Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

มือถือขึ้น E, H, H+ หรือ 3G แทน 4G หมายความว่าโทรศัพท์กำลังเชื่อมต่อเครือข่ายรุ่นเก่ากว่า 4G LTE จึงอาจเปิดเว็บไซต์ช้า ดูวิดีโอกระตุก ส่งรูปนาน หรือบางแอปใช้งานแทบไม่ได้
ตัวอักษรบนแถบสถานะบอกประเภทเครือข่ายที่โทรศัพท์กำลังเชื่อมต่อ โดยทั่วไป E คือ EDGE ซึ่งช้ามาก ส่วน H หรือ H+ เป็นเครือข่าย 3G ที่เร็วกว่า E แต่ยังช้ากว่า 4G อย่างชัดเจน
สาเหตุอาจเกิดจากพื้นที่ไม่มี 4G สัญญาณอ่อน ตั้งประเภทเครือข่ายผิด ใช้ซิมเก่า ซิมยังไม่เปิดบริการ 4G โทรศัพท์ไม่รองรับย่านความถี่ของค่าย หรือระบบกำลังลดเครือข่ายลงระหว่างการโทร
ตัวอักษร E หมายถึง EDGE ซึ่งเป็นเครือข่ายข้อมูลความเร็วต่ำ
เมื่อมือถือขึ้น E อาจพบว่า
E มักปรากฏเมื่อโทรศัพท์จับ 4G หรือ 3G ไม่ได้ และยังเหลือเครือข่ายรุ่นเก่าให้เชื่อมต่อ
ตัวอักษร H หมายถึงเครือข่าย 3G แบบ HSPA ซึ่งเร็วกว่า E แต่ยังช้ากว่า 4G
อาจใช้
แต่ความเร็วและความเสถียรอาจไม่เพียงพอสำหรับการใช้งานหนัก
ตัวอักษร H+ หมายถึง HSPA+ ซึ่งเป็นเครือข่าย 3G ที่พัฒนาให้เร็วขึ้น
แม้ H+ จะเร็วกว่า H และ E แต่ยังอาจช้ากว่า 4G เนื่องจากข้อจำกัดของเครือข่าย จำนวนผู้ใช้ และพื้นที่ให้บริการ
4G และ LTE เป็นเครือข่ายที่รองรับความเร็วสูงกว่า 3G เหมาะกับ
บางโทรศัพท์แสดงคำว่า LTE แทน 4G ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงเครือข่ายประเภทเดียวกัน
ผู้ใช้อาจพบอาการต่อไปนี้
หากโทรศัพท์เครื่องอื่นที่ใช้ค่ายเดียวกันในจุดเดียวกันขึ้น E หรือ H+ เหมือนกัน ปัญหามีแนวโน้มมาจากพื้นที่หรือเครือข่าย มากกว่าตัวโทรศัพท์
ลองทำตามลำดับต่อไปนี้ก่อน
❶ ย้ายไปบริเวณกลางแจ้งหรือใกล้หน้าต่าง
❷ เปิดและปิดโหมดเครื่องบินประมาณ 30 วินาที
❸ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❹ ตั้งประเภทเครือข่ายเป็น 4G/3G/2G อัตโนมัติ
❺ เปิด VoLTE
❻ ตั้งซิมที่ต้องการเป็นซิมข้อมูลหลัก
❼ ปิดโหมดประหยัดพลังงาน
❽ ปิด SIM 2 ชั่วคราว
❾ ทดลองย้ายซิมไปช่อง SIM 1
❿ ตรวจสอบแพ็กเกจและสถานะซิม
⓫ อัปเดตระบบและ Carrier Settings
⓬ ทดลองซิมในโทรศัพท์อีกเครื่อง
หากยังขึ้น E หรือ H+ ทุกพื้นที่ ควรติดต่อผู้ให้บริการเพื่อตรวจสอบสิทธิ์ 4G และสภาพซิม
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือจุดที่ใช้งานไม่มีสัญญาณ 4G หรือสัญญาณอ่อนเกินไป โทรศัพท์จึงลดลงไปใช้เครือข่ายที่ยังจับได้
มักเกิดใน
