Perplexity กับ DeepSeek ต่างกันอย่างไร

Perplexity กับ DeepSeek ต่างกันอย่างไร เป็นคำถามที่ผู้ใช้งาน AI ให้ความสนใจในปี 2026 โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเครื่องมือค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต เขียนบทความ SEO วิเคราะห์เอกสาร PDF เขียนโปรแกรม ทำรายงาน หรือใช้ AI ช่วยแก้ปัญหาที่ต้องใช้เหตุผลหลายขั้นตอน

Perplexity AI และ DeepSeek ต่างเป็นบริการปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถตอบคำถาม สรุปข้อมูล และช่วยทำงานได้หลายประเภท แต่มีจุดเน้นของผลิตภัณฑ์และรูปแบบการให้บริการแตกต่างกัน

Perplexity AI เป็นบริการ AI Search ที่เน้นค้นคว้าจากเว็บไซต์ พร้อมแสดง Sources และ Citation โดยมี Standard Search, Pro Search และ Research สำหรับการค้นหาตั้งแต่ระดับทั่วไปจนถึงรายงานเชิงลึก

DeepSeek เป็นทั้งผู้พัฒนาโมเดล AI และผู้ให้บริการแชต AI ที่รองรับการสนทนา Web Search, Deep-Think หรือ Thinking Mode การวิเคราะห์ข้อมูล และการเขียนโปรแกรม รวมถึงมี API สำหรับนักพัฒนาที่ต้องการนำโมเดลไปใช้งานในระบบของตนเอง

ความเปลี่ยนแปลงสำคัญในปี 2026 คือ DeepSeek ได้เปิดตัวโมเดลตระกูล V4 และ V4.1 พร้อมประกาศเปิดให้ใช้งาน Search & Fetch API อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2026 จึงไม่ควรนำข้อมูลเปรียบเทียบจากปี 2024–2025 มาสรุปว่าฟีเจอร์ของ DeepSeek ยังเหมือนเดิม

นอกจากนี้ DeepSeek App ที่ให้ใช้งานฟรียังเป็นคนละบริการกับ DeepSeek API ซึ่งคิดค่าบริการตามปริมาณการใช้งาน ขณะที่ Perplexity มีแพ็กเกจ Free, Pro และ Max สำหรับผู้ใช้ทั่วไป

บทความนี้ ComSiam จะเปรียบเทียบ Perplexity กับ DeepSeek อย่างละเอียด ทั้ง Search, Sources, Citation, Pro Search, Research, DeepSeek Web Search, Reasoning, โมเดล AI, การเขียนโค้ด, PDF, ภาษาไทย, SEO, การใช้งานฟรี, ราคาและข้อจำกัด พร้อมตัวอย่าง Prompt ตารางเปรียบเทียบ Checklist และ FAQ

① Perplexity AI คืออะไร

Perplexity AI เป็นบริการค้นหาและตอบคำถามด้วยปัญญาประดิษฐ์ที่นำข้อมูลจากเว็บไซต์และแหล่งต่าง ๆ มาสังเคราะห์เป็นคำตอบ

จุดเด่นสำคัญคือการแสดง Sources และ Citation ทำให้ผู้ใช้สามารถเปิดอ่านและตรวจสอบหลักฐานต้นฉบับได้

ความสามารถสำคัญ

① ค้นหาข้อมูลบนเว็บ

② แสดงแหล่งอ้างอิง

③ ใช้ Standard Search

④ ใช้ Pro Search

⑤ ใช้ Research

⑥ วิเคราะห์ไฟล์และเอกสาร

⑦ สร้างตารางเปรียบเทียบ

⑧ ค้นคว้างานวิจัย

⑨ เลือกโมเดลขั้นสูงตามแพ็กเกจ

⑩ ใช้ Code Interpreter

⑪ สร้างไฟล์และแอปตามสิทธิ์

⑫ ค้นคว้าข้อมูลจากหลายแหล่ง

Perplexity เหมาะกับใคร

  • นักเรียนและนักศึกษา
  • นักวิจัย
  • นักเขียนบทความ
  • เจ้าของเว็บไซต์
  • นักการตลาด
  • ผู้วิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ
  • ผู้ที่ต้องการตรวจแหล่งอ้างอิง
  • ผู้ที่ต้องการทำ Research

ข้อควรระวัง

แม้ระบบมี Citation แต่ยังอาจสรุปข้อมูลจากต้นฉบับผิด หรือพบเว็บไซต์ที่มีข้อมูลล้าสมัยได้

② DeepSeek AI คืออะไร

DeepSeek เป็นบริษัทผู้พัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์และบริการ AI Chat ที่รองรับงานภาษา การให้เหตุผล และการเขียนโปรแกรม

DeepSeek มีทั้งบริการสำหรับผู้ใช้ทั่วไปผ่านเว็บไซต์และแอป และบริการ API สำหรับนักพัฒนา

ความสามารถสำคัญ

① ถามตอบด้วยภาษาธรรมชาติ

② ใช้งานภาษาไทย

③ ค้นข้อมูลจากเว็บ

④ ใช้ Thinking Mode

⑤ ช่วยแก้โจทย์คณิตศาสตร์

⑥ วิเคราะห์ปัญหาเชิงตรรกะ

⑦ เขียนและอธิบายโค้ด

⑧ วิเคราะห์ไฟล์ตามเครื่องมือที่รองรับ

⑨ ช่วยเขียนบทความ

⑩ สนับสนุนการพัฒนาแอปผ่าน API

DeepSeek เป็นแค่แชตบอตหรือไม่

ไม่ใช่

DeepSeek ยังพัฒนาโมเดลและ API สำหรับการนำไปใช้งานภายนอกแอป รวมถึง Search & Fetch API สำหรับค้นหาเว็บไซต์และดึงเนื้อหา

ข้อควรรู้

ฟีเจอร์ใน DeepSeek App อาจแตกต่างจากความสามารถของโมเดลและ API

ไม่ควรเข้าใจว่าเครื่องมือทั้งหมดที่ API รองรับจะมีปุ่มใช้งานเหมือนกันทุกอย่างในแอป

③ Perplexity กับ DeepSeek ต่างกันตรงไหน

ความแตกต่างหลักคือแนวทางในการพัฒนาบริการ

Perplexity เน้นประสบการณ์ค้นคว้าข้อมูลพร้อมแหล่งอ้างอิง

DeepSeek เน้นการพัฒนาโมเดล AI ที่มีความสามารถด้าน Reasoning, Coding และการใช้งานผ่านแอปหรือ API รวมถึงระบบค้นหาเว็บ

