Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

การถ่าย Slow Motion บน iPhone 18 Pro สามารถทำได้ตั้งแต่วิดีโอสโลว์โมชั่นคุณภาพสูงสำหรับ Social Media ไปจนถึงงานกีฬา สินค้า อาหาร น้ำกระเด็น หรือ Movement ที่ต้องการนำไปตัดต่อจริงจัง โดยกล้องหลังรองรับ Slo-mo 1080p สูงสุด 240 fps และ 4K Dolby Vision สูงสุด 120 fps บน Fusion Main
สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเลือก Frame Rate สูงที่สุดเสมอไป เพราะยิ่งเฟรมเรตสูง กล้องยิ่งต้องการแสงมากขึ้น และไฟล์ก็มีขนาดใหญ่ขึ้น
ถ้าต้องการ Slow Motion ที่ทั้งคม สว่าง และดูเป็นธรรมชาติ ต้องเลือกให้เหมาะว่าเมื่อไรควรใช้ 120 fps และเมื่อไรควรใช้ 240 fps
บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่วิธีเปิด Slo-mo การตั้ง 1080p/4K เทคนิคจัดแสง การเลือกเลนส์ การถ่ายกีฬา อาหาร สินค้า ไปจนถึงการเลือกช่วง Slow Motion หลังถ่าย
Slow Motion คือการบันทึกวิดีโอด้วยจำนวนเฟรมต่อวินาทีสูงกว่าการเล่นปกติ
ตัวอย่างเช่น
ถ่ายที่ 120 fps
แล้วนำไปเล่นบน Timeline 30 fps
จะสามารถลดความเร็วลงได้ประมาณหนึ่งในสี่โดยยังมีเฟรมจำนวนมากให้แสดง
ถ่ายที่ 240 fps
สามารถสร้างการเคลื่อนไหวที่ช้ากว่าได้อีก
จึงเหมาะกับ Action ที่เกิดขึ้นรวดเร็วมาก
กล้องหลังของ iPhone 18 Pro รองรับ
นอกจากนี้ยังรองรับ Macro Video รวมถึง Slow Motion
ทำให้สามารถถ่ายรายละเอียดระยะใกล้ที่กำลังเคลื่อนไหวได้ด้วย
ได้
กล้องหน้า Center Stage 18MP รองรับ
1080p ที่ 120 fps
เหมาะกับ
แต่ถ้าต้องการ 4K120 หรือ 1080p240 ต้องใช้กล้องหลังตามความสามารถของระบบ
บน iPhone 18 Pro เมนู Slo-mo สามารถตั้งค่าเริ่มต้นสำหรับกล้องหลังได้
Apple ระบุว่าค่าเริ่มต้นสามารถเป็น
1080p HD ที่ 240 fps
และสามารถเปลี่ยนเป็น 120 fps ได้จาก Settings
นอกจากนี้รุ่นที่รองรับยังสามารถเลือกบันทึก Slow Motion แบบ 4K 120 fps ได้
เข้าไปที่
Settings > Camera > Record Slo-mo
จากนั้นเลือก Resolution และ Frame Rate ที่ต้องการ
ตัวเลือกสำคัญสำหรับ iPhone 18 Pro ได้แก่
เลือกตามวัตถุประสงค์ ไม่จำเป็นต้องใช้ 240 fps ทุกครั้ง
เปิด
Camera
จากนั้นเลือก
Slo-mo
จัด Composition แล้วกดปุ่ม Record
เมื่อ Action จบแล้วกด Stop
หลังจากนั้นสามารถเข้า Photos เพื่อเลือกว่าช่วงใดของคลิปต้องการให้เล่นแบบ Slow Motion
นอกจาก Slo-mo Mode แล้ว iPhone 18 Pro ยังสามารถถ่ายวิดีโอ Frame Rate สูงจาก Video Mode ในรูปแบบที่รองรับ
