Hisense Smart TV รีโมตใช้งานไม่ได้ จับคู่ใหม่อย่างไร

Hisense Smart TV รีโมตใช้งานไม่ได้ ให้เปลี่ยนถ่านใหม่ทั้งชุด ตรวจสอบปุ่มค้างและสิ่งกีดขวาง แล้วถอดปลั๊กทีวีประมาณ 1 นาที หากเป็นรีโมต Bluetooth หรือรีโมตสั่งงานด้วยเสียง ให้เปิดเมนู Remotes & Accessories หรือ Remote Control แล้วจับคู่ใหม่ตามคำแนะนำบนหน้าจอ

สารบัญ

  • รีโมต Hisense มีกี่ประเภท
  • อาการที่พบบ่อย
  • สาเหตุที่รีโมตไม่ทำงาน
  • วิธีแก้ตามลำดับ
  • วิธีจับคู่รีโมตใหม่
  • ปุ่ม Power ใช้ได้แต่ปุ่มอื่นไม่ได้
  • Voice Control ใช้ไม่ได้
  • ใช้โทรศัพท์แทนรีโมตได้หรือไม่
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุป

1. รีโมต Hisense Smart TV มีกี่ประเภท

Hisense Smart TV ใช้ระบบหลายแบบ เช่น VIDAA, Google TV, Android TV และ Roku TV รีโมตจึงแตกต่างกันตามรุ่น

รีโมตอินฟราเรด

ต้องเล็งไปยังเซนเซอร์ของทีวีโดยตรง โดยทั่วไปไม่ต้องจับคู่ Bluetooth และใช้ควบคุมคำสั่งพื้นฐาน

รีโมต Bluetooth

ใช้ควบคุมเมนูโดยไม่ต้องเล็งตรงตลอดเวลา ต้องจับคู่กับทีวีก่อนจึงจะใช้ฟังก์ชันทั้งหมดได้

รีโมตสั่งงานด้วยเสียง

มีไมโครโฟนสำหรับค้นหาและสั่งงาน อาจใช้ Bluetooth สำหรับเสียง แต่ยังใช้อินฟราเรดกับปุ่ม Power

รีโมตทดแทน

รีโมตที่ระบุว่าใช้กับ Hisense ได้อาจรองรับเพียง Power, Volume และ Channel แต่ไม่รองรับไมโครโฟน Bluetooth หรือปุ่มลัดทั้งหมด


2. อาการ Hisense Smart TV รีโมตใช้งานไม่ได้

อาการที่พบได้ ได้แก่

  • กดปุ่มแล้วทีวีไม่ตอบสนอง
  • เปิดทีวีได้แต่ปุ่มอื่นใช้ไม่ได้
  • ปุ่ม Home ไม่ทำงาน
  • ปุ่มทิศทางตอบสนองช้า
  • ทีวีแจ้งว่าไม่พบรีโมต
  • จับคู่ Bluetooth ไม่สำเร็จ
  • ปุ่ม Voice ใช้ไม่ได้
  • ต้องเล็งใกล้ทีวีมาก
  • รีโมตเชื่อมต่อแล้วหลุด
  • ใช้งานได้เพียงบางปุ่ม
  • ไฟบนรีโมตไม่ติด
  • ต้องจับคู่ใหม่ทุกครั้งที่เปิดทีวี
  • ปุ่มเพิ่ม–ลดเสียงไม่ทำงาน
  • กดหนึ่งครั้งแต่ทีวีทำงานหลายครั้ง
  • รีโมตควบคุม Soundbar ได้แต่ควบคุมทีวีไม่ได้

หากเสียเพียงปุ่มเดียว แต่ปุ่มอื่นทำงานตามปกติ ปัญหาอาจอยู่ที่ตัวปุ่ม ไม่ใช่การเชื่อมต่อทั้งหมด


