iPhone 18 Pro ปลายสายไม่ได้ยินเสียงพูด แก้อย่างไร

หากใช้ iPhone 18 Pro โทรออกหรือรับสายได้ตามปกติ แต่ปลายสายบอกว่าไม่ได้ยินเสียงพูด เสียงเบามาก เสียงขาด หรือได้ยินเป็นช่วง ๆ ปัญหาอาจเกิดจากไมโครโฟน การเชื่อมต่อ Bluetooth สัญญาณมือถือ แอปโทรศัพท์ หรือการตั้งค่าระบบเสียง

บทความนี้ comsiam จะพาไล่ตรวจทีละขั้นตอน เพื่อแยกว่าปัญหาอยู่ที่ไมโครโฟนของเครื่อง เครือข่าย หรือเฉพาะการโทรบางประเภท

① ทดสอบไมโครโฟนด้วย Voice Memos ก่อน

เปิดแอป Voice Memos แล้วอัดเสียงพูดประมาณ 10–15 วินาที

จากนั้นเปิดฟัง

หากเสียงชัดเจน แสดงว่าไมโครโฟนอย่างน้อยบางตัวในเครื่องยังทำงานอยู่

แต่ถ้าเสียงเบามาก ขาด หรือไม่มีเสียงเลย ควรตรวจไมโครโฟนต่อ

② โทรหาอีกหมายเลขหนึ่งเพื่อทดสอบ

อย่าทดสอบกับปลายสายเพียงคนเดียว

ลองโทรหาอีก 2–3 หมายเลข

หากทุกคนบอกว่าไม่ได้ยินเสียง ปัญหามีแนวโน้มอยู่ที่ iPhone หรือเครือข่ายของคุณ

แต่หากเกิดเฉพาะปลายสายรายเดียว ปัญหาอาจอยู่ที่อีกฝ่าย

③ ปิด Bluetooth ชั่วคราว

หาก iPhone เชื่อมต่อกับ

  • AirPods
  • หูฟัง Bluetooth
  • รถยนต์
  • ลำโพงไร้สาย

ไมโครโฟนอาจถูกสลับไปใช้อุปกรณ์นั้นแทน

ไปที่

Settings > Bluetooth

แล้วปิด Bluetooth ชั่วคราว

จากนั้นโทรใหม่โดยพูดผ่านไมโครโฟนของ iPhone โดยตรง

④ ถอดเคสออก

เคสบางรุ่นอาจบังรูไมโครโฟนด้านล่าง

ลองถอดเคสแล้วโทรใหม่

หากปลายสายได้ยินดีขึ้น แสดงว่าเคสอาจเป็นสาเหตุ

โดยเฉพาะเคสที่ไม่ได้ออกแบบตรงรุ่นหรือมีขอบหนามาก

⑤ ทำความสะอาดรูไมโครโฟน

ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกอาจทำให้เสียงพูดเบาหรืออู้อี้

ใช้แปรงขนนุ่มและแห้งทำความสะอาดเบา ๆ

หลีกเลี่ยง

  • เข็ม
  • ลวด
  • ของมีคม
  • น้ำ
  • การเป่าลมแรง

เพราะอาจทำให้ไมโครโฟนเสียหาย

⑥ รีสตาร์ต iPhone 18 Pro

หากไมโครโฟนดูปกติแต่ปลายสายยังไม่ได้ยิน ให้รีสตาร์ตเครื่อง

หลังเปิดใหม่ ให้รอให้เครือข่ายเชื่อมต่อเต็มที่ แล้วลองโทรอีกครั้ง

บางครั้งระบบเสียงหรือบริการโทรศัพท์อาจค้างชั่วคราว

⑦ ตรวจสอบสัญญาณมือถือ

หากปลายสายได้ยินเสียงขาด ๆ หาย ๆ หรือได้ยินบางช่วง ปัญหาอาจไม่ใช่ไมโครโฟน แต่อาจเป็นคุณภาพเครือข่าย

