วิธีติดตั้งแอป Gemini บน Mac พร้อมตั้งค่าใช้งานครั้งแรก

Google มีแอป Gemini สำหรับ Mac อย่างเป็นทางการ ช่วยให้เรียกผู้ช่วย AI จากเดสก์ท็อปได้โดยไม่ต้องเปิดเว็บเบราว์เซอร์ทุกครั้ง สามารถใช้ช่วยเขียนข้อความ สรุปข้อมูล วิเคราะห์รูปภาพ ระดมไอเดีย และช่วยเขียนโค้ดได้

อย่างไรก็ตาม แอป Gemini สำหรับ Mac ไม่รองรับ Mac ทุกรุ่น ผู้ใช้ต้องตรวจสอบชิป รุ่นของ macOS หน่วยความจำ และพื้นที่ว่างก่อนดาวน์โหลด บทความนี้จะแนะนำตั้งแต่การตรวจสเปก ดาวน์โหลดไฟล์ .dmg ติดตั้ง เปิดแอป ไปจนถึงวิธีแก้เมื่อใช้งานไม่ได้

ข้อกำหนดสำหรับติดตั้ง Gemini บน Mac

Google ระบุข้อกำหนดของแอป Gemini สำหรับ Mac ไว้ดังนี้

  • Mac ที่ใช้ชิป Apple Silicon
  • macOS Sequoia 15.0 ขึ้นไป
  • RAM อย่างน้อย 8 GB
  • พื้นที่ว่างอย่างน้อย 200 MB
  • อินเทอร์เน็ตที่เสถียร
  • บัญชี Google ที่เข้าใช้ Gemini ได้

บัญชีที่รองรับประกอบด้วยบัญชี Google ส่วนบุคคลที่ผู้ใช้จัดการเอง และบัญชีบริษัทหรือโรงเรียนที่ผู้ดูแลระบบเปิดสิทธิ์ให้ใช้ Gemini Apps

ข้อกำหนดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามการอัปเดต ควรตรวจหน้าช่วยเหลือของ Google อีกครั้งก่อนติดตั้ง

Mac รุ่นใดติดตั้งแอป Gemini ได้

เงื่อนไขสำคัญคือเครื่องต้องใช้ Apple Silicon ซึ่งรวมถึงชิปตระกูลต่อไปนี้

  • Apple M1
  • Apple M2
  • Apple M3
  • Apple M4
  • Apple M5 หรือรุ่นใหม่กว่าที่ Google รองรับ

ชื่อชิปเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ เครื่องต้องติดตั้ง macOS Sequoia 15.0 ขึ้นไป มี RAM และพื้นที่ว่างตามข้อกำหนดด้วย

Mac ที่ใช้หน่วยประมวลผล Intel ไม่ผ่านข้อกำหนดแอปในปัจจุบัน แต่ยังสามารถใช้ Gemini ผ่านเว็บไซต์ gemini.google.com ได้

วิธีตรวจว่า Mac ใช้ Apple Silicon หรือ Intel

① เปิดเมนู Apple

คลิกสัญลักษณ์ Apple บริเวณมุมซ้ายบนของหน้าจอ

② เลือก About This Mac

คลิก “About This Mac” หรือ “เกี่ยวกับ Mac เครื่องนี้”

③ ดูข้อมูล Chip หรือ Processor

หากเห็นข้อความ เช่น

  • Apple M1
  • Apple M2
  • Apple M3
  • Apple M4

แสดงว่าเป็น Apple Silicon

หากเห็นคำว่า Intel เช่น Intel Core i5 หรือ Intel Core i7 แสดงว่าเป็น Mac Intel และไม่ผ่านข้อกำหนดแอป Gemini สำหรับ Mac ในปัจจุบัน

วิธีตรวจเวอร์ชัน macOS

ในหน้าต่าง About This Mac ให้ดูชื่อและหมายเลขเวอร์ชันของ macOS

แอป Gemini ต้องการ

macOS Sequoia 15.0 ขึ้นไป

หากเป็น macOS Sonoma 14, Ventura 13 หรือรุ่นเก่ากว่า ต้องอัปเดตระบบก่อน แต่ Mac บางรุ่นอาจไม่รองรับ macOS Sequoia