3. สาเหตุที่รีโมต Hisense ใช้งานไม่ได้

3.1 ถ่านหมดหรือพลังงานต่ำ

รีโมตอาจมีพลังงานพอสำหรับ Power แต่ไม่พอสำหรับ Bluetooth และไมโครโฟน

3.2 ใส่ถ่านผิดขั้ว

ขั้วบวกและขั้วลบที่ไม่ตรงตามสัญลักษณ์ทำให้รีโมตไม่ทำงาน

3.3 รีโมตยังไม่ได้จับคู่

รีโมตใหม่ รีโมตที่เคยใช้กับทีวีอื่น หรือรีโมตที่ถูกรีเซ็ตต้องจับคู่กับทีวีอีกครั้ง

3.4 ระบบ Bluetooth ของทีวีค้าง

ระบบรับคำสั่งอาจหยุดตอบสนองชั่วคราว การ Restart หรือถอดปลั๊กช่วยเริ่มระบบใหม่ได้

3.5 มีสิ่งกีดขวางเซนเซอร์

Soundbar ของตกแต่ง ขอบตู้ หรือฟิล์มอาจบังเซนเซอร์อินฟราเรดบริเวณด้านล่างของทีวี

3.6 มีสัญญาณรบกวน

เราเตอร์ อุปกรณ์ Bluetooth และอุปกรณ์ไร้สายจำนวนมากอาจทำให้การจับคู่ไม่สำเร็จหรือเชื่อมต่อไม่เสถียร

3.7 รีโมตไม่ตรงกับระบบหรือรุ่น

รีโมต VIDAA อาจไม่รองรับฟังก์ชันทั้งหมดบน Hisense Google TV แม้รูปร่างและปุ่มจะคล้ายกัน

3.8 ปุ่ม Power ค้าง

ปุ่มที่ติดอาจส่งคำสั่งเปิด–ปิดซ้ำ ทำให้ทีวีดูเหมือนรีสตาร์ตเองหรือรีโมตไม่ตอบสนอง

3.9 ซอฟต์แวร์ทีวีเก่า

Firmware รุ่นเก่าอาจทำให้ Bluetooth, ไมโครโฟน หรือการเชื่อมต่อรีโมตทำงานผิดปกติ


4. วิธีแก้ Hisense Smart TV รีโมตใช้งานไม่ได้

ขั้นตอนที่ 1 เปลี่ยนถ่านใหม่ทั้งชุด

  1. เปิดฝาหลังรีโมต
  2. นำถ่านเก่าออก
  3. ตรวจสอบช่องใส่ถ่าน
  4. ใส่ถ่านใหม่ทั้งชุด
  5. ตรวจสอบขั้วบวกและขั้วลบ
  6. ปิดฝาให้แน่น
  7. ทดลองปุ่ม Power
  8. ทดลองปุ่ม Home

ไม่ควรผสมถ่านเก่ากับถ่านใหม่หรือใช้ถ่านต่างชนิดร่วมกัน

ขั้นตอนที่ 2 ระบายไฟค้างในรีโมต

  1. ถอดถ่านออก
  2. กดปุ่ม Power ค้างประมาณ 10 วินาที
  3. ปล่อยปุ่ม
  4. กดปุ่มอื่นอีกสองถึงสามครั้ง
  5. ใส่ถ่านใหม่
  6. ทดลองใช้งาน
  7. จับคู่ใหม่หากเป็น Bluetooth

ขั้นตอนนี้ไม่ลบแอป บัญชี หรือการตั้งค่าของทีวี

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบปุ่มค้าง

กดและปล่อยปุ่มแต่ละปุ่มเบา ๆ โดยเฉพาะ

  • Power
  • Home
  • Volume
  • ปุ่มทิศทาง
  • OK
  • Voice

หากปุ่มจมและไม่คืนตัว ไม่ควรเทน้ำยาหรือเคาะรีโมตแรง ๆ

ขั้นตอนที่ 4 นำสิ่งกีดขวางออก

ตรวจสอบบริเวณด้านล่างหรือด้านหน้าทีวี แล้วนำสิ่งของที่อาจบังเซนเซอร์ออก เช่น

  • Soundbar
  • ของตกแต่ง
  • อุปกรณ์เกม
  • ขอบตู้
  • กล่องรับสัญญาณ
  • ฟิล์มที่ยังไม่ได้ลอก