ลองตรวจว่า

  • สัญญาณมือถือเต็มหรือไม่
  • ขึ้น 4G/5G ตามปกติหรือไม่
  • โทรในพื้นที่อื่นแล้วดีขึ้นหรือไม่
  • เครือข่ายมีปัญหาในพื้นที่หรือไม่

หากเสียงดีขึ้นเมื่อเปลี่ยนสถานที่ แสดงว่าปัญหาอาจเกี่ยวกับสัญญาณ

⑧ เปิดและปิด Airplane Mode

ลอง

  1. เปิด Airplane Mode
  2. รอประมาณ 15 วินาที
  3. ปิด Airplane Mode
  4. รอให้สัญญาณกลับมา
  5. โทรใหม่

วิธีนี้ช่วยให้ iPhone ลงทะเบียนกับเครือข่ายใหม่

⑨ ทดสอบโทรผ่าน FaceTime Audio หรือแอปอื่น

ลองโทรผ่าน

  • FaceTime Audio
  • LINE
  • Messenger
  • แอปโทรผ่านอินเทอร์เน็ตอื่น

หากปลายสายได้ยินเสียงชัดในแอปเหล่านี้ แต่โทรปกติไม่ได้ยิน ปัญหาอาจอยู่ที่บริการโทรของเครือข่ายมากกว่าตัวไมโครโฟน

⑩ ถ้าโทรผ่านทุกแอปแล้วปลายสายไม่ได้ยิน

หากปัญหาเกิดทั้ง

  • Phone
  • FaceTime
  • LINE
  • Messenger
  • Voice Memos

มีโอกาสมากขึ้นว่าไมโครโฟนหรือระบบเสียงของเครื่องมีปัญหา

ควรตรวจฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม

⑪ ตรวจสอบว่า Mute ไม่ได้เปิดอยู่

ระหว่างโทร ให้ดูที่หน้าจอว่าไม่ได้กด Mute

หากปุ่ม Mute เปิดอยู่ ปลายสายจะไม่ได้ยินเสียงคุณเลย

บางครั้งอาจเผลอกดระหว่างคุยโทรศัพท์

⑫ เสียงหายเฉพาะตอนเปิด Speakerphone

หากคุยแบบปกติปลายสายได้ยิน แต่เมื่อเปิด Speakerphone แล้วไม่ได้ยิน อาจเกี่ยวข้องกับไมโครโฟนอีกตำแหน่งหนึ่ง

ลองทดสอบ

  • โทรแบบแนบหู
  • เปิด Speaker
  • FaceTime
  • วิดีโอกล้องหน้า
  • วิดีโอกล้องหลัง