วิธีตรวจ RAM ของ Mac

ในหน้าต่าง About This Mac ให้ดูหัวข้อ Memory หรือหน่วยความจำ

แอป Gemini ต้องการ RAM อย่างน้อย 8 GB หากเครื่องมี RAM ต่ำกว่านั้นอาจไม่สามารถติดตั้งหรือใช้งานได้ตามข้อกำหนด

หน่วยความจำของ Mac รุ่น Apple Silicon ส่วนใหญ่ไม่สามารถเพิ่มภายหลังได้ จึงไม่ควรดาวน์โหลดโปรแกรมดัดแปลงเพื่อบังคับติดตั้ง

วิธีตรวจพื้นที่ว่างบน Mac

  1. คลิกเมนู Apple
  2. เลือก System Settings
  3. เลือก General
  4. เลือก Storage
  5. ตรวจพื้นที่ว่าง

แม้ Google ระบุพื้นที่ติดตั้งอย่างน้อย 200 MB แต่ควรเหลือพื้นที่มากกว่านั้นสำหรับไฟล์ชั่วคราว การอัปเดตแอป และการทำงานของ macOS

วิธีอัปเดต Mac เป็น macOS Sequoia

หาก Mac รองรับแต่ยังใช้ macOS รุ่นเก่า ให้ดำเนินการดังนี้

  1. สำรองไฟล์สำคัญด้วย Time Machine หรือวิธีอื่น
  2. คลิกเมนู Apple
  3. เลือก System Settings
  4. เลือก General
  5. เลือก Software Update
  6. รอให้ระบบตรวจสอบ
  7. คลิก Update Now หรือ Upgrade Now
  8. ทำตามขั้นตอนบนหน้าจอ

ควรเสียบสายชาร์จ มีพื้นที่ว่างเพียงพอ และใช้อินเทอร์เน็ตที่เสถียรระหว่างอัปเดต

หากไม่มี macOS Sequoia ให้เลือก อาจหมายความว่า Mac รุ่นนั้นไม่รองรับ ไม่ควรดาวน์โหลดตัวติดตั้งดัดแปลงมาใช้กับเครื่องที่ทำงานสำคัญโดยไม่เข้าใจความเสี่ยง

วิธีดาวน์โหลดแอป Gemini สำหรับ Mac

Google ระบุช่องทางดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการไว้ที่เว็บไซต์ต่อไปนี้

https://gemini.google/mac

ขั้นตอนดาวน์โหลด

  1. เปิด Safari หรือ Google Chrome
  2. เข้า gemini.google/mac
  3. ตรวจสอบว่าเป็นเว็บไซต์ภายใต้โดเมน google
  4. คลิก “Download for Mac”
  5. รอให้ดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้ง
  6. เปิดโฟลเดอร์ Downloads

ไฟล์ที่ดาวน์โหลดควรเป็นไฟล์ติดตั้งนามสกุล .dmg

ไม่ควรดาวน์โหลดไฟล์ Gemini จากเว็บไซต์ฝากไฟล์ เว็บรวมโปรแกรม หรือผลการค้นหาที่ไม่สามารถยืนยันผู้เผยแพร่ได้

วิธีติดตั้งแอป Gemini บน Mac

① เปิดไฟล์ .dmg

เปิด Finder แล้วเลือกโฟลเดอร์ Downloads จากนั้นดับเบิลคลิกไฟล์ติดตั้ง Gemini ที่ลงท้ายด้วย .dmg

② รอให้หน้าต่างติดตั้งเปิด

macOS จะเปิดหน้าต่างที่มีไอคอน Gemini และโฟลเดอร์ Applications

③ ลาก Gemini ไปยัง Applications

คลิกไอคอน Gemini ค้างไว้ แล้วลากไปวางบนโฟลเดอร์ Applications ภายในหน้าต่างติดตั้ง