ตารางเปรียบเทียบภาพรวม

คุณสมบัติPerplexityDeepSeek
ผู้พัฒนาPerplexity AIDeepSeek
จุดเน้นAI Search และ Researchโมเดล AI, Reasoning และ Coding
แชต AIรองรับรองรับ
Web Searchรองรับรองรับ
Sourcesเน้นการแสดงขึ้นอยู่กับรูปแบบค้นหา
Citationเป็นจุดเด่นต้องตรวจตามผลลัพธ์
ค้นคว้าขั้นสูงPro SearchWeb Search และ Thinking
รายงานเชิงลึกResearchช่วยวิเคราะห์และสรุปได้
Reasoningรองรับเป็นจุดเด่น
เขียนโค้ดรองรับเป็นจุดเด่น
วิเคราะห์ PDFรองรับตามเครื่องมือ
ภาษาไทยรองรับรองรับ
สร้างบทความ SEOรองรับรองรับ
แพ็กเกจฟรีมีมีแอปฟรี
แพ็กเกจ Proมีไม่ควรสมมุติว่ามีราคาแบบเดียวกัน
APIมีมี

④ Perplexity กับ DeepSeek ตัวไหนค้นหาข้อมูลจากเว็บได้ดีกว่า

ทั้งสองบริการรองรับการค้นหาเว็บ แต่ประสบการณ์การใช้งานต่างกัน

Perplexity Search

Perplexity ให้ความสำคัญกับการค้นหาเว็บไซต์และการแสดง Citation

ผู้ใช้สามารถค้นข้อมูลจากหลายแหล่งและขอตารางเปรียบเทียบได้

DeepSeek Web Search

DeepSeek มีความสามารถค้นเว็บในบริการของตน และในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 ได้เปิดให้ใช้งาน Search & Fetch API อย่างเป็นทางการ

ระบบค้นหาของ DeepSeek รองรับการค้นหาเว็บหลายภาษาและดึงเนื้อหาจากหน้าเว็บที่เข้าถึงได้

ตารางเปรียบเทียบ

ประเด็นPerplexityDeepSeek
ค้นเว็บไซต์ได้ได้
ค้นข่าวล่าสุดได้ได้เมื่อใช้ Web Search
ค้นเอกสารวิชาการได้ค้นได้ตามเครื่องมือ
แสดง Citationเป็นจุดเด่นตรวจตามรูปแบบผลค้นหา
เปรียบเทียบหลายเว็บรองรับรองรับ
ค้นคว้าหลายขั้นตอนPro Search / Researchขึ้นอยู่กับโหมดและเครื่องมือ
Search APIมีมี
รับประกันข้อมูลถูกต้องไม่ได้ไม่ได้

ตัวไหนเหมาะกว่า

หากเน้นค้นหาเว็บพร้อม Citation และตรวจแหล่งอ้างอิง Perplexity เป็นตัวเลือกที่เหมาะ

หากต้องการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลที่ค้นพบร่วมกับงาน Reasoning และ Coding DeepSeek เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ

⑤ DeepSeek Web Search ใช้งานอย่างไร

DeepSeek App มีความสามารถ Web Search สำหรับค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์

ขั้นตอนทั่วไป

① เปิด DeepSeek

② ลงชื่อเข้าใช้หากระบบกำหนด

③ เข้าสู่หน้าสนทนา

④ ตรวจว่ามีตัวเลือก Web Search

⑤ เปิดการค้นหาเว็บ

⑥ พิมพ์คำถาม

⑦ อ่านผลลัพธ์

⑧ ตรวจแหล่งข้อมูล

ตัวอย่าง Prompt

“ค้นหาข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ Wi-Fi 7 ในปี 2026

ใช้เอกสารจากผู้ผลิตและมาตรฐานทางเทคนิค

อธิบายคุณสมบัติสำคัญ

แยกข้อเท็จจริงออกจากข้อมูลการตลาด

แสดงแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้”

ข้อควรระวัง

หากไม่ได้เปิด Web Search ไม่ควรสมมุติว่าคำตอบมาจากเว็บไซต์ล่าสุด

โมเดลอาจตอบจากข้อมูลที่เรียนรู้มาก่อนหรือข้อความในบทสนทนา

⑥ DeepSeek Search & Fetch API คืออะไร

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2026 DeepSeek ประกาศเปิดให้ใช้งานระบบ Search & Fetch API

Search API

ช่วยค้นหาเว็บไซต์และส่งคืนผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้อง

Fetch API

ช่วยดึงเนื้อหาจากหน้าเว็บตามเงื่อนไขการเข้าถึง

ประโยชน์สำหรับนักพัฒนา

① สร้างระบบค้นหาข้อมูล

② เชื่อม AI กับแหล่งข้อมูลเว็บ

③ สร้างผู้ช่วยค้นคว้า

④ พัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล

⑤ สร้างระบบตอบคำถามจากแหล่งภายนอก

⑥ เชื่อมกับ Agent และโปรแกรมอื่น

ต่างจาก Web Search ในแอปอย่างไร

Web Search ในแอปเหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป

Search & Fetch API เหมาะกับนักพัฒนาที่ต้องการเชื่อมระบบค้นหากับโปรแกรมของตน

ข้อควรจำ

การใช้ API อาจมีค่าใช้จ่ายต่างจากบริการแชตฟรี

ผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องสมัคร API หากต้องการเพียงถามคำถามผ่าน DeepSeek App

⑦ Sources และ Citation ของ Perplexity กับ DeepSeek ต่างกันอย่างไร

Sources หมายถึงแหล่งข้อมูลต้นฉบับ

Citation หมายถึงการอ้างอิงที่เชื่อมข้อความกับแหล่งข้อมูล

Perplexity

Perplexity Search เน้นแสดง Citation ภายในคำตอบ

ผู้ใช้สามารถเปิดแหล่งอ้างอิงเพื่อตรวจข้อมูลต้นฉบับ

DeepSeek

DeepSeek มี Web Search และระบบค้นหาของตนเอง แต่รูปแบบการแสดงแหล่งอ้างอิงขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ โหมด และผลลัพธ์ที่ใช้งาน

ตารางเปรียบเทียบ

รายการPerplexityDeepSeek
Web Searchรองรับรองรับ
Citationเป็นส่วนสำคัญของ Searchขึ้นอยู่กับผลลัพธ์
ตรวจแหล่งข่าวเปิด Sourcesตรวจแหล่งที่ระบบแสดง
ค้นเอกสารต้นฉบับรองรับรองรับ
Citation Mismatchเกิดได้เกิดได้
แหล่งข้อมูลล้าสมัยเกิดได้เกิดได้
รับประกันข้อมูลถูกต้องไม่ได้ไม่ได้

ข้อควรระวัง

การที่ AI แสดงชื่อเว็บไซต์ไม่ได้หมายความว่าระบบตีความข้อมูลจากเว็บไซต์นั้นถูกต้องทุกส่วน

ต้องเปิดอ่านหลักฐานต้นฉบับและตรวจวันที่ทุกครั้ง

⑧ Perplexity Pro Search คืออะไร

Pro Search เป็นรูปแบบค้นหาขั้นสูงของ Perplexity

คู่มือทางการปรับปรุงวันที่ 21 กรกฎาคม 2026 ระบุว่าระบบรองรับการค้นคว้าหลายขั้นตอน ใช้ข้อมูลหลายแหล่ง และสร้างคำตอบพร้อม Citation

