วิธีปิดการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง Perplexity

วิธีปิดการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง Perplexity หรือการเลือกไม่ให้ Perplexity นำข้อมูลการค้นหาไปใช้ปรับปรุงโมเดล AI สามารถตรวจสอบได้จากเมนู Settings และตัวเลือก AI Data Usage ของบัญชีที่รองรับ โดยผู้ใช้ควรปิดตัวเลือกดังกล่าวก่อนส่งคำถามหรือเอกสารที่ไม่ต้องการให้ใช้ในวัตถุประสงค์เพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกแพ็กเกจจะมีสิทธิ์การตั้งค่าที่เหมือนกัน คู่มือเปรียบเทียบแพ็กเกจของ Perplexity ระบุว่า Pro และ Max รองรับการเลือก Opt-out AI Training ขณะที่บัญชี Free ไม่ได้ถูกระบุว่ามีสิทธิ์เดียวกันในตารางแพ็กเกจ ส่วน Enterprise และ API มีข้อกำหนดไม่ใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อฝึกโมเดลตามเงื่อนไขบริการโดยเฉพาะ

สิ่งสำคัญคือ การปิด AI Data Usage ไม่ได้เท่ากับการลบประวัติการค้นหา ปิด Memory หรือลบบัญชี และไม่ได้ทำให้ Perplexity หยุดประมวลผลคำถามเพื่อสร้างคำตอบ เพราะการใช้ข้อมูลเพื่อให้บริการกับการใช้ข้อมูลเพื่อฝึกหรือปรับปรุง AI เป็นคนละกระบวนการ

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีตรวจสอบและปิด AI Data Usage บน Windows, Mac, Android และ iPhone พร้อมแยกเงื่อนไข Free, Pro, Max, Enterprise และ API ผลกระทบต่อ Prompts, Threads, Feedback, Memory, Incognito และ Data Retention รวมถึงแนวทางตรวจสอบสถานะและแก้ปัญหาเมื่อไม่พบเมนูดังกล่าว

AI Data Usage ใน Perplexity คืออะไร

AI Data Usage เป็นการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับการนำข้อมูลการค้นหาของผู้ใช้ไปใช้เพื่อปรับปรุงโมเดล AI ตามขอบเขตที่ Perplexity กำหนด

ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ Opt-out สามารถเลือกไม่เข้าร่วมการใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้

สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนปิด

ข้อมูลที่ส่งเข้า Perplexity อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมหลายประเภท เช่น

  • การประมวลผลคำถามเพื่อสร้างคำตอบ
  • การแสดงผลการค้นหา
  • การบันทึก Threads
  • การใช้บริบทจากบทสนทนา
  • การตรวจจับการใช้งานผิดปกติ
  • การประเมินคุณภาพบริการ
  • การรับ Feedback
  • การปรับปรุง AI ตามนโยบายและสิทธิ์บัญชี

การปิด AI Data Usage ไม่ได้หยุดกิจกรรมทั้งหมดในรายการนี้

ตารางเปรียบเทียบความหมาย

คำศัพท์ความหมาย
AI Data Usageการตั้งค่าการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง AI ตามเงื่อนไข
Opt-outการเลือกไม่เข้าร่วมการใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่ระบุ
Inferenceการประมวลผลคำถามเพื่อสร้างคำตอบ
Model Trainingการฝึกหรือปรับโมเดล AI
Search Historyประวัติคำถามและบทสนทนา
Memoryข้อมูลบริบทที่ระบบจดจำ
Incognitoโหมดจำกัดการบันทึกประวัติข้ามเซสชัน
Data Retentionหลักเกณฑ์และระยะเวลาเก็บข้อมูล
Delete Accountการขอลบบัญชีตามกระบวนการบริการ

① บัญชี Perplexity แบบใดปิด AI Data Usage ได้บ้าง

Perplexity มีหลายแพ็กเกจ และสิทธิ์ด้านความเป็นส่วนตัวไม่ได้เหมือนกันทุกประเภท

ตารางเปรียบเทียบ Free, Pro, Max, Enterprise และ API

แพ็กเกจการใช้ข้อมูลฝึก AI และ Opt-outแนวทาง
Freeคู่มือแพ็กเกจใหม่ไม่ระบุสิทธิ์ Opt-out AI Trainingตรวจสอบ Settings; อย่าถือว่าปิดได้แน่นอน
Proระบุว่ารองรับ Opt-out AI Trainingตรวจสอบ AI Data Usage และปิด
Maxระบุว่ารองรับ Opt-out AI Trainingตรวจสอบ AI Data Usage และปิด
Enterprise Proข้อมูลลูกค้าไม่ถูกใช้ฝึกโมเดลตามข้อกำหนดตรวจสอบนโยบายองค์กร
Enterprise Maxข้อมูลลูกค้าไม่ถูกใช้ฝึกโมเดลตามข้อกำหนดตรวจสอบนโยบายองค์กร
APICustomer Content ไม่ถูกใช้ฝึกหรือปรับปรุงโมเดลตามสัญญาตรวจสอบ API Terms และการออกแบบระบบ

ทำไมบัญชี Free ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

หน้า FAQ เก่าของ Perplexity เคยอธิบายการปิด AI Data Usage ผ่าน Settings โดยทั่วไป แต่คู่มือเปรียบเทียบแพ็กเกจที่ใหม่กว่าระบุสิทธิ์ Opt-out ไว้กับ Pro และ Max

ดังนั้น หากใช้บัญชี Free ควรตรวจสอบว่ามีตัวเลือก AI Data Usage ปรากฏและสามารถบันทึกเป็น Off ได้จริงหรือไม่ ไม่ควรสมมุติว่าทุกบัญชี Free ใช้คำสั่งดังกล่าวได้