จากนั้นเล็งรีโมตตรงไปที่ทีวีและทดสอบใหม่

ขั้นตอนที่ 5 ถอดปลั๊ก Hisense Smart TV

  1. ตรวจสอบว่าทีวีไม่ได้กำลังอัปเดต
  2. ปิดทีวี
  3. ถอดปลั๊กประมาณ 60 วินาที
  4. เสียบปลั๊กกลับ
  5. เปิดจากปุ่มบนตัวเครื่อง หากจำเป็น
  6. นำรีโมตเข้าใกล้ทีวี
  7. ทดลองใช้งานหรือจับคู่ใหม่

ขั้นตอนที่ 6 รีสตาร์ตทีวี

หากยังควบคุมได้บางส่วน ให้ค้นหา Restart, Reboot หรือ System Restart จากเมนู Settings

การรีสตาร์ตไม่ควรลบข้อมูลของผู้ใช้

ขั้นตอนที่ 7 จับคู่รีโมต Bluetooth ใหม่

  1. เปิดทีวี
  2. นำรีโมตเข้าใกล้ประมาณ 30 เซนติเมตรถึง 1 เมตร
  3. เปิด Settings
  4. เข้า Remotes & Accessories, Bluetooth หรือ Remote Control
  5. เลือก Add Accessory หรือ Pair Remote
  6. กดชุดปุ่ม Pairing ตามที่หน้าจอระบุ
  7. รอให้ชื่อรีโมตปรากฏ
  8. เลือกชื่อรีโมต
  9. รอให้ขึ้น Connected
  10. ทดลอง Home และ Voice

ชุดปุ่ม Pairing แตกต่างตามระบบและรุ่น จึงควรยึดคำแนะนำบนหน้าจอหรือสัญลักษณ์ที่รีโมตเป็นหลัก

ขั้นตอนที่ 8 ลดสัญญาณรบกวน

ระหว่างจับคู่ให้ทำดังนี้

  • ปิดอุปกรณ์ Bluetooth ที่ไม่ใช้
  • ย้ายเราเตอร์ออกจากทีวีเล็กน้อย
  • ถอด USB ที่ไม่จำเป็น
  • อยู่ใกล้ทีวี
  • นำสิ่งของโลหะออกจากแนวสัญญาณ
  • จับคู่รีโมตครั้งละหนึ่งตัว
  • ปิดทีวี Hisense อีกเครื่องที่อยู่ใกล้ชั่วคราว

ขั้นตอนที่ 9 อัปเดตระบบทีวี

เมื่อควบคุมทีวีได้แล้ว ให้เปิด Settings > Support หรือ System > Software Update

ดาวน์โหลดและติดตั้งตามขั้นตอนบนหน้าจอ โดยห้ามปิดเครื่องหรือถอดปลั๊ก จากนั้นจับคู่รีโมตใหม่อีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 10 ทดลองรีโมตที่ตรงรุ่นอีกตัว

  • หากรีโมตอีกตัวใช้ได้ รีโมตเดิมอาจมีปัญหา
  • หากทุกตัวใช้ไม่ได้ ระบบรับสัญญาณของทีวีอาจผิดปกติ
  • หากใช้ได้เฉพาะ Power การจับคู่ Bluetooth อาจยังไม่สำเร็จ
  • หากแอปโทรศัพท์ใช้ได้ ทีวียังตอบสนองผ่านเครือข่าย

5. วิธีจับคู่รีโมต Hisense VIDAA

ตำแหน่งเมนูอาจเป็น Settings > Network, Bluetooth, Remote Control หรือ Accessories ตามรุ่น

ขั้นตอนทั่วไปคือ

  1. เปิดทีวี
  2. ใส่ถ่านใหม่
  3. เปิดเมนู Remote Control หรือ Bluetooth
  4. เลือก Pair Remote
  5. นำรีโมตเข้าใกล้ทีวี
  6. กดชุดปุ่มที่ระบบแสดง
  7. รอข้อความกำลังจับคู่
  8. ทดลองปุ่ม Voice และ Home

