Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

เน็ตมือถือใช้ไม่ได้ระหว่างโทรศัพท์ เป็นอาการที่อินเทอร์เน็ต 4G หรือ 5G ใช้งานได้ตามปกติก่อนโทร แต่เมื่อโทรออกหรือรับสายแล้ว อินเทอร์เน็ตกลับหยุดทำงาน หน้าเว็บโหลดไม่ได้ แอปแชตส่งข้อความไม่ออก หรือสัญลักษณ์ข้อมูลมือถือหายไปจากหน้าจอ
สาเหตุสำคัญมักเกี่ยวข้องกับการปิด VoLTE โทรศัพท์สลับจาก 4G หรือ 5G ลงไปใช้เครือข่ายรุ่นเก่าระหว่างโทร ตั้งค่าซิมโทรและซิมอินเทอร์เน็ตไม่ถูกต้อง หรือข้อจำกัดของระบบมือถือสองซิม
บางกรณีไม่ได้เกิดจากโทรศัพท์เสีย แต่เกิดจากรุ่นเครื่อง ซิม และผู้ให้บริการยังไม่รองรับการใช้เสียงกับข้อมูลพร้อมกันอย่างสมบูรณ์ จึงควรตรวจสอบ VoLTE ประเภทเครือข่าย และการตั้งค่าซิมก่อนรีเซ็ตเครื่อง
ผู้ใช้อาจพบอาการต่อไปนี้
การสังเกตไอคอนเครือข่ายขณะเริ่มโทร จะช่วยระบุได้ว่าโทรศัพท์กำลังคงอยู่บน 4G หรือ 5G หรือกำลังลดลงไปใช้เครือข่ายประเภทอื่น
ลองทำตามลำดับต่อไปนี้ก่อน
❶ เปิด VoLTE หรือการโทรผ่าน 4G
❷ ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ
❸ ทดลองใช้ 4G แทน 5G ชั่วคราว
❹ ตรวจสอบซิมหลักสำหรับข้อมูลมือถือ
❺ ตรวจสอบซิมที่ใช้โทรออก
❻ เปิดการใช้ข้อมูลระหว่างการโทร หากเครื่องมีเมนูนี้
❼ ปิดการสลับข้อมูลมือถืออัตโนมัติแล้วทดสอบ
❽ เปิดโหมดเครื่องบิน 30 วินาทีแล้วปิด
❾ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❿ ตรวจสอบ APN หากหลังวางสายแล้วยังใช้เน็ตไม่ได้
⓫ ทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
⓬ ติดต่อผู้ให้บริการเพื่อตรวจสอบ VoLTE
หากไอคอน 4G หรือ 5G หายทุกครั้งเมื่อโทร แสดงว่าโทรศัพท์อาจไม่ได้ใช้ VoLTE หรือเครือข่ายกำลังลดระดับระหว่างการสนทนา
VoLTE หรือ Voice over LTE คือการโทรผ่านเครือข่าย 4G ช่วยให้โทรศัพท์สามารถใช้บริการเสียงและอินเทอร์เน็ตบนเครือข่าย 4G พร้อมกันได้
หากไม่ได้เปิด VoLTE โทรศัพท์อาจลดระดับจาก 4G หรือ 5G ไปยังเครือข่ายรุ่นเก่าเมื่อเริ่มโทร ส่งผลให้ข้อมูลมือถือช้าลงมากหรือหยุดทำงาน
อาการที่บ่งชี้ว่า VoLTE อาจไม่ได้ทำงาน ได้แก่
ควรเปิด VoLTE ในเมนูเครือข่ายมือถือของซิมที่ใช้โทร
โทรศัพท์บางรุ่นอาจใช้อินเทอร์เน็ตบน 5G หรือ 4G ก่อนโทร แต่เมื่อเริ่มสายจะลดระดับเครือข่ายเพื่อรองรับบริการเสียง
การลดระดับอาจเป็น
หากลดจาก 5G เป็น 4G แต่เน็ตยังทำงาน ถือว่าเป็นพฤติกรรมปกติในหลายเครื่อง แต่หากข้อมูลหยุดทั้งหมด ควรตรวจสอบ VoLTE และความเข้ากันได้ของโทรศัพท์
การที่เครื่องรองรับ 4G ไม่ได้หมายความว่าจะรองรับ VoLTE ของทุกผู้ให้บริการเสมอไป โดยเฉพาะโทรศัพท์จากต่างประเทศหรือรุ่นที่ใช้ซอฟต์แวร์ต่างภูมิภาค
