จึงหยุดชาร์จเมื่อเครื่องเย็นเกินไป

แบตเตอรี่ลิเธียมทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเมื่ออุณหภูมิต่ำ ระบบจึงอาจลดกำลังหรือหยุดชาร์จชั่วคราวเพื่อป้องกันแบตเตอรี่และวงจรภายใน

เมื่ออุณหภูมิกลับสู่ช่วงปกติ การชาร์จควรกลับมาทำงานเองโดยไม่ต้องรีเซ็ตข้อมูลหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ทันที

สาเหตุที่ทำให้มือถือขึ้นเตือนอุณหภูมิต่ำ

สาเหตุที่เป็นไปได้ ได้แก่

  • ใช้โทรศัพท์ในอากาศหนาวจัด
  • วางเครื่องใกล้ช่องแอร์เป็นเวลานาน
  • เก็บโทรศัพท์ไว้ในรถหรือพื้นที่เย็น
  • เครื่องเปียกหรือมีความชื้น
  • เกิดหยดน้ำจากการเปลี่ยนอุณหภูมิ
  • เซ็นเซอร์อุณหภูมิทำงานผิดปกติ
  • แบตเตอรี่เสื่อมหรือไม่ตรงรุ่น
  • ขั้วต่อแบตเตอรี่หลวม
  • พอร์ตชาร์จมีความชื้นหรือคราบสกปรก
  • ระบบหรือเฟิร์มแวร์อ่านอุณหภูมิผิด
  • วงจรชาร์จหรือเมนบอร์ดมีปัญหา
  • อาการเริ่มหลังเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือซ่อมเครื่อง

วิธีแก้มือถือขึ้นเตือนเครื่องเย็นเกินไป

① ถอดสายชาร์จ

ถอดสายออกจากโทรศัพท์ก่อน ไม่ควรเสียบซ้ำหลายครั้งขณะที่ข้อความเตือนยังปรากฏ

ระบบกำลังป้องกันแบตเตอรี่ จึงไม่ควรพยายามบังคับให้เครื่องรับไฟด้วยหัวชาร์จหรือสายชนิดอื่นทันที

② ย้ายโทรศัพท์เข้าสู่บริเวณอุณหภูมิปกติ

นำโทรศัพท์ออกจากอากาศเย็น ห้องแอร์จัด หรือบริเวณใกล้ช่องลม แล้ววางในห้องที่มีอุณหภูมิปกติ

ไม่ควรวางติดกับเครื่องทำความร้อนหรือกลางแดดเพื่อเร่งให้อุ่น เพราะตัวเครื่องอาจร้อนเฉพาะจุดเร็วเกินไป

③ รอให้อุณหภูมิเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไป

วางโทรศัพท์ไว้โดยไม่ใช้งานและไม่ชาร์จ จนตัวเครื่องกลับสู่อุณหภูมิปกติ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความเย็นของเครื่องและสภาพแวดล้อม

ไม่จำเป็นต้องเขย่า กด หรือเปิดแอปหนักเพื่อให้เครื่องสร้างความร้อน เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมา

④ ตรวจว่ามีความชื้นหรือหยดน้ำหรือไม่

เมื่อย้ายโทรศัพท์จากบริเวณเย็นเข้าสู่พื้นที่อุ่น อาจเกิดไอน้ำหรือหยดน้ำบนตัวเครื่องและภายในพอร์ต

หากพบความชื้น ให้ปิดเครื่องเมื่อทำได้และวางในบริเวณแห้งที่อากาศถ่ายเทจนแน่ใจว่าพอร์ตแห้งก่อนชาร์จ

ไม่ควรใช้ไดร์ร้อน สอดวัสดุเข้าไปในพอร์ต หรือใส่โทรศัพท์ในข้าวสาร เพราะอาจทำให้พอร์ตเสียหายหรือมีฝุ่นเข้าไปอุดตัน

⑤ ถอดเคสออกชั่วคราว

หากเคสเปียก เย็นจัด หรือมีความชื้น ให้ถอดออกเมื่อสามารถทำได้ง่าย เพื่อให้โทรศัพท์ปรับอุณหภูมิและแห้งอย่างทั่วถึง

หากเคสติดแน่นเพราะตัวเครื่องหรือฝาหลังป่อง ไม่ควรใช้แรงถอด ควรหยุดใช้งานและนำไปตรวจ

⑥ ปิดเครื่องชั่วคราว

หากโทรศัพท์ยังเปิดอยู่และมีข้อความเตือนต่อเนื่อง สามารถปิดเครื่องเพื่อพักระบบและลดการใช้แบตเตอรี่

