วิธีเริ่มแชตใหม่ใน Google Gemini

การเริ่มแชตใหม่ใน Google Gemini ช่วยแยกหัวข้อและป้องกันไม่ให้ข้อมูลจากบทสนทนาเดิมปะปนกับงานใหม่ ผู้ใช้สามารถเปิดแชตใหม่ได้ทั้งบนเว็บไซต์ Android, iPhone, iPad และ Gemini ใน Chrome

การกดแชตใหม่ไม่ลบบทสนทนาเดิม หากเปิดการเก็บกิจกรรมไว้ แชตเก่าจะยังอยู่ในรายการล่าสุดและสามารถกลับไปถามต่อได้ภายหลัง

แชตใหม่ใน Gemini คืออะไร

แชตใหม่หรือ New chat คือพื้นที่สนทนาใหม่ที่แยกออกจากบทสนทนาก่อนหน้า เหมาะสำหรับเริ่มงานหรือหัวข้อใหม่โดยไม่ต้องการให้ Gemini ใช้รายละเอียดภายในแชตเดิมเป็นบริบทโดยตรง

ตัวอย่าง:

  • แชตเดิมใช้เขียนบทความเกี่ยวกับ Gemini
  • งานใหม่ต้องการวางแผนเดินทาง
  • ควรเปิดแชตใหม่ก่อนถามเรื่องการเดินทาง

หากถามต่อในแชตเดิม Gemini อาจนำรูปแบบ น้ำเสียง กลุ่มผู้อ่าน หรือข้อจำกัดจากงานบทความมาปะปนกับแผนเดินทางได้

วิธีเริ่มแชตใหม่ใน Gemini ผ่านเว็บไซต์

① เปิดเว็บไซต์ Gemini

เข้า:

https://gemini.google.com

② เข้าสู่ระบบ

หากต้องการบันทึกและกลับมาดูแชตภายหลัง ควรลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Google

③ เปิดเมนูด้านข้าง

หากไม่เห็นรายการแชต ให้คลิกไอคอนเมนูบริเวณมุมซ้ายบน

④ คลิกแชตใหม่

คลิก “แชตใหม่” หรือ “New chat” บริเวณด้านบนของเมนู

⑤ ตรวจสอบหน้าสนทนา

เมื่อเปิดแชตใหม่แล้ว ช่องข้อความควรว่างและไม่มีข้อความจากแชตก่อนหน้า

⑥ เลือกโมเดลหรือเครื่องมือ

หากบัญชีมีตัวเลือก ให้เลือกโมเดลและเครื่องมือให้เหมาะกับงานก่อนส่งคำสั่งแรก

⑦ พิมพ์คำสั่งแรก

ตัวอย่าง:

ช่วยวางแผนท่องเที่ยวเชียงใหม่ 3 วันสำหรับผู้ใหญ่ 2 คน งบไม่เกิน 15,000 บาท โดยไม่รวมค่าเดินทางไปเชียงใหม่

ยิ่งคำสั่งแรกมีบริบทชัดเจน แชตใหม่ก็ยิ่งเริ่มทำงานได้ตรงเป้าหมาย

วิธีเริ่มแชตใหม่ในแอป Gemini บน Android

  1. เปิดแอป Gemini
  2. แตะไอคอนเมนูด้านบน
  3. แตะ “แชตใหม่” หรือไอคอนสร้างแชต
  4. ตรวจสอบว่าช่องสนทนาว่าง
  5. เลือกโมเดลหรือเครื่องมือหากต้องการ
  6. พิมพ์หรือพูดคำถาม
  7. แตะส่ง

หน้าตาและตำแหน่งปุ่มอาจเปลี่ยนตามเวอร์ชันแอป หากไม่เห็นคำว่าแชตใหม่ ให้มองหาไอคอนรูปดินสอ เครื่องหมายบวก หรือช่องเริ่มต้นสนทนาบริเวณด้านบน

วิธีเริ่มแชตใหม่บน iPhone และ iPad

  1. เปิดแอป Google Gemini
  2. แตะเมนูด้านบน
  3. เลือก “New chat” หรือ “แชตใหม่”
  4. ตรวจสอบบัญชี Google ที่ใช้อยู่
  5. เลือกโมเดลหากมีตัวเลือก
  6. พิมพ์คำถามในช่องข้อความ
  7. แตะปุ่มส่ง