Pro กับ Max ต่างกันด้านนี้หรือไม่

ทั้งสองแพ็กเกจถูกระบุว่ารองรับการเลือก Opt-out AI Training ส่วนความแตกต่างด้านอื่น เช่น โควตาและการเข้าถึงโมเดล ไม่ใช่เหตุผลให้สรุปว่า Max มีการรับประกันไม่ฝึกข้อมูลแบบเดียวกับ Enterprise

② วิธีปิด AI Data Usage บน Windows

วิธีที่มีคำอธิบายจาก Perplexity คือเปิดการตั้งค่าบัญชีแล้วปิดตัวเลือก AI Data Usage

ขั้นตอนการตั้งค่า

  1. เปิด Google Chrome, Microsoft Edge หรือเว็บเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน
  2. เข้าเว็บไซต์ Perplexity
  3. เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีที่ต้องการจัดการ
  4. เปิดเมนูโปรไฟล์
  5. เลือก Settings
  6. ค้นหาหัวข้อ AI Data Usage
  7. อ่านคำอธิบายประกอบตัวเลือก
  8. เปลี่ยนสถานะเป็น Off หากบัญชีรองรับ
  9. รอให้ระบบบันทึกการตั้งค่า
  10. เปิดเมนูเดิมอีกครั้งเพื่อตรวจสอบสถานะ

หากปิดสำเร็จควรเห็นอะไร

ควรเห็นสถานะ AI Data Usage เป็น Off หรือสถานะปิดใช้งานตามรูปแบบที่เว็บไซต์แสดง

หากตัวเลือกมีปุ่มยืนยันเพิ่มเติม ต้องดำเนินการให้ครบก่อนถือว่าบันทึกแล้ว

หากไม่เห็นเมนู

ตรวจสอบว่าเข้าสู่ระบบถูกบัญชีและมีสิทธิ์ในแพ็กเกจที่รองรับ ก่อนพิจารณาว่าเป็นปัญหาของเบราว์เซอร์

③ วิธีปิด AI Data Usage บน Mac

ผู้ใช้ Mac สามารถตรวจสอบ AI Data Usage ผ่านเว็บไซต์ Perplexity ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของ macOS ทั้งระบบ

ขั้นตอนบน Safari หรือ Chrome

  1. เปิด Safari หรือ Google Chrome
  2. เข้าเว็บไซต์ Perplexity
  3. เข้าสู่ระบบ
  4. เปิดโปรไฟล์
  5. เลือก Settings
  6. ค้นหา AI Data Usage
  7. ปิดตัวเลือกหากมีสิทธิ์
  8. ตรวจสอบสถานะหลังบันทึก

ต้องปิด Tracking ของ Safari ด้วยหรือไม่

ไม่จำเป็นสำหรับการเปลี่ยนสถานะ AI Data Usage โดยตรง

Safari Privacy Settings และ AI Data Usage ของ Perplexity เป็นคนละส่วน

Safari ใช้ควบคุมข้อมูลเว็บไซต์และการติดตามบางประเภท ขณะที่ AI Data Usage เป็นการตั้งค่าภายในบัญชี Perplexity

การเปิด Private Browsing ช่วยแทนได้ไหม

ไม่ควรใช้แทน Opt-out เพราะ Private Browsing ของ Safari มีหน้าที่ควบคุมประวัติและข้อมูลในเบราว์เซอร์ ไม่ได้เป็นการเปลี่ยน AI Data Usage ของบัญชีโดยอัตโนมัติ

④ วิธีปิด AI Data Usage บน Android

ผู้ใช้ Android สามารถตรวจสอบการตั้งค่าผ่านแอป Perplexity หรือเว็บไซต์บนมือถือ

ขั้นตอนตรวจสอบผ่านแอป

  1. เปิดแอป Perplexity
  2. เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเดิม
  3. เปิดเมนูโปรไฟล์หรือ Settings
  4. ค้นหาหัวข้อ AI Data Usage หรือการควบคุมข้อมูล
  5. ตรวจสอบว่ามีตัวเลือกและสิทธิ์ให้เปลี่ยนหรือไม่
  6. เปลี่ยนเป็น Off หากรองรับ
  7. ตรวจสอบการบันทึก
  8. เปิดการตั้งค่าอีกครั้งเพื่อยืนยัน

หากแอปไม่มีตัวเลือก

สามารถเปิดเว็บไซต์ Perplexity ผ่าน Chrome บน Android แล้วตรวจสอบ Settings ของบัญชีเดียวกัน

ตำแหน่งเมนูบนเว็บไซต์มือถืออาจแตกต่างจากคอมพิวเตอร์

ต้องปิดสิทธิ์ไมโครโฟนหรือรูปภาพด้วยไหม

ไม่จำเป็นเพื่อปิด AI Data Usage โดยตรง

สิทธิ์ Microphone, Camera และ Photos เป็นการอนุญาตให้แอปเข้าถึงอุปกรณ์ ส่วน AI Data Usage เป็นการควบคุมการใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุ

แต่ควรจำกัดสิทธิ์แอปที่ไม่จำเป็นเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวโดยรวม

⑤ วิธีปิด AI Data Usage บน iPhone

ผู้ใช้ iPhone สามารถตรวจสอบได้ทั้งจากแอป Perplexity และเว็บไซต์ผ่าน Safari

ขั้นตอนการตั้งค่า

  1. เปิด Perplexity บน iPhone
  2. เข้าสู่ระบบ
  3. เปิดโปรไฟล์
  4. เลือก Settings
  5. ค้นหา AI Data Usage
  6. อ่านเงื่อนไขการใช้ข้อมูล
  7. เลือก Off หากบัญชีมีสิทธิ์
  8. ตรวจสอบการบันทึกค่า

หากไม่พบเมนูในแอป

  1. เปิด Safari
  2. เข้าเว็บไซต์ Perplexity
  3. เข้าสู่ระบบบัญชีเดียวกัน
  4. เปิด Settings
  5. ตรวจสอบ AI Data Usage อีกครั้ง

