Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Rate Card เป็นเอกสารที่ช่วยสรุปว่า Influencer หรือ Content Creator รับงานประเภทใด คิดราคาอย่างไร และแต่ละบริการมีขอบเขตอะไรบ้าง ช่วยให้แบรนด์เข้าใจข้อเสนอได้รวดเร็วและลดการตอบคำถามเรื่องราคาเดิมซ้ำหลายครั้ง
Canva มีเทมเพลต Rate Card, Price List และ Media Kit ที่นำมาปรับใช้ได้ง่าย สามารถเปลี่ยนสี ฟอนต์ รูปภาพ แพ็กเกจ และข้อมูลติดต่อให้ตรงกับ Personal Brand แล้วดาวน์โหลดเป็น PDF เพื่อส่งให้ลูกค้า
บทความนี้จะแนะนำวิธีทำ Rate Card สำหรับ Influencer ด้วย Canva ตั้งแต่คำนวณต้นทุน กำหนดราคา วางแพ็กเกจ ระบุสิทธิ์การใช้งาน ไปจนถึงตรวจเอกสารก่อนส่งให้แบรนด์
Rate Card คือเอกสารแสดงรายการบริการ อัตราค่าจ้าง และเงื่อนไขเบื้องต้นของผู้ให้บริการ
สำหรับ Influencer หรือ Content Creator บริการอาจประกอบด้วย
Rate Card ใช้เป็นราคาเริ่มต้นสำหรับพูดคุย ไม่จำเป็นต้องเป็นใบเสนอราคาสุดท้าย เพราะค่าจ้างจริงยังขึ้นอยู่กับขอบเขตงาน ระยะเวลา สิทธิ์ใช้งาน และข้อกำหนดของแคมเปญ
| เอกสาร | หน้าที่ |
|---|---|
| Rate Card | แสดงบริการ ราคาเริ่มต้น และเงื่อนไขเบื้องต้น |
| Media Kit | แนะนำตัว ผู้ติดตาม สถิติ และผลงาน |
| Proposal | เสนอแนวคิดและแผนงานสำหรับลูกค้ารายหนึ่ง |
| Quotation | ระบุราคาและขอบเขตงานที่ตกลงสำหรับโครงการ |
| Contract | ระบุข้อตกลง สิทธิ์ หน้าที่ และเงื่อนไขทางกฎหมาย |
Rate Card ไม่ควรใช้แทนสัญญา เมื่อเจรจารายละเอียดแล้วควรมีเอกสารยืนยันขอบเขต ราคา การชำระเงิน และสิทธิ์การใช้งานอีกครั้ง
แม้ยังมีผู้ติดตามไม่มากก็สามารถทำ Rate Card ได้ โดยคิดราคาจากขอบเขตการผลิต คุณภาพงาน กลุ่มผู้ชม และสิทธิ์ที่ลูกค้าต้องการ ไม่ควรกำหนดค่าจ้างจากจำนวนผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลพื้นฐานที่ควรมี ได้แก่
Rate Card ควรอ่านง่ายและไม่ใส่เงื่อนไขยาวจนคล้ายสัญญา แต่เรื่องสำคัญที่มีผลต่อราคาต้องไม่ถูกซ่อน
ไม่มีราคากลางเดียวที่เหมาะกับทุกคน เพราะงานแต่ละประเภทมีต้นทุนและคุณค่าต่างกัน ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้
รวมเวลาสำหรับ
ไม่ควรคิดเฉพาะเวลาที่เห็นอยู่ในวิดีโอหนึ่งนาที
ตัวอย่างต้นทุน ได้แก่
ควรคำนวณทั้งต้นทุนตรงและค่าใช้เครื่องมือที่จ่ายเป็นรายเดือนหรือรายปี
งานถ่ายภาพสินค้าแบบง่ายมีต้นทุนต่างจากวิดีโอที่ต้องเขียนบท ถ่ายหลายสถานที่ ใช้นักแสดง และทำ Animation
ควรแบ่งระดับงาน เช่น
แล้วระบุว่างานแต่ละระดับครอบคลุมอะไร
Creator ที่มีประสบการณ์ กระบวนการทำงานชัด และผลงานที่พิสูจน์ได้ อาจคิดราคาสูงขึ้นตามคุณค่าที่มอบให้ ไม่ควรลดราคาเพียงเพื่อแข่งขันโดยไม่คำนวณต้นทุน