รอให้ระบบคัดลอกแอปเสร็จ ไม่ควรปิดหน้าต่างหรือถอดไดรฟ์ติดตั้งระหว่างดำเนินการ

④ เปิดโฟลเดอร์ Applications

เปิด Finder แล้วเลือก Applications จากแถบด้านซ้าย

⑤ เปิดแอป Gemini

ค้นหา Gemini แล้วดับเบิลคลิกเพื่อเปิด

การเปิดครั้งแรก macOS อาจถามว่าต้องการเปิดแอปที่ดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ตหรือไม่ ให้ตรวจชื่อแอปและผู้พัฒนาก่อนเลือก Open

⑥ ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google

หากระบบร้องขอ ให้ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ที่มีสิทธิ์ใช้ Gemini

⑦ ตรวจสอบสิทธิ์

แอปอาจขอเข้าถึงไมโครโฟน การแจ้งเตือน หน้าต่าง หรือความสามารถอื่น ให้ตรวจรายละเอียดและอนุญาตเฉพาะสิทธิ์ที่ต้องการใช้งาน

สรุปขั้นตอนติดตั้งแบบสั้น

เข้า gemini.google/mac > Download for Mac > เปิดไฟล์ .dmg > ลาก Gemini ไป Applications > เปิด Gemini > ลงชื่อเข้าใช้

หากเครื่องไม่ผ่านข้อกำหนด ให้ใช้เว็บไซต์ gemini.google.com แทน

วิธีเปิด Gemini หลังติดตั้ง

คุณสามารถเปิดแอปได้หลายวิธี

เปิดผ่าน Applications

  1. เปิด Finder
  2. เลือก Applications
  3. ดับเบิลคลิก Gemini

เปิดผ่าน Spotlight

  1. กด Command + Space
  2. พิมพ์ Gemini
  3. กด Return

เปิดผ่าน Launchpad

เปิด Launchpad ค้นหา Gemini แล้วคลิกไอคอนแอป

เปิดจาก Dock

หากเพิ่ม Gemini ไว้ใน Dock แล้ว ให้คลิกไอคอนได้ทันที

วิธีเพิ่ม Gemini ไว้ใน Dock

  1. เปิดแอป Gemini
  2. มองหาไอคอน Gemini บน Dock
  3. Control-click หรือคลิกขวาที่ไอคอน
  4. เลือก Options
  5. เลือก Keep in Dock

หลังจากปิดแอป ไอคอนจะยังคงอยู่บน Dock

วิธีเรียก Gemini ด้วย Option + Space

หลังติดตั้งและเปิดแอป Gemini แล้ว Google ระบุว่าสามารถใช้แป้นพิมพ์ลัดต่อไปนี้เพื่อเปิดหน้าต่างแชตได้

Option + Space

วิธีใช้งานคือ

  1. ตรวจว่าแอป Gemini กำลังทำงาน
  2. กด Option + Space
  3. พิมพ์คำถาม
  4. กดส่ง

หากกดแล้วไม่เปิด อาจมีแอปอื่นใช้แป้นพิมพ์ลัดเดียวกัน หรือปิดการทำงานเบื้องหลังของ Gemini ไว้

วิธีเปลี่ยนแป้นพิมพ์ลัดของ Gemini

Google อนุญาตให้ปรับแป้นพิมพ์ลัดจากการตั้งค่าของแอปได้

ขั้นตอนโดยทั่วไปคือ

  1. เปิด Gemini
  2. คลิก Gemini บนแถบเมนูด้านบน
  3. เลือก Settings
  4. เปิดเมนูแป้นพิมพ์ลัด
  5. เลือกชุดปุ่มใหม่
  6. บันทึกการตั้งค่า
  7. ทดลองใช้งาน

ควรเลือกชุดปุ่มที่ไม่ชนกับ Spotlight, การเปลี่ยนภาษา และแอปอื่นที่ใช้งานประจำ

วิธีเริ่มใช้งาน Gemini ครั้งแรก

① เปิดแชต

เปิดแอป Gemini แล้วคลิกช่องข้อความ

② พิมพ์ Prompt

ตัวอย่าง:

ช่วยสร้างรายการงานประจำวันนี้ แบ่งเป็นงานเร่งด่วน งานสำคัญ และงานที่ทำภายหลังได้

③ แนบไฟล์หากจำเป็น

คลิก “Add files and tools” เพื่อเพิ่มรูปภาพ เอกสาร หรือใช้เครื่องมือที่มีในบัญชี

④ ตรวจคำตอบ

ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตัวเลข และรายละเอียดก่อนนำไปใช้

⑤ ถามต่อ

หากคำตอบไม่ตรงใจ สามารถพิมพ์ว่า

  • ย่อให้สั้นลง
  • เพิ่มตัวอย่าง
  • เปลี่ยนเป็นตาราง
  • ใช้ภาษาไทยง่าย ๆ
  • เขียนใหม่ด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ
  • ตรวจข้อมูลและระบุสิ่งที่ไม่แน่ใจ

วิธีอัปโหลดรูปภาพในแอป Gemini

  1. เปิดแอป Gemini
  2. คลิก Add files and tools
  3. เลือกเพิ่มไฟล์หรือรูปภาพ
  4. เลือกไฟล์จาก Finder
  5. รอให้อัปโหลดเสร็จ
  6. พิมพ์คำถาม
  7. กดส่ง

ตัวอย่าง Prompt:

วิเคราะห์ภาพนี้ แยกเป็นวัตถุ ข้อความ สี และสิ่งที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม หากส่วนใดไม่ชัดเจนให้ระบุว่าไม่แน่ใจและห้ามเดา

วิธีแชร์หน้าต่างให้ Gemini

แอป Gemini สำหรับ Mac สามารถใช้บริบทจากหน้าต่างที่ผู้ใช้เลือกแชร์ได้ในฟีเจอร์ที่รองรับ

ขั้นตอนทั่วไปคือ

  1. เปิด Gemini
  2. คลิก Add files and tools
  3. เลือก Share window
  4. เลือกหน้าต่างที่ต้องการ
  5. ตรวจว่าเลือกหน้าต่างถูกต้อง
  6. เขียน Prompt
  7. หยุดแชร์เมื่อใช้งานเสร็จ

ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่

  • สรุปเอกสารที่กำลังเปิด
  • อธิบายข้อความบนหน้าจอ
  • ช่วยตรวจงานเขียน
  • วิเคราะห์ Error จากโปรแกรม
  • ช่วยทำความเข้าใจตาราง

ก่อนแชร์ควรปิดหน้าต่างที่มีรหัสผ่าน ข้อมูลการเงิน ข้อมูลลูกค้า หรือข้อมูลลับ

วิธีใช้เสียงกับ Gemini บน Mac

แอป Gemini รองรับการพูด Prompt ผ่านไมโครโฟน

การพูด Prompt แบบปกติ

  1. เปิด Gemini
  2. คลิกไอคอนไมโครโฟน
  3. พูดคำถาม
  4. คลิกส่งเมื่อพูดเสร็จ

วิธีนี้เหมาะเมื่อคุณรู้ว่าจะถามอะไรและต้องการพูดแทนการพิมพ์

Speak to Window คืออะไร

Speak to Window เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยใช้เสียงทำงานร่วมกับหน้าต่างอื่นบน Mac เช่น

  • พิมพ์ข้อความจากเสียง
  • ปรับข้อความที่เลือก
  • สรุปไฟล์
  • สร้างเนื้อหาในแอปที่กำลังเปิด
  • ช่วยสร้างรูปภาพ
  • ทำงานข้ามหลายหน้าต่าง

Google ระบุว่าฟีเจอร์นี้กำลังทยอยเปิดให้ใช้ และในปัจจุบันรองรับภาษาอังกฤษเท่านั้น จึงอาจยังไม่ปรากฏในบัญชีของคุณ

