Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีดูประวัติการค้นหาใน Perplexity AI ทำอย่างไร? ผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่บัญชี Perplexity แล้วเปิดเมนู Library เพื่อดูรายการบทสนทนาหรือ Threads ที่เคยค้นหาไว้ จากนั้นเลือกหัวข้อที่ต้องการเพื่อย้อนกลับไปอ่านคำถาม คำตอบ แหล่งอ้างอิง และถามคำถามต่อจากบทสนทนาเดิมได้
สำหรับการใช้งานผ่านเว็บไซต์บนคอมพิวเตอร์ เมนู Library อยู่ในแถบด้านข้าง ส่วนผู้ใช้ Android และ iPhone สามารถเปิด Library หรือรายการบทสนทนาผ่านเมนูภายในแอป โดยตำแหน่งอาจแตกต่างกันตามเวอร์ชัน
จุดเด่นของระบบประวัติการค้นหาคือช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องเริ่มค้นคว้าเรื่องเดิมใหม่ทุกครั้ง เช่น หากเคยค้นหาเรื่องระบบ Wi-Fi การแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ หรือการเปรียบเทียบโทรศัพท์มือถือ ก็สามารถย้อนกลับไปอ่านข้อมูลและถามต่อได้
อย่างไรก็ตาม หากเคยใช้งานแบบไม่เข้าสู่ระบบ ใช้โหมด Incognito หรือเข้าสู่ระบบผิดบัญชี อาจทำให้ไม่พบประวัติที่ต้องการ
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีดูประวัติการค้นหาใน Perplexity AI อย่างละเอียด ทั้งเว็บไซต์ Windows, Mac, Android และ iPhone รวมถึงการค้นหาบทสนทนาเก่า การถามต่อ การใช้งานข้ามอุปกรณ์ การแก้ปัญหาประวัติหาย การใช้ Incognito และการจัดการความเป็นส่วนตัวอย่างปลอดภัย
ประวัติการค้นหา หรือ Search History เป็นข้อมูลการสนทนาและคำถามที่ผู้ใช้เคยส่งให้ Perplexity และระบบบันทึกไว้ภายใต้บัญชี
ผู้ใช้สามารถกลับมาเปิดหัวข้อเดิมโดยไม่จำเป็นต้องพิมพ์คำถามเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด
ภายในบทสนทนาที่บันทึกไว้ ผู้ใช้อาจพบข้อมูล เช่น
รายละเอียดที่แสดงขึ้นอยู่กับประเภทบทสนทนาและความสามารถที่ใช้งาน
Library เป็นพื้นที่สำหรับเข้าถึงรายการบทสนทนาและเนื้อหาที่ผู้ใช้บันทึกไว้ใน Perplexity
ตามข้อมูลอัปเดตส่วนติดต่อผู้ใช้ของ Perplexity เมนู Library ถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งเด่นบนแถบด้านข้างของเว็บไซต์ เพื่อให้เข้าถึงบทสนทนาเดิมได้สะดวกขึ้น
หน้าแรกเหมาะสำหรับเริ่มถามคำถามใหม่
ส่วน Library เหมาะสำหรับกลับไปดูและจัดการคำถามที่เคยค้นคว้าไว้แล้ว
ไม่จำเป็นต้องสมัคร Pro เพียงเพื่อเข้าถึงประวัติการค้นหาพื้นฐาน เพราะ Perplexity ระบุว่าบัญชี Standard ฟรีมีสิทธิ์เข้าถึง Search History
Thread คือบทสนทนาหนึ่งหัวข้อระหว่างผู้ใช้กับ Perplexity
หนึ่ง Thread อาจประกอบด้วยคำถามแรก คำถามต่อเนื่อง และคำตอบหลายชุดภายในเรื่องเดียวกัน