VIDAA บางรุ่นใช้รีโมตอินฟราเรดอย่างเดียวและไม่ต้องจับคู่ หากไม่มีเมนู Bluetooth ควรตรวจสอบคุณสมบัติของรุ่นก่อน


6. วิธีจับคู่รีโมต Hisense Google TV หรือ Android TV

  1. เปิด Settings
  2. เลือก Remotes & Accessories
  3. เลือก Pair Remote or Accessory
  4. นำรีโมตเข้าใกล้ทีวี
  5. เปิดโหมด Pairing ตามคำแนะนำ
  6. เลือกชื่อรีโมต
  7. รอให้สถานะเป็น Connected
  8. ทดลองปุ่ม Home
  9. ทดลองปุ่มไมโครโฟน

หากเข้าเมนูไม่ได้ สามารถใช้ปุ่มบนตัวทีวี เมาส์ USB หรือรีโมตบนโทรศัพท์ชั่วคราวในรุ่นที่รองรับ


7. ปุ่ม Power ใช้ได้แต่ปุ่มอื่นใช้ไม่ได้

อาการนี้มักหมายถึงส่วนอินฟราเรดยังทำงาน แต่ Bluetooth ยังไม่จับคู่

ให้ทำดังนี้

  1. เปลี่ยนถ่าน
  2. รีสตาร์ตทีวี
  3. นำรีโมตเข้าใกล้เครื่อง
  4. เปิดเมนู Remotes & Accessories
  5. จับคู่ใหม่
  6. ทดลองปุ่ม Home
  7. ทดลองปุ่มทิศทาง
  8. ทดลอง Voice

ไม่ควรรีบซื้อรีโมตใหม่จนกว่าจะตรวจสอบการจับคู่และหมายเลขรุ่น


8. ปุ่ม Voice ใช้งานไม่ได้

หากปุ่มอื่นทำงานแต่ไมโครโฟนไม่ทำงาน ให้ตรวจสอบ

  • รีโมตจับคู่ผ่าน Bluetooth แล้วหรือไม่
  • ทีวีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือไม่
  • บัญชี VIDAA หรือ Google ทำงานหรือไม่
  • อนุญาตการใช้ไมโครโฟนหรือไม่
  • ภาษาที่เลือกได้รับการรองรับหรือไม่
  • รีโมตทดแทนมีไมโครโฟนจริงหรือไม่
  • ซอฟต์แวร์ทีวีเป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือไม่
  • ถ่านมีพลังงานเพียงพอหรือไม่

รีโมตอินฟราเรดทั่วไปไม่สามารถส่งเสียงไปยังทีวีได้


9. รีโมตเชื่อมต่อแล้วหลุดบ่อยแก้อย่างไร

ให้ตรวจสอบตามลำดับนี้

  • เปลี่ยนถ่านใหม่
  • ลดระยะห่าง
  • ปิดอุปกรณ์ Bluetooth ที่ไม่ใช้
  • ย้ายเราเตอร์ออกเล็กน้อย
  • ถอด USB ที่ไม่จำเป็น
  • รีสตาร์ตทีวี
  • ลบรีโมตจากรายการแล้วจับคู่ใหม่
  • อัปเดตระบบ
  • ตรวจสอบว่ารีโมตตรงรุ่น
  • ทดลองรีโมตอีกตัว

แนวทางของ comsiam คือควรทดสอบรีโมตที่ตรงรุ่นอีกตัวก่อนสรุปว่าโมดูล Bluetooth ของทีวีเสีย


10. วิธีทดสอบรีโมตอินฟราเรดด้วยกล้องโทรศัพท์

วิธีนี้ทดสอบเฉพาะอินฟราเรด ไม่สามารถตรวจสอบ Bluetooth ได้

  1. เปิดกล้องโทรศัพท์
  2. หันหัวรีโมตเข้าหากล้อง
  3. กดปุ่ม Power
  4. มองผ่านหน้าจอโทรศัพท์
  5. สังเกตแสงกะพริบ
  6. หากไม่เห็น ให้ทดลองกล้องหน้า