ควรทดลองนอกอาคารหรือเปลี่ยนตำแหน่งก่อนแก้การตั้งค่าอื่น
แม้พื้นที่นั้นมี 4G แต่คุณภาพสัญญาณอาจไม่ดีพอ โทรศัพท์จึงเปลี่ยนไป H+ หรือ E เพื่อรักษาการเชื่อมต่อ
อาการที่อาจพบ ได้แก่
จำนวนขีดสัญญาณไม่ได้บอกคุณภาพของเครือข่ายทั้งหมด
โทรศัพท์อาจถูกตั้งเป็น
หากไม่มี LTE หรือ 4G อยู่ในตัวเลือก โทรศัพท์จะไม่เชื่อมต่อ 4G แม้พื้นที่และซิมรองรับ
ควรเปลี่ยนเป็น
โทรศัพท์บางรุ่นอาจลดประเภทเครือข่ายเมื่อเปิด
ควรปิดโหมดเหล่านี้ชั่วคราวแล้วเปิดและปิดโหมดเครื่องบินใหม่
เมื่อแบตเตอรี่เหลือน้อย ระบบอาจเปิดโหมดประหยัดพลังงานอัตโนมัติและลดการทำงานของข้อมูลมือถือ
ควรชาร์จแบตเตอรี่ให้เพียงพอ แล้วตรวจสอบว่าประเภทเครือข่ายกลับเป็น 4G หรือไม่
หากเครื่องมีความร้อนสูง ระบบอาจลดประสิทธิภาพของโมเด็มหรือเปลี่ยนเครือข่ายชั่วคราว
มักเกิดขณะ
ควรพักเครื่องให้เย็นและทดสอบอีกครั้ง
มือถือสองซิมรุ่นเก่าบางรุ่นรองรับ 4G เฉพาะ SIM 1 ส่วน SIM 2 อาจรองรับเพียง 2G หรือ 3G
อาการที่มักพบคือ
ควรทดลองย้ายซิมไป SIM 1
โทรศัพท์บางรุ่นมีข้อจำกัด Dual SIM เช่น
ควรตั้งซิมที่มีแพ็กเกจเป็นซิมข้อมูลหลัก และทดลองปิดอีกซิมชั่วคราว
หากเปิด Automatic Data Switching โทรศัพท์อาจเปลี่ยนไปใช้ซิมรองที่รองรับเพียง E หรือ H+
ควรตรวจสอบว่า
ซิมที่ใช้งานมานานอาจไม่รองรับบริการ 4G อย่างสมบูรณ์ หรือผู้ให้บริการอาจแนะนำให้เปลี่ยนเป็นซิมรุ่นใหม่
ควรตรวจสอบว่า
หากไม่ขึ้น 4G ในหลายเครื่อง ควรขอเปลี่ยนซิม
บางหมายเลขอาจยังไม่ได้รับ Provisioning สำหรับบริการ 4G หรือ LTE
อาการที่ควรสงสัย ได้แก่
ควรติดต่อผู้ให้บริการให้ตรวจสอบสิทธิ์ LTE ของหมายเลข
ซิมบางประเภทอาจมีข้อจำกัด เช่น
ควรตรวจสอบเงื่อนไขของซิมและแพ็กเกจโดยตรง
ในบางพื้นที่ โทรศัพท์อาจลดจาก 4G ลงไป 3G หรือ 2G ระหว่างการโทร หาก VoLTE ไม่ทำงาน
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรเปิด VoLTE หรือการโทรผ่าน 4G
แม้เปิดเมนูในเครื่องแล้ว แต่ระบบผู้ให้บริการอาจยังไม่ได้เปิดบริการเสียงผ่าน 4G
ควรติดต่อผู้ให้บริการเมื่อ
เครื่องนำเข้าอาจรองรับ 4G แต่ไม่รองรับย่านที่ผู้ให้บริการใช้ในพื้นที่
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรตรวจสอบรหัสรุ่นเต็มและย่าน LTE ที่รองรับ
โทรศัพท์รุ่นเก่าบางเครื่องไม่มีโมเด็ม 4G แม้รูปลักษณ์หรือชื่อรุ่นจะคล้ายรุ่นที่รองรับ LTE
ควรตรวจสอบ
หากฮาร์ดแวร์รองรับเพียง 3G จะไม่สามารถเปิด 4G ด้วยการตั้งค่าหรืออัปเดตได้