คำถามแรก
“Mesh Wi-Fi คืออะไร”
คำถามต่อ
“ต่างจาก Access Point อย่างไร”
คำถามต่อมา
“บ้านสองชั้นควรเลือกแบบไหน”
คำถามเพิ่มเติม
“ช่วยสรุปข้อดีและข้อเสียเป็นตาราง”
คำถามทั้งหมดนี้สามารถอยู่ภายใน Thread เดียวกันได้
คำถามเป็นข้อความหนึ่งครั้งที่ผู้ใช้ส่งให้ระบบ
Thread เป็นชุดการสนทนาที่รวมคำถามและคำตอบหลายครั้งเข้าด้วยกัน
ช่วยให้ Perplexity เข้าใจบริบทของคำถามต่อเนื่องโดยไม่ต้องเริ่มต้นอธิบายเรื่องเดิมทุกครั้ง
อย่างไรก็ตาม หากเปลี่ยนเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง ควรสร้าง Thread ใหม่เพื่อลดการปะปนของบริบท
| คำศัพท์ | ความหมาย | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|
| Search History | ประวัติการค้นหา | กลับมาดูคำถามเดิม |
| Library | พื้นที่รวบรวมเนื้อหาที่บันทึก | เปิดและจัดการบทสนทนา |
| Thread | ชุดบทสนทนาหนึ่งหัวข้อ | อ่านและถามต่อ |
| Follow-up | คำถามต่อเนื่อง | ขยายรายละเอียด |
| Memory | ข้อมูลบริบทที่ AI จดจำเมื่อเปิดใช้งาน | ช่วยปรับคำตอบในอนาคต |
| Incognito | โหมดไม่บันทึกประวัติข้ามเซสชัน | เพิ่มความเป็นส่วนตัว |
ข้อสำคัญ: Search History กับ Memory ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
การมีบทสนทนาอยู่ใน Library ไม่ได้หมายความว่าทุกข้อความในบทสนทนาจะกลายเป็น Memory ที่ระบบนำไปใช้อัตโนมัติ
การดูประวัติผ่านเว็บไซต์เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลัก
เปิด Chrome, Edge, Firefox หรือ Safari แล้วเข้าสู่เว็บไซต์ทางการ
เลือก Sign In และใช้บัญชี Google, Apple หรืออีเมลเดิมตามวิธีที่รองรับ
มองหา Library ในแถบด้านข้างของเว็บไซต์
ระบบจะแสดงรายการ Threads ที่บันทึกไว้ภายใต้บัญชี
คลิกชื่อบทสนทนาที่เคยค้นหา
ตรวจสอบเนื้อหาที่เคยสนทนา รวมถึงแหล่งอ้างอิง
หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถใช้ช่องถามคำถามในบทสนทนาเดิมตามที่ระบบรองรับ
ตรวจสอบว่าเปิดแถบด้านข้างอยู่หรือไม่ หรือมองหาเมนูเพิ่มเติม
ตำแหน่งเมนูอาจเปลี่ยนแปลงตามการออกแบบเว็บไซต์และขนาดหน้าจอ
ผู้ใช้ Windows สามารถดูประวัติผ่านเว็บไซต์หรือแอปเดสก์ท็อปที่รองรับ
หากติดตั้งแอป Perplexity สำหรับ Windows ให้เปิดแอปและตรวจสอบเมนู Library หรือประวัติที่รองรับ
หากเคยใช้งานผ่าน Google บน Chrome แต่เข้าสู่แอปเดสก์ท็อปด้วยอีเมลอีกบัญชี อาจไม่พบประวัติเดิม
ควรตรวจสอบอีเมลใน Settings ก่อนเสมอ
ผู้ใช้ macOS สามารถเปิดประวัติผ่าน Safari, Chrome หรือแอป Perplexity ที่รองรับ