รอจนเครื่องกลับสู่อุณหภูมิปกติแล้วจึงเปิดใหม่และตรวจว่าข้อความเตือนหายหรือไม่

⑦ รีสตาร์ตโทรศัพท์

เมื่อโทรศัพท์ไม่ได้เย็นแล้วแต่ข้อความยังค้าง ให้รีสตาร์ตหนึ่งครั้งเพื่อให้ระบบอ่านเซ็นเซอร์และสถานะแบตเตอรี่ใหม่

หากข้อความหายและชาร์จได้ตามปกติ อาจเป็นการอ่านค่าที่ค้างชั่วคราว แต่ควรสังเกตว่าปัญหากลับมาอีกหรือไม่

⑧ ทดสอบสายและหัวชาร์จอีกชุด

หลังอุณหภูมิกลับเป็นปกติ ลองชาร์จด้วยสายและหัวชาร์จที่ได้มาตรฐานและรองรับโทรศัพท์รุ่นนั้น

หากชาร์จได้ด้วยชุดใหม่ ปัญหาอาจเกิดจากอุปกรณ์ชาร์จเดิมหรือการเชื่อมต่อไม่สมบูรณ์

⑨ ตรวจพอร์ตชาร์จ

ใช้แสงส่องดูว่าพอร์ตมีความชื้น ฝุ่น คราบ หรือขั้วผิดรูปหรือไม่ ห้ามใช้เข็ม ลวด หรือวัตถุโลหะแคะพอร์ต

หากพอร์ตมีสนิม ความชื้นติดค้าง หรือหัวสายหลวม ควรให้ช่างตรวจและทำความสะอาดอย่างเหมาะสม

⑩ อัปเดตระบบ

หากโทรศัพท์อยู่ในอุณหภูมิปกติแต่ขึ้นเตือนซ้ำ ให้ตรวจ Software Update เพราะอาจมีการแก้ปัญหาระบบชาร์จและเซ็นเซอร์

ควรติดตั้งอัปเดตเมื่อเครื่องมีแบตเตอรี่เพียงพอและไม่มีอาการร้อนหรือบวมผิดปกติ

ห้ามทำอะไรเมื่อมือถือเย็นเกินไป

  • ห้ามใช้ไดร์ร้อนเป่า
  • ห้ามวางบนเครื่องทำความร้อน
  • ห้ามใช้เตาอบหรือไมโครเวฟ
  • ห้ามแช่น้ำอุ่น
  • ห้ามวางกลางแดดจัดเพื่อเร่งอุณหภูมิ
  • ห้ามเปิดเกมหนักเพื่อทำให้เครื่องร้อน
  • ห้ามเสียบชาร์จซ้ำต่อเนื่อง
  • ห้ามแกะเครื่องหรือแบตเตอรี่
  • ห้ามใช้วัตถุโลหะแคะพอร์ต
  • ห้ามฝืนปิดระบบป้องกันอุณหภูมิ

ควรปล่อยให้โทรศัพท์อุ่นขึ้นเองอย่างค่อยเป็นค่อยไปในบริเวณอุณหภูมิปกติ

โทรศัพท์ไม่ได้อยู่ในอากาศเย็นแต่ยังขึ้นเตือน เกิดจากอะไร

หากอุณหภูมิห้องปกติแต่ระบบแจ้งเครื่องเย็นเกินไป อาจเกิดจาก

  • เซ็นเซอร์อุณหภูมิเสีย
  • ขั้วต่อแบตเตอรี่หลวม
  • แบตเตอรี่ไม่ตรงรุ่น
  • อะไหล่ที่เปลี่ยนใหม่มีปัญหา
  • พอร์ตชาร์จมีความชื้น
  • สายหรือหัวชาร์จผิดปกติ
  • ระบบอ่านค่าค้าง
  • วงจรชาร์จเสีย

ควรรีสตาร์ตและทดสอบอุปกรณ์ชาร์จอีกชุด หากยังเกิดซ้ำไม่ควรฝืนชาร์จ ควรนำโทรศัพท์ไปตรวจสอบ

ขึ้นเตือนหลังเปลี่ยนแบตเตอรี่ต้องทำอย่างไร

หากอาการเริ่มหลังเปลี่ยนแบตเตอรี่ ควรหยุดชาร์จและติดต่อร้านที่ซ่อมภายในระยะรับประกัน อาจเกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่ ขั้วต่อ หรือเซ็นเซอร์ที่ทำงานร่วมกับชุดแบตเตอรี่

ควรเตรียมหลักฐานดังนี้

  • วันที่เปลี่ยนแบตเตอรี่
  • ใบเสร็จหรือข้อมูลรับประกัน
  • ภาพข้อความเตือน
  • อุณหภูมิแวดล้อมตอนเกิดปัญหา
  • อุปกรณ์ชาร์จที่ใช้
  • เวลาที่เริ่มเกิดอาการ