หากใช้ Gemini ผ่าน Safari หรือ Chrome ให้เข้า gemini.google.com เปิดเมนู แล้วเลือกแชตใหม่เหมือนการใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์

วิธีเริ่มแชตใหม่ใน Gemini in Chrome

Gemini ใน Chrome เป็นความสามารถที่อยู่ภายในเบราว์เซอร์และแตกต่างจากการเปิดเว็บไซต์ Gemini ตามปกติ

ขั้นตอนทั่วไป:

  1. เปิด Google Chrome
  2. เปิด Gemini ใน Chrome
  3. มองหาปุ่ม “Start new chat” ด้านบน
  4. กดเริ่มแชตใหม่
  5. ตรวจสอบแท็บที่แชร์กับ Gemini
  6. พิมพ์คำถามใหม่

Gemini ใน Chrome อาจใช้เนื้อหาจากหน้าเว็บหรือแท็บที่เปิดอยู่ หากไม่ต้องการให้บริบทจากหน้าเว็บถูกใช้ ให้ตรวจสอบและหยุดแชร์แท็บก่อนเริ่มคำถามใหม่

ฟีเจอร์นี้ยังอาจไม่เปิดให้ทุกบัญชี ประเทศ และอุปกรณ์

ควรเริ่มแชตใหม่เมื่อไร

① เมื่อเปลี่ยนหัวข้อ

หากเปลี่ยนจากเรื่องเทคโนโลยีไปเป็นสุขภาพ การเงิน หรือการเดินทาง ควรเปิดแชตใหม่

② เมื่อเริ่มงานคนละชิ้น

แม้เป็นหัวข้อใกล้กัน แต่ถ้าเป็นคนละบทความ คนละลูกค้า หรือคนละโครงการ ควรแยกแชตเพื่อลดความสับสน

③ เมื่อเปลี่ยนกลุ่มผู้อ่าน

ตัวอย่างเช่น แชตเดิมเขียนสำหรับผู้เชี่ยวชาญ แต่งานใหม่เขียนสำหรับเด็กหรือผู้เริ่มต้น ควรเริ่มใหม่เพื่อไม่ให้น้ำเสียงเดิมติดมา

④ เมื่อคำตอบเริ่มสับสน

หาก Gemini นำข้อมูลเก่ามาตอบ ใช้คำสั่งเดิมผิดงาน หรือลืมข้อกำหนดสำคัญ การเปิดแชตใหม่อาจแก้ปัญหาได้เร็วกว่าการพยายามแก้บริบทเดิม

⑤ เมื่อต้องการเปลี่ยนโมเดลหรือเครื่องมือ

บางโมเดลและเครื่องมือทำงานเฉพาะในแชตที่สร้างด้วยตัวเลือกนั้น การเปลี่ยนอาจทำให้ระบบเริ่มแชตใหม่โดยอัตโนมัติ

⑥ เมื่อแชตยาวมาก

บทสนทนาที่ยาวอาจมีคำสั่งหลายชุดและรายละเอียดที่ขัดกัน ควรสรุปข้อมูลสำคัญแล้วนำไปเริ่มในแชตใหม่

⑦ เมื่อต้องการแยกข้อมูลส่วนตัวกับงาน

ไม่ควรใช้แชตเดียวปะปนระหว่างข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลบริษัท และข้อมูลลูกค้า

⑧ เมื่อเริ่มบทความใหม่

สำหรับการเขียนบทความหลายตอน ควรแยกหนึ่งแชตต่อหนึ่งบทความ หรือใช้โครงการเดียวแต่สร้างแชตแยก เพื่อป้องกันข้อมูลและ Search Intent ของแต่ละบทความปะปนกัน