เปิดแอป Perplexity แล้วตรวจสอบ Library หรือรายการ Threads ในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ตรวจสอบว่าทั้งสองอุปกรณ์ใช้บัญชี Perplexity เดียวกันหรือไม่
โดยเฉพาะกรณีเคยสมัครด้วย Sign in with Apple และเลือก Hide My Email
ผู้ใช้ Android สามารถเข้าถึงประวัติจากแอป Perplexity หลังเข้าสู่ระบบบัญชี
แตะไอคอนแอปจากหน้าจอโทรศัพท์
เปิดเมนูบัญชีหรือ Settings เพื่อดูว่าเข้าสู่ระบบด้วยอีเมลใด
ค้นหา Library หรือพื้นที่แสดงบทสนทนาเก่าตามที่แอปแสดง
แตะชื่อหัวข้อที่เคยค้นหา
ตรวจสอบเนื้อหาของคำถามและคำตอบก่อนหน้า
หากต้องการค้นคว้าเรื่องเดิม ให้พิมพ์คำถามเพิ่มเติม
Perplexity มีการอัปเดตส่วนติดต่อผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง ชื่อและตำแหน่งเมนูอาจแตกต่างจากเว็บไซต์
ให้ตรวจสอบเมนู Library, ประวัติ หรือรายการสนทนาภายในแอปเวอร์ชันที่ใช้งาน
สำหรับ iPhone สามารถดูประวัติผ่านแอป Perplexity หรือ Safari ที่รองรับ
เข้าแอปจาก Home Screen
ตรวจสอบว่าใช้ Apple, Google หรืออีเมลเดิม
ค้นหาเมนูที่ใช้แสดงประวัติหรือ Threads
แตะหัวข้อที่ต้องการอ่าน
เลื่อนดูคำถาม คำตอบ และแหล่งอ้างอิง
สามารถต่อยอดข้อมูลเดิมได้ตามความสามารถของแอป
Apple อาจใช้อีเมล Relay สำหรับบัญชีที่เข้าสู่ระบบด้วย Apple
หากต่อมาเข้าสู่ Perplexity ผ่าน Google อีกบัญชีหนึ่ง อาจพบว่าประวัติไม่เหมือนเดิม
จึงควรตรวจสอบข้อมูลบัญชีให้ตรงกัน
| อุปกรณ์ | วิธีเข้าใช้งาน | ตำแหน่งประวัติ |
|---|---|---|
| Windows | Chrome, Edge หรือแอป | Library หรือเมนูที่เกี่ยวข้อง |
| Mac | Safari, Chrome หรือแอป | Library หรือเมนูที่เกี่ยวข้อง |
| Android | แอปหรือเว็บไซต์ | Library / รายการสนทนา |
| iPhone | แอปหรือ Safari | Library / รายการสนทนา |
| iPad | แอปหรือเว็บไซต์ | Library / รายการสนทนา |
| Comet Browser | เบราว์เซอร์ Comet | Library ของบัญชี Perplexity |
การแสดงผลอาจแตกต่างกันตามเวอร์ชัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าสู่บัญชี Perplexity ที่ถูกต้อง
หากใช้งาน Perplexity เป็นเวลานาน อาจมี Threads จำนวนมาก ทำให้ต้องใช้เวลาค้นหาหัวข้อเดิม
เปิด Library แล้วเริ่มดูรายการสนทนาที่เพิ่งใช้งาน
หาก Library แสดงช่อง Search หรือเครื่องมือค้นหาบทสนทนา ให้พิมพ์คำสำคัญจากหัวข้อที่จำได้
ตัวอย่างคำค้น:
Perplexity มีการออกแบบ Library ที่เข้าถึงรายการบันทึกและ Bookmarks ได้จากเมนูที่เกี่ยวข้อง
หากเคยบันทึกบทสนทนาเป็นรายการสำคัญ ควรตรวจสอบส่วนนี้
หากเคยจัดกลุ่มงานค้นคว้าไว้ใน Spaces ควรเปิดพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