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรตรวจสอบหมายเลขรุ่นที่แน่นอนและสอบถามผู้ให้บริการว่าเปิด VoLTE ให้กับหมายเลขแล้วหรือไม่
แม้โทรศัพท์รองรับและเปิดเมนู VoLTE แล้ว แต่บริการอาจยังไม่เปิดในระบบของผู้ให้บริการ
สาเหตุที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
กรณีนี้ควรติดต่อผู้ให้บริการให้ตรวจสอบสถานะ VoLTE และบริการเสียงของหมายเลข
มือถือสองซิมจำนวนมากใช้ระบบ Dual SIM Dual Standby หมายความว่าทั้งสองซิมพร้อมรอรับสาย แต่เมื่อซิมหนึ่งกำลังโทร อีกซิมอาจหยุดเชื่อมต่อเครือข่ายชั่วคราว
ตัวอย่างเช่น
อาการนี้อาจเป็นข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ ไม่ใช่โทรศัพท์เสีย
หากโทรด้วยซิมหนึ่งแต่ตั้งข้อมูลมือถือไว้อีกซิม อินเทอร์เน็ตอาจหยุดเมื่อซิมโทรเริ่มใช้สาย
ควรตรวจสอบว่า
วิธีทดสอบง่ายที่สุดคือ ตั้งให้ซิมเดียวกันใช้ทั้งโทรและอินเทอร์เน็ต แล้วลองโทรใหม่
โทรศัพท์บางรุ่นมีตัวเลือก เช่น
หากปิดตัวเลือกนี้ อินเทอร์เน็ตอาจหยุดเมื่อโทรด้วยอีกซิม
อย่างไรก็ตาม ชื่อเมนูและความสามารถขึ้นอยู่กับรุ่นโทรศัพท์และผู้ให้บริการ ไม่ใช่ทุกเครื่องจะมีตัวเลือกดังกล่าว
ในทางกลับกัน การเปิดสลับข้อมูลอัตโนมัติอาจทำให้โทรศัพท์พยายามเปลี่ยนซิมอินเทอร์เน็ตระหว่างโทร แต่การสลับไม่สำเร็จ จึงดูเหมือนเน็ตหาย
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรทดลองปิดการสลับข้อมูลอัตโนมัติ แล้วตั้งซิมเดียวกันเป็นทั้งซิมโทรและซิมข้อมูล
การตั้งค่าเป็น 5G Only, LTE Only หรือโหมดเฉพาะบางประเภท อาจทำให้เครื่องจัดการเสียงและข้อมูลพร้อมกันไม่สมบูรณ์
ควรเลือกโหมดอัตโนมัติ เช่น
โหมดอัตโนมัติช่วยให้เครื่องเลือกเครือข่ายที่เหมาะสมกับบริการเสียงและข้อมูล
โทรศัพท์อาจใช้อินเทอร์เน็ต 5G ก่อนโทร แต่เมื่อเริ่มสายต้องเปลี่ยนไปใช้ 4G หากการเปลี่ยนเครือข่ายไม่สมบูรณ์ อินเทอร์เน็ตอาจหยุดชั่วคราวหรือตลอดสาย
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรทดลองตั้งเป็น 4G/LTE ชั่วคราว หากโทรและใช้อินเทอร์เน็ตพร้อมกันได้ แสดงว่าการสลับ 5G ในพื้นที่อาจเป็นต้นเหตุ
แม้โทรศัพท์จะแสดงสัญญาณบางขีด แต่บริการเสียงอาจใช้ทรัพยากรเครือข่ายจนข้อมูลมือถือไม่สามารถทำงานต่อเนื่องได้
มักพบในพื้นที่
ควรทดลองนอกอาคารหรือพื้นที่อื่น หากใช้งานได้ปกติ ปัญหาน่าจะเกี่ยวข้องกับคุณภาพสัญญาณ
เมื่อเสาสัญญาณมีผู้ใช้จำนวนมาก ระบบอาจให้ความสำคัญกับบริการเสียงและลดประสิทธิภาพข้อมูลมือถือระหว่างการสนทนา
มักเกิดใน
หากปัญหาเกิดเฉพาะเวลาเดิมหรือสถานที่เดิม ควรตรวจสอบกับผู้ใช้เครือข่ายเดียวกันและแจ้งผู้ให้บริการ