โทรศัพท์บางรุ่นมีฮาร์ดแวร์รองรับ แต่ซอฟต์แวร์ของภูมิภาคหรือผู้ให้บริการอาจไม่เปิดการรองรับ LTE อย่างสมบูรณ์
ไม่ควรแฟลชรอมแบบสุ่ม เพราะอาจทำให้
ควรใช้ซอฟต์แวร์ทางการหรือให้ศูนย์บริการตรวจสอบ
หลังเปลี่ยนซิม ย้ายค่าย หรือรีเซ็ตเครื่อง โทรศัพท์อาจยังใช้ค่าผู้ให้บริการเดิม
Carrier Settings เกี่ยวข้องกับ
ควรเชื่อมต่อ Wi-Fi อัปเดตระบบ และรีสตาร์ตโทรศัพท์
หากปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ โทรศัพท์อาจลงทะเบียนกับเครือข่ายที่ไม่รองรับบริการเต็มรูปแบบ
ควรเปิด
เลือกผู้ให้บริการเครือข่ายอัตโนมัติ
แล้วเปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
APN ไม่ได้กำหนดโดยตรงว่าโทรศัพท์จะแสดง E, H+ หรือ 4G แต่ค่าที่ผิดอาจทำให้มี 4G แล้วใช้อินเทอร์เน็ตไม่ได้ จนผู้ใช้เข้าใจว่าเครือข่ายมีปัญหา
ควรตรวจ APN เมื่อ
หากไอคอนขึ้น E หรือ H+ จริง ควรตรวจพื้นที่ ประเภทเครือข่าย ซิม และตัวเครื่องก่อน
เมื่อใช้ซิมต่างประเทศ โทรศัพท์อาจเชื่อมต่อเครือข่ายพันธมิตรที่ให้บริการเพียง 2G หรือ 3G
ควรตรวจสอบ
eSIM บางแพ็กเกจอาจจำกัดประเภทเครือข่ายหรือใช้ผู้ให้บริการพันธมิตรที่ไม่มี 4G ในพื้นที่นั้น
ควรอ่านเงื่อนไขของแพ็กเกจ ไม่ควรสรุปว่า eSIM ทุกประเภทต้องรองรับ 4G หรือ 5G
หากโทรศัพท์หลายเครื่องของค่ายเดียวกันเปลี่ยนจาก 4G เป็น H+ หรือ E พร้อมกัน อาจเกิดจาก
ควรทดลองต่างพื้นที่และแจ้งผู้ให้บริการพร้อมตำแหน่งและเวลา
บางครั้งโทรศัพท์ยังไม่ย้ายกลับไป LTE หลังออกจากพื้นที่สัญญาณอ่อน
อาการที่อาจดีขึ้นหลัง
หากทุกซิมขึ้น E หรือ H+ เฉพาะโทรศัพท์เครื่องเดิม แม้อยู่ในพื้นที่ 4G อาจเกี่ยวข้องกับฮาร์ดแวร์
อาการที่ควรสงสัย ได้แก่
ควรนำเครื่องเข้าศูนย์บริการ
เปรียบเทียบกับโทรศัพท์ที่ใช้เครือข่ายเดียวกัน
ผลที่ได้:
① ทุกเครื่องขึ้น E หรือ H+ — พื้นที่หรือเครือข่ายมีปัญหา
② เครื่องอื่นขึ้น 4G — ตรวจโทรศัพท์หรือซิมของเรา
③ ซิมอื่นขึ้น 4G ในเครื่องเรา — ซิมเดิมมีปัญหา
④ ซิมเราไม่ขึ้น 4G ในหลายเครื่อง — ติดต่อผู้ให้บริการ
ทดลอง
หากกลับเป็น 4G แสดงว่าสัญญาณในตำแหน่งเดิมอ่อน
ขั้นตอน:
① เปิดโหมดเครื่องบิน
② รอประมาณ 30 วินาที
③ ปิดโหมดเครื่องบิน
④ รอให้ชื่อเครือข่ายกลับมา
⑤ เปิดข้อมูลมือถือ
⑥ ตรวจสอบไอคอนเครือข่าย
วิธีนี้ทำให้โมเด็มค้นหาและลงทะเบียนเครือข่ายใหม่
รีสตาร์ตแล้วรอประมาณ 2–3 นาที ก่อนเปิดข้อมูลมือถือและทดสอบใหม่
