Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

ถ้าคุณสงสัยว่าแอปบางตัวบน iPhone 18 Pro กำลังเข้าถึง กล้อง ไมโครโฟน หรือตำแหน่ง มากเกินความจำเป็น คุณสามารถตรวจสอบได้จากเมนู Privacy & Security และปิดสิทธิ์ของแต่ละแอปได้ทันที
iPhone ยังมีสัญลักษณ์บนหน้าจอช่วยบอกเมื่อมีการใช้กล้องหรือไมโครโฟน รวมถึงสามารถดูว่าแอปใดได้รับสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งอยู่บ้าง
comsiam แนะนำให้ตรวจสอบสิทธิ์เหล่านี้เป็นระยะ โดยเฉพาะหลังติดตั้งแอปใหม่ เพราะบางแอปอาจขอสิทธิ์มากกว่าที่จำเป็นต่อการใช้งานจริง
เข้าไปที่
Settings > Privacy & Security > Camera
หน้าจอนี้จะแสดงรายชื่อแอปที่เคยขอสิทธิ์ใช้งานกล้อง
คุณสามารถดูได้ว่าแอปใดได้รับอนุญาตอยู่
หากพบแอปที่ไม่จำเป็นต้องใช้กล้อง ให้ปิดสวิตช์ของแอปนั้น
ตัวอย่างแอปที่มักจำเป็นต้องใช้กล้อง เช่น
แต่หากเป็นแอปที่ไม่มีเหตุผลต้องใช้กล้อง คุณสามารถปิดสิทธิ์ได้
Apple ระบุว่าสามารถดูและเปลี่ยนสิทธิ์การใช้กล้องของแต่ละแอปได้ที่ Privacy & Security โดยตรง
เข้า
Settings > Privacy & Security > Microphone
ระบบจะแสดงรายชื่อแอปที่เคยร้องขอสิทธิ์ใช้ไมโครโฟน
ตรวจสอบทีละแอปว่า
แอปนี้จำเป็นต้องใช้ไมโครโฟนจริงหรือไม่
ตัวอย่างแอปที่อาจจำเป็น เช่น
หากเป็นแอปที่ไม่เกี่ยวกับเสียง แต่เปิดสิทธิ์ไมโครโฟนอยู่ สามารถปิดได้ทันที
ถ้าเห็น จุดสีเขียว บริเวณด้านบนของหน้าจอ หมายความว่าแอปกำลังใช้
กล้อง
หรือ
กล้องและไมโครโฟนพร้อมกัน
ดังนั้น หากคุณไม่ได้กำลังถ่ายรูป วิดีโอ หรือวิดีโอคอล แต่เห็นจุดสีเขียวขึ้นมา ควรตรวจสอบว่าแอปใดกำลังทำงานอยู่
Apple ใช้ Privacy Indicator นี้เพื่อแจ้งผู้ใช้เมื่อกล้องกำลังถูกใช้งาน
หากเห็น จุดสีส้ม ด้านบนของหน้าจอ หมายถึงมีแอปกำลังใช้
ไมโครโฟน
โดยไม่ได้ใช้กล้อง
ตัวอย่างเช่น
หากไม่ได้ใช้งานฟังก์ชันเหล่านี้แต่จุดสีส้มปรากฏขึ้น ควรตรวจสอบทันที
Apple ระบุว่าจุดสีส้มแสดงเมื่อมีแอปใช้ไมโครโฟนโดยไม่ใช้กล้อง
ถ้าเห็นจุดสีเขียวหรือสีส้มแล้วอยากรู้ว่าเป็นแอปไหน ให้เปิด
Control Center
บริเวณด้านบนของ Control Center จะมีข้อมูลบอกว่าแอปใดเพิ่งใช้กล้องหรือไมโครโฟน
วิธีนี้มีประโยชน์มากเมื่อ Privacy Indicator หายไปแล้ว แต่คุณยังต้องการตรวจสอบว่าแอปใดเพิ่งเข้าถึงฮาร์ดแวร์ดังกล่าว
Apple ระบุว่า Control Center สามารถแสดงข้อมูลของแอปที่เพิ่งใช้กล้องหรือไมโครโฟนได้
เข้า
Settings > Privacy & Security > Location Services
จากนั้นจะเห็นรายชื่อแอปทั้งหมดที่เคยร้องขอข้อมูลตำแหน่ง
แตะแอปที่ต้องการตรวจสอบ
คุณจะพบตัวเลือกสิทธิ์ เช่น
ตัวเลือกอาจแตกต่างกันไปตามประเภทของแอป
Apple ให้ผู้ใช้ควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงตำแหน่งเป็นรายแอปได้
ไม่จำเป็นต้องให้ทุกแอปใช้ตำแหน่งแบบ
Always
ควรเลือกตามลักษณะการใช้งาน
เลือกเมื่อแอปไม่จำเป็นต้องรู้ตำแหน่งเลย
ให้แอปถามใหม่เมื่อจำเป็นต้องใช้
เหมาะกับแอปส่วนใหญ่ เพราะอนุญาตเฉพาะช่วงที่กำลังใช้งาน