ความสามารถ

① ค้นคว้าหลายขั้นตอน

② วิเคราะห์คำถามซับซ้อน

③ ใช้ Academic Sources

④ ใช้ Finance Sources ตามเครื่องมือ

⑤ เลือกโมเดลขั้นสูง

⑥ วิเคราะห์โค้ด

⑦ ใช้ Code Interpreter

⑧ สร้างคำตอบพร้อม Citation

ตัวอย่าง Prompt

“เปรียบเทียบ DeepSeek กับโมเดล AI อื่นในด้าน Reasoning และ Coding

ใช้ข้อมูลจากเอกสารผู้พัฒนาและผลทดสอบที่ตรวจสอบได้

ระบุชื่อโมเดลและวันที่ทดสอบ

แยกผล Benchmark ออกจากผลใช้งานจริง

จัดทำตารางพร้อม Citation”

ข้อจำกัด

Pro Search ไม่สามารถรับประกันว่าเอกสารทุกแหล่งถูกต้อง และยังต้องตรวจข้อมูลจากต้นฉบับ

⑨ Perplexity Research ต่างจาก DeepSeek อย่างไร

Research ของ Perplexity ออกแบบมาสำหรับการค้นคว้าเชิงลึกและสร้างรายงานจากหลายแหล่ง

DeepSeek สามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและค้นเว็บได้ แต่ไม่ควรเรียกความสามารถทั้งหมดว่าเทียบเท่า Perplexity Research โดยอัตโนมัติ

Perplexity Research เหมาะกับ

  • รายงานอุตสาหกรรม
  • Market Research
  • วิเคราะห์คู่แข่ง
  • ศึกษาเทคโนโลยี
  • Literature Review เบื้องต้น
  • วิเคราะห์แนวโน้มตลาด

DeepSeek เหมาะกับ

  • วิเคราะห์ข้อมูล
  • อธิบายเอกสาร
  • ช่วยคิดเชิงเหตุผล
  • วิเคราะห์ข้อจำกัด
  • ค้นเว็บเมื่อเปิดเครื่องมือ
  • ช่วยสร้างรายงานจากข้อมูลที่เตรียมไว้

ตารางเปรียบเทียบ

งานPerplexity ResearchDeepSeek
ค้นเว็บรองรับรองรับ
ค้นคว้าหลายขั้นตอนเป็นจุดเน้นขึ้นอยู่กับโหมด
สร้างรายงานรองรับช่วยสร้างได้
Citationเป็นจุดเน้นตรวจตามผลลัพธ์
Reasoningรองรับเป็นจุดเด่น
งานตลาดเหมาะช่วยวิเคราะห์ได้
วิเคราะห์โค้ดรองรับเหมาะ
รับประกันความถูกต้องไม่ได้ไม่ได้

⑩ DeepSeek Thinking Mode คืออะไร

Thinking Mode คือรูปแบบที่ให้โมเดลใช้กระบวนการ Reasoning สำหรับคำถามซับซ้อน

เหมาะกับงาน

① โจทย์คณิตศาสตร์

② ปัญหาตรรกะ

③ การวิเคราะห์โค้ด

④ การออกแบบระบบ

⑤ การวางแผนหลายเงื่อนไข

⑥ การตรวจสมมุติฐาน

⑦ การวิเคราะห์ข้อมูลทางเทคนิค

ตัวอย่าง Prompt

“ออกแบบโครงสร้าง VLAN สำหรับสำนักงานที่มีพนักงาน 100 คน

แยกเครือข่ายผู้บริหาร พนักงาน กล้อง CCTV และ Guest Wi-Fi

ระบุข้อกำหนดด้านความปลอดภัย

สร้างตาราง VLAN

แสดงเหตุผลและข้อจำกัดของแนวทางที่เสนอ”

ข้อควรจำ

Thinking Mode ไม่ได้หมายความว่าระบบค้นหาเว็บทุกครั้ง

หากโจทย์ต้องใช้ข้อมูลอุปกรณ์รุ่นล่าสุดควรเปิด Web Search หรือแนบคู่มือจริงเพิ่มเติม

⑪ Perplexity Reasoning กับ DeepSeek Reasoning ต่างกันอย่างไร

ทั้งสองรองรับงานใช้เหตุผล แต่เลือกใช้งานต่างกัน

Perplexity

สามารถเลือกโมเดล Reasoning จากผู้พัฒนาหลายรายตามแพ็กเกจ

DeepSeek

ใช้โมเดลตระกูล DeepSeek ที่มีโหมด Thinking และ Non-Thinking ตามผลิตภัณฑ์

ตารางเปรียบเทียบ

ประเด็นPerplexityDeepSeek
Reasoningรองรับรองรับ
โมเดลจากหลายบริษัทเป็นจุดเด่นไม่ใช่รูปแบบหลัก
โมเดลของตนเองSonar และระบบที่เกี่ยวข้องDeepSeek
การเขียนโค้ดรองรับเป็นจุดเด่น
วิเคราะห์ตรรกะรองรับรองรับ
ค้นเว็บร่วมกับเหตุผลรองรับตามเครื่องมือ
ข้อผิดพลาดเชิงเหตุผลเกิดได้เกิดได้

ตัวไหนเก่งกว่า

ไม่ควรสรุปจากคะแนน Benchmark เพียงตัวเดียว

ควรทดลองกับโจทย์เดียวกันและตรวจความถูกต้องของคำตอบจริง

⑫ DeepSeek ใช้โมเดล AI อะไรในปี 2026

DeepSeek มีการพัฒนาโมเดลต่อเนื่องในปี 2026

DeepSeek-V4.1-Flash-1017

DeepSeek ประกาศอัปเดตวันที่ 17 ตุลาคม 2026

โมเดลนี้เปิดใช้งานบนเว็บไซต์ แอป และ API ตามประกาศทางการ

DeepSeek-V4-Pro-0813

เป็นโมเดลในตระกูล V4 Pro ที่ยังปรากฏในเอกสาร API ของ DeepSeek

ความสามารถของโมเดล

  • การสนทนา
  • Reasoning
  • การเขียนโปรแกรม
  • การวิเคราะห์ข้อความ
  • การเรียกใช้เครื่องมือ
  • การรองรับบริบทยาวตาม API
  • ความสามารถด้านภาพในโมเดลที่รองรับ

ตารางโมเดล

โมเดลจุดเด่น
DeepSeek-V4.1-Flash-1017โมเดลล่าสุดที่ประกาศสำหรับเว็บ แอป และ API ณ 17 ต.ค. 2026
DeepSeek-V4-Pro-0813โมเดลระดับ Pro ที่มีใน API
Perplexity Sonarโมเดลและระบบตอบคำถามของ Perplexity
โมเดลอื่นใน Perplexity Proเลือกได้ตามแพ็กเกจและรายการที่รองรับ

