Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

การใส่เพลงช่วยให้วิดีโอน่าสนใจ แต่หากเพลงดังเกินไปอาจกลบเสียงพากย์ บทสนทนา หรือข้อมูลสำคัญ Canva สามารถปรับระดับเสียงของเพลง วิดีโอ และเสียงพากย์แยกกัน เพื่อสร้างความสมดุลก่อนดาวน์โหลดงาน
บทความนี้ comsiam จะสอนวิธีปรับและลดเสียงเพลงใน Canva บนคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ พร้อมวิธีลดเพลงเฉพาะช่วงที่มีเสียงพูด ทำให้เพลงค่อย ๆ เบาลง และแก้ปัญหาเสียงดังไม่เท่ากัน
ในงานวิดีโออาจมีเสียงหลายประเภท ได้แก่
โดยทั่วไปสามารถเลือกแถบเสียงหรือคลิป แล้วเปิด Volume เพื่อเพิ่ม ลด หรือปิดเสียงได้ ชื่อและตำแหน่งของเครื่องมืออาจแตกต่างกันตามประเภทงาน อุปกรณ์ และหน้าตาของ Canva
เพลงที่ดังเกินไปทำให้เกิดปัญหาหลายอย่าง เช่น
เป้าหมายไม่ใช่ทำให้เพลงเบาจนไม่ได้ยิน แต่ควรให้เพลงช่วยสร้างอารมณ์โดยไม่บดบังเสียงหลัก
เข้าสู่ระบบ Canva แล้วเปิดงานที่มีเพลง ตรวจสอบว่าเพลงปรากฏเป็นแถบเสียงบน Timeline
หากยังไม่มีเพลง ให้เลือกจากคลัง Canva หรืออัปโหลดไฟล์เสียงของตนเองแล้วนำมาวางในงานก่อน
คลิกแถบเสียงที่ต้องการปรับ หากมีเพลงหลายไฟล์ต้องเลือกให้ถูกแทร็ก เพราะแต่ละไฟล์อาจตั้งระดับเสียงแยกกัน
เลือกไอคอนลำโพงหรือเมนู Volume บนแถบเครื่องมือ จากนั้นจะเห็นตัวควบคุมระดับเสียง
ลากตัวควบคุมลงแล้วกดเล่นวิดีโอพร้อมเสียงพูด ลดจนสามารถฟังทุกคำได้ชัดเจนโดยไม่ต้องเพ่ง
ไม่ควรยึดตัวเลขเดียวกับทุกงาน เพราะเพลงและเสียงพากย์แต่ละไฟล์มีความดังต้นฉบับไม่เท่ากัน
เพลงบางช่วงอาจเบาและบางช่วงดังขึ้น ต้องฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ควรตรวจเฉพาะช่วงแรกแล้วสรุปว่าระดับเสียงเหมาะสมแล้ว
สามารถทำผ่านแอป Canva บน Android และ iPhone ได้ตามขั้นตอนทั่วไปดังนี้
หากไม่พบ Volume ให้ตรวจว่าเลือกแถบเพลง ไม่ใช่หน้าหรือองค์ประกอบภาพ
ไม่มีค่าตายตัวที่เหมาะกับทุกวิดีโอ เพราะระดับเสียงของเพลงและเสียงพูดแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม สามารถใช้หลักการต่อไปนี้
เพลงควรอยู่เบื้องหลังและเบากว่าเสียงพากย์อย่างชัดเจน ผู้ชมต้องฟังทุกคำได้โดยไม่ต้องพยายาม
สามารถเพิ่มเพลงให้เด่นขึ้นได้ แต่ควรระวังเสียงแตกและการเปลี่ยนระดับเสียงอย่างกะทันหัน
เพลงควรสร้างอารมณ์ ขณะที่เสียงสาธิตหรือเสียงเปิดสินค้าอาจต้องชัดในบางช่วง
ควรใช้เพลงเบามากหรือไม่ใช้เพลง หากดนตรีทำให้ผู้ชมเสียสมาธิจากคำอธิบาย
สามารถเพิ่มเพลงให้ดังกว่าช่วงเนื้อหาหลักได้เล็กน้อย แต่ต้องไม่ดังขึ้นกะทันหันจนผู้ชมตกใจ