ไม่ควรแกะเครื่องเอง เพราะอาจทำให้เสียสิทธิ์รับประกันงานซ่อม

ขึ้นเตือนเฉพาะตอนเสียบสายหมายความว่าอะไร

อาจเกี่ยวข้องกับสาย หัวชาร์จ พอร์ต หรือวงจรตรวจสอบอุณหภูมิ ลองเปลี่ยนสายและหัวชาร์จที่ได้มาตรฐานหลังเครื่องกลับสู่อุณหภูมิปกติ

หากเกิดกับอุปกรณ์ทุกชุด ควรตรวจพอร์ต แบตเตอรี่ และวงจรภายใน

ชาร์จไร้สายได้หรือไม่เมื่อระบบเตือนเครื่องเย็น

ไม่ควรเปลี่ยนไปใช้ชาร์จไร้สายเพื่อหลีกเลี่ยงคำเตือน ควรรอให้อุณหภูมิกลับเป็นปกติและข้อความเตือนหายก่อน

หากระบบยังเตือนทั้งที่เครื่องอยู่ในอุณหภูมิปกติ ควรนำไปตรวจมากกว่าพยายามชาร์จด้วยวิธีอื่น

ทำไมแบตเตอรี่ลดเร็วในอากาศเย็น

อากาศเย็นอาจทำให้ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ลดลงชั่วคราว โทรศัพท์จึงใช้งานได้สั้นลงหรือปิดเครื่องได้ เมื่อกลับสู่อุณหภูมิปกติ ระยะเวลาใช้งานอาจกลับมาเป็นปกติ

หากอาการยังคงอยู่ในอุณหภูมิปกติ แบตเตอรี่อาจเริ่มเสื่อมหรือมีปัญหาอื่น

ควรนำมือถือไปตรวจเมื่อใด

ควรนำเครื่องไปตรวจเมื่อพบว่า

  • ขึ้นเตือนทั้งที่อุณหภูมิห้องปกติ
  • รอแล้วข้อความยังไม่หาย
  • รีสตาร์ตแล้วยังเตือน
  • เปลี่ยนสายและหัวชาร์จแล้วยังเหมือนเดิม
  • ชาร์จไม่ได้ทุกวิธี
  • อาการเริ่มหลังเปลี่ยนแบตเตอรี่
  • โทรศัพท์ตกหรือโดนน้ำก่อนเกิดอาการ
  • เปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่กระโดด
  • เครื่องดับทั้งที่ยังมีแบต
  • ฝาหลังหรือหน้าจอเริ่มป่อง

คำถามที่พบบ่อย

ต้องรอนานแค่ไหนก่อนชาร์จใหม่

ไม่มีเวลาตายตัว ควรรอจนตัวเครื่องกลับสู่อุณหภูมิปกติ ไม่มีความชื้น และข้อความเตือนหายก่อนเสียบชาร์จ

ใช้มืออุ่นโทรศัพท์ได้ไหม

ไม่ควรกดหรือบีบเครื่อง สามารถนำโทรศัพท์เข้าสู่ห้องอุณหภูมิปกติและปล่อยให้อุ่นขึ้นเอง ไม่จำเป็นต้องใช้ความร้อนเพิ่มเติม

ปิดแล้วเปิดใหม่ช่วยได้ไหม

ช่วยได้หากระบบอ่านค่าค้าง แต่ควรรอให้อุณหภูมิปกติก่อน หากเปิดใหม่แล้วยังเตือนควรตรวจฮาร์ดแวร์

รีเซ็ตเครื่องช่วยแก้ได้ไหม

ไม่ควรรีเซ็ตเป็นขั้นตอนแรก เพราะอาการอาจเกิดจากเซ็นเซอร์ แบตเตอรี่ หรือวงจรชาร์จ ซึ่งการล้างข้อมูลไม่สามารถแก้ได้

สรุป

เมื่อมือถือขึ้นเตือนเครื่องเย็นเกินไปและชาร์จไม่ได้ ให้ถอดสาย ย้ายเครื่องเข้าสู่บริเวณอุณหภูมิปกติ และรอให้อุ่นขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ห้ามใช้ไดร์ร้อน น้ำร้อน หรือนำไปสัมผัสความร้อนจัด

แนวทางของ comsiam คือรีสตาร์ตและทดสอบอุปกรณ์ชาร์จหลังคำเตือนหาย หากยังขึ้นเตือนในอากาศปกติหรือเกิดหลังเปลี่ยนแบตเตอรี่ ควรหยุดชาร์จและนำโทรศัพท์ไปตรวจสอบ