หากค้นหาแล้วยังไม่พบ ให้ตรวจสอบว่าเข้าสู่ระบบผิดบัญชีหรือไม่
ฟังก์ชันค้นหาภายใน Library อาจแตกต่างกันตามแพ็กเกจและเวอร์ชัน
ไม่ควรเข้าใจว่าทุกอุปกรณ์จะมีปุ่มค้นหาในตำแหน่งเดียวกัน
การเปลี่ยนชื่อบทสนทนาเป็นวิธีที่ช่วยจัดระเบียบประวัติได้
Perplexity ระบุว่าเว็บไซต์รองรับการเปลี่ยนชื่อ Threads ผ่านเมนูเพิ่มเติมของรายการบทสนทนา
เลือกบทสนทนาที่ต้องการจัดการ
มองหาสัญลักษณ์จุดสามจุดหรือเมนูคำสั่งของ Thread
หากมีตัวเลือก Rename ให้เลือกเพื่อเปลี่ยนชื่อ
ใช้ชื่อที่บอกหัวข้ออย่างชัดเจน
ยืนยันชื่อใหม่ตามที่ระบบแสดง
| ชื่อที่กว้างเกินไป | ชื่อที่จัดระเบียบได้ดีกว่า |
|---|---|
| Wi-Fi | Mesh Wi-Fi บ้านสองชั้น |
| Windows | Windows 11 เปิดเครื่องช้า |
| Router | เปรียบเทียบ Router Wi-Fi 7 |
| กล้อง | ติดตั้ง IP Camera 8 จุด |
| SEO | แผน SEO บทความ WordPress |
| มือถือ | vivo ชาร์จเร็วไม่ทำงาน |
ควรหลีกเลี่ยงการใส่ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลลับลงในชื่อ Thread โดยไม่จำเป็น
หนึ่งในประโยชน์สำคัญของประวัติการค้นหาคือการกลับมาต่อยอดคำถามเดิม
สมมุติเคยค้นหาเรื่อง
“วิธีติดตั้ง Mesh Wi-Fi สำหรับบ้านสองชั้น”
เมื่อกลับมาเปิด Thread เดิม สามารถถามต่อว่า
“จากข้อมูลก่อนหน้า หากต้องการเดินสาย LAN เชื่อมทุกจุด ควรเลือกตำแหน่งติดตั้งอย่างไร”
แม้เป็น Thread เดิม แต่ข้อมูลในโลกจริงอาจเปลี่ยนไปแล้ว เช่น ราคา ซอฟต์แวร์ รุ่นสินค้า หรือกฎระเบียบ
หากข้อมูลมีความสำคัญควรขอให้ระบบค้นคว้าและตรวจสอบข้อมูลล่าสุดใหม่
ได้ หากเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Perplexity เดียวกันบนอุปกรณ์ที่รองรับ จะสามารถเข้าถึงบทสนทนาที่บันทึกไว้ภายใต้บัญชีนั้นได้
เริ่มค้นคว้าบนคอมพิวเตอร์เรื่อง
“เปรียบเทียบ Firewall สำหรับสำนักงาน 50 คน”
ภายหลังเปิดแอป Perplexity บน Android หรือ iPhone แล้วเข้าสู่บัญชีเดียวกัน
ผู้ใช้สามารถเปิดประวัติที่บันทึกไว้เพื่ออ่านข้อมูลและถามต่อได้
ไม่จำเป็น
ควรใช้บัญชีเดิมเพื่อป้องกันข้อมูลกระจัดกระจายระหว่างหลายบัญชี
หากประวัติบนคอมพิวเตอร์ปรากฏ แต่บนมือถือไม่มี ควรตรวจสอบทีละขั้นตอน
เช่น ใช้ Google บนคอมพิวเตอร์ แต่ใช้ Apple หรืออีเมลอื่นบนมือถือ
คำถามที่เคยทำขณะไม่ได้ Sign In ไม่ควรถูกคาดหวังว่าจะย้ายเข้าบัญชีใหม่โดยอัตโนมัติ
บทสนทนาที่เกิดใน Incognito ไม่ถูกบันทึกเป็นประวัติปกติ
อาจเกิดจากอินเทอร์เน็ตหรือบริการไม่พร้อมใช้งานชั่วคราว
หลังอัปเดตแอป รายการสนทนาอาจอยู่ในเมนูที่แตกต่างจากเวอร์ชันเดิม
เมื่อค้นหาประวัติไม่พบ ควรแยกก่อนว่าข้อมูลหายจริงหรือเพียงไม่แสดงในอุปกรณ์ที่ใช้งาน
เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ควรตรวจสอบก่อน เพราะบัญชีต่างกันจะมีข้อมูลการสนทนาแยกกัน
หากเป็นการค้นหาที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบหรือใช้ Incognito อาจไม่มีประวัติให้เรียกกลับผ่าน Library
หากเคยเลือก Delete ข้อมูลอาจไม่อยู่ใน Library อีกต่อไป
ไม่ควรคาดหวังว่าจะกู้คืนได้เสมอ
อาจเข้าสู่บัญชีใหม่โดยไม่ตั้งใจเมื่อเปลี่ยนจาก Apple ไปเป็น Google หรืออีเมลอื่น
อาจเป็นปัญหาชั่วคราวของแอป เครือข่าย หรือบริการ
ควรตรวจสอบรายการ Bookmarks, Spaces หรือพื้นที่ที่เคยจัดระเบียบงานไว้
เปิด Settings แล้วดูอีเมลที่ใช้เข้าสู่ระบบ
ทบทวนว่าเคยใช้ Google, Apple หรือ Magic Link ผ่านอีเมล
ตรวจสอบรายการล่าสุดและหัวข้อที่บันทึกไว้
หากเคยจัดเก็บข้อมูลไว้ในพื้นที่เฉพาะ ให้เปิดตรวจสอบ
หากเคยเห็นประวัติบนคอมพิวเตอร์ ให้กลับไปเปิดจากเครื่องนั้น
หากบนมือถือไม่แสดง ให้เปิดผ่านเว็บเบราว์เซอร์ด้วยบัญชีเดิม
หากลบไปแล้ว อย่าคาดหวังว่าระบบจะกู้คืนให้โดยอัตโนมัติ
หากข้อมูลสำคัญไม่ปรากฏทั้งที่ใช้บัญชีถูกต้อง ให้ติดต่อฝ่ายสนับสนุนทางการ พร้อมรายละเอียดอุปกรณ์และเหตุการณ์
ไม่ควรลบบัญชี ถอนการติดตั้งแอป หรือล้างข้อมูลทั้งหมดทันทีเพื่อแก้ปัญหาประวัติไม่แสดง
ควรตรวจสอบบัญชีและข้อมูลสำคัญก่อน
Incognito คือโหมดที่ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว โดยไม่บันทึกประวัติการค้นหาข้ามเซสชันตามการออกแบบของ Perplexity
คู่มือทางการระบุว่าใน Incognito ระบบจะปิดการใช้ Search History และ Memory สำหรับเซสชันนั้น
การใช้ Incognito เป็นการกำหนดวิธีใช้งานตั้งแต่เริ่มเซสชัน
ส่วนการลบประวัติคือการจัดการบทสนทนาที่บันทึกไว้แล้ว
ไม่ควรคาดหวังว่าจะเปิดย้อนหลังจาก Library ได้ เพราะจุดประสงค์ของโหมดนี้คือไม่บันทึก Search History ของเซสชัน
หากต้องการเก็บคำตอบ ควรพิจารณาใช้โหมดปกติหรือบันทึกข้อมูลด้วยวิธีที่เหมาะสมและปลอดภัย
ตามคำอธิบายของ Perplexity การเปิด Incognito ผ่านเว็บไซต์สามารถทำได้จากเมนูบัญชี
ให้ตรวจสอบเมนูบัญชีหรือเมนูความเป็นส่วนตัวภายในแอป เนื่องจากตำแหน่ง Incognito อาจต่างกันตามเวอร์ชัน
ควรตรวจสอบว่ากลับสู่โหมดปกติแล้วหรือยัง ก่อนเริ่มคำถามที่ต้องการเก็บไว้ใน Library
ไม่ควรเข้าใจเช่นนั้น
แม้โหมดนี้ไม่บันทึกประวัติการค้นหาข้ามเซสชัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการประมวลผลข้อมูลหรือไม่มีข้อมูลทางเทคนิคที่ผู้ให้บริการจำเป็นต้องจัดการ
จึงยังควรหลีกเลี่ยงการเปิดเผยรหัสผ่านและข้อมูลอ่อนไหว
| คุณสมบัติ | โหมดปกติ | Incognito |