ข้อควรระวัง

ชื่อโมเดลในแอปและชื่อที่ใช้เรียกผ่าน API อาจแตกต่างกัน

ไม่ควรอ้างว่า DeepSeek ยังคงใช้ V3 หรือ R1 เป็นโมเดลล่าสุดโดยไม่ตรวจประกาศปี 2026

⑬ Perplexity กับ DeepSeek ตัวไหนเขียนโปรแกรมได้ดีกว่า

ทั้งสองสามารถช่วยเขียนโปรแกรมได้

Perplexity เหมาะกับ

① ค้นเอกสาร API

② ตรวจคู่มือไลบรารี

③ เปรียบเทียบเทคโนโลยี

④ อธิบายข้อผิดพลาด

⑤ ใช้ Code Interpreter

⑥ ค้นหาข้อมูลเวอร์ชันล่าสุด

DeepSeek เหมาะกับ

① เขียนโค้ด

② วิเคราะห์ปัญหาโปรแกรม

③ Debug

④ Refactor

⑤ สร้าง Test Cases

⑥ อธิบาย Algorithm

⑦ วิเคราะห์โครงสร้างระบบ

⑧ ใช้ API ในโปรเจกต์

ตารางเปรียบเทียบ

งานเขียนโปรแกรมPerplexityDeepSeek
ค้นเอกสาร APIเป็นจุดเด่นรองรับ Web Search
เขียน Pythonรองรับรองรับ
เขียน JavaScriptรองรับรองรับ
Debugรองรับรองรับ
Refactorรองรับรองรับ
วิเคราะห์ Algorithmรองรับรองรับ
Reasoning ด้านโค้ดรองรับเป็นจุดเด่น
Code Interpreterรองรับขึ้นอยู่กับเครื่องมือ
ใช้โมเดลผ่าน APIรองรับรองรับ

ตัวอย่าง Prompt

“ตรวจสอบโค้ด Python นี้

อธิบายข้อผิดพลาด

เสนอวิธีแก้ไขที่ปลอดภัย

เขียน Unit Tests

แยกการแก้ Bug ออกจากการปรับประสิทธิภาพ

ห้ามลบฟังก์ชันสำคัญโดยไม่มีเหตุผล”

ข้อควรจำ

โค้ดที่ AI เขียนต้องผ่านการทดสอบก่อนนำไปใช้งานจริง โดยเฉพาะระบบที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลลูกค้าและความปลอดภัย

⑭ DeepSeek-V4.1 เหมาะกับการเขียนโค้ดอย่างไร

DeepSeek ระบุว่า V4.1-Flash-1017 ได้รับการปรับปรุงด้านการพัฒนาโปรเจกต์และงานเขียนโปรแกรม

งานที่เกี่ยวข้อง

① สร้างโปรแกรมจากข้อกำหนด

② วิเคราะห์ปัญหาในโปรเจกต์

③ แก้ไขโค้ดหลายไฟล์

④ เขียนฟังก์ชัน

⑤ สร้างชุดทดสอบ

⑥ อธิบายระบบ

⑦ ช่วยวางโครงสร้างแอป

ข้อควรระวังเรื่อง Benchmark

คะแนน Benchmark ที่ผู้พัฒนาเผยแพร่เป็นผลภายใต้เงื่อนไขการทดสอบเฉพาะ

ไม่ควรสรุปว่าโมเดลจะได้ผลดีที่สุดกับทุกภาษาโปรแกรมหรือทุกระบบจริง

วิธีทดสอบก่อนเลือก

นำโจทย์จริงชุดเดียวกันไปทดสอบใน Perplexity และ DeepSeek

ตรวจความถูกต้องของโค้ด เวลาแก้ไข จำนวนข้อผิดพลาด และความจำเป็นในการปรับแก้ด้วยมนุษย์

⑮ Perplexity กับ DeepSeek ตัวไหนวิเคราะห์ PDF ได้ดีกว่า

ทั้งสองสามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจากไฟล์ได้ตามเครื่องมือที่รองรับ

Perplexity

คู่มือ Pro รองรับการอัปโหลดไฟล์ เช่น PDF, CSV, ภาพ และไฟล์อื่นตามสิทธิ์

DeepSeek

DeepSeek App รองรับการอัปโหลดไฟล์และดึงข้อความจากเอกสารตามประกาศทางการ

อย่างไรก็ตาม ความสามารถด้านเอกสารและภาพอาจแตกต่างตามโมเดลและแอป

ตารางเปรียบเทียบ

งาน PDFPerplexityDeepSeek
สรุปข้อความรองรับรองรับตามเครื่องมือ
ถามข้อมูลจากไฟล์รองรับรองรับ
วิเคราะห์หลายไฟล์ตามแพ็กเกจตามข้อจำกัดแอป
อ่านตารางตามเครื่องมือตามเครื่องมือ
วิเคราะห์ภาพใน PDFตามเครื่องมือต้องตรวจความสามารถจริง
ค้นเว็บประกอบรองรับรองรับเมื่อใช้ Web Search
ตรวจข้อมูลต้นฉบับต้องตรวจเองต้องตรวจเอง

ข้อควรระวัง

PDF ที่เป็นภาพสแกน ตารางหลายคอลัมน์ หรือมีรูปภาพซับซ้อนอาจทำให้ AI อ่านข้อมูลไม่ครบ

ต้องตรวจผลกับต้นฉบับจริง

⑯ วิธีใช้ DeepSeek สรุป PDF

ขั้นตอนทั่วไป

① เปิด DeepSeek

② เข้าสู่หน้าสนทนา

③ เลือกเครื่องมือแนบไฟล์

④ อัปโหลด PDF ที่รองรับ

⑤ รอให้ระบบประมวลผล

⑥ ส่งคำสั่งวิเคราะห์

⑦ ตรวจคำตอบกับเอกสารจริง

ตัวอย่าง Prompt

“สรุปคู่มือ PDF ที่แนบเป็นภาษาไทย

แบ่งเป็น Overview, Specifications, Installation, Troubleshooting และ Limitations

ระบุหัวข้อหรือหน้าที่พบข้อมูลเมื่อสามารถตรวจสอบได้

ห้ามสร้างคำสั่งหรือคุณสมบัติที่ไม่มีในเอกสาร”

ข้อควรระวัง

หาก AI อ่านไฟล์ได้เพียงข้อความ ไม่ควรให้ยืนยันรายละเอียดของแผนภาพที่ระบบไม่ได้อ่านจริง