การลดเพลงเฉพาะช่วงเสียงพูดเรียกว่า Audio Ducking ในงานตัดต่อทั่วไป หาก Canva ไม่มีเครื่องมือลดเสียงอัตโนมัติในงานหรือบัญชีที่ใช้ สามารถจัดการด้วยวิธีแบ่งแทร็กเสียง
เลื่อนตัวชี้บน Timeline ไปยังตำแหน่งก่อนเริ่มพูด แล้วแบ่งเพลงตรงจุดนั้น หากมีคำสั่ง Split
เลื่อนตัวชี้ไปยังตำแหน่งหลังพูดจบ แล้วแบ่งเพลงอีกครั้ง ตอนนี้ช่วงเพลงใต้เสียงพูดจะแยกออกมา
เลือกส่วนเพลงที่อยู่ใต้เสียงพูด แล้วลด Volume ให้เบากว่าส่วนอื่น
กดเล่นก่อนและหลังจุดเปลี่ยนระดับเสียง หากเสียงลดหรือเพิ่มกะทันหัน ให้ขยับจุดแบ่งไปยังจังหวะที่เหมาะสม หรือใช้ Fade หากมีตัวเลือก
ทำสำเนาเพลงเป็นหลายแทร็ก แล้ว Trim แต่ละไฟล์ให้ครอบคลุมช่วงก่อนพูด ระหว่างพูด และหลังพูด จากนั้นตั้งระดับเสียงแยกกันและตรวจว่าไม่มีเสียงซ้อน
เสียงต้นฉบับของคลิปอาจเป็นบทสนทนา เสียงสถานที่ หรือเสียงรบกวน
เลือกคลิปวิดีโอ เปิด Volume แล้วลดความดัง หากต้องการเก็บเสียงบรรยากาศไว้เบื้องหลังเพลงหรือเสียงพากย์
ลด Volume ลงจนไม่มีเสียง หากต้องการใช้เฉพาะภาพแล้วใส่เพลงใหม่
หากคลิปมีบทสนทนาสำคัญ ให้ลดเพลงแทนการลดเสียงวิดีโอ และตรวจว่าผู้ชมฟังเสียงหลักได้ชัด
หากงานและบัญชีรองรับการแยกเสียง สามารถแยกออกมาเป็นแถบเสียงบน Timeline เพื่อจัดตำแหน่งและปรับระดับได้สะดวกขึ้น
ควรบันทึกในห้องเงียบ วางไมโครโฟนในระยะเหมาะสม และหลีกเลี่ยงเสียงพัดลมหรือเสียงสะท้อน
ตั้งระดับเสียงพากย์ให้ชัดและสม่ำเสมอก่อน แล้วจึงเพิ่มเพลงและลดให้อยู่เบื้องหลัง
หากบันทึกเสียงหลายรอบ ไฟล์อาจดังไม่เท่ากัน ต้องฟังและปรับแต่ละส่วนให้ใกล้เคียงกัน
Canva อาจแสดงเครื่องมือปรับปรุงเสียงหรือเสียงพูดในบางบัญชีและประเภทงาน หลังใช้ระบบอัตโนมัติควรทดลองฟัง ไม่ควรถือว่าผลลัพธ์เหมาะสมเสมอไป
ทำให้เพลงค่อย ๆ ดังขึ้นในช่วงเริ่ม เหมาะกับการเปิดวิดีโออย่างนุ่มนวลหรือเริ่มเพลงหลังเสียงพูด
ทำให้เพลงค่อย ๆ เบาลงก่อนจบ เหมาะกับ Outro และช่วยป้องกันไม่ให้เสียงหยุดกะทันหัน
เลือกแถบเพลงแล้วตรวจหา Fade ในเมนูแก้ไขเสียง หากมี ให้กำหนดระยะเวลาการค่อย ๆ ดังหรือเบาลง แล้วกดเล่นตรวจสอบ
หากไม่มีตัวเลือก Fade สามารถเลือกจุดตัดเพลงที่จบเป็นธรรมชาติหรือลดเสียงเป็นช่วงด้วยการแบ่งแทร็ก
ปิดเสียงเพลงและฟังเสียงพูดแต่ละไฟล์ เพื่อค้นหาส่วนที่ดังหรือเบาผิดปกติ
เลือกแต่ละแทร็กแล้วปรับ Volume ให้เสียงใกล้เคียงกัน ไม่ควรใช้ค่าเดียวกันโดยอัตโนมัติ เพราะระดับต้นฉบับต่างกัน
กดเล่นข้ามจากไฟล์แรกไปไฟล์ถัดไป หากรู้สึกว่าเสียงกระโดด ให้ปรับใหม่จนระดับใกล้เคียงกัน
ฟังด้วยหูฟัง ลำโพงคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์ เพราะเสียงที่สมดุลในอุปกรณ์หนึ่งอาจฟังต่างไปในอีกอุปกรณ์