ควรให้เฉพาะแอปที่จำเป็นจริง ๆ ต้องใช้ตำแหน่งเบื้องหลัง
หลักง่าย ๆ คือ
ถ้าแอปไม่ต้องรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหนตลอดเวลา ก็ไม่ควรให้สิทธิ์ Always
ภายในสิทธิ์ Location ของแต่ละแอป คุณอาจเห็น
Precise Location
หากเปิดอยู่ แอปสามารถได้รับตำแหน่งที่ละเอียดมากขึ้น
หากปิด แอปจะได้รับเพียงตำแหน่งโดยประมาณ
ตัวอย่างแอปที่อาจต้องใช้ Precise Location เช่น
แต่แอปอย่างข่าวหรือบริการที่ต้องการทราบเพียงพื้นที่กว้าง ๆ อาจไม่จำเป็นต้องรู้ตำแหน่งแบบละเอียด
Apple ระบุว่าผู้ใช้สามารถปิด Precise Location เพื่อให้แอปได้รับเพียงตำแหน่งโดยประมาณได้
เมื่อมีแอปหรือระบบใช้ Location Services คุณอาจเห็นสัญลักษณ์ตำแหน่งปรากฏใน Status Bar หรือ Control Center
สัญลักษณ์นี้ช่วยบอกว่า iPhone กำลังใช้ข้อมูลตำแหน่งอยู่
หากเห็นบ่อยผิดปกติ ควรเข้า
Settings > Privacy & Security > Location Services
เพื่อตรวจสอบแอปต่าง ๆ
Apple ระบุว่าเมื่อแอปใช้ Location Services จะมีไอคอน Location Services แสดงบนระบบ
โดยทั่วไปไม่จำเป็น
หากปิด Location Services ทั้งหมด ฟังก์ชันสำคัญหลายอย่างอาจทำงานไม่เต็มที่ เช่น
Apple ระบุว่าหากปิด Location Services ฟังก์ชันสำคัญหลายอย่างของ iPhone จะหยุดทำงาน
วิธีที่เหมาะสมกว่าคือควบคุมสิทธิ์ เป็นรายแอป
โดยทั่วไป แอปต้องขอสิทธิ์ก่อนใช้งานกล้อง
เมื่อแอปต้องการใช้กล้องครั้งแรก จะมีหน้าต่างถามว่าคุณต้องการอนุญาตหรือไม่
หลังจากอนุญาตแล้ว สามารถเปลี่ยนใจภายหลังได้ที่
Settings > Privacy & Security > Camera
Apple กำหนดให้แอปขอสิทธิ์และอธิบายเหตุผลก่อนเข้าถึงกล้องหรือไมโครโฟน
พฤติกรรมของแอปขึ้นอยู่กับสิทธิ์และรูปแบบการทำงาน
สิ่งที่สำคัญคือ iPhone จะแสดง Privacy Indicator เมื่อไมโครโฟนถูกใช้
ดังนั้น หากเห็นจุดสีส้มในเวลาที่ไม่คาดว่าจะมีการบันทึกเสียง ให้ตรวจสอบ Control Center และสิทธิ์ของแอปทันที
หากพบแอปที่เข้าถึงกล้อง ไมโครโฟน หรือตำแหน่งโดยไม่มีเหตุผล ให้ทำตามลำดับนี้
เข้า Privacy & Security แล้วปิดสิทธิ์ของแอป
ดูว่าแอปมาจากผู้พัฒนารายใด และยังจำเป็นต้องใช้หรือไม่
หากต้องการใช้งานต่อ ให้ตรวจสอบว่ามีเวอร์ชันใหม่หรือไม่
หากไม่ไว้ใจหรือไม่จำเป็นต้องใช้งานแล้ว ควรลบออก
นอกจากดูสิทธิ์ คุณสามารถใช้
App Privacy Report
เข้า
Settings > Privacy & Security > App Privacy Report
ฟังก์ชันนี้ช่วยให้คุณตรวจสอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิทธิ์ที่แอปได้รับ รวมถึงข้อมูลการเชื่อมต่อเครือข่าย
จึงมีประโยชน์มากสำหรับการตรวจสอบว่าแอปใช้งานสิทธิ์ที่คุณอนุญาตอย่างไร
Apple ระบุว่า App Privacy Report สามารถใช้ตรวจสอบวิธีที่แอปใช้สิทธิ์ที่ได้รับและกิจกรรมเครือข่ายของแอปได้
เข้า
Settings > Privacy & Security > App Privacy Report
หากยังไม่เคยเปิดใช้งาน อาจต้องเปิดก่อน
จากนั้นใช้ iPhone ตามปกติสักระยะเพื่อให้ระบบเก็บข้อมูล
คุณสามารถตรวจสอบหัวข้อ เช่น
หากพบการเข้าถึงที่ไม่สอดคล้องกับการใช้งาน ควรตรวจสอบสิทธิ์ของแอปนั้น