วิธีใช้ Speak to Window

วิธีที่หนึ่ง: กดปุ่ม fn ค้าง

  1. เปิดหน้าต่างที่ต้องการทำงาน
  2. เลือกข้อความหรือเนื้อหา หากจำเป็น
  3. กดปุ่ม fn ค้าง
  4. พูดคำสั่ง
  5. ปล่อยปุ่ม fn เพื่อส่งคำสั่ง

วิธีที่สอง: แตะ fn สองครั้ง

  1. แตะปุ่ม fn สองครั้ง
  2. พูดคำสั่ง
  3. แตะ fn อีกครั้งเพื่อส่ง

หากต้องการยกเลิก ให้กด Esc หรือคลิกปุ่มปิด

ตัวอย่างการใช้ Speak to Window

ปรับข้อความ

เลือกข้อความในเอกสารแล้วพูดว่า

Make this shorter and more professional.

ร่างอีเมล

เลือกบันทึกการประชุมแล้วสั่งให้ Gemini ร่างอีเมลสรุปสิ่งที่ต้องดำเนินการ

สรุปไฟล์

เลือกเอกสาร PDF หรือรูปภาพ แล้วขอให้ Gemini ดึงประเด็นสำคัญ

พิมพ์ข้อความจากเสียง

วางเคอร์เซอร์ในแอปที่ต้องการ จากนั้นพูดข้อความ Gemini จะช่วยลดคำติดปากและจัดข้อความให้เรียบร้อยขึ้น

ผู้ใช้ควรตรวจเนื้อหาก่อนส่งอีเมล เผยแพร่เอกสาร หรือบันทึกทับไฟล์เดิมเสมอ

วิธีเปิดหรือปิด Use Reasoning

การตั้งค่า Use Reasoning ช่วยให้ Gemini พยายามแยกว่าผู้ใช้กำลังสั่งงานหรือเพียงต้องการพิมพ์ข้อความจากเสียง

วิธีตั้งค่าคือ

  1. เปิด Gemini
  2. คลิก Gemini บนแถบเมนู
  3. เลือก Settings
  4. เลือก Speak to Window
  5. เปิดหรือปิด Use Reasoning

เมื่อปิด Gemini จะเน้นพิมพ์สิ่งที่พูดและปรับคำติดปากเล็กน้อย เมื่อเปิด ระบบจะพยายามตีความว่าคุณต้องการให้ทำงานกับเนื้อหาอย่างไร

วิธีตั้งสิทธิ์ไมโครโฟน

หากพูดกับ Gemini ไม่ได้ ให้ตรวจการตั้งค่าดังนี้

  1. คลิกเมนู Apple
  2. เลือก System Settings
  3. เลือก Privacy & Security
  4. เลือก Microphone
  5. เปิดสิทธิ์ให้ Gemini
  6. ปิดและเปิดแอปใหม่

หากใช้ AirPods หรือหูฟัง Bluetooth ให้ตรวจว่า Mac เลือกไมโครโฟนที่ถูกต้องในเมนู Sound

วิธีตั้งสิทธิ์แชร์หน้าจอหรือหน้าต่าง

หากเลือก Share window ไม่ได้ แอปอาจต้องได้รับสิทธิ์เพิ่มเติม

  1. เปิด System Settings
  2. เลือก Privacy & Security
  3. ตรวจเมนู Screen & System Audio Recording หรือเมนูที่เกี่ยวข้อง
  4. เปิดสิทธิ์ให้ Gemini
  5. ปิดแอป Gemini
  6. เปิดใหม่และทดลองอีกครั้ง

ชื่อเมนูอาจแตกต่างตามรุ่น macOS และฟีเจอร์ที่แอปร้องขอ

ควรอนุญาตเฉพาะเมื่อจำเป็น และตรวจว่ากำลังแชร์หน้าต่างใดทุกครั้ง

วิธีเปิดการแจ้งเตือนของ Gemini

  1. เปิด System Settings
  2. เลือก Notifications
  3. เลือก Gemini
  4. เปิด Allow Notifications
  5. เลือกรูปแบบการแจ้งเตือนที่ต้องการ