สามารถแตะค่าความละเอียดและ Frame Rate บนหน้าจอ แล้วเลือก
120 FPS
เมื่อใช้กับ Fusion Main ตามความสามารถของกล้อง
เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุม Workflow การตัดต่อเองภายหลัง
4K 120 fps เหมาะกับงานที่ต้องการทั้ง
เช่น
เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่มีคุณภาพสูงที่สุดสำหรับ Slow Motion บน iPhone 18 Pro
240 fps เหมาะกับเหตุการณ์ที่เร็วมาก
เช่น
เพราะสามารถทำให้ Movement ที่เกิดเพียงเสี้ยววินาทีดูช้าลงได้มาก
จำง่าย ๆ
120 fps = คุณภาพและ Slow Motion ที่สมดุล
240 fps = เน้นช้ามากสำหรับ Action เร็ว
หากไม่แน่ใจ ให้เริ่มจาก 120 fps
เพราะใช้งานง่ายกว่า ต้องการแสงน้อยกว่า 240 fps และมีตัวเลือก 4K บน Fusion Main
240 fps ไม่ได้หมายความว่าภาพจะสวยกว่า
ข้อแลกเปลี่ยนคือ
หาก Action ไม่ได้เร็วมาก 120 fps สามารถเหมาะกว่า
เมื่อบันทึกจำนวนเฟรมต่อวินาทีมากขึ้น กล้องมีเวลารับแสงต่อแต่ละเฟรมน้อยลง
ดังนั้น 240 fps จึงต้องการแสงมากกว่า 30 หรือ 60 fps
ถ้าแสงไม่พอ ภาพอาจ
การเพิ่มแสงจึงเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับ Slow Motion
ถ่าย Outdoor กลางวันมักเป็นสถานการณ์ที่ง่ายที่สุด
เพราะมีแสงมากพอสำหรับ
เหมาะกับ
ถ้าจะทดลอง Slow Motion ครั้งแรก แนะนำทดลองกลางแจ้งก่อน
หากถ่าย 120 หรือ 240 fps ในบ้าน ควรเพิ่มแสง
เช่น
อย่าพึ่งการเพิ่ม Exposure อย่างเดียว
เพราะการมีแสงจริงมากขึ้นจะช่วยทั้ง
ได้พร้อมกัน
ไฟบางชนิดสามารถกระพริบด้วยความถี่ที่ตาเปล่ามองไม่เห็น
เมื่อถ่าย Frame Rate สูงอาจเห็นเป็น
โดยเฉพาะ LED หรือหลอดไฟคุณภาพต่ำ
หากเจอปัญหา ให้ลอง
สำหรับ Slow Motion ให้เริ่มด้วย Fusion Main 1x
เพราะรองรับ 4K 120 fps และเหมาะกับหลายสถานการณ์
ใช้ได้กับ
นอกจากนี้ยังให้คุณควบคุม Composition ได้ง่ายกว่าการใช้ Telephoto แคบ ๆ
Ultra Wide เหมาะกับ
เพราะมุมกว้างช่วยให้ Subject หลุดจากเฟรมยากขึ้น
แต่ต้องระวัง Distortion โดยเฉพาะวัตถุใกล้ขอบ
ถ้าต้องการแยก Subject จากระยะไกล สามารถใช้ Telephoto ตามโหมดและ Frame Rate ที่รองรับ
เหมาะกับ
แต่ควรมีแสงมากพอและถือกล้องให้นิ่ง เพราะ Telephoto ขยายการสั่นให้เห็นชัดขึ้น
เมื่อ Subject เคลื่อนไหวเร็ว Digital Zoom สูงทำให้
ควรใช้มุมที่กว้างกว่าที่คิดเล็กน้อย
แล้ว Crop ในขั้นตอนตัดต่อหากจำเป็น
ก่อนเริ่มเหตุการณ์
อย่ารอจนเหตุการณ์เกิดแล้วค่อยพยายาม Focus