|---|---|---|
| ถามคำถาม AI | ได้ | ได้ตามที่รองรับ |
| ค้นหาข้อมูล | ได้ | ได้ตามที่รองรับ |
| บันทึกประวัติใน Library | รองรับ | ไม่บันทึกประวัติข้ามเซสชัน |
| ถามต่อในเซสชัน | ได้ | ได้ตามการทำงานของเซสชัน |
| ใช้ Memory | ตามการตั้งค่า | ปิดการใช้ Memory ของเซสชัน |
| เปิดประวัติย้อนหลัง | ได้เมื่อบันทึกไว้ | ไม่ควรคาดหวัง |
| เหมาะกับ | งานที่ต้องกลับมาค้นคว้า | งานชั่วคราวที่ไม่ต้องการบันทึก |
| ความเป็นส่วนตัว | ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า | เพิ่มความเป็นส่วนตัว แต่ไม่ใช่นิรนามสมบูรณ์ |
ผู้ใช้สามารถจัดการบทสนทนาที่บันทึกไว้ตามเครื่องมือที่ Perplexity เปิดให้ใช้งาน
Perplexity ระบุว่าเว็บไซต์รองรับการลบ Threads ผ่านเมนูเพิ่มเติมในแถบด้านข้าง
หากบทสนทนามีข้อมูลสำคัญ ควรเก็บส่วนที่จำเป็นไว้ก่อน
ไม่ควรถือว่าการลบ Thread จะสามารถย้อนกลับได้ทุกกรณี
ไม่จำเป็น
ประวัติการสนทนาและ Memory เป็นคนละความสามารถ ควรตรวจสอบการตั้งค่าทั้งสองส่วนแยกกัน
Perplexity มีความสามารถ Memory ซึ่งใช้ข้อมูลบริบทเพื่อช่วยให้คำตอบเหมาะกับผู้ใช้มากขึ้นตามการตั้งค่าและฟีเจอร์ที่เปิดให้ใช้งาน
เป็นระบบที่อาจจดจำข้อมูลบริบทหรือความต้องการบางอย่าง เพื่อนำไปช่วยตอบคำถามในอนาคต
Library ใช้เปิดบทสนทนาที่บันทึกไว้
Memory ใช้จัดการบริบทที่ระบบจดจำเพื่อประกอบคำตอบ
Perplexity มีตัวเลือกเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุงระบบ AI โดยรายละเอียดขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและนโยบายที่ใช้งาน
ผู้ใช้ควรตรวจสอบ Privacy Settings และ AI Data Usage แยกจาก Search History
การปิด AI Data Usage ไม่ได้หมายความว่าประวัติการค้นหาจะถูกลบทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
และการใช้ Incognito ไม่ได้หมายความว่าบัญชีเดิมถูกลบหรือยกเลิก
หากใช้ Perplexity เพื่อค้นคว้างานเป็นประจำ ควรวางระบบตั้งชื่อและจัดกลุ่มบทสนทนา
ตัวอย่าง:
แทนที่จะตั้งว่า “Network” อาจใช้ชื่อว่า
“ออกแบบระบบ Network สำนักงาน 50 คน”
หากบัญชีมีฟังก์ชัน Spaces สามารถใช้จัดระเบียบงานค้นคว้าและบริบทที่เกี่ยวข้องตามความสามารถที่เปิดให้ใช้งาน
เพราะอาจทำให้ประวัติค้นหายากและบริบทไม่ชัดเจน
หากกลับมาใช้บทสนทนาเดิมหลังผ่านไปหลายเดือน ควรให้ Perplexity ตรวจสอบข้อมูลปัจจุบันอีกครั้ง
| ประเภทงาน | ตัวอย่าง Thread | วิธีนำกลับมาใช้ |
|---|---|---|
| Wi-Fi | วางระบบ Mesh Wi-Fi บ้านสองชั้น | ถามเพิ่มเรื่อง Backhaul |
| Fiber Optic | เปรียบเทียบ Single Mode และ Multi Mode | ตรวจสอบมาตรฐาน |