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > เลือกซิม > ประเภทเครือข่ายที่ต้องการ
เลือก
บน iPhone โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์ > เสียงและข้อมูล
เลือก LTE, 4G หรือ 5G Auto ตามรุ่นและแพ็กเกจ
เข้าเมนูผู้ให้บริการเครือข่าย แล้วเปิด อัตโนมัติ
หากเลือกเครือข่ายด้วยตนเองผิด โทรศัพท์อาจเชื่อมต่อบริการได้ไม่ครบ
เปิดตัวเลือก เช่น
จากนั้นรีสตาร์ตโทรศัพท์และทดลองโทรออก เพื่อดูว่าระหว่างโทรยังคง 4G หรือไม่
บนโทรศัพท์สองซิม ให้เข้า
การตั้งค่า > ตัวจัดการซิม > ข้อมูลมือถือ
เลือกซิมที่ต้องการใช้ 4G
จากนั้นปิดการสลับข้อมูลอัตโนมัติชั่วคราว
ปิดโทรศัพท์แล้วสลับซิมไปช่อง SIM 1
หากกลับเป็น 4G แสดงว่า SIM 2 อาจรองรับเครือข่ายได้จำกัด
ปิด SIM 2 หรือ eSIM ที่ไม่ใช้งาน แล้วตรวจสอบว่า 4G กลับมาหรือไม่
หากกลับมา โทรศัพท์อาจมีข้อจำกัดของระบบ Dual SIM
ปิดชั่วคราว
จากนั้นเปิดและปิดโหมดเครื่องบินอีกครั้ง
หากเครื่องร้อน ให้
① ถอดสายชาร์จ
② ปิดเกม
③ ปิดฮอตสปอต
④ ปิดกล้อง
⑤ ถอดเคสหนาชั่วคราว
⑥ หลีกเลี่ยงแสงแดด
⑦ รอให้อุณหภูมิลดลง
⑧ ทดสอบใหม่
ตรวจสอบว่า
ผลการทดสอบ:
① ซิมขึ้น 4G ในเครื่องอื่น — ตรวจโทรศัพท์เดิม
② ซิมขึ้น H+ ทุกเครื่อง — ตรวจซิมและบัญชี
③ ซิมอื่นขึ้น 4G ในเครื่องเดิม — ซิมเดิมมีปัญหา
④ ทุกซิมขึ้น H+ เฉพาะเครื่องเดิม — ตรวจรุ่นและฮาร์ดแวร์
ควรใช้ซิมที่ยืนยันว่าเปิด 4G และมีแพ็กเกจอยู่แล้ว
หากซิมใหม่ขึ้น 4G แสดงว่าตัวเครื่องมีแนวโน้มปกติ
เชื่อมต่อ Wi-Fi แล้วตรวจสอบ
หลังอัปเดตให้รีสตาร์ตโทรศัพท์
ทำเมื่อโทรศัพท์กลับขึ้น 4G แล้ว แต่ยังใช้อินเทอร์เน็ตไม่ได้
เลือก รีเซ็ต APN เป็นค่าเริ่มต้น แล้วเปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
ใช้เมื่อโทรศัพท์เคยขึ้น 4G แต่ติดอยู่ที่ E หรือ H+ แม้ปรับค่าครบแล้ว
โดยทั่วไปไม่ลบ
แต่อาจลบ
หลังรีเซ็ตให้ตั้งเครือข่ายอัตโนมัติ เปิด VoLTE และเลือกซิมข้อมูลใหม่
ควรตรวจตามลำดับนี้
❶ อยู่ในพื้นที่มี 4G หรือไม่
❷ ประเภทเครือข่ายถูกตั้งเป็น 2G Only หรือไม่
❸ ซิมรองรับ 4G หรือไม่
❹ ใช้ SIM 1 หรือ SIM 2
❺ แพ็กเกจและหมายเลขยังใช้งานปกติหรือไม่
❻ โทรศัพท์รองรับย่าน LTE ของค่ายหรือไม่
❼ ซิมขึ้น 4G ในเครื่องอื่นหรือไม่
❽ ซิมอื่นขึ้น 4G ในเครื่องเดิมหรือไม่
หาก E ขึ้นเฉพาะพื้นที่ห่างไกล อาจเป็นข้อจำกัดของเครือข่ายในพื้นที่นั้น
ให้ลองทำดังนี้
① เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