เพราะอาจพลาด Moment ที่ต้องการ
iPhone 18 Pro รองรับ Smart Focus Tracking
เหมาะกับ
ช่วยรักษา Focus ขณะ Subject เปลี่ยนตำแหน่ง
แต่ยังควรเหลือพื้นที่รอบตัว Subject เผื่อการเคลื่อนไหวด้วย
Slow Motion มักใช้กับ Movement ที่คาดเดาได้ไม่สมบูรณ์
หากจัด Subject ชิดขอบมากเกินไป
แค่ขยับเล็กน้อยก็หลุดเฟรม
ให้เว้นพื้นที่ในทิศทางที่ตัวแบบกำลังเคลื่อน
เช่น คนวิ่งไปทางขวา ให้เหลือพื้นที่ด้านขวาไว้มากกว่า
อย่ากด Record พร้อมกับจังหวะที่ลูกบอลกระทบพื้น
ให้เริ่มก่อนประมาณ 1–2 วินาที
จากนั้นปล่อยให้ Action เกิด
แล้ว Record ต่อหลังเหตุการณ์อีกเล็กน้อย
ช่วยให้มีพื้นที่ตัดต่อและไม่พลาดจังหวะแรก
หลักเดียวกับตอนเริ่ม
หลัง Movement จบ ให้ Record ต่ออีกประมาณ 1–2 วินาที
ไม่ควรกด Stop ทันที
โดยเฉพาะงาน Product หรือ Commercial เพราะ Editor อาจต้องใช้ช่วงนิ่งหลัง Action เพื่อทำ Transition
ไม่จำเป็นต้องขยับกล้องตามทุก Movement
บางครั้งตั้งกล้องนิ่งแล้วให้ Subject วิ่งผ่านเฟรมจะได้ Shot ที่สวยกว่า
เหมาะกับ
ให้ระบบ Slow Motion แสดง Movement ของ Subject แทนการสร้าง Movement ของกล้องเพิ่ม
ถ่าย
ควรใช้ Tripod
ช่วยให้ Background และเฟรมไม่เปลี่ยน
ทำให้ Movement ของวัตถุเป็นจุดเด่น
ถ้ามีแสงเพียงพอ 4K120 เหมาะกับ
เพราะได้ทั้ง Resolution สูงและ Slow Motion
ทำให้สามารถ Crop และ Reframe ภายหลังได้ยืดหยุ่นกว่าการถ่าย 1080p
น้ำเป็นตัวอย่างที่ใช้ประโยชน์จาก 240 fps ได้ชัด
เช่น
รายละเอียดของหยดน้ำที่เกิดขึ้นรวดเร็วสามารถมองเห็นได้ชัดขึ้นเมื่อเล่นช้า
ต้องมีแสงมากพอเพื่อรักษาความคมของแต่ละเฟรม
ใช้กับ
สำหรับ Content ทั่วไป 120 fps มักเพียงพอ
240 fps ใช้กับ Moment ที่เกิดเร็วมาก เช่น ของเหลวกระเด็น
กีฬาเหมาะกับ Frame Rate สูงอย่างมาก
ตัวอย่าง
120 fps เหมาะกับ Movement ทั่วไป
240 fps เหมาะกับจังหวะที่รวดเร็วมาก เช่น การสัมผัสลูกหรือการกระโดด
แต่ต้องมีแสงมาก โดยเฉพาะสนาม Indoor
เหมาะกับ
แนะนำเริ่มจาก 120 fps เพราะติดตาม Subject ได้ง่ายและต้องการแสงน้อยกว่า 240 fps
ถ่ายกลางแจ้งจะให้ผลลัพธ์ง่ายที่สุด
ใช้กับ
120 fps เพียงพอกับ Fashion Content จำนวนมาก
ใช้ 4K120 หากต้องการรายละเอียดของเสื้อผ้าและนำไป Crop ภายหลัง
iPhone 18 Pro รองรับ Macro Video รวมถึง Slo-mo
สามารถใช้กับ
แต่ Macro ต้องการแสงมากและระยะ Focus ต้องแม่น
ควรตั้งกล้องให้นิ่งที่สุด
กล้องหน้า Center Stage 18MP รองรับ Slow Motion 1080p 120 fps