⑰ Perplexity กับ DeepSeek ตัวไหนใช้งานภาษาไทยดีกว่า

ทั้งสองรองรับการใช้งานภาษาไทย

ตัวอย่างงาน

① ถามตอบภาษาไทย

② เขียนบทความ

③ สรุปข่าว

④ แปลข้อความ

⑤ อธิบายศัพท์เทคนิค

⑥ วิเคราะห์เอกสาร

⑦ จัดทำตาราง

⑧ เขียน FAQ

สิ่งที่ควรเปรียบเทียบ

  • ความถูกต้องของคำศัพท์
  • การเรียบเรียงประโยค
  • ความครบถ้วน
  • ความเป็นธรรมชาติ
  • การสะกดชื่อผลิตภัณฑ์
  • การแปลศัพท์เฉพาะ
  • การใช้ตัวเลขและหน่วย

ตัวอย่าง Prompt

“อธิบายระบบ Fiber Optic สำหรับเจ้าของสำนักงานที่ไม่มีพื้นฐานด้านเครือข่าย

ใช้ภาษาไทยอ่านง่าย

แยกหัวข้อชัดเจน

อธิบายศัพท์เทคนิค

ห้ามสร้างข้อมูลที่ไม่มีหลักฐาน”

ตัวไหนภาษาไทยดีกว่า

ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าเครื่องมือใดเหนือกว่าในทุกประเภทงานภาษาไทย

ควรทดสอบด้วยโจทย์จริงชุดเดียวกัน

⑱ Perplexity กับ DeepSeek ตัวไหนเหมาะกับการเขียนบทความ SEO

ทั้งสองสามารถช่วยสร้างเนื้อหา SEO ได้

แต่บทความที่มีคุณภาพต้องใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้และตอบคำถามของผู้ค้นหาอย่างชัดเจน

Perplexity เหมาะกับ

① ค้นคว้าข้อมูลหัวข้อ

② ตรวจสเปกสินค้า

③ ตรวจข้อมูลล่าสุด

④ วิเคราะห์บทความจากหลายเว็บ

⑤ รวบรวม Sources

⑥ ตรวจ Citation

⑦ ศึกษาคำถามผู้ใช้

DeepSeek เหมาะกับ

① วางโครงสร้างเนื้อหา

② เขียนบทความภาษาไทย

③ สร้าง H1 H2 H3

④ สรุปข้อมูล

⑤ ทำตาราง

⑥ สร้าง FAQ

⑦ ปรับความอ่านง่าย

⑧ ช่วยเขียนเนื้อหาเทคนิค

ตารางงาน SEO

งานPerplexityDeepSeek
ค้นข้อมูลล่าสุดเป็นจุดเด่นรองรับ Web Search
ตรวจ Sourcesเป็นจุดเด่นตรวจตามผลลัพธ์
เขียนบทความยาวรองรับรองรับ
วาง H1 H2 H3รองรับรองรับ
ทำ FAQรองรับรองรับ
เขียนภาษาไทยรองรับรองรับ
ตรวจสเปกสินค้ารองรับรองรับเมื่อใช้ข้อมูลจริง
วิเคราะห์คู่แข่งรองรับรองรับ
Search Volume จริงต้องใช้ข้อมูลเครื่องมือวัดต้องใช้ข้อมูลเครื่องมือวัด
อันดับ Google จริงไม่ใช่เครื่องมือรับรองอันดับไม่ใช่เครื่องมือรับรองอันดับ

ข้อควรจำ

ทั้งสองบริการไม่รับประกันว่าบทความจะติดอันดับ 1 Google

ต้องวิเคราะห์ Search Intent ความถูกต้องของเนื้อหาและข้อมูลเว็บไซต์จริงร่วมด้วย

⑲ ตัวอย่างใช้ Perplexity และ DeepSeek เขียนบทความ SEO ร่วมกัน

หัวข้อสมมุติ

“วิธีเลือก Switch PoE สำหรับกล้อง CCTV”

ขั้นตอนที่ 1 ค้นคว้าข้อมูล

ใช้ Perplexity ค้นมาตรฐาน PoE และคู่มือผู้ผลิต

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจ Citation

เปิดเอกสารต้นฉบับ

ขั้นตอนที่ 3 สร้างตารางข้อเท็จจริง

ตรวจงบพลังงาน PoE จำนวนพอร์ต และมาตรฐานที่รองรับ

ขั้นตอนที่ 4 ใช้ DeepSeek เขียนเนื้อหา

ให้ช่วยจัดโครงสร้างบทความและอธิบายสำหรับผู้เริ่มต้น

ขั้นตอนที่ 5 เพิ่ม FAQ

ใช้คำถามที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการใช้งานจริง

ขั้นตอนที่ 6 ตรวจเนื้อหา

ตรวจว่าไม่มีการสร้างข้อมูลสเปกที่ไม่มีจริง

Prompt สำหรับ Perplexity

“ค้นข้อมูลมาตรฐาน PoE ที่ใช้กับระบบกล้อง CCTV จากเอกสารทางการ

อธิบาย IEEE 802.3af, 802.3at และ 802.3bt

แยกกำลังไฟตามมาตรฐานและเงื่อนไขการใช้งาน

จัดทำตารางพร้อม Citation”

Prompt สำหรับ DeepSeek

“นำข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วนี้มาเขียนบทความ SEO ภาษาไทย

ใช้ H1 H2 H3

อธิบายสำหรับเจ้าของสำนักงาน

เพิ่มตารางและ FAQ

ห้ามเพิ่มสเปกหรือมาตรฐานที่ไม่มีในข้อมูลที่ให้”

⑳ Perplexity กับ DeepSeek ตัวไหนเหมาะกับ Market Research

Market Research ต้องรวบรวมข้อมูลตลาด คู่แข่ง และความต้องการลูกค้า

Perplexity เหมาะกับ

  • ค้นรายงานอุตสาหกรรม
  • ตรวจข้อมูลบริษัท
  • ค้นแนวโน้มเทคโนโลยี
  • เปรียบเทียบคู่แข่ง
  • ตรวจข่าวล่าสุด
  • ตรวจหลักฐานอ้างอิง

DeepSeek เหมาะกับ

  • วิเคราะห์ SWOT
  • วางแผนการตลาด
  • จัดกลุ่มลูกค้า
  • สร้าง Customer Persona จากข้อมูลจริง
  • วิเคราะห์ Pain Points
  • สร้างแผนธุรกิจ
  • เปรียบเทียบกลยุทธ์

ตัวอย่าง Prompt

“วิเคราะห์ตลาดบริการติดตั้ง LAN, Fiber Optic และ Wi-Fi สำหรับสำนักงานในประเทศไทย

แบ่งเป็น Market Overview, Customer Segments, Competitors, Opportunities, Risks และ Recommendations

แยกข้อเท็จจริงจากสมมุติฐาน

ห้ามสร้างตัวเลขขนาดตลาดที่ไม่มีหลักฐาน”

ข้อควรระวัง

AI ไม่ควรสร้างข้อมูลรายได้คู่แข่งหรือขนาดตลาดที่ไม่มีแหล่งตรวจสอบได้

㉑ Perplexity กับ DeepSeek ตัวไหนเหมาะกับงานวิจัย

ทั้งสองช่วยค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูลได้ แต่มีเครื่องมือที่ต่างกัน

