iPhone 18 Pro Face ID ใช้ไม่ได้หลังอัปเดต iOS แก้อย่างไร

หาก iPhone 18 Pro ใช้ Face ID ไม่ได้หลังอัปเดต iOS ทั้งที่ก่อนอัปเดตยังใช้งานได้ตามปกติ ปัญหานี้อาจเกิดจากข้อผิดพลาดชั่วคราวของระบบ การตั้งค่า Face ID บางส่วนถูกรีเซ็ต ระบบกำลังประมวลผลเบื้องหลัง หรือมีบั๊กที่กระทบต่อการยืนยันตัวตน

บทความนี้ comasiam จะพาไล่ตรวจสอบทีละขั้นตอน เพื่อแยกให้ได้ว่าปัญหาเกิดจากซอฟต์แวร์ การตั้งค่า หรือมีอาการที่ควรสงสัยฮาร์ดแวร์ร่วมด้วย

① รีสตาร์ต iPhone 18 Pro ก่อน

หลังอัปเดต iOS ควรลองรีสตาร์ตเครื่องหนึ่งครั้ง

หลังเปิดเครื่องใหม่ ระบบจะให้ใส่รหัสผ่านก่อน ซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติ

จากนั้นล็อกหน้าจอ แล้วลองใช้ Face ID อีกครั้ง

หากกลับมาใช้งานได้ อาจเป็นเพียงข้อผิดพลาดชั่วคราวหลังอัปเดต

② รอให้ระบบทำงานเบื้องหลังเสร็จก่อน

หลังอัปเดต iOS เครื่องอาจมีงานเบื้องหลังหลายอย่าง เช่น

  • จัดทำดัชนีไฟล์
  • วิเคราะห์รูปภาพ
  • ซิงค์ข้อมูล
  • อัปเดตแอป
  • ปรับฐานข้อมูลระบบ

ช่วงนี้เครื่องอาจร้อน ช้าลง หรือบางฟังก์ชันตอบสนองไม่เหมือนเดิม

หากเพิ่งอัปเดตเสร็จไม่นาน ให้ลองใช้งานเครื่องตามปกติสักระยะ แล้วทดสอบ Face ID ใหม่

③ ตรวจสอบการตั้งค่า Face ID

ไปที่

การตั้งค่า > Face ID และรหัส

ใส่รหัสผ่านเครื่อง

จากนั้นตรวจสอบว่าเปิดใช้งานฟังก์ชันที่ต้องการอยู่หรือไม่ เช่น

  • ปลดล็อก iPhone
  • App Store
  • Wallet และ Apple Pay
  • การป้อนรหัสผ่าน
  • แอปอื่น

หากบางตัวถูกปิด ให้เปิดใหม่แล้วทดสอบอีกครั้ง

④ เช็ดกล้อง TrueDepth

แม้ปัญหาจะเริ่มหลังอัปเดต iOS แต่ควรตัดสาเหตุทางกายภาพออกก่อน

ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดบริเวณด้านบนของหน้าจอ

ตรวจสอบว่าไม่มี

  • ฝุ่น
  • คราบมัน
  • น้ำ
  • ฟิล์มบังกล้อง
  • ขอบเคสบังเซ็นเซอร์

จากนั้นลอง Face ID ใหม่

⑤ ปิดแอปที่ทำงานค้าง

หลังอัปเดต แอปบางตัวอาจทำงานผิดปกติหรือค้างอยู่เบื้องหลัง

ให้ปิดแอปที่ไม่จำเป็นออก แล้วลองใช้งาน Face ID อีกครั้ง

หาก Face ID มีปัญหาเฉพาะในบางแอป ให้เน้นตรวจแอปนั้นเป็นพิเศษ

⑥ อัปเดตแอปทั้งหมด

หาก Face ID ใช้ปลดล็อกเครื่องได้ แต่เข้าแอปบางตัวไม่ได้หลังอัปเดต iOS ให้เข้า App Store แล้วอัปเดตแอปให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