ไม่ควรเริ่มแชตใหม่เมื่อไร

ไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่ หากกำลังทำสิ่งต่อไปนี้

  • ขอให้แก้คำตอบล่าสุด
  • ขอให้ย่อข้อความเดิม
  • ขอเพิ่มตัวอย่าง
  • ขอเปลี่ยนน้ำเสียง
  • ถามต่อจากไฟล์เดิม
  • ตรวจงานชิ้นเดียวกัน
  • ขอให้ทำขั้นตอนถัดไป
  • ต้องการให้ Gemini จำรายละเอียดก่อนหน้าในแชต

ตัวอย่าง:

จากโครงร่างข้างต้น ช่วยเขียนหัวข้อที่ 2 ต่อ

คำสั่งนี้ควรอยู่ในแชตเดิม เพราะต้องใช้บริบทก่อนหน้า

แชตใหม่กับล้างข้อความต่างกันอย่างไร

การลบข้อความในช่องพิมพ์ก่อนกดส่งไม่ได้สร้างแชตใหม่ และการเลื่อนไปด้านล่างสุดของบทสนทนาก็ยังอยู่ในแชตเดิม

วิธีตรวจสอบว่าเป็นแชตใหม่จริง:

  • ไม่มีข้อความก่อนหน้าในหน้าปัจจุบัน
  • มีช่องเริ่มต้นสนทนาใหม่
  • รายการล่าสุดสร้างชื่อแชตใหม่หลังส่งคำถาม
  • ที่อยู่หรือรหัสของบทสนทนาเปลี่ยนในบางระบบ

แชตใหม่กับ Temporary Chat ต่างกันอย่างไร

ประเด็นแชตใหม่ปกติTemporary Chat
แสดงในรายการล่าสุดแสดงเมื่อเปิด Keep Activityไม่แสดง
กลับมาเปิดภายหลังได้ไม่ได้หลังออกจากแชต
ใช้ปรับคำตอบเฉพาะบุคคลอาจได้ไม่ได้
ใช้ Connected Appsได้ตามสิทธิ์ถูกจำกัด
ใช้ Gemsได้ตามสิทธิ์ไม่ได้
เหมาะกับงานทั่วไปและงานต่อเนื่องคำถามชั่วคราว

หากต้องการกลับมาทำงานต่อ ควรใช้แชตใหม่แบบปกติ ไม่ควรใช้ Temporary Chat

วิธีสร้างแชตใหม่จากคำตอบเดิม

Gemini มีความสามารถ Branch in a new chat หรือแตกแขนงเป็นแชตใหม่ ผู้ใช้สามารถนำบทสนทนาถึงจุดที่ต้องการไปสร้างทางเลือกใหม่ โดยไม่เปลี่ยนแชตต้นฉบับ

บนเว็บไซต์

  1. เปิดแชตที่ต้องการ
  2. เลื่อนไปยังคำตอบที่ต้องการใช้เป็นจุดเริ่ม
  3. คลิกเมนูใต้คำตอบ
  4. เลือก “Branch in a new chat”
  5. พิมพ์คำสั่งใหม่

บนแอปมือถือ

  1. เปิดแชตเดิม
  2. เลือกคำตอบที่ต้องการ
  3. แตะเมนูใต้คำตอบ
  4. เลือกสร้างสาขาในแชตใหม่
  5. ถามต่อในแนวทางใหม่

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • แชตต้นฉบับวางแผนธุรกิจแบบประหยัด
  • แตกแชตใหม่เพื่อทดลองแผนแบบลงทุนสูง
  • กลับมาเปรียบเทียบได้โดยไม่ทำให้ต้นฉบับเปลี่ยน

การลบแชตที่แตกแขนงไม่ลบแชตต้นฉบับ และการลบต้นฉบับไม่จำเป็นต้องลบแชตที่แตกออกมา

วิธีเริ่มแชตใหม่จากแชตที่ยาวมาก

ก่อนทิ้งแชตเดิม ควรขอให้ Gemini สร้างสรุปสำหรับนำไปใช้ต่อ

ตัวอย่างคำสั่ง:

สรุปข้อมูลสำคัญ ข้อกำหนด การตัดสินใจ และงานที่ยังไม่เสร็จจากแชตนี้ ให้อยู่ในรูปแบบที่ฉันสามารถคัดลอกไปเริ่มแชตใหม่ได้ ห้ามเพิ่มข้อมูลที่ไม่ได้ตกลงกัน