| CCTV | เลือก IP Camera สำหรับสำนักงาน | เปรียบเทียบรุ่นใหม่ |
| Windows | แก้ปัญหา Windows 11 ช้า | ติดตามผลหลังแก้ไข |
| โทรศัพท์มือถือ | vivo แบตหมดเร็ว | เพิ่มข้อมูลเวอร์ชันระบบ |
| SEO | วิเคราะห์ Search Intent | ขยายหัวข้อบทความ |
| AI | เปรียบเทียบ AI Search | ตรวจสอบฟีเจอร์ล่าสุด |
| การตลาด | วิเคราะห์คู่แข่ง | อัปเดตข้อมูลช่วงเวลาใหม่ |
| ข่าว | สรุปข่าวเทคโนโลยี | ค้นข่าวช่วงวันที่ใหม่ |
| งานวิจัย | สรุปงานวิจัยเกี่ยวกับ AI | เพิ่มการศึกษาฉบับใหม่ |
การย้อนกลับไปใช้ข้อมูลเก่าเหมาะกับการรักษาบริบท แต่ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงที่อาจเปลี่ยนแปลงก่อนนำไปใช้งานจริง
| ปัญหา | สาเหตุที่เป็นไปได้ | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| ไม่เห็น Library | เมนูถูกย่อหรือเปลี่ยนตำแหน่ง | เปิดแถบด้านข้างหรือเมนูเพิ่มเติม |
| ประวัติไม่แสดง | ใช้บัญชีผิด | ตรวจสอบอีเมล |
| มือถือไม่มีประวัติ | บัญชีหรือแอปไม่ตรง | ตรวจสอบบัญชีและอัปเดตแอป |
| Mac กับ iPhone ต่างกัน | Apple Relay หรือคนละบัญชี | ตรวจสอบวิธีเข้าสู่ระบบ |
| หา Thread เก่าไม่เจอ | มีรายการจำนวนมาก | ใช้การค้นหาหรือ Bookmarks เมื่อรองรับ |
| เคยใช้ Incognito | ไม่บันทึกประวัติ | ไม่ควรคาดหวังการกู้จาก Library |
| ค้นหาโดยไม่เข้าสู่ระบบ | ไม่ผูกประวัติกับบัญชี | ตรวจสอบว่าเคยบันทึกเองหรือไม่ |
| Thread หายหลังลบ | ลบบทสนทนาแล้ว | ติดต่อ Support หากจำเป็น ไม่รับประกันกู้คืน |
| ประวัติโหลดช้า | เครือข่ายหรือบริการ | ตรวจสอบการเชื่อมต่อ |
| ไม่สามารถถามต่อ | เซสชันหรือฟีเจอร์มีปัญหา | เปิดใหม่และตรวจสอบบัญชี |
| Privacy ไม่ตรงต้องการ | การตั้งค่า Memory หรือ Data Usage | ตรวจสอบ Settings |
| Thread เรื่องเก่าข้อมูลล้าสมัย | ข้อมูลต้นทางเปลี่ยน | ขอค้นคว้าข้อมูลล่าสุด |
เข้าสู่ระบบบัญชี แล้วเปิด Library เพื่อดูรายการ Threads ที่บันทึกไว้
บนเว็บไซต์สามารถเปิดจากแถบด้านข้าง ส่วนแอปมือถือให้ตรวจสอบเมนู Library หรือรายการสนทนาตามเวอร์ชัน
คือชุดการสนทนาที่มีคำถามแรก คำถามต่อ และคำตอบจาก Perplexity
บัญชี Standard ฟรีมีสิทธิ์เข้าถึง Search History ตามรายละเอียดแพ็กเกจทางการ
ไม่จำเป็น เพราะการใช้งานแบบไม่เข้าสู่ระบบและ Incognito มีเงื่อนไขการบันทึกต่างจากโหมดปกติ
ได้ ผ่านเว็บไซต์หรือแอปที่รองรับ โดยใช้บัญชีเดิม
ได้ ผ่าน Safari หรือแอป Perplexity ที่รองรับ
ได้ โดยเปิดแอป เข้าสู่ระบบ แล้วเปิดรายการสนทนาที่บันทึกไว้
ได้ โดยใช้แอปหรือเว็บไซต์ และเข้าสู่บัญชีที่ถูกต้อง
