วิธีใช้ Gemini บน Xiaomi และ Redmi ตั้งเป็นผู้ช่วยหลักอย่างไร

โทรศัพท์ Xiaomi และ Redmi สามารถติดตั้ง Google Gemini และตั้งเป็นผู้ช่วยหลักแทน Google Assistant ได้ หากเครื่องมี Google Play Store ใช้ Android ตามข้อกำหนด และบัญชีอยู่ในประเทศที่รองรับ

บน Xiaomi HyperOS และ MIUI หลายรุ่น ผู้ใช้สามารถตั้งให้กดปุ่ม Power ค้างประมาณครึ่งวินาทีเพื่อเปิด Gemini ได้ ส่วนเครื่อง China ROM หรือรุ่นที่ไม่มีบริการ Google อาจต้องใช้ผ่านเว็บเบราว์เซอร์แทน

Xiaomi และ Redmi รุ่นไหนใช้ Gemini ได้

Gemini ไม่ได้จำกัดตามชื่อรุ่น แต่ตรวจสอบจากระบบและคุณสมบัติของอุปกรณ์เป็นหลัก

ข้อกำหนดทั่วไป ได้แก่

  • Android 9 ขึ้นไป
  • RAM อย่างน้อย 2 GB
  • มี Google Play Store
  • มี Google Play services
  • มีแอป Google
  • ไม่ใช่ Android Go
  • ประเทศและภาษารองรับ
  • บัญชี Google มีสิทธิ์ใช้งาน
  • อุปกรณ์ผ่านการรับรองที่จำเป็น

กลุ่มโทรศัพท์ที่มีโอกาสรองรับ ได้แก่

Xiaomi

  • Xiaomi Number Series
  • Xiaomi T Series
  • Xiaomi MIX Series
  • Xiaomi MIX Fold
  • Xiaomi Civi รุ่น Global
  • Xiaomi Lite Series

Redmi

  • Redmi Note Series
  • Redmi Number Series
  • Redmi K Series รุ่นที่มี Global ROM
  • Redmi A Series บางรุ่น
  • Redmi Turbo รุ่นที่มีบริการ Google

โทรศัพท์ POCO หลายรุ่นใช้พื้นฐานระบบใกล้เคียงกัน จึงสามารถใช้ขั้นตอนคล้ายกับ Xiaomi และ Redmi ได้ หากผ่านข้อกำหนดของแอป

สรุปวิธีเปิด Gemini บน Xiaomi และ Redmi

วิธีเปิด Geminiเงื่อนไข
แตะไอคอนแอปต้องติดตั้ง Gemini สำเร็จ
กดปุ่ม Power ค้างต้องเปิด Launch digital assistant
กดปุ่ม Home ค้างใช้ระบบนำทางแบบ 3 ปุ่ม
ปัดจากมุมล่างใช้ Gesture navigation
พูด “Hey Google”เปิด Voice Match และภาษารองรับ
ใช้ผ่านเว็บไซต์มีเบราว์เซอร์และบัญชีที่รองรับ

① วิธีติดตั้ง Gemini บน Xiaomi และ Redmi

  1. เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  2. เปิด Google Play Store
  3. ค้นหา “Google Gemini”
  4. ตรวจสอบชื่อแอปและผู้พัฒนา
  5. แตะ Install
  6. รอให้ติดตั้งเสร็จ
  7. เปิดแอป Gemini
  8. เลือกบัญชี Google
  9. ยืนยันการเริ่มใช้งาน
  10. พิมพ์คำถามภาษาไทยเพื่อทดสอบ

หากมีปุ่ม Update ให้กดอัปเดตก่อน เพราะฟีเจอร์เรียกผู้ช่วยด้วยปุ่มและเสียงอาจต้องใช้แอปรุ่นล่าสุด

ไม่ควรติดตั้งไฟล์ APK จากเว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก หาก Play Store แจ้งว่าเครื่องไม่รองรับ

② เปลี่ยนจาก Google Assistant เป็น Gemini

Xiaomi มีวิธีเปลี่ยนผู้ช่วยดิจิทัลผ่านการตั้งค่า Google ดังนี้

  1. เปิด Settings
  2. เลื่อนลงแล้วเลือก Google
  3. เลือก All services
  4. เลือก Search, Assistant & Voice
  5. เลือก Google Assistant
  6. แตะ Digital assistants from Google
  7. เลือก Gemini
  8. ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ

อีกวิธีหนึ่งคือเปิดแอป Gemini แล้วเลือกให้ Gemini เป็นผู้ช่วยหลักระหว่างขั้นตอนเริ่มใช้งาน

หลังเปลี่ยนแล้ว การพูด “Hey Google” หรือเรียกผู้ช่วยด้วยปุ่มและท่าทางจะเปิด Gemini แทน Google Assistant ในอุปกรณ์ที่รองรับ

③ ตั้ง Google เป็นแอปผู้ช่วยเริ่มต้น

หากเลือก Gemini แล้วแต่ยังเรียกด้วยปุ่มไม่ได้ ให้ตรวจสอบ Default digital assistant app

เส้นทางทั่วไปคือ

  1. เปิด Settings
  2. เลือก Apps
  3. เลือก Manage apps หรือ Default apps
  4. เลือก Digital assistant app
  5. เลือก Google
  6. กดยืนยัน

ระบบอาจแสดงชื่อ “Google” ไม่ใช่ “Gemini” เนื่องจากความสามารถของผู้ช่วย Gemini ทำงานผ่านแอป Google บางส่วน

ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันระหว่าง HyperOS และ MIUI หากหาไม่พบ ให้ใช้ช่องค้นหาใน Settings แล้วค้นหาคำว่า “Digital assistant”

④ ตั้งปุ่ม Power ให้เปิด Gemini บน HyperOS

Xiaomi และ Redmi ที่ใช้ HyperOS หลายรุ่นสามารถตั้งให้กดปุ่ม Power ค้างเพื่อเปิด Gemini ได้

  1. เปิด Settings
  2. เลือก Additional settings
  3. เลือก Gesture shortcuts
  4. เลือก Launch digital assistant
  5. เปิด Press and hold the Power button for 0.5s
  6. ตรวจสอบว่า Google เป็นผู้ช่วยเริ่มต้น
  7. กดปุ่ม Power ค้างประมาณครึ่งวินาทีเพื่อทดสอบ

หาก Gemini ปรากฏเป็นหน้าต่างซ้อนบนแอปที่เปิดอยู่ แสดงว่าตั้งค่าสำเร็จแล้ว

ชื่อเมนูอาจแสดงเป็น Launch Google Assistant ในซอฟต์แวร์บางรุ่น แต่หากตั้ง Gemini เป็นผู้ช่วยของ Google แล้ว ปุ่มดังกล่าวอาจเปิด Gemini แทน

⑤ ตั้งปุ่ม Power บน MIUI

สำหรับโทรศัพท์ที่ยังใช้ MIUI เส้นทางมักใกล้เคียงกัน

  1. เปิด Settings
  2. เลือก Additional settings
  3. เลือก Gesture shortcuts หรือ Button shortcuts
  4. เลือก Launch Google Assistant
  5. เปิดการกดปุ่ม Power ค้าง
  6. ตรวจสอบผู้ช่วยเริ่มต้น
  7. ทดลองกด Power ค้าง

บางรุ่นไม่รองรับการกำหนดปุ่ม Power ให้เปิดผู้ช่วย แม้จะติดตั้งแอป Gemini ได้ก็ตาม ในกรณีนี้ให้เปิดจากไอคอน ท่าทางปัด หรือเสียงแทน

กด Power เรียก Gemini แล้วจะปิดเครื่องอย่างไร

เมื่อเปิดคำสั่งกดปุ่ม Power ค้างเพื่อเรียกผู้ช่วย วิธีเปิดเมนูปิดเครื่องอาจเปลี่ยนไป

วิธีที่อาจใช้ได้ ได้แก่

  • กดปุ่ม Power ค้างนานกว่าปกติ
  • กด Power พร้อมปุ่มเพิ่มเสียง
  • เปิด Control Center แล้วแตะไอคอน Power
  • ปิดคำสั่ง Launch digital assistant ชั่วคราว
  • ขอให้ Gemini เปิดเมนูพลังงาน หากรุ่นรองรับ

ท่าทางจริงอาจแตกต่างตามรุ่นและเวอร์ชัน HyperOS จึงควรทดลองก่อนเกิดเหตุที่ต้องรีสตาร์ทเครื่องเร่งด่วน