APN ไม่ใช่สาเหตุหลักเมื่อเน็ตหยุดเฉพาะระหว่างโทร แต่หากค่าผิดอยู่แล้ว การเปลี่ยนเครือข่ายระหว่างสายอาจทำให้ข้อมูลมือถือเชื่อมต่อกลับไม่ได้
อาการที่อาจเกี่ยวข้องกับ APN ได้แก่
ควรใช้ค่า APN ที่ผู้ให้บริการกำหนดเท่านั้น
โหมดประหยัดพลังงานอาจจำกัดข้อมูลเบื้องหลัง และเมื่อเริ่มโทรระบบอาจหยุดแอปบางชนิด ทำให้ดูเหมือนอินเทอร์เน็ตไม่ทำงาน
ควรตรวจสอบ
ลองปิดชั่วคราวแล้วทดสอบโทรพร้อมเปิดเว็บไซต์
เมื่อเครือข่ายเปลี่ยนระหว่างเริ่มโทร การเชื่อมต่อ VPN หรือ Private DNS อาจไม่ปรับตาม ทำให้แอปไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรปิด VPN และ Private DNS ชั่วคราวเพื่อทดสอบ
เมื่อโทรศัพท์แชร์ฮอตสปอตและมีสายเข้า เครื่องอาจเปลี่ยนโหมดเครือข่าย ทำให้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ไม่มีอินเทอร์เน็ต
สาเหตุที่เป็นไปได้ ได้แก่
ควรใช้ซิมเดียวกันสำหรับโทรและข้อมูล พร้อมเปิด VoLTE
หลังใช้งานต่อเนื่องหรือหลังเปลี่ยนพื้นที่ ระบบข้อมูลมือถืออาจค้าง เมื่อเริ่มโทรจึงไม่สามารถรักษาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไว้ได้
อาการอาจหายเมื่อ
หากเกิดซ้ำบ่อย ควรตรวจสอบการอัปเดตระบบ
หลังอัปเดต Android หรือ iOS การตั้งค่า VoLTE ซิมหลัก และการสลับข้อมูลอาจเปลี่ยนไป
ควรตรวจสอบ
หากปัญหาเริ่มทันทีหลังอัปเดต ควรรีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่ายก่อนรีเซ็ตเครื่องทั้งหมด
ซิมเก่าอาจยังโทรและใช้อินเทอร์เน็ตแยกกันได้ แต่จัดการบริการ VoLTE หรือข้อมูลพร้อมเสียงได้ไม่สมบูรณ์
ควรพิจารณาเปลี่ยนซิมเมื่อ
สามารถเปลี่ยนซิมใหม่โดยใช้หมายเลขเดิมได้ตามขั้นตอนของผู้ให้บริการ
โทรศัพท์บางรุ่นไม่สามารถใช้เสียงและข้อมูลพร้อมกันได้ในทุกเครือข่าย โดยเฉพาะเครื่องรุ่นเก่า โทรศัพท์สองซิมบางรุ่น หรือเครื่องจากต่างประเทศ
ข้อจำกัดอาจมาจาก
กรณีนี้อาจแก้ได้เพียงบางส่วนด้วยการใช้ซิมเดียวกันสำหรับโทรและอินเทอร์เน็ต
ก่อนเริ่มแก้ ให้ดูการเปลี่ยนแปลงบนแถบสถานะ
① ก่อนโทรขึ้น 5G หรือ 4G หรือไม่
② เมื่อเริ่มโทรไอคอนเปลี่ยนเป็นอะไร
③ ไอคอนข้อมูลหายหรือไม่
④ หลังวางสายกลับมาเร็วหรือช้า
⑤ เกิดกับทุกพื้นที่หรือไม่
⑥ เกิดเฉพาะซิมใดซิมหนึ่งหรือไม่
ผลที่ได้ช่วยวิเคราะห์ดังนี้
บน Android ชื่อเมนูอาจเป็น
ตำแหน่งโดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > เลือกซิม > เปิด VoLTE
บน iPhone โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์ > เสียงและข้อมูล
หากเปิดอยู่แล้ว ให้ลองปิดและเปิดใหม่ จากนั้นรีสตาร์ตโทรศัพท์
หลังเปิด VoLTE ให้ทดสอบดังนี้
① เปิดข้อมูลมือถือ
② ตรวจสอบว่าเครื่องขึ้น 4G หรือ 5G
③ โทรออกหนึ่งสาย