Perplexity

มี Academic Search และ Research ตามสิทธิ์ เพื่อช่วยค้นคว้าข้อมูลจากหลายแหล่ง

DeepSeek

มี Web Search และ Reasoning ช่วยวิเคราะห์เนื้อหาที่ค้นพบหรือเอกสารที่ผู้ใช้เตรียมไว้

งานที่ช่วยได้

① ค้นชื่อบทความวิจัย

② สรุป Abstract

③ เปรียบเทียบ Methodology

④ วิเคราะห์ผลการศึกษา

⑤ ทำ Evidence Matrix

⑥ ตรวจข้อจำกัด

⑦ สร้างโครงร่างรายงาน

⑧ จัดบรรณานุกรมเบื้องต้น

ข้อควรระวัง

การทำ Literature Review ด้วย AI ไม่ได้หมายความว่าพบเอกสารที่เกี่ยวข้องครบถ้วนแล้ว

ควรตรวจ DOI ผู้เขียน ปีเผยแพร่ และ Full Text ของงานวิจัย

㉒ การใช้งานฟรี Perplexity กับ DeepSeek ต่างกันอย่างไร

Perplexity Free

Perplexity มีแพ็กเกจฟรีสำหรับการค้นหาพื้นฐาน

คู่มือฉบับปรับปรุงวันที่ 2 กันยายน 2026 ระบุว่า Free มี Pro Search และ Research จำนวนจำกัด

DeepSeek App ฟรี

DeepSeek ประกาศให้แอปใช้งานฟรี พร้อมความสามารถ Web Search, Deep-Think และอัปโหลดไฟล์

ตารางเปรียบเทียบ

ประเด็นPerplexity FreeDeepSeek App
สมัครใช้ฟรีได้ได้
ถามตอบรองรับรองรับ
Web Searchรองรับรองรับ
Sourcesเป็นจุดเด่นขึ้นอยู่กับผลค้นหา
Pro Searchจำกัดไม่มีชื่อแพ็กเกจเดียวกัน
Researchจำกัดไม่ควรถือว่าเทียบเท่าโดยตรง
Thinkingตามโมเดลและสิทธิ์รองรับ
อัปโหลดไฟล์จำกัดรองรับตามข้อจำกัด
เขียนโค้ดรองรับรองรับ
ราคา APIแยกจากแอปแยกจากแอป

ข้อควรจำ

คำว่าใช้ฟรีไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีข้อจำกัดด้านปริมาณใช้งาน ความเร็ว หรือความพร้อมของบริการตลอดเวลา

㉓ ราคา Perplexity Pro และ DeepSeek ปี 2026

การเปรียบเทียบราคาต้องแยกระหว่างแพ็กเกจสมาชิกกับ API

ราคา Perplexity

แพ็กเกจราคาอ้างอิง
Standardฟรี
Pro20 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน
Pro รายปี200 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี
Max200 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน

ราคา DeepSeek

ประเภทบริการรูปแบบราคา
DeepSeek Appฟรีตามประกาศทางการ
DeepSeek APIคิดตามปริมาณ Tokens และเครื่องมือ
DeepSeek Search APIคิดตามจำนวนคำขอ
DeepSeek Fetch APIคิดตามจำนวนคำขอ

Search & Fetch API ราคาเท่าไร

ตามประกาศวันที่ 17 ตุลาคม 2026 ราคาอ้างอิงอยู่ที่

  • Search API: 0.75 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1,000 คำขอที่สำเร็จ
  • Fetch API: 0.75 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1,000 คำขอที่สำเร็จ

ค่าใช้จ่ายในการใช้โมเดล AI ผ่าน API เป็นอีกส่วนที่คิดตาม Tokens

ข้อควรระวัง

ราคา API สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามประกาศผู้พัฒนา

ราคา API ไม่ใช่ราคาสมาชิกสำหรับใช้ DeepSeek App

㉔ DeepSeek API คิดค่าบริการอย่างไร

API เป็นบริการสำหรับนักพัฒนา ไม่ใช่แพ็กเกจแชตรายเดือนทั่วไป

Tokens คืออะไร

Token คือหน่วยข้อความที่โมเดลใช้ประมวลผล

Input Tokens

คือข้อมูลที่ส่งเข้าโมเดล

Output Tokens

คือข้อความที่โมเดลสร้างเป็นคำตอบ

Cache Hit

คือการนำข้อมูลที่ระบบแคชไว้กลับมาใช้ตามเงื่อนไขการคิดราคา

Cache Miss

คือข้อมูลที่ไม่มีแคชตรงตามเงื่อนไข

ราคาขึ้นอยู่กับอะไร

① รุ่นโมเดล

② จำนวน Input Tokens

③ จำนวน Output Tokens

④ Cache Hit หรือ Cache Miss

⑤ ช่วงเวลาที่ใช้งาน

⑥ การเรียก Search และ Fetch

ข้อควรจำ

ไม่ควรใช้ราคาเฉพาะ Tokens มาสรุปเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด หากระบบเรียกเครื่องมือค้นหาหรือ Fetch เพิ่มเติม

㉕ ข้อดีและข้อจำกัดของ Perplexity

ข้อดี

① เน้นการค้นหาเว็บ

② มี Sources และ Citation

③ มี Pro Search

④ มี Research

⑤ เลือกโมเดลจากหลายผู้พัฒนา

⑥ วิเคราะห์ไฟล์

⑦ ใช้ Code Interpreter

⑧ เหมาะกับการทำรายงาน

⑨ เหมาะกับการตรวจข้อมูลล่าสุด

ข้อจำกัด

① แหล่งข้อมูลอาจล้าสมัย

② Citation ไม่รับประกันความถูกต้อง

③ เว็บไซต์บางแห่งเข้าถึงไม่ได้

④ อาจเกิด Hallucination

⑤ เครื่องมือขั้นสูงมีโควตา

⑥ แพ็กเกจ Pro มีค่าใช้จ่าย

㉖ ข้อดีและข้อจำกัดของ DeepSeek

ข้อดี

① มีแอปให้ใช้งานฟรี

② รองรับ Web Search

③ รองรับ Thinking Mode

④ เหมาะกับงาน Reasoning

⑤ เหมาะกับการเขียนโค้ด

⑥ มี API สำหรับนักพัฒนา

⑦ มี Search & Fetch API

⑧ รองรับภาษาไทย

⑨ วิเคราะห์เอกสารตามเครื่องมือ

⑩ มีโมเดล V4.1 ที่อัปเดตในปี 2026

ข้อจำกัด

① รูปแบบ Citation อาจต่างจาก Perplexity

② ต้องตรวจว่า Web Search เปิดใช้อยู่หรือไม่

③ ไม่ควรถือว่า Thinking เท่ากับ Research อัตโนมัติ

④ อาจเกิด Hallucination

⑤ การอ่าน PDF มีข้อจำกัดตามเครื่องมือ

⑥ API คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

⑦ ความพร้อมของระบบและขีดจำกัดอาจเปลี่ยนแปลง

㉗ ข้อควรระวังด้านความเป็นส่วนตัว

ไม่ว่าจะใช้ Perplexity หรือ DeepSeek ควรพิจารณาประเภทข้อมูลก่อนอัปโหลด

ตัวอย่างข้อมูลที่ควรระวัง

  • ข้อมูลลูกค้า
  • สัญญาที่เป็นความลับ
  • รหัสผ่าน
  • API Keys
  • ข้อมูลบัญชีธนาคาร
  • เอกสารทางธุรกิจภายใน
  • ข้อมูลส่วนบุคคล
  • Source Code ที่เป็นความลับ