ปิด App Tracking ของ iPhone เท่ากับปิด AI Data Usage ไหม

ไม่ใช่

App Tracking เป็นการควบคุมการติดตามข้ามแอปหรือเว็บไซต์ตามระบบของ Apple ขณะที่ AI Data Usage เป็นการควบคุมการใช้ข้อมูลในบริการ Perplexity

ผู้ใช้ควรตรวจสอบทั้งสองส่วนตามความต้องการ ไม่ควรสับสนว่าเป็นสวิตช์เดียวกัน

⑥ วิธีตรวจสอบว่า AI Data Usage ปิดสำเร็จแล้ว

หลังเปลี่ยนค่า ควรตรวจสอบจากบัญชีจริง ไม่ใช่อาศัยเพียงความจำว่าเคยกดปิดแล้ว

Checklist ตรวจสอบสถานะ

  • เข้าสู่ระบบบัญชีที่ถูกต้อง
  • เปิด Settings ได้
  • พบหัวข้อ AI Data Usage
  • อ่านคำอธิบายของตัวเลือก
  • เปลี่ยนสถานะเป็น Off
  • กดยืนยันหากระบบร้องขอ
  • เปิดหน้า Settings ใหม่
  • ตรวจสอบว่าสถานะยังเป็น Off
  • ตรวจสอบอีกครั้งหากเปลี่ยนแพ็กเกจหรือบัญชี

ควรตรวจสอบจากมือถือและคอมพิวเตอร์ไหม

สามารถตรวจสอบจากทั้งสองอุปกรณ์โดยเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเดียวกันได้ เพื่อดูว่าการตั้งค่าของบัญชีแสดงตรงกันหรือไม่

หากสถานะกลับเป็น On

ให้ตรวจสอบว่ากำลังใช้บัญชีเดียวกันหรือไม่ มีการเปลี่ยนแพ็กเกจหรือไม่ และระบบบันทึกค่าจริงหรือไม่

หากยังผิดปกติ ควรติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ Perplexity พร้อมอธิบายปัญหาโดยไม่ส่งข้อมูลลับที่ไม่จำเป็น

⑦ ปิด AI Data Usage แล้ว Prompts จะเกิดอะไรขึ้น

Prompt คือคำถามหรือคำสั่งที่ส่งให้ Perplexity

เมื่อปิด AI Data Usage ตามสิทธิ์ที่รองรับ การใช้ข้อมูลค้นหาเพื่อปรับปรุง AI จะอยู่ภายใต้การเลือกไม่เข้าร่วมตามขอบเขตที่ Perplexity ระบุ

แต่บริการยังต้องรับและประมวลผล Prompt เพื่อสร้างคำตอบ

ตัวอย่าง

ผู้ใช้พิมพ์ว่า

“ช่วยอธิบายการติดตั้งระบบเครือข่ายสำหรับสำนักงานขนาดเล็ก”

ระบบยังสามารถสร้างคำตอบได้ตามปกติ

สิ่งที่การปิดไม่ได้รับประกัน

  • ไม่ได้ทำให้คำถามไม่ผ่านระบบออนไลน์
  • ไม่ได้ป้องกันการประมวลผลเพื่อสร้างคำตอบ
  • ไม่ได้ลบข้อมูลที่เคยส่งไปทั้งหมด
  • ไม่ได้ปิดการทำงานของทุกโมเดลภายนอก
  • ไม่ได้ทำให้ข้อมูลที่ส่งมีความลับสมบูรณ์

⑧ ปิด AI Data Usage แล้ว Threads และ Search History จะหายไหม

ไม่ใช่

Search History และ Threads เป็นระบบจัดเก็บบทสนทนาเพื่อให้ผู้ใช้กลับมาอ่านข้อมูลเดิม ส่วน AI Data Usage เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง AI

ตารางเปรียบเทียบ

รายการเมื่อปิด AI Data Usage
ค้นหาด้วย AIยังใช้งานตามสิทธิ์บัญชีได้
Threads เดิมไม่ได้ถูกลบโดยคำสั่งนี้
Search Historyไม่ได้ถูกลบโดยคำสั่งนี้
Libraryยังมีรายการที่บันทึกไว้ตามปกติ
การถามต่อยังใช้ได้ตามฟีเจอร์
การแชร์ Threadต้องจัดการแยก
การลบ Threadต้องใช้ Delete
Memoryต้องจัดการแยก

หากต้องการลบประวัติด้วย

  1. เปิด Library
  2. ค้นหา Thread ที่ไม่ต้องการ
  3. เปิดเมนูเพิ่มเติม
  4. เลือก Delete
  5. ตรวจสอบผลการลบ

ไม่ควรเข้าใจว่าการปิด AI Data Usage จะจัดการประวัติย้อนหลังให้อัตโนมัติ

⑨ ปิด AI Data Usage แล้ว Feedback ยังใช้ได้ไหม

Perplexity มีระบบ Feedback เพื่อให้ผู้ใช้แจ้งปัญหาและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพคำตอบ

การส่ง Feedback เป็นกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์ต่างจากการค้นหาทั่วไป

ตัวอย่าง Feedback

  • แจ้งคำตอบผิด
  • รายงาน Citation ไม่ตรง
  • รายงานปัญหาการทำงาน
  • เสนอการปรับปรุงฟีเจอร์
  • แจ้งปัญหาการแสดงผล

Opt-out ครอบคลุม Feedback ทั้งหมดไหม

ไม่ควรรับประกันโดยไม่มีคำอธิบายเฉพาะจากบริการ

ผู้ใช้ควรอ่านขอบเขตของ AI Data Usage และข้อกำหนด Feedback เพราะการส่งความคิดเห็นเพื่อแก้ไขปัญหาหรือปรับปรุงบริการอาจมีวัตถุประสงค์แยกต่างหาก

วิธีส่ง Feedback อย่างปลอดภัย

  1. อธิบายเฉพาะปัญหาที่จำเป็น
  2. ลบข้อมูลส่วนตัวออกจากตัวอย่าง
  3. ไม่ส่งรหัสผ่าน
  4. ไม่แนบ API Keys
  5. ตรวจสอบภาพหน้าจอ
  6. ส่งข้อมูลเมื่อจำเป็นต่อการแก้ไขปัญหา