④ สังเกตว่าไอคอน 4G ยังอยู่หรือไม่
⑤ ระหว่างคุยลองเปิดเว็บไซต์
⑥ ลองส่งข้อความผ่านแอปแชต
หาก 4G ยังคงอยู่และอินเทอร์เน็ตใช้งานได้ แสดงว่า VoLTE ทำงานตามปกติ
ควรเลือกตัวเลือก เช่น
ไม่ควรตั้งเป็น 5G Only หรือ LTE Only หากไม่แน่ใจว่าเครื่องและเครือข่ายรองรับบริการเสียงอย่างสมบูรณ์
หากโทรแล้วเน็ตหายเมื่อใช้ 5G ให้ตั้งเป็น 4G/LTE ชั่วคราว
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > ประเภทเครือข่าย > 4G/LTE
บน iPhone โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์ > เสียงและข้อมูล > LTE หรือ 4G
หากใช้ 4G แล้วโทรพร้อมเล่นเน็ตได้ ปัญหาอาจมาจากการสลับ 5G ในพื้นที่
หากเป็นมือถือสองซิม ให้ทดลองตั้งซิมเดียวกันเป็น
จากนั้นโทรและทดลองเปิดเว็บไซต์
หากใช้งานได้ แสดงว่าเครื่องอาจไม่รองรับการใช้ข้อมูลจากอีกซิมขณะซิมหนึ่งกำลังโทร
ค้นหาตัวเลือก เช่น
ทดลองเปิดหรือปิดตามรูปแบบการใช้งาน แล้วทดสอบอีกครั้ง เพราะบางเครื่องทำงานดีเมื่อเปิด ขณะที่บางเครื่องอาจสลับซิมผิดพลาด
หากโทรศัพท์รองรับ ให้เปิด VoLTE แยกสำหรับซิม 1 และซิม 2
ตรวจสอบว่า
① ซิมทั้งสองเปิดใช้งาน
② VoLTE เปิดทั้งสองซิม
③ ประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ
④ ซิมข้อมูลหลักถูกต้อง
⑤ ซิมโทรหลักถูกต้อง
⑥ ไม่มีซิมใดถูกตั้งเป็น 2G Only
โทรศัพท์บางรุ่นรองรับ VoLTE เต็มรูปแบบเพียงซิมหลักเท่านั้น
ขั้นตอน:
① เปิดโหมดเครื่องบิน
② รอประมาณ 30 วินาที
③ ปิดโหมดเครื่องบิน
④ รอชื่อเครือข่ายกลับมา
⑤ เปิดข้อมูลมือถือ
⑥ โทรและทดลองใช้อินเทอร์เน็ต
วิธีนี้ช่วยให้โทรศัพท์ลงทะเบียนบริการเสียงและข้อมูลใหม่
การรีสตาร์ตช่วยเริ่มระบบซิม โมเด็ม VoLTE และบริการข้อมูลใหม่ทั้งหมด
หลังเปิดเครื่องควรรอประมาณ 2–3 นาที แล้วทดสอบโดยยังไม่เปิด VPN หรือฮอตสปอต
หากไอคอน 4G หรือ 5G ยังอยู่ระหว่างโทร แต่เปิดเว็บไม่ได้ ให้ลอง
① ปิด VPN
② ตั้ง Private DNS เป็นอัตโนมัติหรือปิดชั่วคราว
③ ปิดแอปบล็อกโฆษณาที่ใช้ VPN
④ ปิดแอปรักษาความปลอดภัยเครือข่าย
⑤ โทรและเปิดเว็บไซต์ใหม่
หากกลับมาใช้งานได้ ควรตรวจสอบการตั้งค่า VPN หรือ DNS
ตรวจสอบและปิดชั่วคราว
จากนั้นโทรและทดลองใช้แอปเดิมอีกครั้ง
ควรตรวจสอบ APN เมื่อ
ให้ใช้ค่า APN ของผู้ให้บริการเท่านั้น และไม่ควรคัดลอกค่าจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
ขั้นตอนที่แนะนำ:
① ปิดโทรศัพท์
② ถอดถาดซิมอย่างระมัดระวัง
③ ตรวจสอบว่าซิมงอ แตก หรือมีรอยลึกหรือไม่
④ เช็ดหน้าสัมผัสด้วยผ้าแห้งสะอาด
⑤ วางซิมให้ตรงตำแหน่ง
⑥ ใส่ถาดกลับจนสุด
⑦ เปิดเครื่องและรอสัญญาณ
⑧ เปิด VoLTE แล้วทดสอบใหม่