เหมาะกับ
ทำให้ Creator สามารถจัดเฟรมตัวเองได้โดยไม่ต้องใช้กล้องหลังตลอดเวลา
จุดเด่นหลักของ Slow Motion คือภาพ ไม่ใช่เสียงพูดต่อเนื่อง
เมื่อคลิปถูกลดความเร็ว เสียงดั้งเดิมอาจไม่เหมาะกับการใช้งานตรง ๆ ใน Content
งานตัดต่อมักใช้
ประกอบ
ดังนั้นหากเป็น Dialogue ไม่ควรถ่ายทั้งบทสนทนาด้วย Slo-mo
หลังบันทึก Slo-mo
ไม่จำเป็นต้องให้ทั้งคลิปเล่นช้าทั้งหมด
การใช้ Slow Motion เฉพาะ Moment สำคัญมักดูน่าสนใจกว่า
ตัวอย่างนักฟุตบอลยิงบอล
สามารถให้
ช่วงวิ่ง = ความเร็วปกติ
แล้ว
ช่วงเท้าสัมผัสบอล = Slow Motion
จากนั้นกลับสู่ความเร็วปกติ
ช่วยทำให้ Moment สำคัญเด่นขึ้นกว่าการให้ทุกอย่างช้าตั้งแต่ต้นจนจบ
ถ้าวิดีโอทั้งเรื่องเป็น Slow Motion ผู้ชมอาจเริ่มรู้สึกว่าจังหวะช้าเกินไป
ใช้เพื่อเน้น
แล้วสลับกับความเร็วปกติ
Slow Motion จะมีพลังมากขึ้นเมื่อใช้เป็น Contrast กับ Footage ปกติ
หากนำ 120 fps ไปใช้ใน Project 30 fps คุณมีเฟรมมากพอสำหรับลดความเร็วประมาณ 4 เท่าโดยหลักการทั่วไป
เหมาะกับ
จึงเป็น Frame Rate ที่ยืดหยุ่นและใช้งานง่ายมาก
240 fps สามารถให้ Slow Motion ที่ช้ามากขึ้นเมื่อวางบน Timeline Frame Rate ต่ำกว่า
เหมาะกับจังหวะที่เกิดเร็วจริง
แต่ไม่จำเป็นกับ
เลือก Frame Rate ตาม Action ช่วยประหยัดพื้นที่และรักษาคุณภาพได้ดีกว่า
Frame Rate สูงสร้างข้อมูลจำนวนมาก
โดยเฉพาะ
4K 120 fps
ก่อนถ่ายควรตรวจ
ไม่ควรถ่าย 120 fps ยาวหลายสิบนาทีโดยไม่จำเป็น หากต้องการ Slow Motion เพียง 3 วินาทีในวิดีโอสุดท้าย
Slow Motion เหมาะกับคลิปสั้น
ตัวอย่าง
แทนที่จะ Record ต่อเนื่อง 10 นาที
ช่วย
comsiam แนะนำเริ่มจาก
Resolution: 4K
Frame Rate: 120 fps
Camera: Fusion Main 1x
Light: สว่างมากพอ
Focus: Subject
Exposure: ไม่ให้ Highlight ขาว
Stabilization: ถือสองมือหรือ Tripod
Digital Zoom: หลีกเลี่ยง
Take: เริ่มก่อน Action และหยุดหลัง Action
Editing: ใช้ Slow Motion เฉพาะช่วงสำคัญ
ถ้า Action เร็วมากและไม่จำเป็นต้องใช้ 4K จึงค่อยเปลี่ยนไป 1080p 240 fps
ใช้
กลางแจ้ง: 4K120 หรือ 1080p240 ตาม Movement
Indoor: เริ่ม 120 fps และดูแสงก่อน
Lens: 1x หรือระยะที่ติดตามง่าย
Focus: Tracking
Composition: เว้นพื้นที่ให้ Subject เคลื่อน
Zoom: ไม่สูงเกินไป
Take: หลายคลิปสั้น
หาก 240 fps ทำให้ภาพมืดหรือ Noise มากเกินไป ให้กลับมา 120 fps
ใช้
4K 120 fps
Tripod: ใช้
Lighting: สว่างและนุ่ม
White Balance: คงที่