⑩ Memory เกี่ยวข้องกับ AI Data Usage หรือไม่

Memory เป็นฟีเจอร์จดจำบริบทและความสนใจเพื่อปรับคำตอบให้เหมาะกับผู้ใช้

การใช้ Memory เพื่อปรับคำตอบไม่ใช่สิ่งเดียวกับการนำข้อมูลไปปรับพารามิเตอร์ของโมเดล AI

วิธีตรวจสอบ Memory

  1. เข้าสู่ระบบ
  2. เปิด Settings
  3. ค้นหา Memory
  4. ตรวจสอบรายการข้อมูลที่จดจำ
  5. ลบข้อมูลที่ไม่ต้องการ
  6. ปิด Memory หากไม่ต้องการใช้งานตามตัวเลือกที่มี

ปิด AI Data Usage แล้ว Memory จะหยุดทำงานไหม

ไม่ควรสรุปเช่นนั้น เพราะเป็นการตั้งค่าคนละส่วน

Max มีระบบ Memory เพิ่มเติมหรือไม่

Perplexity มีฟีเจอร์ Brain สำหรับผลิตภัณฑ์ Computer ที่รองรับบัญชี Max โดยมีระบบจดจำบริบทของงานและการตั้งค่าแยกจาก Search History

ควรตรวจสอบ Memory และ Brain ตามฟีเจอร์ที่บัญชีใช้งานจริง

⑪ Incognito ใช้แทน AI Data Usage ได้หรือไม่

Incognito เป็นโหมดที่ช่วยจำกัดการบันทึกกิจกรรมการค้นหาเป็นประวัติข้ามเซสชัน

ตารางเปรียบเทียบ

รายการAI Data Usage OffIncognito
จุดประสงค์เลือกไม่ให้ใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง AI ตามขอบเขตไม่บันทึกประวัติข้ามเซสชันตามโหมด
ใช้ก่อนค้นหาได้ได้เมื่อบัญชีรองรับได้เมื่อฟีเจอร์รองรับ
ลบ Threads เก่าไม่ไม่
ปิด Memory ทั้งบัญชีไม่ไม่ใช่การตั้งค่า Memory ทั้งบัญชี
หยุดการสร้างคำตอบไม่ไม่
ป้องกันการประมวลผลทุกประเภทไม่ไม่

ใช้ Incognito แล้วไม่ต้องปิด AI Data Usage ใช่ไหม

ไม่ควรถือว่าใช้แทนกันได้โดยอัตโนมัติ เพราะเป็นเครื่องมือคนละวัตถุประสงค์

Incognito เหมาะกับอะไร

เหมาะกับการค้นหาที่ไม่ต้องการให้ปรากฏเป็นประวัติข้ามเซสชันตามโหมดที่บริการรองรับ แต่ยังควรหลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลลับโดยไม่จำเป็น

⑫ Data Retention ต่างจาก AI Data Usage อย่างไร

Data Retention คือการเก็บรักษาข้อมูลตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่นโยบายกำหนด

AI Data Usage เป็นเรื่องการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง AI

ตัวอย่างเหตุผลในการเก็บข้อมูล

  • ให้บริการบัญชี
  • เก็บประวัติการค้นหา
  • จัดการสมาชิกและการชำระเงิน
  • ป้องกันการใช้งานผิดประเภท
  • สนับสนุนผู้ใช้
  • ปฏิบัติตามหน้าที่ทางกฎหมาย
  • ระงับข้อพิพาท

ปิด AI Data Usage แล้ว Logs จะไม่ถูกเก็บเลยไหม

ไม่ใช่ข้อสรุปที่ถูกต้อง

ข้อมูลทางเทคนิคหรือบันทึกที่จำเป็นอาจยังถูกประมวลผลหรือเก็บรักษาตามนโยบายและข้อกำหนด

ลบบัญชีแล้วข้อมูลทั้งหมดหายทันทีไหม

ไม่ควรรับประกันว่าข้อมูลทุกประเภทหายทันที

Privacy Notice ระบุว่าข้อมูลบางประเภทอาจต้องได้รับการเก็บรักษาตามข้อกำหนดทางกฎหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาต

⑬ ปิด AI Data Usage แล้วมีผลย้อนหลังหรือไม่

ผู้ใช้จำนวนมากต้องการทราบว่าหากเพิ่งปิดวันนี้ ข้อมูลที่เคยใช้ก่อนหน้านั้นจะถูกถอนออกจากการฝึก AI ด้วยหรือไม่

คำตอบที่ควรเข้าใจ

การเปลี่ยนสถานะ Opt-out ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการย้อนกลับการใช้ข้อมูลในอดีตทั้งหมด

ขอบเขตการมีผลย้อนหลังต้องพิจารณาจากคำอธิบายของบริการและนโยบายที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ควรทำ

  1. ปิด AI Data Usage หากมีสิทธิ์
  2. ตรวจสอบสถานะ Off
  3. ตรวจสอบ Library
  4. ลบ Threads ที่ไม่จำเป็น
  5. ตรวจสอบ Memory
  6. ตรวจสอบไฟล์ที่อัปโหลด
  7. ตรวจสอบบทสนทนาที่แชร์
  8. ติดต่อฝ่ายสนับสนุนหรือช่องทางคำขอข้อมูลเมื่อจำเป็น

การลบข้อมูลเท่ากับย้อนการฝึกโมเดลหรือไม่

ไม่ควรรับประกันเช่นนั้น เพราะการจัดการข้อมูลต้นทางกับการย้อนผลของการฝึกโมเดลเป็นคนละกระบวนการ

⑭ Enterprise ต้องปิด AI Data Usage หรือไม่

Perplexity ระบุว่าข้อมูลลูกค้า Enterprise ไม่ถูกใช้ฝึก ปรับแต่ง หรือปรับปรุงโมเดล AI ตามข้อกำหนดบริการองค์กร