② ตั้งเครือข่ายเป็น LTE อัตโนมัติ
③ เปิด VoLTE
④ ปิด Battery Saver
⑤ ตั้งซิมเป็นซิมข้อมูลหลัก
⑥ ย้ายซิมไป SIM 1
⑦ ทดลองกลางแจ้ง
⑧ ตรวจสอบสิทธิ์ 4G กับผู้ให้บริการ
หากเปิด 4G แล้วเมนูเปลี่ยนกลับเอง ควรอัปเดตระบบและรีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
อาการนี้มักเกี่ยวข้องกับ VoLTE
ควรตรวจสอบ
❶ เปิด VoLTE หรือยัง
❷ ซิมรองรับบริการเสียงผ่าน 4G หรือไม่
❸ ผู้ให้บริการเปิด VoLTE ให้หมายเลขหรือไม่
❹ โทรศัพท์รองรับ VoLTE ของค่ายหรือไม่
❺ ใช้ SIM 1 หรือ SIM 2
❻ หลังวางสาย 4G กลับมาหรือไม่
❼ อินเทอร์เน็ตหยุดระหว่างโทรหรือไม่
❽ Carrier Settings เป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือไม่
หากลดลงระหว่างโทรแต่กลับเป็น 4G หลังวางสาย อาจเป็นข้อจำกัดของเครือข่ายหรือโทรศัพท์
โทรศัพท์อาจรองรับ 4G เฉพาะซิมข้อมูลหลัก หรือเฉพาะช่อง SIM 1
ให้ลอง
① ตั้ง SIM 2 เป็นซิมข้อมูล
② ย้ายซิมไป SIM 1
③ ปิด SIM 1 ชั่วคราว
④ เปิด VoLTE ทั้งสองซิม
⑤ ปิดการสลับข้อมูล
⑥ รีสตาร์ตโทรศัพท์
⑦ ตรวจสอบสเปก Dual SIM
⑧ อัปเดตระบบ
โทรศัพท์รุ่นเก่าบางเครื่องให้ SIM 2 ใช้งานได้เพียง 2G โดยการออกแบบ
เป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับการทะลุอาคารของสัญญาณ
ควรลอง
❶ ใช้งานใกล้หน้าต่าง
❷ ย้ายตำแหน่งในบ้าน
❸ ทดลองชั้นสูงขึ้น
❹ ถอดเคสที่มีโลหะ
❺ ตรวจสอบโทรศัพท์อีกเครื่อง
❻ ใช้ Wi-Fi ภายในบ้าน
❼ เปิด Wi-Fi Calling หากรองรับ
❽ หลีกเลี่ยงการบังคับ 4G Only หากสัญญาณอ่อนมาก
ควรตรวจสอบ
① แพ็กเกจรองรับ 4G Roaming หรือไม่
② เปิด Data Roaming แล้วหรือยัง
③ เลือกเครือข่ายพันธมิตรถูกต้องหรือไม่
④ โทรศัพท์รองรับย่าน LTE ในประเทศนั้นหรือไม่
⑤ eSIM หรือซิมท่องเที่ยวรองรับ 4G หรือไม่
⑥ APN ถูกต้องหรือไม่
⑦ เลือกเครือข่ายอัตโนมัติหรือไม่
⑧ ติดต่อผู้ให้บริการหากไม่มี LTE ทุกพื้นที่
เมื่อไอคอนกลับเป็น 4G แล้วแต่ยังช้า ให้ตรวจสอบ
การกลับมาเป็น 4G ไม่ได้หมายความว่าความเร็วจะสูงทันที หากแพ็กเกจหรือสถานีฐานมีข้อจำกัด
โดยทั่วไป APN ไม่ได้ควบคุมประเภทเครือข่ายที่โทรศัพท์จับได้
APN ใช้กำหนดเส้นทางอินเทอร์เน็ตหลังโทรศัพท์เชื่อมต่อเครือข่ายแล้ว
ดังนั้น หากหน้าจอขึ้น E หรือ H+ ควรตรวจสอบ
ก่อนแก้ APN
สามารถใช้ทดสอบชั่วคราวได้ในบางรุ่น แต่ไม่แนะนำให้ล็อกไว้ตลอด เพราะอาจทำให้
โหมดที่เหมาะกับการใช้งานทั่วไปคือ 4G/3G/2G อัตโนมัติ