พิจารณา
ผู้ติดตามน้อยแต่ตรงกลุ่มอาจมีคุณค่ามากสำหรับสินค้าที่มีตลาดเฉพาะทาง
ค่าผลิตคอนเทนต์กับค่าให้สิทธิ์นำคอนเทนต์ไปใช้ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แบรนด์อาจต้องการนำงานไปใช้ใน
ยิ่งใช้หลายช่องทาง ระยะเวลานาน และครอบคลุมกว้าง ราคาสิทธิ์อาจเพิ่มขึ้น
หากแบรนด์กำหนดว่าห้ามรับงานคู่แข่งในช่วงเวลาหนึ่ง Creator อาจสูญเสียโอกาสรับงานอื่น ควรคิดค่าตอบแทนสำหรับเงื่อนไขนี้ และระบุ
ไม่ควรยอมรับคำว่า “ห้ามรับงานคู่แข่ง” โดยไม่มีขอบเขตชัดเจน
งานเร่งด่วนอาจต้องเลื่อนงานอื่นหรือเพิ่มชั่วโมงทำงาน จึงสามารถกำหนดค่าบริการเร่งด่วนแยกจากราคาปกติได้
สามารถเริ่มจากสูตรนี้
ราคาพื้นฐาน = ค่าแรง + ต้นทุนผลิต + ค่าบริหารงาน + กำไรที่เหมาะสม
หากมีสิทธิ์เพิ่มเติม:
ราคารวม = ราคาพื้นฐาน + ค่าใช้สิทธิ์ + ค่า Exclusivity + ค่าเร่งด่วน + ค่าใช้จ่ายอื่น
ตัวอย่างเพื่ออธิบายวิธีคิด:
| รายการ | จำนวนเงินตัวอย่าง |
|---|---|
| ค่าเตรียมและเขียนสคริปต์ | 1,000 บาท |
| ค่าถ่ายทำ | 2,000 บาท |
| ค่าตัดต่อ | 2,000 บาท |
| ค่าอุปกรณ์และดำเนินงาน | 500 บาท |
| ค่าบริหารและกำไร | 1,500 บาท |
| ราคาผลิตพื้นฐาน | 7,000 บาท |
ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างวิธีคำนวณ ไม่ใช่ราคากลาง ทุกคนต้องปรับตามต้นทุน ประสบการณ์ และขอบเขตงานจริง
ควรใส่เฉพาะบริการที่รับทำจริง ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกแพลตฟอร์ม
การรวมบริการเป็นแพ็กเกจช่วยให้ลูกค้าเปรียบเทียบได้ง่าย
อาจประกอบด้วย
อาจประกอบด้วย
อาจประกอบด้วย
ต้องระบุ Deliverables หรือสิ่งที่ลูกค้าได้รับให้ชัด ไม่ควรใช้ชื่อแพ็กเกจอย่างเดียว
เขียนรายการทั้งหมดลงใน Canva Docs หรือตารางก่อน โดยระบุ
ควรสรุปข้อมูลให้เสร็จก่อนเริ่มออกแบบ เพื่อไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างหลายครั้ง
ค้นหาด้วยคำว่า
หากไม่พบรูปแบบที่ต้องการ สามารถเลือก Price List หรือ Media Kit แล้วนำมาปรับโครงสร้างได้
ขนาดที่นิยม ได้แก่
หากส่งทางอีเมล A4 แบบ PDF เป็นตัวเลือกที่เปิดได้ง่าย ส่วนภาพสี่เหลี่ยมเหมาะกับการส่งตัวอย่างผ่านข้อความ แต่พื้นที่ใส่เงื่อนไขมีจำกัด
เทมเพลตควรมีพื้นที่สำหรับ
หลีกเลี่ยงแบบที่ใช้ภาพขนาดใหญ่จนเหลือพื้นที่สำหรับบริการน้อยเกินไป
ใช้สีและฟอนต์เดียวกับ Personal Brand หรือ Media Kit
หลักการสำคัญ ได้แก่
Rate Card ต้องอ่านข้อมูลได้ง่ายก่อนความสวยงาม
ส่วนบนของเอกสารควรมี
ไม่จำเป็นต้องใส่ Bio ยาว เพราะรายละเอียดตัวตนและ Audience สามารถอยู่ใน Media Kit
จัดบริการเป็นหมวดตามแพลตฟอร์มหรือรูปแบบงาน เช่น
หากมีบริการจำนวนมาก ควรแบ่งเป็นหลายหน้าแทนการลดฟอนต์จนอ่านยาก