ดังนั้น การคุ้มครองหลักในเรื่องการฝึกโมเดลของ Enterprise ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการปิดสวิตช์ AI Data Usage แบบบัญชีผู้ใช้ทั่วไปเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ผู้ดูแลระบบควรตรวจสอบ

  • ข้อกำหนดสัญญา
  • ประเภทข้อมูลที่นำเข้าระบบ
  • สิทธิ์สมาชิก
  • การแชร์โครงการ
  • Connectors
  • Data Retention
  • การตั้งค่าการเก็บไฟล์
  • Logs และข้อกำหนดการตรวจสอบ
  • ข้อกำหนดผู้ประมวลผลข้อมูลภายนอก

Enterprise ไม่จัดเก็บข้อมูลใด ๆ ใช่ไหม

ไม่ควรสรุปเช่นนั้น

การไม่ใช้ข้อมูลฝึกโมเดลไม่ได้หมายความว่าไม่มีการประมวลผลเพื่อให้บริการหรือดำเนินการตามข้อกำหนด

องค์กรกำหนดระยะเวลาจัดเก็บข้อมูลเองได้ไหม

Perplexity มีความสามารถกำหนด Data Retention สำหรับองค์กรที่เข้าเงื่อนไข โดยการตั้งค่าเฉพาะบางประเภทอาจจำกัดตามจำนวนที่นั่งและข้อกำหนดของ Enterprise

ผู้ดูแลระบบควรตรวจสอบสิทธิ์ขององค์กรก่อนดำเนินการ

⑮ Perplexity API ต้องปิด AI Data Usage ไหม

บริการ API อยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่แยกจากบัญชีผู้ใช้เว็บไซต์ทั่วไป

Perplexity API Terms ระบุว่า Perplexity จะไม่ใช้หรืออนุญาตให้บุคคลที่สามใช้ Customer Content เพื่อฝึก ฝึกซ้ำ ปรับแต่ง หรือปรับปรุงโมเดล Generative AI

API มีสวิตช์ Opt-out แบบ Pro หรือไม่

ไม่ควรสมมุติว่าต้องใช้สวิตช์เดียวกัน เพราะข้อกำหนดการใช้ข้อมูลของ API อ้างอิงจากสัญญาและนโยบายของแพลตฟอร์ม API โดยเฉพาะ

API ยังประมวลผลข้อมูลไหม

ยังต้องประมวลผล Input เพื่อสร้าง Output ตามบริการ

ข้อมูลอะไรที่ผู้พัฒนาควรระวัง

  • รหัสผ่าน
  • API Keys
  • Access Tokens
  • ข้อมูลระบุตัวตนของลูกค้า
  • ข้อมูลธุรกรรมที่ไม่จำเป็น
  • เอกสารลับ
  • ข้อมูลภายในระบบที่ไม่ได้รับอนุญาต

ข้อควรทำสำหรับนักพัฒนา

ควรออกแบบระบบให้ส่งข้อมูลขั้นต่ำที่จำเป็น และแยกการจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้ในแอปของตนเองออกจากการเรียก API

⑯ Third-Party AI Models เกี่ยวข้องกับการปิด AI Data Usage อย่างไร

Perplexity ใช้โมเดล AI หลายประเภท รวมถึงโมเดลจากผู้ให้บริการภายนอก

การส่ง Prompt ให้โมเดลประมวลผลคำตอบกับการใช้ Prompt ฝึกโมเดลเป็นคนละกระบวนการ

สิ่งที่ควรเข้าใจ

  • การใช้โมเดลภายนอกไม่ได้แปลว่าข้อมูลถูกนำไปฝึกทุกครั้ง
  • แพ็กเกจที่ใช้มีผลต่อสิทธิ์การเลือกโมเดล
  • ข้อกำหนดการใช้ข้อมูลอาจแตกต่างตามผลิตภัณฑ์
  • บัญชี Enterprise และ API มีข้อกำหนดไม่ใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อฝึกโมเดล
  • การปิด AI Data Usage ไม่ได้หมายความว่าไม่มีข้อมูลถูกส่งไปประมวลผลเพื่อให้บริการ

ผู้ใช้ Pro และ Max ควรตรวจสอบอะไร

ตรวจสอบ AI Data Usage และรายละเอียดของฟีเจอร์ที่ใช้ ไม่ควรถือว่าการเลือกโมเดลตัวใดตัวหนึ่งเพียงอย่างเดียวเป็นมาตรการป้องกันข้อมูลลับทั้งหมด

⑰ การปิด AI Data Usage มีผลกับ Comet หรือไม่

Comet เป็นเบราว์เซอร์ AI ของ Perplexity ซึ่งอาจมีข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการท่องเว็บ Cookies แท็บที่เปิด และการทำงานของ Assistant

การตั้งค่า AI Data Usage ในบัญชีไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นการปิดการเก็บหรือประมวลผลข้อมูลทุกประเภทภายใน Comet

สิ่งที่ควรตรวจสอบใน Comet

  1. เปิด Settings
  2. เลือก Privacy and Security
  3. ตรวจสอบ Browsing History
  4. ตรวจสอบ Cookies
  5. ตรวจสอบ Site Permissions
  6. ตรวจสอบสิทธิ์ของ Assistant
  7. ตรวจสอบการซิงค์ข้อมูล
  8. ตรวจสอบบัญชีที่เชื่อมต่อ

Comet Incognito ต่างจาก Perplexity Incognito หรือไม่

ต่างกันในด้านขอบเขต เพราะ Comet เป็นเว็บเบราว์เซอร์ ส่วน Perplexity Incognito เกี่ยวข้องกับการค้นหาและประวัติในบริการ