ควรตรวจวิดีโออย่างน้อยสองรอบ
ฟังว่าทุกคำชัด ไม่มีเสียงขาด เสียงเบา หรือเสียงแตก โดยยังไม่ต้องสนใจรายละเอียดของภาพมากนัก
ตรวจจุดเริ่ม จุดจบ การเปลี่ยนระดับเสียง และรอยต่อระหว่างเพลง
รายการที่ควรตรวจ ได้แก่
เมื่อปรับเสียงเรียบร้อยแล้ว ให้ดำเนินการดังนี้
ต้องเลือกไฟล์วิดีโอที่รองรับเสียง เช่น MP4 หากดาวน์โหลดเป็น GIF, JPG หรือ PNG เสียงจะไม่ติดไปด้วย
ตรวจว่าเลือกแถบเสียงถูกไฟล์และไม่มีเพลงอีกแทร็กเล่นซ้อนอยู่ ลองกดเล่นจากจุดก่อนหน้าและรอให้การแก้ไขบันทึก
เลือกแถบเพลงหรือคลิปวิดีโอโดยตรง หากใช้มือถือให้เลื่อนแถบเครื่องมือด้านล่างเพื่อหาไอคอนลำโพงหรือ Volume
ลดเสียงเพลงลงอีก เลือกเพลงบรรเลงที่ไม่ซับซ้อน หรือแบ่งเพลงเพื่อลดเฉพาะช่วงพูด
แบ่งเสียงเป็นส่วนแล้วปรับ Volume แยก หรือแก้ไขไฟล์ต้นฉบับก่อนอัปโหลดใหม่ หากระดับเสียงเปลี่ยนแปลงมาก
ปรับจุดแบ่งและใช้ Fade หากมี เพื่อให้การเปลี่ยนระดับเสียงนุ่มนวลขึ้น
ลด Volume ของไฟล์ต้นฉบับ หากเสียงแตกติดมากับการบันทึก การลดระดับภายหลังอาจไม่สามารถคืนรายละเอียดที่เสียไปได้ ควรใช้ไฟล์ที่บันทึกใหม่
ขยาย Timeline แล้วเลื่อนแถบเสียงให้ตรงกับคลิป ตรวจว่าการตัดหรือย้ายฉากไม่ได้ทำให้ตำแหน่งเสียงเปลี่ยน
ตรวจว่าเลือก MP4 Video เลือกทุกหน้าที่มีเสียง และรอให้ไฟล์อัปโหลดกับการบันทึกงานเสร็จก่อนดาวน์โหลดใหม่
เลือกแถบเพลงบน Timeline เปิด Volume แล้วลากระดับเสียงลง จากนั้นกดเล่นพร้อมเสียงพูดเพื่อตรวจสอบ
ได้ โดยลด Volume จนไม่มีเสียงหรือลบแถบเพลงออกจาก Timeline
ทำได้โดยแบ่งเพลงก่อนและหลังช่วงที่ต้องการ แล้วลด Volume เฉพาะส่วนตรงกลาง หากไม่มี Split สามารถใช้แทร็กสำเนาและ Trim แทน
ไม่มีค่าตายตัว ควรปรับโดยฟังจากไฟล์จริง เป้าหมายคือให้เสียงพูดชัดและเพลงอยู่เบื้องหลังโดยไม่หายไปทั้งหมด
หาก Canva แสดง Fade Out ในเครื่องมือเสียง สามารถกำหนดให้เพลงค่อย ๆ เบาลงก่อนจบได้
อาจเกิดจากระดับเสียงของเบราว์เซอร์ อุปกรณ์ หรือโปรแกรมเล่นไฟล์ ควรเปิดไฟล์จริงด้วยหลายอุปกรณ์และแก้ไขตามผลที่ผู้ชมจะได้รับ
วิธีลดเสียงเพลงใน Canva คือเลือกแถบเพลง เปิด Volume แล้วปรับให้เบากว่าเสียงพูดอย่างชัดเจน หากต้องการลดเฉพาะบางช่วง ให้แบ่งแทร็กเพลงและปรับ Volume ของส่วนนั้นแยกต่างหาก
ควรตั้งเสียงพากย์ให้ชัดก่อนเพิ่มเพลง ตรวจระดับเสียงตั้งแต่ต้นจนจบ และดาวน์โหลดเป็น MP4 เพื่อทดสอบไฟล์จริง ไม่มีค่าความดังเดียวที่เหมาะกับทุกงาน การฟังด้วยหลายอุปกรณ์จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด ติดตามคู่มือ Canva เพิ่มเติมได้ที่ comsiam