แอปเวอร์ชันเก่าอาจยังไม่รองรับ iOS รุ่นใหม่เต็มที่

โดยเฉพาะแอป

  • ธนาคาร
  • การเงิน
  • Password Manager
  • แอปที่ล็อกด้วย Face ID

ควรตรวจเวอร์ชันให้เรียบร้อย

⑦ ตรวจสอบว่ามี iOS รุ่นย่อยใหม่หรือไม่

บางครั้งหลังอัปเดตใหญ่ อาจมีอัปเดตย่อยตามมาเพื่อแก้บั๊ก

ไปที่

การตั้งค่า > ทั่วไป > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์

หากมีเวอร์ชันใหม่ ให้สำรองข้อมูลก่อน แล้วอัปเดตอีกครั้ง

จากนั้นรีสตาร์ตเครื่องและทดสอบ Face ID ใหม่

⑧ รีเซ็ต Face ID

หาก Face ID ยังใช้งานไม่ได้ ให้ลองรีเซ็ตข้อมูลใบหน้า

ไปที่

การตั้งค่า > Face ID และรหัส > รีเซ็ต Face ID

จากนั้นเลือก

ตั้งค่า Face ID

แล้วสแกนใบหน้าใหม่ตั้งแต่ต้น

หากตั้งค่าใหม่ได้และใช้งานได้ตามปกติ ปัญหาอาจเกิดจากข้อมูล Face ID เดิมหลังการอัปเดต

⑨ ถ้าตั้งค่า Face ID ใหม่ไม่ได้

หากกดตั้งค่า Face ID แล้ว

  • ระบบไม่เริ่มสแกน
  • ค้าง
  • ขึ้น Face ID ไม่พร้อมใช้งาน
  • สแกนไม่ครบ
  • แอป Settings ปิดเอง

ให้รีสตาร์ตเครื่องอีกครั้งและตรวจ iOS เวอร์ชันล่าสุด

หากยังเหมือนเดิม ควรสังเกตอาการอื่นร่วมด้วย

⑩ ตรวจสอบว่ากล้องหน้าทำงานปกติหรือไม่

เปิดแอป Camera แล้วสลับไปใช้กล้องหน้า

ตรวจสอบว่า

  • ภาพขึ้นตามปกติ
  • ไม่จอดำ
  • ไม่ค้าง
  • สีไม่ผิดปกติ
  • กล้องไม่ปิดเอง

หากกล้องหน้ามีปัญหาร่วมกับ Face ID หลังอัปเดต ควรตรวจสอบเพิ่ม เพราะอาจไม่ได้เป็นเพียงบั๊กซอฟต์แวร์

⑪ Face ID ใช้ไม่ได้เฉพาะตอนเข้าแอป

ถ้าปลดล็อกเครื่องได้ แต่เข้าแอปด้วย Face ID ไม่ได้ ควรตรวจที่แอปก่อน

ลอง

  1. อัปเดตแอป
  2. ปิดและเปิดสิทธิ์ Face ID ใหม่
  3. ล็อกอินด้วยรหัสผ่านก่อน
  4. เปิด Face ID ภายในแอปใหม่

กรณีนี้มักไม่ได้หมายความว่าระบบ TrueDepth เสีย

⑫ Face ID ใช้ไม่ได้ทั้งเครื่องหลังอัปเดต

หากใช้ไม่ได้ทั้ง

  • ปลดล็อก iPhone
  • App Store
  • Wallet
  • แอปต่าง ๆ

ให้ทำตามลำดับนี้

  1. รีสตาร์ต
  2. อัปเดต iOS
  3. ตรวจกล้อง TrueDepth
  4. รีเซ็ต Face ID
  5. ตั้งค่าใหม่

หากยังไม่ได้ ควรตรวจฮาร์ดแวร์ต่อ

⑬ เครื่องร้อนหลังอัปเดตและ Face ID ใช้ไม่ได้

หลังอัปเดต iOS เครื่องอาจร้อนขึ้นชั่วคราวจากการประมวลผลเบื้องหลัง

หากเครื่องร้อนมาก ให้หยุดใช้งานหนักและปล่อยให้เย็นลง

จากนั้นลอง Face ID ใหม่

หากอาการ Face ID หายเมื่อเครื่องเย็น อาจเกี่ยวข้องกับสถานะระบบชั่วคราวมากกว่าฮาร์ดแวร์