ควรตรวจสอบทั้งสองส่วนแยกกัน

⑱ วิธีป้องกันข้อมูลลับ แม้ปิด AI Data Usage แล้ว

การเลือก Opt-out เป็นมาตรการหนึ่ง แต่ไม่ควรใช้แทนการป้องกันข้อมูลจากต้นทาง

ตัวอย่างข้อมูลที่ไม่ควรส่ง

  • รหัสผ่าน
  • OTP
  • PIN แอปธนาคาร
  • API Keys
  • Private Keys
  • Access Tokens
  • ข้อมูลบัตรเครดิตแบบครบชุด
  • เอกสารลูกค้าที่ไม่ได้รับอนุญาต
  • ข้อมูลภายในบริษัทที่เป็นความลับ

วิธีใช้ข้อมูลอย่างปลอดภัยขึ้น

  1. ใช้ข้อมูลสาธารณะเมื่อเป็นไปได้
  2. ลบข้อมูลระบุตัวตน
  3. ใช้ชื่อสมมุติ
  4. สร้างชุดข้อมูลตัวอย่าง
  5. ตรวจสอบ Metadata ของเอกสาร
  6. ขออนุญาตก่อนใช้ข้อมูลบุคคลอื่น
  7. ตรวจสอบสมาชิกใน Projects
  8. ตรวจสอบลิงก์แชร์ก่อนเผยแพร่

ตัวอย่างการลดข้อมูล

แทนการอัปโหลดรายชื่อลูกค้าพร้อมเบอร์โทรและยอดซื้อ สามารถใช้ตารางสรุปยอดขายรายเดือนและประเภทลูกค้าโดยไม่ระบุตัวตนได้

⑲ หากเผลอส่งข้อมูลลับก่อนปิด AI Data Usage ต้องทำอย่างไร

หากข้อมูลที่ส่งมีความละเอียดอ่อน ควรประเมินและลดความเสี่ยงที่ระบบต้นทาง ไม่ควรถือว่าการปิด AI Data Usage ภายหลังแก้ปัญหาได้ทั้งหมด

กรณีส่งรหัสผ่าน

  1. เปลี่ยนรหัสผ่านทันที
  2. ตรวจสอบการเข้าสู่ระบบที่ผิดปกติ
  3. ออกจากระบบเซสชันที่ไม่รู้จัก
  4. เปิดการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน
  5. จัดการ Thread ที่มีรหัสผ่าน
  6. ตรวจสอบการแชร์

กรณีส่ง API Key

  1. เพิกถอน Key เดิม
  2. สร้าง Key ใหม่
  3. อัปเดตระบบที่ใช้งาน
  4. ตรวจสอบ Logs
  5. ตรวจสอบว่ามีการใช้งานผิดปกติหรือไม่

กรณีส่งข้อมูลลูกค้า

  1. หยุดส่งข้อมูลเพิ่มเติม
  2. ประเมินประเภทข้อมูล
  3. แจ้งผู้รับผิดชอบขององค์กร
  4. ตรวจสอบการแชร์และสมาชิกโครงการ
  5. ดำเนินการตามนโยบายจัดการเหตุการณ์ข้อมูล
  6. ใช้ช่องทางขอจัดการข้อมูลกับผู้ให้บริการเมื่อจำเป็น

⑳ Checklist ปิด AI Data Usage และตรวจสอบความเป็นส่วนตัว

Checklist การปิด AI Data Usage

  • ตรวจสอบว่าใช้ Free, Pro, Max หรือ Enterprise
  • เข้าสู่ระบบบัญชีที่ถูกต้อง
  • เปิด Settings
  • ตรวจสอบ AI Data Usage
  • อ่านขอบเขตของตัวเลือก
  • เปลี่ยนเป็น Off หากบัญชีรองรับ
  • ตรวจสอบการบันทึก
  • เปิดเมนูเดิมอีกครั้ง
  • ยืนยันสถานะ Off
  • ตรวจสอบใหม่เมื่อเปลี่ยนบัญชีหรือแพ็กเกจ

Checklist ประวัติและข้อมูล

  • ตรวจสอบ Threads
  • ตรวจสอบ Library
  • ตรวจสอบ Memory
  • ตรวจสอบ Brain หากใช้งาน
  • ตรวจสอบ Incognito
  • ตรวจสอบไฟล์อัปโหลด
  • ตรวจสอบ Projects
  • ตรวจสอบการแชร์
  • ตรวจสอบ Connectors
  • ตรวจสอบ Comet

Checklist สำหรับข้อมูลสำคัญ

  • ไม่มีรหัสผ่าน
  • ไม่มี OTP
  • ไม่มี API Key
  • ไม่มี Access Token
  • ไม่มีข้อมูลลูกค้าที่ไม่ได้รับอนุญาต
  • ไม่มีเอกสารบริษัทที่เป็นความลับโดยไม่จำเป็น
  • ลบข้อมูลระบุตัวตนแล้ว
  • ตรวจสอบสิทธิ์การใช้ข้อมูล
  • เลือกบริการที่ตรงกับนโยบายองค์กร
  • มีขั้นตอนรับมือเมื่อเกิดข้อผิดพลาด

㉑ วิธีแก้ปัญหาปิด AI Data Usage ไม่ได้

ปัญหาที่ 1 ไม่มีเมนู AI Data Usage

ตรวจสอบแพ็กเกจที่ใช้ โดยเฉพาะบัญชี Free ซึ่งคู่มือเปรียบเทียบแพ็กเกจใหม่ไม่ได้ยืนยันสิทธิ์ Opt-out เช่นเดียวกับ Pro และ Max

ปัญหาที่ 2 พบเมนูแต่เปลี่ยนไม่ได้

ตรวจสอบสิทธิ์บัญชี สถานะเข้าสู่ระบบ และข้อจำกัดของแพ็กเกจ หากยังไม่ได้ควรติดต่อฝ่ายสนับสนุน