เพื่อดูว่าปัญหาเกิดในโหมดใด

⑬ เสียงหายเฉพาะตอนถือเครื่องบางตำแหน่ง

บางครั้งมืออาจบังรูไมโครโฟนโดยไม่รู้ตัว

ลองเปลี่ยนวิธีถือเครื่อง และอย่าปิดบริเวณขอบล่างของเครื่อง

หากเสียงดีขึ้นเมื่อเปลี่ยนท่าถือ แสดงว่าไมโครโฟนอาจถูกบัง

⑭ ตรวจสอบแอปที่ใช้โทร

หากปัญหาเกิดเฉพาะ LINE หรือ Messenger ให้ตรวจ

Settings > Privacy & Security > Microphone

ดูว่าแอปนั้นได้รับอนุญาตให้ใช้ไมโครโฟนหรือไม่

จากนั้นอัปเดตแอปและลองใหม่

⑮ อัปเดต Carrier Settings

ไปที่

Settings > General > About

รอประมาณ 10–30 วินาที

หากมี Carrier Settings Update ให้กด Update

การตั้งค่าผู้ให้บริการมีผลต่อบริการเสียง การโทร และ VoLTE

⑯ อัปเดต iOS

ไปที่

Settings > General > Software Update

หากมีเวอร์ชันใหม่ ให้ตรวจสอบและอัปเดต

ระบบเสียงและการโทรถูกควบคุมโดย iOS ดังนั้นอัปเดตย่อยอาจช่วยแก้ข้อผิดพลาดได้

⑰ รีเซ็ต Network Settings

หาก Voice Memos ปกติ แต่โทรศัพท์ยังมีปัญหาเสียงพูด ให้ลอง

Settings > General > Transfer or Reset iPhone > Reset > Reset Network Settings

วิธีนี้ไม่ลบรูปภาพหรือแอป แต่จะรีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย

หลังรีสตาร์ต ต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi ใหม่

⑱ เครื่องเคยโดนน้ำหรือกระแทกหรือไม่

หากอาการเริ่มหลัง

  • เครื่องตก
  • โดนน้ำ
  • กระแทกรุนแรง

มีโอกาสที่ไมโครโฟนหรือวงจรเสียงภายในเสียหาย

หากทำวิธีพื้นฐานแล้วไม่ดีขึ้น ควรให้ศูนย์บริการตรวจ

⑲ เมื่อไรควรติดต่อผู้ให้บริการเครือข่าย

ควรติดต่อผู้ให้บริการหาก

  • Voice Memos ใช้งานได้ปกติ
  • แอปโทรผ่านอินเทอร์เน็ตปกติ
  • แต่โทรศัพท์มือถือปกติปลายสายไม่ได้ยิน
  • ปัญหาเกิดเฉพาะบางพื้นที่
  • มีสัญญาณผิดปกติร่วมด้วย

กรณีนี้อาจเกี่ยวกับ VoLTE หรือระบบ Voice ของเครือข่าย

⑳ เมื่อไรควรติดต่อ Apple

ควรติดต่อ Apple Support หรือศูนย์บริการหาก

  • Voice Memos ไม่มีเสียง
  • ทุกแอปส่งเสียงพูดไม่ได้
  • ไมโครโฟนเสียงเบาหรือขาดทุกกรณี
  • ถอดเคสและทำความสะอาดแล้วไม่หาย
  • อัปเดต iOS แล้วไม่หาย
  • เครื่องเคยตกหรือโดนน้ำ

กรณีนี้อาจต้องตรวจไมโครโฟนหรือวงจรเสียงภายในเครื่อง

สรุป iPhone 18 Pro ปลายสายไม่ได้ยินเสียงพูด แก้อย่างไร

หากปลายสายไม่ได้ยินเสียงจาก iPhone 18 Pro ให้ทำตามลำดับนี้

  1. ทดสอบ Voice Memos
  2. โทรหาอีกหลายหมายเลข
  3. ปิด Bluetooth
  4. ถอดเคส
  5. ทำความสะอาดไมโครโฟน
  6. รีสตาร์ตเครื่อง
  7. ตรวจสัญญาณมือถือ
  8. เปิด-ปิด Airplane Mode
  9. ทดสอบ FaceTime หรือแอปอื่น
  10. ตรวจว่าไม่ได้เปิด Mute
  11. ตรวจ Permission ของแอป
  12. อัปเดต Carrier Settings
  13. อัปเดต iOS
  14. Reset Network Settings
  15. ติดต่อเครือข่ายหรือ Apple ตามอาการ

สำหรับผู้อ่าน comsiam วิธีแยกสาเหตุที่เร็วที่สุดคือเปรียบเทียบ “Voice Memos”, “การโทรปกติ” และ “FaceTime/LINE” หากอัดเสียงได้ชัดแต่โทรปกติปลายสายไม่ได้ยิน ปัญหามีแนวโน้มเกี่ยวกับเครือข่ายหรือบริการโทร มากกว่าตัวไมโครโฟนของ iPhone 18 Pro