ระบุราคาให้ชัดว่าเป็น
หากราคาเปลี่ยนตามความซับซ้อน สามารถใช้ข้อความ “เริ่มต้นที่” แล้วระบุว่าราคาสุดท้ายขึ้นอยู่กับขอบเขตงาน
ตัวอย่าง:
วิดีโอสั้น 1 คลิป
รายละเอียดช่วยป้องกันความเข้าใจว่าบริการทุกอย่างรวมอยู่ในราคาเดียว
ตัวอย่างรายการที่อาจคิดเพิ่ม ได้แก่
ไม่ควรใช้คำว่า “รวมทุกอย่าง” หากยังมีเงื่อนไขที่อาจทำให้ราคาเพิ่ม
เงื่อนไขที่ควรระบุ ได้แก่
รายละเอียดทางภาษีและกฎหมายควรตรวจตามสถานะของผู้ให้บริการและข้อกำหนดปัจจุบัน หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น
ใส่ช่องทางสำหรับงานโดยเฉพาะ เช่น
หลีกเลี่ยงข้อมูลส่วนตัวที่ไม่จำเป็น และตรวจว่าทุกช่องทางยังใช้งานอยู่
ตรวจสอบ
หากราคาใน Rate Card ไม่ตรงกับระบบบัญชีหรือใบเสนอราคา อาจสร้างความสับสนและเสียความน่าเชื่อถือ
แนะนำให้ดาวน์โหลดเป็น PDF Standard สำหรับส่งทางอีเมลหรือข้อความ เพราะเปิดได้ง่ายและรักษารูปแบบเอกสาร
หากทำเป็นภาพหน้าเดียวสามารถดาวน์โหลดเป็น PNG ได้ แต่ต้องตรวจว่าข้อความยังอ่านได้เมื่อเปิดผ่านโทรศัพท์
Creator Rate Card 2026
อัตราค่าบริการนี้เป็นราคาเริ่มต้น ราคาสุดท้ายขึ้นอยู่กับ Brief ขอบเขตการผลิต ระยะเวลาส่งงาน สิทธิ์การใช้งาน และเงื่อนไขของแต่ละแคมเปญ
ราคาพื้นฐานไม่รวมสิทธิ์นำคอนเทนต์ไปใช้ในโฆษณา การซื้อขาดไฟล์ต้นฉบับ และเงื่อนไขห้ามรับงานคู่แข่ง เว้นแต่ระบุไว้ในใบเสนอราคา
ส่ง Brief พร้อมรายละเอียดแคมเปญเพื่อประเมินราคาและตรวจสอบคิวงาน
ข้อความต้องปรับให้ตรงกับบริการและกระบวนการทำงานจริงของแต่ละคน
งาน Influencer อาจแบ่งเป็นสองส่วน
ค่าคิดแนวคิด เขียนสคริปต์ ถ่ายทำ ตัดต่อ และส่งไฟล์
ค่าที่เกี่ยวข้องกับการโพสต์ลงบัญชีของ Creator ซึ่งมี Audience และความน่าเชื่อถือที่สร้างสะสมมา
หากแบรนด์ต้องการเพียงไฟล์โดยไม่โพสต์บนช่องของ Creator งานนั้นอาจเป็น UGC หรือ Content Production ซึ่งควรกำหนดราคาและสิทธิ์แยกให้ชัดเจน
ก่อนเสนอราคาควรถามว่าแบรนด์จะนำคอนเทนต์ไปใช้
คำว่า “ใช้ได้ทุกช่องทางตลอดไป” เป็นสิทธิ์ที่กว้างมาก ไม่ควรรวมไว้ในราคาพื้นฐานโดยไม่ประเมินมูลค่าและผลกระทบ
ควรระบุให้ชัดว่า
ตัวอย่าง:
รวมแก้ไขงานตัดต่อ 1 รอบตาม Brief ที่อนุมัติ ไม่รวมการถ่ายใหม่หรือเปลี่ยนแนวคิดหลักหลังเริ่มผลิต
ข้อความควรสอดคล้องกับกระบวนการทำงานจริง
ควรตรวจและปรับเมื่อ
ควรใส่ปีหรือวันที่อัปเดตไว้บน Rate Card และหลีกเลี่ยงการส่งไฟล์เก่า
Canva AI สามารถช่วย
ตัวอย่าง Prompt:
จัดข้อความบริการ Influencer ต่อไปนี้ให้อยู่ในรูปแบบ Rate Card ที่กระชับ แยกเป็นชื่อบริการ สิ่งที่รวม ระยะส่งงาน และหมายเหตุ รักษาราคาและเงื่อนไขเดิม ห้ามเพิ่มบริการหรือสร้างตัวเลขใหม่
AI ไม่ควรเป็นผู้กำหนดราคา ภาษี หรือเงื่อนไขทางกฎหมายแทนผู้ให้บริการ