⑥ เปิด Gemini ด้วยปุ่ม Home

หากใช้แถบนำทางแบบ 3 ปุ่ม สามารถทดลองกดปุ่ม Home ค้าง

  1. ตั้ง Google เป็น Digital assistant app
  2. เปลี่ยนผู้ช่วยของ Google เป็น Gemini
  3. กลับไปหน้าจอหลัก
  4. กดปุ่ม Home ค้าง
  5. รอให้ Gemini เปิด

หาก Circle to Search หรือฟีเจอร์อื่นปรากฏขึ้นมาแทน แสดงว่าระบบอาจกำหนดท่าทางนี้ให้กับความสามารถอื่นแล้ว

⑦ เปิด Gemini ด้วยการปัดจากมุมหน้าจอ

สำหรับผู้ใช้ Gesture navigation สามารถทดลองทำดังนี้

  1. วางนิ้วที่มุมล่างซ้ายหรือขวา
  2. ปัดเฉียงขึ้นด้านบน
  3. ค้างเล็กน้อย
  4. รอให้หน้าต่างผู้ช่วยเปิด
  5. พิมพ์หรือพูดคำถาม

หากไม่ทำงาน ให้ตรวจสอบ System navigation, Gesture shortcuts และแอปผู้ช่วยเริ่มต้น

ฟิล์มเต็มจอหรือเคสที่มีขอบสูงอาจทำให้ปัดจากมุมได้ยาก

⑧ ใช้ “Hey Google” เรียก Gemini

  1. เปิดแอป Gemini
  2. แตะรูปโปรไฟล์
  3. เลือก Settings
  4. เลือก Talk to Gemini hands-free
  5. เปิด “Hey Google”
  6. ตั้งค่า Voice Match
  7. อนุญาตสิทธิ์ไมโครโฟน
  8. ทดลองเรียกผู้ช่วย

หากไม่สามารถเรียกขณะปิดหน้าจอ ให้ตรวจสอบ

  • Gemini on lock screen
  • สิทธิ์ไมโครโฟน
  • การทำงานเบื้องหลังของแอป Google
  • Battery saver
  • Autostart
  • ภาษาที่ตั้งไว้
  • Voice Match

คำสั่ง “Hey Google” อาจไม่รองรับทุกภาษา แต่ผู้ใช้ยังสามารถแตะไมโครโฟนในแอปแล้วพูดภาษาไทยได้

⑨ ใช้ Gemini ถามเกี่ยวกับหน้าจอ

Gemini สามารถช่วยสรุป แปล หรืออธิบายข้อมูลที่กำลังแสดงอยู่บนหน้าจอ

วิธีใช้คือ

  1. เปิดเนื้อหาที่ต้องการ
  2. เรียก Gemini ด้วยปุ่มหรือท่าทาง
  3. แตะ Ask about screen
  4. ตรวจสอบข้อมูลที่จะส่ง
  5. พูดหรือพิมพ์คำถาม
  6. แตะส่ง

ตัวอย่างคำสั่ง ได้แก่

  • สรุปหน้านี้เป็นภาษาไทย
  • แปลข้อความบนหน้าจอ
  • อธิบาย Error นี้ให้เข้าใจง่าย
  • สรุปวิดีโอที่กำลังดู
  • ช่วยเขียนคำตอบจากข้อความนี้
  • ดึงรายการสินค้าจากหน้าจอ

แอปธนาคารและแอปที่ป้องกันการจับภาพหน้าจออาจไม่รองรับฟีเจอร์นี้

วิธีเปิด Screen Context

  1. เปิด Gemini
  2. เปิดเมนู
  3. แตะรูปโปรไฟล์
  4. เลือก Settings
  5. เลือก Screen context
  6. เปิดการใช้ข้อความจากหน้าจอ
  7. เปิดการใช้ภาพหน้าจอ

ควรตรวจสอบข้อมูลบนหน้าจอก่อนส่ง โดยเฉพาะข้อมูลส่วนตัว รหัส OTP และข้อมูลการเงิน

⑩ ถ่ายรูปแล้วถาม Gemini

  1. เปิดแอป Gemini
  2. แตะเครื่องหมายบวก
  3. เลือก Camera หรือ Gallery
  4. ถ่ายหรือเลือกรูป
  5. พิมพ์สิ่งที่ต้องการให้ช่วย
  6. ตรวจสอบภาพก่อนส่ง
  7. แตะส่ง

ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่

  • อ่านข้อความจากเอกสาร
  • แปลป้ายหรือเมนู
  • อธิบายสัญลักษณ์บนอุปกรณ์
  • วิเคราะห์ภาพหน้าจอ Error
  • ช่วยจัดรายการจากใบเสร็จ
  • สรุปข้อมูลจากตาราง
  • ระบุสิ่งของทั่วไปในภาพ

Gemini อาจวิเคราะห์ภาพผิดได้ ไม่ควรใช้ผลลัพธ์เพียงอย่างเดียวในการระบุยา โรค อุปกรณ์ความปลอดภัย หรือเรื่องที่มีความเสี่ยงสูง

ใช้ Gemini Live บน Xiaomi และ Redmi

Gemini Live ช่วยให้สนทนาด้วยเสียงอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องส่งคำถามใหม่ทุกครั้ง

  1. เปิด Gemini
  2. แตะไอคอน Gemini Live
  3. อนุญาตสิทธิ์ไมโครโฟน
  4. เริ่มพูด
  5. ถามต่อหรือพูดแทรกได้
  6. แตะหยุดเมื่อใช้งานเสร็จ

เหมาะสำหรับ

  • ฝึกสนทนาภาษา
  • ซ้อมสัมภาษณ์งาน
  • วางแผนการเดินทาง
  • ระดมความคิด
  • เตรียมการนำเสนอ
  • ขอคำอธิบายแบบถามตอบ
  • สนทนาเกี่ยวกับสิ่งที่เห็นผ่านกล้องในรุ่นที่รองรับ

การแชร์กล้องและหน้าจออาจขึ้นอยู่กับบัญชี รุ่นโทรศัพท์ ประเทศ และแพ็กเกจ

Gemini ควบคุม Xiaomi และ Redmi ได้ไหม

Gemini สามารถใช้ Device assistance เพื่อควบคุมอุปกรณ์บางรายการ เช่น

  • ตั้งและจัดการนาฬิกาปลุก
  • ตั้งตัวจับเวลา
  • เปิดแอป
  • เปิดหรือปิดไฟฉาย
  • ปรับระดับเสียง
  • ควบคุมสื่อ
  • อ่านและตอบการแจ้งเตือนตามสิทธิ์
  • เปิดหน้าการตั้งค่าบางรายการ

ตัวอย่างคำสั่ง ได้แก่

  • ตั้งปลุกพรุ่งนี้ 7 โมงเช้า
  • เปิดไฟฉาย
  • ลดเสียงลงเหลือ 30 เปอร์เซ็นต์
  • เปิดแอปแผนที่
  • ตั้งเวลา 10 นาที
  • เปิดโหมดประหยัดแบตเตอรี่

ความสามารถจริงขึ้นอยู่กับรุ่น HyperOS, แอป Google และ Connected Apps ที่เปิดใช้งาน

การสั่งเปิดฟีเจอร์ของ Xiaomi โดยเฉพาะอาจยังทำได้ไม่ครบเท่าผู้ช่วยที่ผู้ผลิตรวมมากับระบบ

Gemini ต่างจาก Xiaomi HyperAI อย่างไร

บริการจุดเด่น
Google Geminiสนทนา สรุป วิเคราะห์รูปและไฟล์ รวมถึงเชื่อมบริการ Google
Xiaomi HyperAIฟีเจอร์ AI ที่ Xiaomi รวมไว้ใน HyperOS และแอประบบ
Google Assistantผู้ช่วยเดิมของ Google เน้นคำสั่งเสียงและควบคุมอุปกรณ์
Circle to Searchค้นหาสิ่งที่อยู่บนหน้าจอด้วยการวงหรือแตะ

Gemini และเครื่องมือ AI ของ Xiaomi สามารถอยู่ในเครื่องเดียวกันได้ ไม่จำเป็นต้องถอนฟีเจอร์ของ Xiaomi

ฟีเจอร์ HyperAI อาจแตกต่างกันตามรุ่น ภาษา ประเทศ และเวอร์ชัน HyperOS

Global ROM กับ China ROM ใช้ Gemini ต่างกันอย่างไร

Global ROM

เครื่อง Global ROM มักมี Google Play Store และ Google Play services มาให้ จึงสามารถติดตั้ง Gemini ได้ง่ายกว่า