Focus: ล็อกสินค้า
Background: เรียบ
Action: วางแผนก่อน Record
Take: ถ่ายหลายครั้ง
เหมาะกับงานโฆษณา สินค้า และ B-roll ที่ต้องการ Crop ภายหลัง
หากต้องการหยุดรายละเอียดของน้ำ
Resolution: 1080p
Frame Rate: 240 fps
Light: ต้องมาก
Tripod: ใช้
Focus: จุดที่น้ำจะกระเด็น
Action: ทำซ้ำหลาย Take
Background: ใช้สีที่ตัดกับน้ำ
Exposure: รักษา Highlight ของน้ำ
240 fps จะเห็นรายละเอียด Moment ที่เร็วมากได้ชัดกว่า
หลีกเลี่ยง
Slow Motion ที่ดีต้องเริ่มจากการวางแผน Moment ที่ต้องการให้ช้าก่อนกด Record
กล้องหลังรองรับ Slo-mo 1080p สูงสุด 240 fps และ 4K Dolby Vision สูงสุด 120 fps บน Fusion Main
ไม่มีแบบใดดีกว่าทุกสถานการณ์ 120 fps ให้สมดุลด้านคุณภาพ แสง และ Resolution ขณะที่ 240 fps เหมาะกับ Action ที่เร็วมากและต้องการ Slow Motion มากกว่า
เหมาะกับกีฬา Product B-roll, Fashion, อาหาร และ Action ที่ต้องการทั้งรายละเอียดสูงและ Slow Motion
เพราะต้องบันทึกจำนวนเฟรมต่อวินาทีมากขึ้น ทำให้แต่ละเฟรมมีเวลารับแสงน้อยลง จึงต้องการแสงมากกว่า
ได้ กล้องหน้า Center Stage รองรับ Slo-mo 1080p ที่ 120 fps
ได้ iPhone 18 Pro รองรับ Macro Video รวมถึง Slow Motion
ได้ เปิดวิดีโอใน Photos > Edit แล้วเลื่อนเส้นกำหนดช่วงที่ต้องการให้เล่นแบบ Slow Motion
ไม่จำเป็น iPhone 18 Pro รองรับ 4K Dolby Vision 120 fps บน Fusion Main ในการบันทึกวิดีโอที่รองรับ ส่วน ProRes เป็น Workflow แยกสำหรับงานที่ต้องการ Codec ระดับสูง
การเลือก Frame Rate สำหรับ Slow Motion ควรเริ่มจากลักษณะของ Movement ไม่ใช่เลือกตัวเลขสูงสุดทุกครั้ง
สำหรับการใช้งานส่วนใหญ่ 4K 120 fps เป็นตัวเลือกที่สมดุล เพราะได้ทั้งความละเอียดสูงและความสามารถในการลดความเร็วได้มาก
หากกำลังถ่าย Action ที่เร็วมาก เช่น น้ำกระเด็น ลูกบอล หรือการเคลื่อนไหวที่เกิดเพียงเสี้ยววินาที สามารถเปลี่ยนเป็น 1080p 240 fps
สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดคือแสง เพราะยิ่ง Frame Rate สูงยิ่งต้องการแสงมากขึ้น ถ้าถ่าย 240 fps ในห้องมืด ภาพอาจมี Noise และรายละเอียดลดลง แม้ตัวเลข Frame Rate จะสูงกว่า
สำหรับผู้อ่าน comsiam สูตรจำง่ายคือ “120 fps ใช้เป็นหลัก 240 fps ใช้กับ Action เร็วมาก และเพิ่มแสงก่อนเพิ่ม Frame Rate” หากควบคุมแสง Focus และความนิ่งได้ดี Slow Motion จาก iPhone 18 Pro สามารถใช้ได้ทั้ง Social Media, YouTube และงานวิดีโอระดับจริงจัง