จากนั้น:

  1. ตรวจสอบสรุป
  2. แก้ข้อมูลที่ผิด
  3. คัดลอกสรุป
  4. เปิดแชตใหม่
  5. วางสรุปเป็นข้อความแรก
  6. บอกงานขั้นตอนถัดไป

วิธีนี้ช่วยลดบริบทยาวและรักษาข้อกำหนดที่จำเป็นไว้

วิธีเขียนคำสั่งแรกในแชตใหม่

คำสั่งแรกควรมีข้อมูลสำคัญ 5 ส่วน

① เป้าหมาย

ต้องการให้ Gemini ทำอะไร

② บริบท

ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นต่อการทำงาน

③ กลุ่มเป้าหมาย

ผลงานเขียนให้ใครอ่านหรือใช้

④ รูปแบบผลลัพธ์

ต้องการบทความ ตาราง รายการ หรือขั้นตอน

⑤ ข้อจำกัด

ความยาว ภาษา งบประมาณ แหล่งข้อมูล หรือสิ่งที่ห้ามทำ

ตัวอย่าง:

เขียนคู่มือวิธีตั้งค่า Wi‑Fi สำหรับผู้เริ่มต้น ใช้ภาษาไทยง่าย ๆ แบ่งเป็น H2 และ H3 ความยาวประมาณ 1,500 คำ ตรวจสอบข้อมูลจากคู่มือผู้ผลิต และห้ามใช้ศัพท์เทคนิคโดยไม่อธิบาย

วิธีจัดแชตให้หาเจอง่าย

หลังเริ่มแชตและได้รับคำตอบแล้ว ควรเปลี่ยนชื่อแชตให้สื่อความหมาย เช่น

  • Gemini บทความที่ 13
  • แผนเที่ยวเชียงใหม่
  • เปรียบเทียบโทรศัพท์เดือนสิงหาคม
  • ร่างอีเมลลูกค้า ABC
  • สรุปรายงานยอดขาย

หลีกเลี่ยงชื่อกว้าง ๆ เช่น “งานใหม่”, “ถาม AI” หรือ “ช่วยหน่อย” เพราะเมื่อมีหลายแชตจะค้นหาได้ยาก

สามารถปักหมุดแชตสำคัญไว้ด้านบนในบัญชีที่รองรับ

กดแชตใหม่แล้วประวัติเดิมหายไหม

ไม่หาย แชตเดิมควรอยู่ในรายการล่าสุดเมื่อ:

  • ลงชื่อเข้าใช้แล้ว
  • เปิด Keep Activity
  • ไม่ได้ใช้ Temporary Chat
  • ไม่ได้ลบแชต
  • ใช้บัญชี Google เดิม
  • ผู้ดูแล Workspace ไม่ได้จำกัดการเก็บประวัติ

หากไม่พบแชต ให้ตรวจสอบว่ากำลังใช้บัญชี Google ที่ถูกต้องหรือไม่

ปุ่มแชตใหม่หาย แก้อย่างไร

① เปิดเมนูด้านข้าง

ปุ่มอาจถูกซ่อนเมื่อหน้าจอแคบ ให้แตะไอคอนเมนูด้านบน

② กลับไปหน้าหลัก

ปิดเครื่องมือ Canvas, Live หรือหน้าต่างอื่น แล้วกลับหน้าแชตหลัก

③ รีเฟรชหน้าเว็บ

กดรีเฟรชหรือปิดแท็บแล้วเปิด gemini.google.com ใหม่

④ ปิดและเปิดแอป

ปัด Gemini ออกจากรายการแอปล่าสุดแล้วเปิดใหม่

⑤ อัปเดตแอป

อัปเดต Gemini, Google และเว็บเบราว์เซอร์เป็นเวอร์ชันล่าสุด

⑥ ตรวจสอบบัญชี

บัญชีโรงเรียนหรือบริษัทอาจมีหน้าตาและสิทธิ์ต่างจากบัญชีส่วนตัว

⑦ ล้างแคช

บน Android ให้ล้างแคชของ Gemini ก่อน หากยังไม่หายจึงพิจารณาล้างข้อมูลหรือเข้าสู่ระบบใหม่