ปัญหาที่ 3 ปิดแล้วกลับมาเป็น On

ตรวจสอบว่าใช้บัญชีเดียวกันหรือไม่ และตรวจสอบการบันทึกค่าจริง

ปัญหาที่ 4 ปิดแล้ว Threads ยังอยู่

เป็นการทำงานคนละส่วน ต้องจัดการประวัติผ่าน Library

ปัญหาที่ 5 ปิดแล้ว Memory ยังทำงาน

ต้องตรวจสอบ Memory แยกต่างหาก

ปัญหาที่ 6 เปิด Incognito แล้วหา AI Data Usage ไม่เจอ

Incognito เป็นโหมดแยกจากการตั้งค่า Opt-out ควรตรวจสอบ Settings ของบัญชีในบริบทที่รองรับ

ปัญหาที่ 7 Enterprise ไม่มีสวิตช์แบบ Pro

Enterprise มีข้อกำหนดไม่ใช้ข้อมูลลูกค้าฝึกโมเดลตามบริการองค์กร จึงไม่ควรคาดหวังว่ามีเมนูเหมือนบัญชีบุคคลทั่วไป

ตารางสรุปปัญหา

ปัญหาสาเหตุที่เป็นไปได้วิธีแก้
Free ไม่มี Opt-outสิทธิ์แพ็กเกจตรวจสอบ Settings และคู่มือใหม่
Pro หาเมนูไม่เจอเมนูหรือการเข้าสู่ระบบตรวจสอบบนเว็บไซต์
Max สถานะไม่บันทึกปัญหาบัญชีหรือระบบตรวจสอบซ้ำและติดต่อ Support
Threads ยังอยู่ไม่ใช่การลบประวัติเปิด Library
Memory ยังจำข้อมูลระบบแยกกันจัดการ Memory
Incognito ไม่แก้ข้อมูลเก่าไม่ใช่คำสั่งลบจัดการข้อมูลเดิมแยก
Enterprise ไม่มีสวิตช์ใช้ข้อกำหนดองค์กรตรวจสอบสัญญา
API ไม่มีสวิตช์ใช้ API Termsตรวจสอบข้อตกลง
ต้องการลบข้อมูลเก่าOpt-out ไม่ใช่ Deleteใช้ช่องทางจัดการข้อมูล

㉒ เทคนิคใช้ Perplexity อย่างปลอดภัยหลัง Opt-out

ใช้ข้อมูลขั้นต่ำที่จำเป็น

หลีกเลี่ยงการใส่ชื่อจริง เลขประจำตัว เบอร์โทรศัพท์ หรือข้อมูลลูกค้า หากไม่จำเป็นต่อคำถาม

ใช้ข้อมูลตัวอย่าง

หากต้องการวิเคราะห์ตลาดหรือสร้างตาราง สามารถใช้ข้อมูลสมมุติแทนข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้

ตรวจสอบก่อนอัปโหลดไฟล์

ตรวจสอบข้อมูลที่ซ่อนอยู่ในเอกสาร เช่น Metadata ชีตที่ซ่อน และความคิดเห็น

แยกงานส่วนตัวกับงานองค์กร

ไม่ควรใช้บัญชีส่วนตัวประมวลผลเอกสารลับของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จะสมัคร Pro หรือ Max

ตรวจสอบการแชร์

ควรอ่านข้อมูลภายใน Thread ทั้งหมดก่อนแชร์ และตรวจสอบสิทธิ์ผู้ร่วมงานใน Projects

ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงนโยบาย

การตั้งค่าและข้อกำหนดของบริการ AI อาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบ Privacy Notice และหน้า Settings เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ

ComSiam แนะนำให้เปิดใช้งาน Opt-out ตามสิทธิ์ของบัญชี ควบคู่กับการลดข้อมูลส่วนตัวที่ส่งเข้า AI เพราะการควบคุมการฝึกโมเดลเป็นเพียงด้านหนึ่งของความเป็นส่วนตัว ไม่ใช่เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

วิธีปิดการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง Perplexity ทำอย่างไร

เข้าสู่ระบบ เปิด Settings ค้นหา AI Data Usage แล้วปิดตัวเลือกเป็น Off หากบัญชีรองรับ จากนั้นเปิดเมนูอีกครั้งเพื่อตรวจสอบสถานะ

AI Data Usage คืออะไร

เป็นตัวเลือกที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลค้นหาเพื่อปรับปรุงโมเดล AI ตามขอบเขตที่ Perplexity กำหนด

Perplexity Free ปิด AI Data Usage ได้ไหม

คู่มือแพ็กเกจใหม่ไม่ได้ระบุสิทธิ์ Opt-out AI Training สำหรับ Free จึงควรตรวจสอบตัวเลือกในบัญชีจริง และไม่ควรถือว่าปิดได้ทุกบัญชี

Perplexity Pro ปิดการใช้ข้อมูลเพื่อฝึก AI ได้ไหม

คู่มือแพ็กเกจระบุว่ารองรับ Opt-out AI Training โดยควรตรวจสอบ AI Data Usage ใน Settings

Perplexity Max ปิด AI Data Usage ได้ไหม

มีการระบุสิทธิ์ Opt-out AI Training เช่นเดียวกับ Pro

Enterprise ต้องปิด AI Data Usage ไหม

ข้อมูลลูกค้า Enterprise มีข้อกำหนดไม่ใช้ฝึกหรือปรับปรุงโมเดลตามบริการองค์กร จึงควรตรวจสอบข้อกำหนดองค์กรเป็นหลัก

Perplexity API ใช้ข้อมูลฝึก AI หรือไม่

ข้อกำหนด API ระบุว่าไม่ใช้ Customer Content เพื่อฝึก ฝึกซ้ำ ปรับแต่ง หรือปรับปรุงโมเดล Generative AI

ปิด AI Data Usage แล้ว Perplexity ยังอ่านคำถามไหม

ยังต้องประมวลผลคำถามเพื่อสร้างคำตอบตามบริการปกติ

ปิด AI Data Usage แล้วคำถามยังอยู่ใน History ไหม

ยังอาจอยู่ตามระบบบันทึกประวัติ เพราะ Opt-out ไม่ได้ลบ Threads โดยอัตโนมัติ

ปิด AI Data Usage แล้ว Feedback ยังถูกใช้ไหม

Feedback มีวัตถุประสงค์แยกต่างหาก ควรตรวจสอบเงื่อนไขของการส่ง Feedback และไม่ใส่ข้อมูลลับโดยไม่จำเป็น