หากไม่ต้องการให้ข้อความบางส่วนปรากฏบนหน้าจอล็อก ให้ปรับตัวเลือกแสดงตัวอย่างการแจ้งเตือนเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว

วิธีอัปเดตแอป Gemini บน Mac

Google ระบุว่าสามารถตรวจอัปเดตจากเมนูของแอปได้

  1. เปิดแอป Gemini
  2. คลิก “Gemini” บนแถบเมนูด้านบน
  3. เลือก “Check for Updates”
  4. หากมีเวอร์ชันใหม่ ให้คลิก “Install update”
  5. เปิดแอปใหม่หลังอัปเดต

ควรใช้แอปรุ่นล่าสุด เพราะฟีเจอร์บางรายการอาจไม่ทำงานในเวอร์ชันเก่า

Gemini เปิดไม่ได้หลังติดตั้ง

① ตรวจข้อกำหนด

ตรวจว่า Mac ใช้ Apple Silicon, macOS Sequoia 15.0 ขึ้นไป, RAM อย่างน้อย 8 GB และมีพื้นที่ว่างเพียงพอ

② ตรวจไฟล์ติดตั้ง

ควรดาวน์โหลดไฟล์จาก gemini.google/mac ไม่ควรใช้ไฟล์ที่ผู้อื่นส่งมา

③ ลบแล้วติดตั้งใหม่

ย้าย Gemini ออกจาก Applications ไปยังถังขยะ ดาวน์โหลดไฟล์ใหม่จาก Google แล้วติดตั้งอีกครั้ง

④ รีสตาร์ท Mac

รีสตาร์ทเพื่อให้ระบบโหลดบริการและสิทธิ์ใหม่

⑤ ตรวจอินเทอร์เน็ต

ทดลองเปิด gemini.google.com หากเว็บไซต์ก็เข้าไม่ได้ ปัญหาอาจอยู่ที่เครือข่ายหรือบัญชี

⑥ ตรวจบัญชี Google

บัญชีบริษัทหรือโรงเรียนอาจถูกผู้ดูแลระบบปิด Gemini ให้ติดต่อผู้ดูแลระบบหากจำเป็น

macOS แจ้งว่าเปิดแอปไม่ได้

หาก macOS แสดงคำเตือน ให้ตรวจสอบก่อนว่าไฟล์มาจาก Google จริง ไม่ควรฝืนเปิดไฟล์จากแหล่งที่ไม่รู้จัก

สำหรับแอปที่ดาวน์โหลดอย่างถูกต้อง ให้ลองดังนี้

  1. ตรวจอินเทอร์เน็ต
  2. ดาวน์โหลดไฟล์ใหม่
  3. ตรวจวันที่และเวลาของ Mac
  4. อัปเดต macOS
  5. เปิดจาก Applications
  6. ตรวจ Privacy & Security หากมีข้อความเกี่ยวกับแอป

ไม่ควรปิด Gatekeeper ทั้งระบบหรือรันคำสั่ง Terminal ที่ไม่เข้าใจเพียงเพื่อเปิดไฟล์

กด Option + Space แล้ว Gemini ไม่เปิด

สาเหตุที่เป็นไปได้ ได้แก่

  • แอป Gemini ไม่ได้เปิดอยู่
  • ปิดการทำงานเบื้องหลังของแอป
  • แป้นพิมพ์ลัดถูกเปลี่ยน
  • แอปอื่นใช้ปุ่มเดียวกัน
  • แอป Gemini เป็นเวอร์ชันเก่า
  • macOS ไม่อนุญาตสิทธิ์บางรายการ

ให้เปิด Gemini ด้วยตนเอง ตรวจ Settings แล้วกำหนดแป้นพิมพ์ลัดใหม่ที่ไม่ชนกับแอปอื่น