⚠️ ไม่ควรใช้น้ำ น้ำยา หรือของมีคมขูดหน้าสัมผัสซิม
ผลการทดสอบช่วยแยกสาเหตุได้ชัดเจน
① ซิมใช้เน็ตระหว่างโทรไม่ได้ทุกเครื่อง — ตรวจสอบซิมหรือผู้ให้บริการ
② ซิมใช้งานได้ในเครื่องอื่น — เครื่องเดิมอาจมีข้อจำกัด
③ ซิมอื่นใช้เครื่องเดิมได้ — ซิมเดิมหรือโปรไฟล์บริการอาจมีปัญหา
④ ทุกซิมใช้ไม่ได้เฉพาะเครื่องเดิม — ตรวจสอบ VoLTE หรือฮาร์ดแวร์ของเครื่อง
ควรทดสอบในพื้นที่เดียวกันเพื่อให้ผลเปรียบเทียบแม่นยำ
ควรสอบถามข้อมูลต่อไปนี้
① หมายเลขเปิด VoLTE แล้วหรือไม่
② ซิมรองรับ VoLTE หรือไม่
③ โทรศัพท์รุ่นนี้รองรับเครือข่ายหรือไม่
④ ต้องเปลี่ยนซิมใหม่หรือไม่
⑤ มีเหตุขัดข้องในพื้นที่หรือไม่
⑥ รองรับใช้ข้อมูลระหว่างโทรหรือไม่
⑦ รองรับ VoLTE สองซิมหรือไม่
⑧ โปรไฟล์เครือข่ายของหมายเลขสมบูรณ์หรือไม่
หากระบบผู้ให้บริการยังไม่ได้เปิด VoLTE การตั้งค่าในเครื่องเพียงอย่างเดียวอาจไม่ช่วย
เชื่อมต่อ Wi-Fi แล้วตรวจสอบ
หลังอัปเดตให้รีสตาร์ตและตรวจสอบ VoLTE อีกครั้ง
การรีเซ็ตช่วยล้างค่า VoLTE, APN, Wi-Fi, Bluetooth และการเชื่อมต่อที่ผิดปกติ โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ แอป วิดีโอ หรือไฟล์ส่วนตัว
แต่อาจลบ
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > ระบบหรือการจัดการทั่วไป > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
บน iPhone:
การตั้งค่า > ทั่วไป > ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หลังรีเซ็ตให้เปิด VoLTE และตั้งซิมข้อมูลใหม่ก่อนทดสอบ
อาการนี้มักเกิดจากข้อจำกัดของ Dual SIM Dual Standby
ให้ลองทำตามลำดับนี้
❶ ตั้งซิม 1 เป็นทั้งซิมโทรและซิมข้อมูล
❷ เปิด VoLTE ของซิม 1
❸ เปิด VoLTE ของซิม 2 หากเครื่องรองรับ
❹ เปิดการใช้ข้อมูลระหว่างการโทร
❺ ทดลองเปิดการสลับข้อมูลอัตโนมัติ
❻ หากไม่ได้ผล ให้ปิดการสลับข้อมูล
❼ ทดลองปิดซิม 2 ชั่วคราว
❽ ตรวจสอบข้อจำกัดของรุ่นโทรศัพท์
หากใช้ซิมเดียวกันแล้วเน็ตทำงานระหว่างโทร แสดงว่าเครื่องอาจไม่รองรับข้อมูลจากซิมรองในขณะที่อีกซิมกำลังใช้สาย
หากใช้ซิมเดียวกันสำหรับโทรและข้อมูล แต่เน็ตยังหยุด ให้ตรวจสอบ
① เปิด VoLTE หรือยัง
② ไอคอน 4G หายเมื่อโทรหรือไม่
③ ประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติหรือไม่
④ ซิมรองรับ VoLTE หรือไม่
⑤ ผู้ให้บริการเปิด VoLTE ให้หมายเลขหรือไม่
⑥ เครื่องเป็นรุ่นต่างประเทศหรือไม่
⑦ ใช้ 4G แล้วได้ผลต่างจาก 5G หรือไม่
⑧ ซิมเดียวกันใช้ได้ในเครื่องอื่นหรือไม่
หาก 4G หายทุกครั้งเมื่อโทร มีโอกาสสูงว่า VoLTE ยังไม่ทำงานจริง
อาการที่ 5G เปลี่ยนเป็น 4G ระหว่างโทร ไม่ได้หมายความว่ามีปัญหาเสมอไป
โทรศัพท์หลายรุ่นอาจใช้