ปิด AI Data Usage แล้ว Memory จะหายไหม

ไม่ใช่คำสั่งลบ Memory ต้องตรวจสอบและจัดการ Memory แยกกัน

Incognito ใช้แทนการปิด AI Data Usage ได้ไหม

ไม่ควรใช้แทนกัน เพราะ Incognito เน้นการไม่บันทึกประวัติข้ามเซสชัน ส่วน AI Data Usage เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง AI

ปิด AI Data Usage แล้วมีผลกับข้อมูลในอดีตไหม

ไม่ควรรับประกันว่าการเปลี่ยนค่า Opt-out จะย้อนผลการใช้ข้อมูลในอดีตทั้งหมด

ปิด AI Data Usage แล้วข้อมูลถูกลบจากเซิร์ฟเวอร์ไหม

ไม่ใช่คำสั่งลบข้อมูลทั้งหมด ข้อมูลบางประเภทยังอาจถูกเก็บตามนโยบายและวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้อง

Opt-out กับ Delete Account เหมือนกันไหม

ไม่เหมือนกัน Opt-out ใช้ควบคุมการใช้ข้อมูลในวัตถุประสงค์ที่ระบุ ส่วน Delete Account เป็นกระบวนการลบบัญชี

Windows กับ Mac ปิด AI Data Usage เหมือนกันไหม

สามารถใช้เว็บไซต์ Perplexity แล้วตรวจสอบ Settings ของบัญชีได้ตามวิธีเดียวกัน

Android ปิด AI Data Usage ได้ไหม

ขึ้นอยู่กับสิทธิ์บัญชีและเมนูที่แสดง สามารถตรวจสอบผ่านแอปหรือเว็บไซต์บนมือถือ

iPhone ปิด AI Data Usage ได้ไหม

ตรวจสอบผ่าน Settings ของแอปหรือเว็บไซต์ Perplexity โดยต้องมีสิทธิ์ใช้งานตัวเลือกดังกล่าว

ทำไมไม่มีปุ่ม AI Data Usage ในบัญชี

อาจเกิดจากสิทธิ์แพ็กเกจ อินเทอร์เฟซ หรือการเปลี่ยนแปลงของบริการ ควรตรวจสอบคู่มือที่ใหม่กว่าและสถานะบัญชี

Pro กับ Max ต่างจาก Enterprise ด้านข้อมูลอย่างไร

Pro และ Max รองรับการเลือก Opt-out ขณะที่ Enterprise มีข้อกำหนดไม่ใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อฝึกโมเดลตามบริการองค์กร

ปิด AI Data Usage แล้วใช้ Pro Search หรือ Research ได้ไหม

การเลือก Opt-out ไม่ใช่คำสั่งปิดการค้นหาหลัก แต่สิทธิ์ใช้งานแต่ละฟีเจอร์ยังขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและข้อกำหนดบริการ

หากเผลอส่งรหัสผ่านก่อนปิด AI Data Usage ต้องทำอย่างไร

ควรเปลี่ยนรหัสผ่านและตรวจสอบกิจกรรมบัญชีทันที พร้อมจัดการ Thread ที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรพึ่งการปิด AI Data Usage ภายหลังเพียงอย่างเดียว

หากต้องการป้องกันข้อมูลบริษัทควรใช้แพ็กเกจใด

ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีข้อกำหนดด้านข้อมูลตรงกับนโยบายองค์กร เช่น Enterprise หรือ API ตามลักษณะงาน พร้อมตรวจสอบสัญญาและสิทธิ์ผู้ใช้

สรุปวิธีปิดการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง Perplexity

การปิดการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง Perplexity เริ่มจากเข้าสู่ระบบ เปิด Settings ค้นหา AI Data Usage แล้วเลือก Off หากบัญชีมีสิทธิ์รองรับ พร้อมตรวจสอบว่าสถานะถูกบันทึกแล้ว

จากคู่มือเปรียบเทียบแพ็กเกจ Perplexity ระบุว่า Pro และ Max รองรับ Opt-out AI Training ส่วน Free ไม่ได้ถูกระบุว่ามีสิทธิ์ดังกล่าวอย่างชัดเจน จึงควรตรวจสอบในบัญชีจริงก่อนสรุปว่าใช้งานได้

สำหรับ Enterprise และ API มีข้อกำหนดไม่ใช้ Customer Data หรือ Customer Content เพื่อฝึกหรือปรับปรุงโมเดลตามเงื่อนไขบริการเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากการใช้ตัวเลือก Opt-out ของบัญชีทั่วไป

สิ่งสำคัญคือ AI Data Usage, Search History, Threads, Memory, Incognito และ Data Retention เป็นคนละเรื่อง การปิดการใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุง AI ไม่ได้ลบประวัติ ไม่ได้ปิด Memory และไม่ได้หยุดการประมวลผลคำถามที่จำเป็นต่อการให้บริการ

ผู้ที่ต้องการเพิ่มความเป็นส่วนตัวควรตรวจสอบการตั้งค่าอย่างครบถ้วน รวมถึง Threads ที่แชร์ ไฟล์ที่อัปโหลด Projects, Connectors และสิทธิ์ของ Comet

ComSiam แนะนำให้ตรวจสอบสิทธิ์ Opt-out ของบัญชีอย่างถูกต้อง ปิด AI Data Usage เมื่อมีตัวเลือกและต้องการใช้สิทธินั้น พร้อมใช้หลักส่งข้อมูลเท่าที่จำเป็น ไม่ใส่รหัสผ่านหรือข้อมูลลูกค้าที่ไม่มีสิทธิ์เปิดเผย และทบทวนนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็นระยะ เพื่อให้ใช้งาน Perplexity ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรอบคอบด้านข้อมูล