แอป Gemini ค้างหรือตอบช้า

ลองแก้ตามลำดับดังนี้

  1. ตรวจอินเทอร์เน็ต
  2. เปิดแชตใหม่
  3. เปลี่ยนเป็นโมเดล Flash
  4. ลดจำนวนหรือขนาดไฟล์
  5. ปิดหน้าต่างที่แชร์
  6. ปิดแอปแล้วเปิดใหม่
  7. ตรวจอัปเดต Gemini
  8. เปิด Activity Monitor เพื่อตรวจ Memory และ CPU
  9. รีสตาร์ท Mac
  10. ใช้ gemini.google.com ชั่วคราว

โมเดล Pro หรือ Deep Think อาจตอบช้ากว่า Flash โดยเป็นพฤติกรรมตามระดับการประมวลผล

แอป Gemini กินแบตเตอรี่หรือ RAM มาก

หากรู้สึกว่าแบตเตอรี่ลดเร็วหรือเครื่องร้อน ให้ตรวจ Activity Monitor

  1. เปิด Spotlight
  2. ค้นหา Activity Monitor
  3. ตรวจแท็บ CPU, Memory และ Energy
  4. ปิดแชตหรือไฟล์ที่ไม่ใช้
  5. หยุดแชร์หน้าต่าง
  6. ปิด Gemini เมื่อไม่ใช้งาน
  7. อัปเดตแอป
  8. รีสตาร์ท Mac

การเปิดแอปพร้อมเบราว์เซอร์หลายแท็บ โปรแกรมประชุม และแอปตัดต่ออาจทำให้หน่วยความจำถูกใช้พร้อมกันจำนวนมาก

วิธีถอนการติดตั้งแอป Gemini บน Mac

① ปิดแอป

คลิก Gemini บนแถบเมนูแล้วเลือก Quit Gemini หรือใช้ Command + Q

② เปิด Applications

เปิด Finder แล้วเลือก Applications

③ ย้าย Gemini ไปถังขยะ

ลากแอป Gemini ไป Trash หรือคลิกขวาแล้วเลือก Move to Trash

④ ล้างถังขยะ

หากแน่ใจว่าไม่ต้องการแอปแล้ว ให้ Empty Trash เพื่อคืนพื้นที่

การถอนแอปไม่ลบบัญชี Google ประวัติแชต Gemini หรือการสมัคร Google AI หากต้องการลบข้อมูลต้องจัดการจากบัญชีแยกต่างหาก

ติดตั้งแอปไม่ได้ ใช้เว็บไซต์แทนได้ไหม

ได้ หาก Mac ไม่ผ่านข้อกำหนดของแอป ให้เปิด Safari หรือ Chrome แล้วเข้า

https://gemini.google.com

Gemini Web App ยังสามารถถามคำถาม เขียนข้อความ แนบไฟล์ วิเคราะห์ภาพ และเลือกโมเดลตามสิทธิ์ของบัญชีได้

คุณยังสามารถเพิ่มเว็บไซต์ไว้ใน Dock หรือติดตั้งเป็น Web App ผ่าน Chrome เพื่อให้เปิดใกล้เคียงกับแอปทั่วไป

ระวังแอป Gemini ปลอม

ไม่ควรติดตั้งไฟล์ที่มีข้อความดังนี้

  • Gemini Premium ฟรี
  • Gemini Crack for Mac
  • Gemini Mod
  • Gemini Unlimited
  • โปรแกรมปลดล็อก Google AI
  • ไฟล์ที่ขอปิด Gatekeeper
  • ไฟล์ที่ขอรหัสผ่าน Apple Account หรือ Google โดยไม่มีหน้าลงชื่อเข้าใช้ที่ถูกต้อง

ช่องทางดาวน์โหลดที่ Google ระบุคือ gemini.google/mac ควรตรวจ URL ก่อนทุกครั้ง

ข้อควรระวังเรื่องความเป็นส่วนตัว

แอป Gemini สามารถทำงานกับไฟล์ รูปภาพ หน้าต่าง และเสียงตามสิทธิ์ที่ผู้ใช้อนุญาต จึงควรตรวจสอบอย่างรอบคอบ