ได้ และสามารถเข้าถึงบทสนทนาที่บันทึกภายใต้บัญชีเดียวกันได้ตามความสามารถที่รองรับ
อาจเข้าสู่ระบบผิดบัญชี เคยใช้ Incognito ไม่ได้เข้าสู่ระบบ หรือเคยลบ Thread ไปแล้ว
สามารถตรวจสอบรายการ Library และใช้ตัวเลือกค้นหาเมื่อมีในเวอร์ชันที่ใช้งาน
ได้บนส่วนติดต่อผู้ใช้ที่รองรับ โดย Perplexity ระบุว่ามี Rename ผ่านเมนูเพิ่มเติมของ Thread
สามารถลบ Threads ที่บันทึกไว้ตามเครื่องมือจัดการบทสนทนาของบริการ
ไม่ควรถือว่ากู้คืนได้ทุกกรณี ควรตรวจสอบข้อมูลก่อนลบ และติดต่อฝ่ายสนับสนุนเมื่อจำเป็น
เป็นโหมดที่ออกแบบให้ไม่บันทึกประวัติการค้นหาข้ามเซสชันและไม่ใช้ Memory ของเซสชัน
บทสนทนาที่ทำใน Incognito จะไม่ถูกบันทึกในประวัติปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าประวัติเดิมทั้งหมดถูกลบ
Search History ใช้เก็บรายการบทสนทนา ส่วน Memory ใช้ข้อมูลบริบทเพื่อช่วยปรับคำตอบตามความสามารถและการตั้งค่า
ไม่ควรสรุปว่าเป็นเช่นนั้น เพราะ Memory และ Search History เป็นคนละฟังก์ชัน
การตั้งค่านี้เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง AI ไม่ใช่คำสั่งลบประวัติทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
Perplexity มีการเก็บและประมวลผลข้อมูลตามนโยบายความเป็นส่วนตัว ผู้ใช้ควรตรวจสอบนโยบายและการตั้งค่าบัญชี
ควรตรวจสอบบัญชีและอุปกรณ์ก่อน หากยังมีปัญหาให้ติดต่อ Perplexity Support ผ่านช่องทางทางการ
การดูประวัติการค้นหาใน Perplexity AI ทำได้โดยเข้าสู่ระบบบัญชีและเปิดเมนู Library เพื่อดู Threads ที่บันทึกไว้
ผู้ใช้สามารถเลือกบทสนทนาเก่า อ่านคำตอบ ตรวจสอบแหล่งอ้างอิง และถามต่อจากเรื่องเดิมได้ ซึ่งเหมาะกับงานค้นคว้าที่ต้องใช้ข้อมูลต่อเนื่อง
สำหรับ Windows และ Mac สามารถเปิด Library ผ่านเว็บไซต์หรือแอปที่รองรับ ส่วน Android และ iPhone สามารถใช้แอป Perplexity เพื่อดูรายการสนทนาได้
หากไม่พบประวัติ ควรเริ่มจากการตรวจสอบบัญชีที่ใช้ก่อน เพราะการเข้าสู่ระบบผิดบัญชีเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ข้อมูลไม่ตรงกันระหว่างอุปกรณ์
นอกจากนี้ควรเข้าใจว่า Incognito ไม่บันทึก Search History ของเซสชัน และระบบ Memory เป็นคนละความสามารถกับการเก็บบทสนทนาใน Library
ทีมงาน ComSiam แนะนำให้ผู้ใช้งาน Perplexity AI เป็นประจำแยก Threads ตามหัวข้อ และเปลี่ยนชื่อบทสนทนาให้สื่อความหมายชัดเจน เช่น ระบบ Wi-Fi, Windows, โทรศัพท์มือถือ หรือการค้นคว้าข้อมูล SEO
วิธีนี้จะช่วยให้ค้นหาข้อมูลเดิมได้ง่ายขึ้น ลดการถามคำถามซ้ำ และสามารถนำบทสนทนากลับมาต่อยอดงานได้อย่างเป็นระบบ