ไม่ควร เพราะอาจทำให้
ควรตรวจสอบรหัสรุ่นและใช้ซอฟต์แวร์ทางการก่อน
ยังไม่ควรรีเซ็ตเครื่อง เพราะไม่ช่วยหาก
ก่อนรีเซ็ตควรทำให้ครบดังนี้
❶ ทดลองต่างพื้นที่
❷ ตั้งเครือข่ายอัตโนมัติ
❸ เปิด VoLTE
❹ ทดลอง SIM 1
❺ ปิดซิมรอง
❻ ทดลองซิมในเครื่องอื่น
❼ ติดต่อผู้ให้บริการ
❽ รีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่าย
ควรติดต่อผู้ให้บริการเมื่อ
ควรแจ้งหมายเลข รุ่นโทรศัพท์ สถานที่ เวลา และผลการทดลองกับเครื่องอื่น
ควรนำเครื่องไปตรวจสอบเมื่อ
ไม่ควรแก้ IMEI หรือ Baseband ด้วยเครื่องมือที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
หมายถึงโทรศัพท์กำลังใช้เครือข่าย EDGE ซึ่งมีความเร็วต่ำกว่า 3G และ 4G มาก
ไม่ใช่ H+ เป็นเครือข่าย 3G ที่พัฒนาให้เร็วขึ้น แต่ยังไม่ใช่ 4G LTE
อาจอยู่ในพื้นที่ไม่มี 4G ซิมยังไม่รองรับ ตั้งซิมข้อมูลผิด ใช้ SIM 2 ที่มีข้อจำกัด หรือโทรศัพท์ไม่รองรับย่านของค่าย
อาจเกิดได้หาก VoLTE ไม่ทำงาน โทรศัพท์จึงลดเครือข่ายลงเพื่อโทรเสียง
เป็นไปได้ ควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการว่าซิมรองรับ LTE หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนซิมใหม่
โทรศัพท์บางรุ่นรองรับ 4G เฉพาะ SIM 1 หรือรองรับ 4G เพียงหนึ่งซิมในเวลาเดียวกัน
โดยทั่วไปไม่ใช่ APN มีผลต่อการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แต่ไม่ได้กำหนดว่าเครื่องจะจับ E, H+ หรือ 4G
โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ วิดีโอ แอป และไฟล์ส่วนตัว แต่จะลบรหัสผ่าน Wi-Fi อุปกรณ์ Bluetooth, VPN, APN และค่าการเชื่อมต่อบางรายการ
มือถือขึ้น E หรือ H+ แทน 4G มักเกิดจากพื้นที่ไม่มี LTE สัญญาณ 4G อ่อน ตั้งประเภทเครือข่ายไว้ที่ 2G หรือ 3G ใช้ซิมเก่า ตั้งซิมข้อมูลผิด หรือโทรศัพท์รองรับ 4G เฉพาะ SIM 1
ควรเริ่มจากย้ายตำแหน่ง เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน ตั้งเครือข่ายเป็น 4G/3G/2G อัตโนมัติ เปิด VoLTE และทดลองย้ายซิมไป SIM 1
แนวทางของ comsiam คือควรทดลองซิมเดิมในโทรศัพท์อีกเครื่อง และทดลองซิมที่ยืนยันว่ามี 4G ในเครื่องเดิม เพื่อแยกว่าสาเหตุอยู่ที่ซิม พื้นที่ หรือโทรศัพท์
หากซิมขึ้น H+ หรือ E ในทุกเครื่อง ควรให้ผู้ให้บริการตรวจสอบสิทธิ์ LTE และสภาพซิม แต่หากทุกซิมมีปัญหาเฉพาะเครื่องเดิม comsiam แนะนำให้ตรวจสอบรหัสรุ่น ย่านความถี่ Carrier Settings, Baseband และฮาร์ดแวร์เสาอากาศ