ไม่ควรส่งหรือแชร์ข้อมูล เช่น

  • รหัสผ่าน
  • รหัส OTP
  • หมายเลขบัตร
  • ข้อมูลบัญชีธนาคาร
  • API Key
  • ข้อมูลลูกค้า
  • เอกสารลับ
  • ข้อมูลสุขภาพที่ระบุตัวบุคคล
  • หน้าต่างที่มีอีเมลหรือข้อความส่วนตัว

ควรหยุดแชร์หน้าต่างทันทีเมื่อใช้งานเสร็จ และตรวจ Gemini Apps Activity กับ Connected Apps เป็นระยะ

คำถามที่พบบ่อย

ดาวน์โหลด Gemini สำหรับ Mac ได้จากที่ไหน

ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการที่ gemini.google/mac แล้วคลิก Download for Mac

แอป Gemini สำหรับ Mac ฟรีไหม

ดาวน์โหลดแอปได้โดยไม่มีค่าติดตั้ง แต่โมเดล ฟีเจอร์ และขีดจำกัดบางรายการอาจต้องสมัครแพ็กเกจ Google AI

Mac Intel ติดตั้งแอป Gemini ได้ไหม

ตามข้อกำหนดปัจจุบัน แอปต้องใช้ Mac ที่เป็น Apple Silicon ผู้ใช้ Mac Intel ควรใช้ Gemini ผ่านเว็บไซต์แทน

ต้องใช้ macOS รุ่นใด

Google ระบุว่าต้องใช้ macOS Sequoia 15.0 ขึ้นไป

ต้องมี RAM เท่าไร

ต้องมี RAM อย่างน้อย 8 GB ตามข้อกำหนดปัจจุบันของ Google

แอป Gemini ใช้พื้นที่เท่าไร

Google ระบุว่าต้องมีพื้นที่ว่างอย่างน้อย 200 MB สำหรับการติดตั้ง แต่ควรเหลือพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับการอัปเดตและการทำงานของ macOS

แอป Gemini ใช้แบบออฟไลน์ได้ไหม

ไม่ได้อย่างครบถ้วน ต้องมีอินเทอร์เน็ตที่เสถียรเพื่อใช้ความสามารถของ Gemini

เปิด Gemini อย่างรวดเร็วได้อย่างไร

เมื่อแอปติดตั้งและกำลังทำงาน สามารถกด Option + Space เพื่อเปิดหน้าต่างแชต และเปลี่ยนแป้นพิมพ์ลัดได้จาก Settings

Speak to Window ใช้ภาษาไทยได้ไหม

Google ระบุว่าปัจจุบันฟีเจอร์นี้รองรับภาษาอังกฤษและกำลังทยอยเปิดให้ใช้ จึงอาจยังไม่แสดงในทุกบัญชี

ถอนการติดตั้งแล้วประวัติแชตหายไหม

ไม่หายโดยอัตโนมัติ ประวัติแชตถูกจัดการผ่านบัญชี Google และ Gemini Apps Activity ไม่ได้เก็บไว้เฉพาะตัวแอปบน Mac

สรุป

วิธีติดตั้งแอป Gemini บน Mac คือ เข้า gemini.google/mac ดาวน์โหลดไฟล์ .dmg เปิดไฟล์ แล้วลากไอคอน Gemini ไปยังโฟลเดอร์ Applications จากนั้นเปิดแอปและลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google

Mac ต้องใช้ Apple Silicon, macOS Sequoia 15.0 ขึ้นไป, RAM อย่างน้อย 8 GB และมีพื้นที่ว่างอย่างน้อย 200 MB หากเป็น Mac Intel หรือเครื่องไม่ผ่านข้อกำหนด ให้ใช้ Gemini ผ่าน gemini.google.com แทน

หลังติดตั้งสามารถกด Option + Space เพื่อเรียก Gemini ได้อย่างรวดเร็ว และควรอัปเดตแอปผ่านเมนู Gemini > Check for Updates เพื่อให้ฟีเจอร์ทำงานอย่างถูกต้อง

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: คู่มือและลิงก์ดาวน์โหลด Gemini สำหรับ Mac และ เว็บไซต์ดาวน์โหลด Gemini สำหรับ Mac