หากระหว่างโทรยังเปิดเว็บไซต์ ส่งข้อความ และใช้แผนที่ได้ ถือว่าระบบทำงานตามปกติ
ควรแก้เฉพาะกรณีที่อินเทอร์เน็ตหยุดทั้งหมดหรือใช้ไม่ได้เป็นเวลานาน
อาการนี้แสดงว่าโทรศัพท์กำลังลดระดับเครือข่ายเมื่อเริ่มสาย ซึ่งอาจเกิดจาก VoLTE ไม่ทำงาน
ให้ตรวจสอบ
❶ เปิด VoLTE
❷ ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ
❸ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❹ เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
❺ ตรวจสอบซิมและผู้ให้บริการ
❻ ทดลองซิมกับเครื่องอื่น
❼ อัปเดตระบบ
❽ เปลี่ยนซิมใหม่หากซิมเก่า
หากพื้นที่ไม่มีเครือข่ายที่รองรับเสียงและข้อมูลพร้อมกัน อาจยังไม่สามารถแก้ได้จากตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว
หากไอคอนข้อมูลยังแสดงอยู่ ให้ตรวจสอบ
① ปิด VPN
② ปิด Private DNS
③ ปิดโหมดประหยัดข้อมูล
④ ตรวจสอบ APN
⑤ ทดลองแอปหรือเว็บไซต์อื่น
⑥ ปิดและเปิดข้อมูลมือถือ
⑦ เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
⑧ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
กรณีนี้อาจไม่ใช่ปัญหา VoLTE โดยตรง แต่อาจเกิดจากเส้นทางอินเทอร์เน็ตหรือแอปที่ใช้งาน
ให้ลองทำดังนี้
❶ เปิด VoLTE
❷ ใช้ซิมเดียวกันสำหรับโทรและข้อมูล
❸ ปิด 5G แล้วใช้ 4G
❹ ปิดการสลับข้อมูลอัตโนมัติ
❺ ตรวจสอบว่าไอคอน 4G ยังอยู่ขณะโทร
❻ ลดจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ
❼ ปิดโหมดประหยัดพลังงาน
❽ ทดสอบซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
หากรุ่นโทรศัพท์ไม่รองรับฮอตสปอตพร้อมการโทร อาจต้องใช้โทรศัพท์อีกเครื่องหรือ Wi-Fi เป็นแหล่งอินเทอร์เน็ตแทน
ให้ลองทำตามลำดับนี้
❶ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❷ ตรวจสอบว่า VoLTE ยังเปิดอยู่
❸ ตรวจสอบซิมข้อมูลหลัก
❹ ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ
❺ ทดลองใช้ 4G
❻ ปิด VPN และ Private DNS
❼ ตรวจสอบ APN
❽ ตรวจสอบการอัปเดตรอบใหม่
❾ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หากซิมใช้งานได้ปกติในโทรศัพท์เครื่องอื่น แต่เครื่องเดิมเริ่มมีปัญหาหลังอัปเดต สาเหตุมีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับระบบหรือโมเด็ม
ยังไม่ควรรีเซ็ตเครื่องกลับค่าโรงงานเป็นวิธีแรก เพราะอาจลบข้อมูลทั้งหมดโดยไม่แก้ต้นเหตุ
ก่อนรีเซ็ตควรทำให้ครบดังนี้
❶ เปิด VoLTE
❷ ตั้งซิมโทรและซิมข้อมูลให้ถูกต้อง
❸ ทดลองใช้ 4G แทน 5G
❹ ตรวจสอบการใช้ข้อมูลระหว่างโทร
❺ ปิด VPN และโหมดประหยัดข้อมูล
❻ ทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
❼ ติดต่อผู้ให้บริการ