China ROM

เครื่อง China ROM อาจไม่มีบริการ Google หรือไม่ได้รองรับการตั้ง Google เป็นผู้ช่วยระบบอย่างสมบูรณ์

แม้ติดตั้งบริการ Google เพิ่มได้ในบางรุ่น แต่อาจพบปัญหา เช่น

  • แอป Gemini ไม่ปรากฏใน Play Store
  • เปิดแอปแล้วปิดเอง
  • ตั้งเป็นผู้ช่วยหลักไม่ได้
  • กดปุ่ม Power แล้วไม่ตอบสนอง
  • “Hey Google” ใช้ไม่ได้
  • การแจ้งเตือนล่าช้า
  • แอปถูกปิดเมื่อเคลียร์ Recent apps
  • Connected Apps ทำงานไม่ครบ

หากเป็น China ROM วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือทดลองใช้ Gemini ผ่านเว็บไซต์

ไม่ควรแฟลช ROM หรือปลดล็อก Bootloader เพียงเพื่อใช้ Gemini หากไม่เข้าใจความเสี่ยง เพราะอาจทำให้ข้อมูลหาย ระบบธนาคารใช้ไม่ได้ หรือหมดเงื่อนไขการรับประกัน

วิธีใช้ Gemini ผ่านเว็บไซต์

หากติดตั้งแอปไม่ได้ ให้ทำดังนี้

  1. เปิดเบราว์เซอร์
  2. ค้นหาเว็บไซต์ทางการของ Google Gemini
  3. เปิดหน้า Gemini
  4. เข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google
  5. พิมพ์คำถาม
  6. เพิ่มทางลัดไว้บนหน้าจอหลักหากใช้งานประจำ

เวอร์ชันเว็บไซต์เหมาะกับการถาม เขียน สรุป และวิเคราะห์ข้อมูล แต่ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยหลักหรือควบคุมอุปกรณ์ได้ครบเหมือนแอป

ป้องกัน HyperOS ปิด Gemini เบื้องหลัง

HyperOS และ MIUI อาจจำกัดการทำงานของแอปเพื่อประหยัดแบตเตอรี่

หาก “Hey Google” หรือการเรียกผู้ช่วยทำงานไม่สม่ำเสมอ ให้ตรวจสอบดังนี้

  1. เปิด Settings
  2. เลือก Apps
  3. เลือก Manage apps
  4. เลือก Google
  5. เปิด Battery saver
  6. เลือกระดับที่ไม่จำกัดเกินไปตามความจำเป็น
  7. ตรวจสอบ Autostart
  8. ทำขั้นตอนเดียวกันกับ Gemini
  9. ตรวจสอบสิทธิ์ไมโครโฟนและการแจ้งเตือน

ไม่ควรเปิด Unrestricted ให้ทุกแอป เพราะจะทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้น

กด Power แล้ว Gemini ไม่เปิด

① เปิด Gesture Shortcut

ไปที่ Additional settings > Gesture shortcuts > Launch digital assistant แล้วเปิดการกด Power ค้าง

② ตั้ง Google เป็นผู้ช่วยหลัก

ไปที่ Apps > Default apps > Digital assistant app แล้วเลือก Google

③ เลือก Gemini ในการตั้งค่า Google

ไปที่ Settings > Google > All services > Search, Assistant & Voice > Google Assistant > Digital assistants from Google แล้วเลือก Gemini

④ อัปเดตแอป

อัปเดต Gemini, Google และ Google Play services

⑤ ตรวจสอบ Battery Saver

อนุญาตให้แอป Google ทำงานเบื้องหลังตามความจำเป็น

⑥ รีสตาร์ทเครื่อง

ควรรีสตาร์ทหลังเปลี่ยนผู้ช่วยหรือการตั้งค่าปุ่ม

⑦ เลือกผู้ช่วยใหม่

เปลี่ยน Default assistant เป็น None ชั่วคราว แล้วกลับมาเลือก Google อีกครั้ง

กดปุ่มแล้วได้ Google Assistant แทน

  1. เปิด Settings
  2. เลือก Google
  3. เลือก All services
  4. เลือก Search, Assistant & Voice
  5. เลือก Google Assistant
  6. เลือก Digital assistants from Google
  7. เลือก Gemini
  8. ยืนยันการเปลี่ยน