⑭ อย่ารีบล้างเครื่องเป็นค่าโรงงาน

หาก Face ID ใช้ไม่ได้หลังอัปเดต ไม่ควรเริ่มด้วยการลบข้อมูลทั้งหมด

ควรลองก่อนตามลำดับ

  • รีสตาร์ต
  • อัปเดตแอป
  • อัปเดต iOS
  • ตรวจการตั้งค่า
  • รีเซ็ต Face ID

การคืนค่าโรงงานควรเป็นทางเลือกท้าย ๆ และควรสำรองข้อมูลก่อนเสมอ

⑮ ตรวจพื้นที่จัดเก็บ

หากพื้นที่ในเครื่องใกล้เต็ม ระบบอาจทำงานผิดปกติได้หลังอัปเดต

ไปที่

การตั้งค่า > ทั่วไป > พื้นที่จัดเก็บข้อมูล iPhone

หากพื้นที่เหลือน้อยมาก ให้ลบไฟล์หรือแอปที่ไม่จำเป็นออกบางส่วน

จากนั้นรีสตาร์ตเครื่องแล้วลอง Face ID ใหม่

⑯ Face ID ใช้ไม่ได้หลังอัปเดต แต่ก่อนหน้านี้เครื่องเคยตก

ถ้าเครื่องเคยตกหรือกระแทกมาก่อน และ Face ID เพิ่งเริ่มมีปัญหาหลังอัปเดต อย่าเพิ่งสรุปว่า iOS เป็นสาเหตุเดียว

บางครั้งอาการฮาร์ดแวร์อาจปรากฏชัดในช่วงเดียวกันพอดี

ให้สังเกตว่ามีอาการร่วม เช่น

  • กล้องหน้าผิดปกติ
  • Face ID ไม่พร้อมใช้งาน
  • เครื่องรีสตาร์ต
  • ตั้งค่า Face ID ใหม่ไม่ได้

หากมีหลายอาการร่วม ควรตรวจฮาร์ดแวร์เพิ่ม

⑰ Face ID ใช้ไม่ได้หลังอัปเดตและเคยโดนน้ำ

หากเครื่องเคยโดนน้ำมาก่อน ควรระวังเรื่องความชื้นหรือความเสียหายของชุดกล้องด้านหน้า

โดยเฉพาะถ้า Face ID ใช้งานไม่ได้ถาวรและกล้องหน้ามีปัญหา

กรณีนี้การอัปเดต iOS อาจไม่ใช่สาเหตุหลัก

⑱ ถ้าปัญหาเกิดเฉพาะบางเวอร์ชันของ iOS ควรทำอย่างไร

หากอาการเริ่มหลังอัปเดตเวอร์ชันใดเวอร์ชันหนึ่งโดยตรง ให้ตรวจว่ามีอัปเดตย่อยใหม่กว่าหรือไม่

ไม่ควรติดตั้งไฟล์ระบบจากแหล่งที่ไม่เป็นทางการ

ควรใช้ช่องทางอัปเดตมาตรฐานของ iPhone เท่านั้น

⑲ เมื่อใดควรนำเครื่องเข้าตรวจ

ควรนำเครื่องเข้าตรวจหาก

  • Face ID ใช้ไม่ได้ทุกกรณี
  • รีเซ็ต Face ID แล้วไม่หาย
  • ตั้งค่าใหม่ไม่ได้
  • กล้องหน้าผิดปกติ
  • Face ID ไม่พร้อมใช้งานตลอด
  • เครื่องเคยตกหรือโดนน้ำ
  • อัปเดต iOS แล้วหลายครั้งแต่ปัญหายังอยู่

อาการเหล่านี้มีโอกาสเกี่ยวข้องกับฮาร์ดแวร์มากกว่าบั๊กชั่วคราว

⑳ สรุป iPhone 18 Pro Face ID ใช้ไม่ได้หลังอัปเดต iOS แก้อย่างไร

หาก iPhone 18 Pro ใช้ Face ID ไม่ได้หลังอัปเดต iOS ให้เริ่มจากรีสตาร์ตเครื่อง รอให้ระบบทำงานเบื้องหลังเสร็จ ตรวจการตั้งค่า Face ID และอัปเดตแอปทั้งหมด

หากยังไม่หาย ให้ตรวจว่ามี iOS รุ่นย่อยใหม่หรือไม่ แล้วลองรีเซ็ต Face ID และตั้งค่าใหม่

ถ้า Face ID ยังใช้ไม่ได้ทั้งระบบ หรือตั้งค่าใหม่ไม่ได้ รวมถึงมีกล้องหน้าผิดปกติร่วมด้วย ควรตรวจระบบ TrueDepth และฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม

comasiam แนะนำให้แก้จากขั้นตอนง่ายไปยาก และยังไม่ควรล้างเครื่องทั้งหมดจนกว่าจะได้สำรองข้อมูลและตัดสาเหตุพื้นฐานออกก่อน