แนวทางป้องกัน

① อ่านนโยบายความเป็นส่วนตัว

② ตรวจสิทธิ์การใช้ข้อมูล

③ ลบข้อมูลระบุตัวบุคคลที่ไม่จำเป็น

④ ไม่ใส่รหัสผ่าน

⑤ ไม่ส่ง API Keys ใน Prompt

⑥ ใช้บัญชีและแผนที่เหมาะกับระดับข้อมูล

⑦ ตรวจสิทธิ์ไฟล์ก่อนแชร์

ข้อสำคัญ

ไม่ควรสมมุติว่าการใช้บริการฟรีและการใช้ API มีเงื่อนไขด้านข้อมูลเหมือนกันทั้งหมด

㉘ ตารางเลือก Perplexity หรือ DeepSeek ตามประเภทงาน

ประเภทงานแนวทางเลือก
ค้นข้อมูลเว็บพร้อม CitationPerplexity
ค้นข่าวล่าสุดใช้ได้ทั้งสองเมื่อเปิด Search
ตรวจสเปกสินค้าใช้ได้ทั้งสองและต้องตรวจต้นฉบับ
Research เชิงลึกPerplexity Research
งาน Reasoningทดลองทั้งสอง
เขียนโค้ดพิจารณา DeepSeek
ค้นคู่มือ APIPerplexity เป็นตัวเลือกที่เหมาะ
วิเคราะห์ AlgorithmDeepSeek เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
สรุป PDFใช้ได้ทั้งสองตามเครื่องมือ
เขียนบทความ SEOใช้ได้ทั้งสอง
เขียนภาษาไทยทดลองทั้งสอง
Market Researchใช้ได้ทั้งสอง
ทำรายงานวิชาการใช้ได้ทั้งสองโดยตรวจ Sources
สร้างระบบ AI ผ่าน APIพิจารณาต้นทุนและความสามารถทั้งสอง
ต้องการใช้ฟรีทดลองแพ็กเกจฟรีทั้งสอง
เลือกโมเดลหลายผู้พัฒนาPerplexity
ต้องการ Search APIทั้งสองมีบริการตามเอกสาร

㉙ Checklist ก่อนเลือกใช้ Perplexity หรือ DeepSeek

รายการตรวจสอบสิ่งที่ควรพิจารณา
① จุดประสงค์ค้นคว้าหรือวิเคราะห์
② Web Searchต้องใช้ข้อมูลล่าสุดหรือไม่
③ Sourcesต้องตรวจต้นฉบับหรือไม่
④ Citationต้องใช้ในรายงานหรือไม่
⑤ Pro Searchต้องค้นหลายขั้นตอนหรือไม่
⑥ Researchต้องสร้างรายงานเชิงลึกหรือไม่
⑦ Reasoningต้องแก้ปัญหาซับซ้อนหรือไม่
⑧ Codingต้องเขียนโปรแกรมหรือไม่
⑨ APIต้องเชื่อมระบบหรือไม่
⑩ PDFต้องอ่านเอกสารหรือไม่
⑪ ภาษาไทยต้องการเนื้อหาภาษาไทยหรือไม่
⑫ SEOต้องเขียนบทความหรือไม่
⑬ Priceงบประมาณเหมาะสมหรือไม่
⑭ API Costsเข้าใจการคิดค่า Tokens หรือไม่
⑮ File Limitsข้อจำกัดไฟล์เพียงพอหรือไม่
⑯ Privacyมีข้อมูลอ่อนไหวหรือไม่
⑰ Hallucinationมีการตรวจข้อเท็จจริงหรือไม่
⑱ Model Versionใช้โมเดลเวอร์ชันใด
⑲ Benchmarkมีผลทดสอบตรงกับงานจริงหรือไม่
⑳ Final Decisionทดลองกับงานเดียวกันก่อนเลือก

㉚ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Perplexity กับ DeepSeek (FAQ)

Q1: Perplexity กับ DeepSeek ต่างกันอย่างไร

Perplexity เน้นค้นคว้าข้อมูลจากเว็บพร้อม Sources และ Citation ส่วน DeepSeek เป็นผู้พัฒนาโมเดล AI และบริการแชตที่มีจุดเด่นด้าน Reasoning และ Coding

Q2: Perplexity ค้นหาเว็บได้หรือไม่

ได้ โดยมี Standard Search, Pro Search และ Research

Q3: DeepSeek ค้นหาเว็บได้หรือไม่

ได้ DeepSeek App รองรับ Web Search และมี Search & Fetch API ที่เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2026

Q4: Perplexity มี Citation หรือไม่

มี และเป็นจุดเด่นสำคัญของระบบ Search

Q5: DeepSeek มี Citation หรือไม่

สามารถมีแหล่งข้อมูลประกอบจากระบบค้นหาได้ โดยรูปแบบการแสดงขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และโหมดที่ใช้งาน

Q6: Perplexity Pro Search คืออะไร

เป็นการค้นหาขั้นสูงที่รองรับการค้นคว้าหลายขั้นตอนและ Sources จากหลายประเภท

Q7: Perplexity Research คืออะไร

เป็นความสามารถค้นคว้าเชิงลึกที่ช่วยจัดทำรายงานจากหลายแหล่ง

Q8: DeepSeek มี Research เหมือน Perplexity หรือไม่

DeepSeek สามารถช่วยค้นคว้าและวิเคราะห์ได้ แต่ไม่ควรถือว่าเครื่องมือ Thinking หรือ Web Search มีรูปแบบเดียวกับ Perplexity Research โดยอัตโนมัติ

Q9: DeepSeek Thinking Mode คืออะไร

เป็นรูปแบบการประมวลผลที่เน้นการใช้เหตุผลสำหรับโจทย์ซับซ้อน

Q10: Perplexity มี Reasoning หรือไม่

มี โดยรองรับโมเดล Reasoning ตามสิทธิ์แพ็กเกจ

Q11: DeepSeek ใช้โมเดลอะไรล่าสุดในปี 2026

ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2026 DeepSeek ประกาศใช้ DeepSeek-V4.1-Flash-1017 ในเว็บ แอป และ API พร้อมมี DeepSeek-V4-Pro-0813 ในเอกสาร API