ต้องคำนวณเวลา ต้นทุน การผลิต คุณภาพ Audience และสิทธิ์ใช้งานร่วมด้วย
ต้องระบุว่าต่อโพสต์ ต่อคลิป ต่อชุด ต่อวัน หรือต่อแคมเปญ
ลูกค้าอาจเข้าใจว่ารวมสคริปต์ ถ่ายทำ แก้ไขหลายรอบ และไฟล์ต้นฉบับทั้งหมด
การนำคอนเทนต์ไปยิงโฆษณาหรือใช้ระยะยาวมีมูลค่าต่างจากการโพสต์ทั่วไป
เมื่อส่งไฟล์เดิมภายหลัง ลูกค้าอาจอ้างอิงราคาเก่าที่ไม่ตรงกับต้นทุนปัจจุบัน
Rate Card ต้องอ่านง่ายบนโทรศัพท์ ไม่ควรยัดบริการทั้งหมดไว้หน้าเดียว
ต้องมีเอกสารยืนยันขอบเขตและเงื่อนไขก่อนเริ่มงาน
ควรทำ Rate Card ฉบับหลักหนึ่งชุดและสร้างสำเนาตามประเภทลูกค้า เช่น แบรนด์สินค้า เอเจนซี งาน UGC และงานอีเวนต์ แต่ละชุดสามารถเน้นบริการที่เกี่ยวข้องโดยไม่ต้องแสดงทุกอย่าง
สำหรับ Rate Card ของ comsiam สามารถแยกค่าผลิตบทความ ภาพ Social Media วิดีโอ และสิทธิ์นำงานไปใช้ โดยระบุขอบเขตของแต่ละบริการอย่างโปร่งใส
ทีม comsiam หรือ Content Creator ควรเก็บไฟล์ต้นฉบับใน Canva และส่งให้ลูกค้าเป็น PDF ไม่ควรส่งลิงก์แก้ไขต้นฉบับ เพราะอาจทำให้ข้อมูลราคาเปลี่ยนโดยไม่ตั้งใจ
ควรมีราคาเริ่มต้นหรือช่วงราคาเพื่อช่วยคัดกรอง แต่หากงานแตกต่างกันมากสามารถระบุให้ส่ง Brief เพื่อประเมินราคาได้
ไม่มีราคาตายตัว ควรคำนวณจากเวลา ต้นทุน คุณภาพงาน ความเฉพาะของ Audience รูปแบบงาน และสิทธิ์ที่ลูกค้าต้องการ
ควรกระชับและอ่านง่าย หน้าเดียวเหมาะกับบริการไม่มาก หากมีหลายแพลตฟอร์มหรือเงื่อนไขสามารถแบ่งเป็น 2–4 หน้า
รวมได้ แต่การแยกไฟล์ช่วยให้อัปเดตราคาและปรับข้อเสนอตามลูกค้าได้ง่ายกว่า
ทำได้โดยใช้เทมเพลตและองค์ประกอบฟรี แต่ภาพ ฟอนต์ หรือฟีเจอร์บางรายการอาจขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ
ขึ้นอยู่กับสถานะทางภาษีและข้อตกลง ควรระบุให้ชัดในเอกสารและตรวจข้อกำหนดปัจจุบันกับผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีหรือภาษีเมื่อจำเป็น
ไม่ควร Rate Card เป็นข้อมูลเบื้องต้น ส่วนใบเสนอราคาต้องระบุขอบเขตและราคาของโครงการที่ตกลงกับลูกค้ารายนั้น
วิธีทำ Rate Card สำหรับ Influencer ด้วย Canva เริ่มจากคำนวณเวลา ต้นทุน ความซับซ้อน คุณภาพ Audience และสิทธิ์การใช้งาน จากนั้นกำหนดบริการ แพ็กเกจ ราคา และสิ่งที่รวมให้ชัดเจน
เมื่อข้อมูลพร้อมแล้วจึงเลือกเทมเพลต Canva ปรับสีและฟอนต์ให้ตรงกับ Personal Brand ใส่เงื่อนไขเบื้องต้น วันที่อัปเดต และช่องทางติดต่อ ก่อนดาวน์โหลดเป็น PDF
Rate Card ที่มีประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องมีราคาถูกที่สุด แต่ต้องโปร่งใส อ่านง่าย และช่วยให้ทั้ง Creator กับแบรนด์เข้าใจขอบเขตเบื้องต้นตรงกัน ก่อนจัดทำใบเสนอราคาและสัญญาสำหรับงานจริง