⑧ ลองอุปกรณ์อื่น

เข้าเว็บ Gemini บนคอมพิวเตอร์เพื่อดูว่าปัญหาเกิดจากแอปหรือบัญชี

กดแชตใหม่แล้วแชตเดิมยังมีผลไหม

โดยทั่วไปแชตใหม่จะแยกบริบทการสนทนาออกจากแชตเดิม แต่ Gemini บางบัญชีมีความสามารถด้านความจำหรือการอ้างอิงแชตก่อนหน้า

หากเปิด Personalization, Memory หรือการใช้แชตที่ผ่านมา Gemini อาจใช้ข้อมูลบางอย่างจากบทสนทนาเก่าเพื่อปรับคำตอบ

หากไม่ต้องการให้ข้อมูลเดิมมีผล ควร:

  • ตรวจการตั้งค่าความจำ
  • ปิดการอ้างอิงแชตที่ผ่านมา
  • ใช้ Temporary Chat สำหรับคำถามชั่วคราว
  • ระบุว่าไม่ให้ใช้ข้อมูลจากงานอื่น
  • หลีกเลี่ยงการใส่ข้อมูลสำคัญตั้งแต่แรก

การเริ่มแชตใหม่ไม่เท่ากับการลบความจำหรือปิด Personalization

คำถามที่พบบ่อย

เริ่มแชตใหม่ใน Gemini ตรงไหน

เปิดเมนูด้านซ้ายหรือด้านบน แล้วเลือก “แชตใหม่” หรือ “New chat”

เปิดแชตใหม่แล้วแชตเก่าหายไหม

ไม่หาย หากเปิด Keep Activity และยังไม่ได้ลบแชตเดิม

ควรเปิดแชตใหม่ทุกคำถามไหม

ไม่จำเป็น หากคำถามต่อเนื่องจากเรื่องเดิมควรถามในแชตเดิม แต่หากเปลี่ยนหัวข้อควรเปิดแชตใหม่

แชตใหม่จำข้อมูลจากแชตเดิมไหม

บริบทโดยตรงแยกกัน แต่ความสามารถด้านความจำหรือการอ้างอิงแชตเก่าอาจทำให้ Gemini ใช้ข้อมูลเดิมบางส่วนได้

เปิดแชตใหม่โดยไม่บันทึกได้ไหม

ได้โดยใช้ Temporary Chat ในบัญชีและอุปกรณ์ที่รองรับ

เริ่มแชตใหม่แล้วเลือกโมเดลใหม่ได้ไหม

ได้ตามโมเดลที่บัญชีและแพ็กเกจเปิดให้ใช้ ควรเลือกก่อนส่งคำสั่งแรก

แยกคำตอบหนึ่งส่วนไปแชตใหม่ได้ไหม

ได้โดยใช้ Branch in a new chat จากเมนูใต้คำตอบในบัญชีที่รองรับ

ปุ่ม New chat ไม่ขึ้นต้องทำอย่างไร

เปิดเมนูด้านข้าง รีเฟรชหน้า อัปเดตแอป และตรวจสอบบัญชีที่ใช้

สรุป

วิธีเริ่มแชตใหม่ใน Google Gemini คือเปิดเมนูแล้วเลือก “แชตใหม่” หรือ “New chat” จากนั้นเลือกโมเดลและพิมพ์คำสั่งแรก วิธีนี้ใช้ได้ทั้งเว็บไซต์ Android, iPhone และ iPad

ควรเปิดแชตใหม่เมื่อเปลี่ยนหัวข้อ เริ่มงานใหม่ เปลี่ยนกลุ่มผู้อ่าน หรือเมื่อบริบทเดิมทำให้คำตอบสับสน แต่หากกำลังแก้หรือทำงานชิ้นเดิมต่อ ควรอยู่ในแชตเดิม

หากต้องการนำคำตอบเดิมไปพัฒนาอีกแนวทาง สามารถใช้ Branch in a new chat ส่วนคำถามที่ไม่ต้องการบันทึกควรใช้ Temporary Chat แทน

ตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดได้จาก คู่มือการใช้ Gemini และ การจัดการแชตล่าสุดใน Gemini