Q12: DeepSeek ยังใช้ V3 หรือ R1 เป็นโมเดลล่าสุดหรือไม่

ไม่ควรยึดข้อมูลเก่าเป็นสถานะล่าสุด เพราะ DeepSeek ได้เปิดตัวตระกูล V4 และ V4.1 ในปี 2026 แล้ว

Q13: Perplexity กับ DeepSeek ตัวไหนเขียนโค้ดดีกว่า

ทั้งสองช่วยเขียนโค้ดได้ โดย DeepSeek มีจุดเด่นด้าน Coding ส่วน Perplexity เหมาะกับการค้นคว้าคู่มือและเอกสาร API

Q14: DeepSeek ใช้ Python ได้หรือไม่

ช่วยเขียน อธิบายและตรวจโค้ด Python ได้ แต่ต้องทดสอบผลลัพธ์ก่อนใช้จริง

Q15: Perplexity ใช้ Code Interpreter ได้หรือไม่

ได้ใน Pro Search และเครื่องมือที่รองรับตามแพ็กเกจ

Q16: DeepSeek อ่าน PDF ได้หรือไม่

DeepSeek App มีความสามารถอัปโหลดไฟล์และดึงข้อความ โดยข้อจำกัดขึ้นอยู่กับเครื่องมือ

Q17: Perplexity อ่าน PDF ได้หรือไม่

ได้ตามสิทธิ์แพ็กเกจและข้อจำกัดการอัปโหลด

Q18: Perplexity ใช้ภาษาไทยได้หรือไม่

ได้ สามารถถามและรับคำตอบภาษาไทย

Q19: DeepSeek ใช้ภาษาไทยได้หรือไม่

ได้ โดยสามารถช่วยเขียนและอธิบายข้อความภาษาไทย

Q20: Perplexity กับ DeepSeek ตัวไหนเหมาะกับ SEO

ทั้งสองช่วยเขียนบทความได้ แต่ Perplexity เด่นด้านค้นคว้าข้อมูลพร้อม Citation ขณะที่ DeepSeek สามารถช่วยสร้างโครงสร้างและเนื้อหาได้

Q21: DeepSeek ใช้ฟรีหรือไม่

DeepSeek App เปิดให้ใช้ฟรีตามประกาศทางการ แต่ API เป็นบริการที่มีการคิดค่าบริการแยกต่างหาก

Q22: Perplexity ใช้ฟรีหรือไม่

ได้ โดยมี Standard Plan และขีดจำกัดของเครื่องมือขั้นสูง

Q23: Perplexity Pro ราคาเท่าไร

ราคาอ้างอิงคือ 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือ 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี

Q24: DeepSeek API ฟรีหรือไม่

ไม่ควรถือว่าฟรีทั้งหมด เพราะ API มีการคิดค่าบริการตาม Tokens และเครื่องมือที่เรียกใช้งาน

Q25: DeepSeek Search API ราคาเท่าไร

ราคาอ้างอิงที่ประกาศในเดือนตุลาคม 2026 คือ 0.75 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1,000 คำขอที่สำเร็จ โดยราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้

Q26: Perplexity กับ DeepSeek มี Hallucination หรือไม่

มีโอกาสเกิดได้ทั้งสอง จึงต้องตรวจแหล่งข้อมูลและข้อเท็จจริง

Q27: DeepSeek มี API หรือไม่

มี สำหรับนักพัฒนาที่ต้องการเชื่อมโมเดล AI และเครื่องมือค้นหาเข้ากับโปรแกรม

Q28: สามารถใช้ DeepSeek ร่วมกับ Perplexity ได้หรือไม่

ได้ เช่น ใช้ Perplexity ค้นคว้าข้อเท็จจริง แล้วใช้ DeepSeek ช่วยวิเคราะห์ เขียนโค้ด หรือเรียบเรียงเนื้อหา

Q29: ใช้ AI สองตัวตอบตรงกันหมายความว่าข้อมูลถูกต้องหรือไม่

ไม่เสมอไป เพราะทั้งสองอาจใช้แหล่งข้อมูลเดียวกันหรือเกิดข้อผิดพลาดคล้ายกัน

Q30: ถ้าต้องเลือกเพียงตัวเดียวควรเลือกอะไร

หากต้องการค้นคว้าเว็บพร้อม Citation เป็นหลัก ให้พิจารณา Perplexity

หากต้องการทดลอง AI ฟรีสำหรับ Reasoning และ Coding ให้พิจารณา DeepSeek

ควรทดลองกับงานจริงก่อนตัดสินใจ

㉛ สรุป Perplexity กับ DeepSeek ต่างกันอย่างไร

Perplexity และ DeepSeek เป็นบริการ AI ที่ช่วยตอบคำถาม ค้นคว้าข้อมูล วิเคราะห์เอกสาร และสร้างเนื้อหาได้ แต่มีจุดเด่นต่างกัน

Perplexity มีจุดเน้นด้าน AI Search พร้อม Sources และ Citation โดยมี Standard Search, Pro Search และ Research สำหรับการค้นคว้าหลายระดับ

DeepSeek มีจุดเด่นด้านการพัฒนาโมเดล Reasoning และ Coding โดยรองรับ Web Search, Thinking Mode และการใช้ API สำหรับนักพัฒนา

ในปี 2026 DeepSeek ได้อัปเดตโมเดล DeepSeek-V4.1-Flash-1017 และเปิด Search & Fetch API อย่างเป็นทางการ จึงไม่ควรนำข้อจำกัดของรุ่นเก่ามาใช้อธิบายความสามารถปัจจุบัน

ด้านราคา Perplexity Pro มีค่าใช้จ่ายรายเดือน ส่วน DeepSeek App ยังมีการใช้งานฟรีตามประกาศทางการ แต่ DeepSeek API คิดค่าบริการแยกตามการใช้งาน

สำหรับการเขียนบทความ SEO ทั้งสองบริการช่วยสร้างเนื้อหา ตารางและ FAQ ได้ แต่ต้องตรวจข้อมูลต้นฉบับและไม่ควรคาดหวังว่า AI รับประกันอันดับ Google

สรุปง่าย ๆ คือ Perplexity เหมาะกับผู้ที่เน้นค้นข้อมูลจากเว็บพร้อมแหล่งอ้างอิง ส่วน DeepSeek เหมาะกับผู้ที่สนใจ Reasoning การเขียนโปรแกรม และการใช้ AI ฟรีผ่านแอป โดยทั้งสองสามารถใช้งานร่วมกันได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกเครื่องมือใด ควรตรวจแหล่งข้อมูล รุ่นโมเดล ข้อจำกัด และความถูกต้องของผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้งานจริง

ComSiam แนะนำให้ทดลองทั้ง Perplexity และ DeepSeek กับงานประเภทเดียวกัน แล้วเปรียบเทียบคุณภาพคำตอบ ความครบถ้วน ความแม่นยำ ความสะดวก และค่าใช้จ่าย เพื่อเลือก AI ที่เหมาะกับลักษณะงานระยะยาว