จากนั้นปิดและเปิดแอป Google ใหม่ หรือรีสตาร์ทโทรศัพท์

วิธีปิด Gemini จากปุ่ม Power

หากต้องการให้กด Power แล้วเปิดเมนูปิดเครื่องเหมือนเดิม

  1. เปิด Settings
  2. เลือก Additional settings
  3. เลือก Gesture shortcuts
  4. เลือก Launch digital assistant
  5. ปิด Press and hold the Power button for 0.5s

การปิดทางลัดนี้ไม่ได้ถอนแอป Gemini ผู้ใช้ยังสามารถเปิดจากไอคอนได้ตามปกติ

แอป Gemini เปิดไม่ได้หรือเด้งออก

แก้ไขตามลำดับต่อไปนี้

  1. ตรวจสอบ Android และ RAM
  2. ตรวจสอบว่าไม่ใช่ Android Go
  3. เพิ่มพื้นที่ว่าง
  4. อัปเดต HyperOS หรือ MIUI
  5. อัปเดต Gemini
  6. อัปเดต Google Play services
  7. ล้างแคชแอป Gemini และ Google
  8. ปิด VPN
  9. เปลี่ยนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  10. ถอนและติดตั้งใหม่จาก Play Store

หากเป็นบัญชีบริษัทหรือโรงเรียน ให้สอบถามแอดมินว่าเปิด Gemini Apps ให้แล้วหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

Redmi Note ใช้ Gemini ได้ไหม

Redmi Note หลายรุ่นใช้ได้ หาก Android, RAM, Google Play services และบัญชีผ่านข้อกำหนด

Xiaomi รุ่นเก่าใช้ได้หรือไม่

ใช้ได้หากระบบยังผ่านขั้นต่ำและ Play Store อนุญาตให้ติดตั้ง แต่ฟีเจอร์ควบคุมเครื่องอาจทำงานไม่ครบ

Redmi A Series ใช้ Gemini ได้ไหม

ต้องตรวจสอบเป็นรายรุ่น เพราะบางเครื่องอาจใช้ Android Go ซึ่งไม่รองรับแอป Gemini

POCO ใช้ขั้นตอนเดียวกันได้ไหม

ได้ในหลายรุ่น เนื่องจากใช้ MIUI หรือ HyperOS ใกล้เคียงกัน แต่ตำแหน่งเมนูอาจแตกต่างเล็กน้อย

China ROM ใช้ Gemini ได้หรือไม่

อาจใช้ได้ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากขาดบริการ Google หรือการเชื่อมต่อระดับระบบ ควรทดลองใช้ผ่านเว็บไซต์ก่อน

ต้องใช้โทรศัพท์ 5G ไหม

ไม่ต้อง สามารถใช้งานด้วย Wi-Fi หรือ 4G ได้

Gemini กับ HyperAI เป็นตัวเดียวกันหรือไม่

ไม่ใช่ Gemini เป็นบริการของ Google ส่วน HyperAI เป็นชุดความสามารถ AI ที่ Xiaomi รวมไว้ใน HyperOS

ใช้ภาษาไทยได้ไหม

ได้ สามารถพิมพ์และพูดภาษาไทย แต่คำสั่งปลุกและฟีเจอร์บางอย่างอาจรองรับไม่ครบทุกภาษา

ถอน Gemini แล้วปุ่ม Power ยังเรียก Google ทำไม

เพราะทางลัดปุ่ม Power และ Default assistant ยังเปิดอยู่ ต้องปิดใน Gesture shortcuts หรือเปลี่ยน Digital assistant app

สรุป

วิธีใช้ Gemini บน Xiaomi และ Redmi เริ่มจากติดตั้งผ่าน Google Play Store แล้วเปลี่ยน Digital assistants from Google เป็น Gemini จากนั้นตั้ง Google เป็นแอปผู้ช่วยเริ่มต้น

หากต้องการเรียก Gemini ด้วยปุ่ม Power ให้เข้า Settings > Additional settings > Gesture shortcuts > Launch digital assistant แล้วเปิดการกดปุ่ม Power ค้างประมาณครึ่งวินาที

เครื่อง Global ROM มักตั้งค่าได้ง่ายกว่า China ROM หากไม่มีบริการ Google หรือแอปทำงานไม่เสถียร สามารถใช้ Gemini ผ่านเว็บเบราว์เซอร์แทน โดยไม่ควรบังคับติดตั้ง APK หรือแฟลชระบบจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