❽ รีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่าย
หากโทรศัพท์มีข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ การรีเซ็ตเครื่องกลับค่าโรงงานจะไม่ทำให้ใช้ข้อมูลจากซิมรองระหว่างโทรได้
ควรติดต่อผู้ให้บริการเมื่อ
ผู้ให้บริการสามารถตรวจสอบสถานะ VoLTE โปรไฟล์ซิม บริการเสียง และข้อจำกัดของเครือข่ายได้โดยตรง
ควรนำเครื่องไปตรวจสอบเมื่อ
ไม่ควรแกะเครื่องหรือดัดแปลงระบบโมเด็มด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้บริการโทรและข้อมูลใช้งานไม่ได้ทั้งหมด
สาเหตุที่พบบ่อยคือ VoLTE ไม่ทำงาน โทรศัพท์ลดระดับเครือข่ายระหว่างโทร หรือใช้ซิมโทรกับซิมอินเทอร์เน็ตคนละใบในเครื่องสองซิม
โทรศัพท์บางรุ่นใช้ 5G สำหรับข้อมูล แต่เปลี่ยนไปใช้ 4G VoLTE ระหว่างโทร หากอินเทอร์เน็ตยังใช้งานได้ ถือว่าเป็นพฤติกรรมปกติ
มือถือแบบ Dual SIM Dual Standby อาจพักการเชื่อมต่อของซิม 2 ขณะที่ซิม 1 กำลังใช้สาย จึงไม่สามารถใช้ข้อมูลจากซิม 2 ได้ชั่วคราว
บริการ VoLTE อาจยังไม่เปิดในระบบผู้ให้บริการ ซิมอาจเก่า เครื่องอาจไม่รองรับเครือข่าย หรือการตั้งค่าซิมข้อมูลยังไม่ถูกต้อง
ช่วยได้เมื่อหลังวางสายแล้วอินเทอร์เน็ตยังไม่กลับมา หรือไอคอน 4G ขึ้นแต่ไม่มีอินเทอร์เน็ต แต่ APN ไม่ใช่สาเหตุหลักหาก 4G หายทันทีเมื่อเริ่มโทร
ช่วยได้เมื่อซิมเดิมเก่า เสื่อม หรือไม่รองรับ VoLTE แต่ไม่ช่วยหากโทรศัพท์มีข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์หรือพื้นที่ไม่มีเครือข่ายรองรับ
โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ วิดีโอ แอป และไฟล์ส่วนตัว แต่จะลบรหัสผ่าน Wi-Fi อุปกรณ์ Bluetooth, VPN และค่าการเชื่อมต่อบางรายการ
เน็ตมือถือใช้ไม่ได้ระหว่างโทรศัพท์ มักเกิดจาก VoLTE ไม่ทำงาน โทรศัพท์ลดระดับจาก 4G หรือ 5G ระหว่างการโทร ตั้งซิมโทรและซิมข้อมูลคนละใบ หรือข้อจำกัดของมือถือระบบสองซิม
ควรเริ่มจากเปิด VoLTE ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ ทดลองใช้ 4G แทน 5G และตั้งซิมเดียวกันเป็นทั้งซิมโทรกับซิมอินเทอร์เน็ต จากนั้นตรวจสอบเมนูใช้ข้อมูลระหว่างการโทรและทดสอบซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
แนวทางของ comsiam คือให้สังเกตไอคอนเครือข่ายขณะเริ่มโทร หาก 4G หรือ 5G หายทันที มีโอกาสสูงว่า VoLTE ยังไม่ทำงาน แต่หากไอคอนยังอยู่แต่เปิดเว็บไม่ได้ ควรตรวจสอบ VPN, Private DNS และ APN เพิ่มเติม
หากซิมใช้เน็ตระหว่างโทรไม่ได้ในทุกเครื่อง ควรติดต่อผู้ให้บริการเพื่อตรวจสอบ VoLTE หรือเปลี่ยนซิม แต่หากซิมใช้งานได้ในเครื่องอื่น comsiam แนะนำให้ตรวจสอบข้อจำกัดของรุ่นโทรศัพท์ ระบบสองซิม และซอฟต์แวร์เครือข่ายของเครื่องเดิม