หากเห็นแสง แสดงว่าส่วนอินฟราเรดส่งสัญญาณ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าปุ่ม Bluetooth และ Voice ใช้งานได้


11. เข้าเมนูไม่ได้เพราะไม่มีรีโมตทำอย่างไร

ใช้ปุ่มบนตัวทีวี

Hisense Smart TV มักมีปุ่มควบคุมด้านล่าง ด้านข้าง หรือด้านหลัง ใช้เปิดเครื่องและควบคุมเมนูพื้นฐานได้บางส่วน

ไม่ควรขยับทีวีที่ติดผนังเพื่อค้นหาปุ่ม หากเข้าถึงไม่ปลอดภัย

ใช้เมาส์หรือคีย์บอร์ด USB

Google TV และ Android TV บางรุ่นรองรับเมาส์ USB สำหรับควบคุมเมนูชั่วคราว

ใช้โทรศัพท์

หากทีวีและโทรศัพท์อยู่ใน Wi-Fi เดียวกัน อาจใช้ฟังก์ชันรีโมตของ Google TV หรือแอปที่ Hisense รุ่นนั้นรองรับได้


12. ใช้โทรศัพท์แทนรีโมต Hisense ได้หรือไม่

ทำได้ในรุ่นที่รองรับ โดยทีวีและโทรศัพท์ต้องอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน

ขั้นตอนทั่วไปคือ

  1. เชื่อมต่อโทรศัพท์กับ Wi-Fi เดียวกับทีวี
  2. เปิดฟังก์ชันรีโมตที่ตรงกับระบบ
  3. เลือกชื่อ Hisense TV
  4. ตรวจสอบรหัสบนหน้าจอ
  5. ใส่รหัสในโทรศัพท์
  6. รอให้เชื่อมต่อ
  7. ใช้ปุ่มบนหน้าจอควบคุมทีวี

หากทีวียังไม่เชื่อมต่อ Wi-Fi อาจต้องใช้ปุ่มบนเครื่องหรือรีโมตอินฟราเรดก่อน


13. วิธีเลือกรีโมต Hisense ใหม่ให้ตรงรุ่น

ก่อนซื้อควรตรวจสอบ

  • หมายเลขรุ่นเต็มของทีวี
  • ระบบ VIDAA, Google TV, Android TV หรือ Roku TV
  • รหัสรุ่นของรีโมตเดิม
  • รองรับ Bluetooth หรือไม่
  • รองรับ Voice Control หรือไม่
  • ใช้อินฟราเรดร่วมด้วยหรือไม่
  • มีปุ่มลัดตรงกับแอปหรือไม่
  • ต้องใช้ USB Receiver หรือไม่
  • รองรับการควบคุมอุปกรณ์ภายนอกหรือไม่

ไม่ควรเลือกจากรูปร่างเพียงอย่างเดียว เพราะรีโมตที่คล้ายกันอาจใช้ฟังก์ชันได้ไม่ครบ


14. ตารางวิเคราะห์อาการ

อาการสาเหตุที่เป็นไปได้
ไม่มีปุ่มใดทำงานถ่าน รีโมต หรือเซนเซอร์
Power ใช้ได้แต่ปุ่มอื่นไม่ได้Bluetooth ยังไม่จับคู่
ต้องเล็งใกล้มากถ่านอ่อนหรือมีสิ่งกีดขวาง
Voice ใช้ไม่ได้Bluetooth บัญชี หรือไมโครโฟน
จับคู่แล้วหลุดถ่าน สัญญาณรบกวน หรือระบบ
รีโมตอีกตัวใช้ได้รีโมตเดิมอาจมีปัญหา
รีโมตทุกตัวใช้ไม่ได้ทีวีหรือระบบรับสัญญาณ
แอปโทรศัพท์ใช้ได้ทีวียังทำงานผ่านเครือข่าย
ปุ่มเดียวไม่ทำงานปุ่มอาจติดหรือชำรุด
กดครั้งเดียวแต่ทำงานหลายครั้งปุ่มค้างหรือรีโมตผิดปกติ

15. สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่ควรเคาะหรือกระแทกรีโมต
  • ไม่ควรผสมถ่านเก่ากับถ่านใหม่
  • ไม่ควรใส่ถ่านกลับขั้ว
  • ไม่ควรเทน้ำยาลงบนปุ่ม
  • ไม่ควรสุ่มกดชุดปุ่ม Pairing หลายแบบ
  • ไม่ควรใช้รีโมตที่ไม่ตรงระบบโดยไม่ตรวจสอบ
  • ไม่ควรถอดปลั๊กทีวีระหว่างอัปเดต
  • ไม่ควรเข้า Service Menu
  • ไม่ควรเปิดฝาหลังทีวีเพื่อตรวจสอบ Bluetooth
  • ไม่ควร Factory Reset เพราะรีโมตตัวเดียวมีปัญหา
  • ไม่ควรขยับทีวีติดผนังเพื่อค้นหาปุ่ม

16. คำถามที่พบบ่อย

รีโมต Hisense จับคู่ใช้ปุ่มอะไร

ชุดปุ่มแตกต่างตามระบบและรุ่น ควรเปิดเมนู Pair Remote แล้วทำตามรูปปุ่มที่แสดงบนหน้าจอ

เปลี่ยนถ่านแล้วต้องจับคู่ใหม่หรือไม่

โดยทั่วไปไม่จำเป็น แต่หาก Home และ Voice ใช้ไม่ได้ สามารถจับคู่ Bluetooth ใหม่ได้โดยไม่ลบข้อมูลในทีวี

ทำไมเปิดทีวีได้แต่กด Home ไม่ได้

ปุ่ม Power อาจใช้อินฟราเรด แต่ Home ใช้ Bluetooth จึงต้องจับคู่รีโมตใหม่

รีโมต Hisense ใช้กับทีวี Hisense ทุกรุ่นได้หรือไม่

ไม่ทุกรุ่น เพราะ Hisense ใช้หลายระบบ รีโมตบางตัวรองรับเพียงปุ่มพื้นฐาน

รีเซ็ตรีโมตทำให้ข้อมูลทีวีหายหรือไม่

ไม่ทำให้แอป บัญชี และ Wi-Fi หาย แต่รีโมต Bluetooth อาจต้องจับคู่ใหม่

ใช้โทรศัพท์แทนรีโมตได้หรือไม่

ทำได้ในหลายรุ่นเมื่อโทรศัพท์และทีวีอยู่ใน Wi-Fi เดียวกัน แต่บางขั้นตอนอาจยังต้องใช้ปุ่มบนทีวี

ทำครบแล้วยังใช้ไม่ได้ควรทำอย่างไร

ตรวจสอบหมายเลขรุ่นของทีวีและรีโมต ทดลองรีโมตที่ตรงรุ่นอีกตัว แล้วติดต่อศูนย์บริการหากทีวีไม่ตอบสนองต่อรีโมตทุกตัว


17. สรุป

Hisense Smart TV รีโมตใช้งานไม่ได้ควรเริ่มจากเปลี่ยนถ่าน ตรวจสอบปุ่มและสิ่งกีดขวาง แล้วถอดปลั๊กทีวีประมาณ 60 วินาที หาก Power ใช้ได้แต่ Home และ Voice ไม่ได้ ให้จับคู่ Bluetooth ใหม่จากเมนูรีโมต

หากยังเชื่อมต่อไม่ได้ comsiam แนะนำให้ตรวจสอบว่ารีโมตตรงกับระบบ VIDAA, Google TV, Android TV หรือ Roku TV และทดลองรีโมตที่ตรงรุ่นก่อนรีเซ็ตทีวีหรือส่งศูนย์บริการ