หากมั่นใจว่าแอปไม่จำเป็นต้องใช้กล้อง ให้เลือก
Don’t Allow
คุณสามารถกลับมาเปิดภายหลังได้เสมอ
ดังนั้นไม่จำเป็นต้องอนุญาตทุกครั้งเพียงเพราะแอปขอ
ให้ถามตัวเองก่อนว่า
ฟังก์ชันที่กำลังใช้จำเป็นต้องบันทึกเสียงหรือไม่
ตัวอย่าง
แอปวิดีโอคอล → จำเป็น
แอปบันทึกเสียง → จำเป็น
เกมบางเกม → อาจจำเป็นสำหรับ Voice Chat
แอปเครื่องคิดเลข → โดยทั่วไปไม่ควรต้องใช้
การพิจารณาตามหน้าที่ของแอปจะช่วยตัดสินใจง่ายขึ้น
ไม่ควรเลือก Always โดยอัตโนมัติ
หากแอปใช้งานได้ด้วย
While Using the App
ก็ควรเริ่มจากตัวเลือกนี้ก่อน
ตัวอย่างเช่น หากเป็นแอปแผนที่ การอนุญาตตำแหน่งระหว่างใช้งานอาจเพียงพอสำหรับหลายสถานการณ์
ภายใน
Settings > Privacy & Security > Location Services
เลื่อนลงด้านล่าง แล้วเข้า
System Services
ส่วนนี้เกี่ยวข้องกับบริการของระบบ iPhone ที่ใช้ตำแหน่ง
คุณสามารถตรวจสอบว่ามีบริการใดเปิดอยู่บ้าง
แต่ไม่ควรปิดทุกอย่างโดยไม่เข้าใจหน้าที่ เพราะบางบริการเกี่ยวข้องกับฟังก์ชันสำคัญของระบบ
ไม่จำเป็นต้องเช็กทุกวัน
แต่ควรตรวจสอบในสถานการณ์ต่อไปนี้
การตรวจทุก 1–3 เดือนก็ช่วยให้สิทธิ์ต่าง ๆ ไม่สะสมเกินความจำเป็น
ทำตามรายการนี้ได้เลย
Settings > Privacy & Security > Camera
ตรวจว่าแอปใดเปิดสิทธิ์อยู่
Settings > Privacy & Security > Microphone
ปิดแอปที่ไม่จำเป็น
Settings > Privacy & Security > Location Services
ตรวจระดับสิทธิ์ของแต่ละแอป
ตรวจ
Precise Location
และปิดสำหรับแอปที่ไม่ต้องการความแม่นยำสูง
ดู Privacy Indicator และ Control Center
เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจ
ถ้าเห็นจุดสีเขียวหรือสีส้ม ไม่ได้หมายความว่า iPhone ถูกแฮกทันที
จุดดังกล่าวเป็นระบบแจ้งเตือนว่า
ขณะนี้มีแอปใช้กล้องหรือไมโครโฟน
หากคุณกำลังวิดีโอคอล ถ่ายวิดีโอ หรือบันทึกเสียง การแสดงจุดดังกล่าวถือเป็นพฤติกรรมปกติ
สิ่งที่ควรตรวจสอบคือ
จุดนั้นปรากฏขึ้นโดยที่คุณไม่ได้ใช้งานฟังก์ชันดังกล่าวหรือไม่
ได้ เข้า Settings > Privacy & Security > Camera
ได้ เข้า Settings > Privacy & Security > Microphone
หมายถึงมีแอปใช้กล้อง หรือใช้กล้องร่วมกับไมโครโฟน
หมายถึงมีแอปใช้ไมโครโฟนโดยไม่ใช้กล้อง
ได้ สามารถตั้งสิทธิ์เป็นรายแอป
ได้ หากแอปไม่จำเป็นต้องรู้ตำแหน่งแบบละเอียด
หากต้องการตรวจว่าแอปไหนกำลังเข้าถึงข้อมูลสำคัญบน iPhone 18 Pro ให้จำ 3 เมนูนี้ไว้
Camera
Settings > Privacy & Security > Camera
Microphone
Settings > Privacy & Security > Microphone
Location
Settings > Privacy & Security > Location Services
หากเห็น จุดสีเขียว แสดงว่ากล้องกำลังถูกใช้งาน ส่วน จุดสีส้ม หมายถึงไมโครโฟนกำลังถูกใช้งาน และสามารถเปิด Control Center เพื่อตรวจสอบแอปที่เพิ่งใช้งานได้
สำหรับผู้อ่าน comsiam หลักที่ควรจำคือ แอปควรได้รับสิทธิ์เท่าที่จำเป็นต่อการทำงานเท่านั้น ถ้าแอปไม่ต้องใช้กล้อง ไมโครโฟน หรือตำแหน่ง ก็สามารถปิดสิทธิ์ได้โดยไม่ต้องปล่อยเปิดไว้ตลอดเวลา