มือถือสัญญาณเต็มแต่โทรออกไม่ได้ แก้อย่างไร ตรวจสอบซิมและเครือข่ายทีละขั้นตอน

มือถือสัญญาณเต็มแต่โทรออกไม่ได้ เป็นอาการที่ทำให้หลายคนเข้าใจว่าโทรศัพท์หรือซิมเสีย เพราะหน้าจอยังแสดงแถบสัญญาณครบ แต่เมื่อกดโทรออกกลับเงียบ สายถูกตัดทันที ขึ้นข้อความโทรไม่สำเร็จ หรือแจ้งว่าเครือข่ายไม่พร้อมใช้งาน

จำนวนขีดสัญญาณบอกเพียงว่าโทรศัพท์รับคลื่นจากเครือข่ายได้ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าหมายเลขสามารถใช้บริการโทรออกได้ตามปกติ ปัญหาจึงอาจเกิดจากยอดเงินไม่เพียงพอ หมายเลขถูกระงับ การตั้งค่า VoLTE ผิดปกติ เลือกซิมโทรออกผิด เครือข่ายเสียงขัดข้อง หรือแอปโทรศัพท์มีปัญหา

บทความนี้รวบรวมวิธีตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนง่ายที่สุดไปจนถึงการแยกปัญหาระหว่างซิม เครือข่าย และตัวโทรศัพท์

📌 อาการสัญญาณเต็มแต่โทรออกไม่ได้ที่พบบ่อย

ผู้ใช้อาจพบอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

  • กดโทรออกแล้วสายถูกตัดทันที
  • โทรออกแล้วหน้าจอกลับมาหน้าเดิม
  • ขึ้นข้อความโทรไม่สำเร็จ
  • ขึ้นเครือข่ายไม่พร้อมใช้งาน
  • ขึ้นไม่ได้ลงทะเบียนบนเครือข่าย
  • โทรออกบางเบอร์ไม่ได้
  • โทรออกไม่ได้ทุกเบอร์
  • โทรออกไม่ได้แต่รับสายได้
  • โทรผ่านแอปอินเทอร์เน็ตได้ แต่โทรผ่านซิมไม่ได้
  • มีสัญญาณ 4G หรือ 5G แต่โทรศัพท์ไม่ได้
  • เปลี่ยนซิมแล้วเริ่มโทรออกไม่ได้
  • โทรออกไม่ได้เฉพาะซิม 1 หรือซิม 2
  • โทรออกไม่ได้หลังอัปเดตระบบ
  • โทรออกไม่ได้หลังเดินทางกลับจากต่างประเทศ

อาการเหล่านี้อาจมีสาเหตุแตกต่างกัน จึงไม่ควรรีเซ็ตเครื่องกลับค่าโรงงานทันที

✅ วิธีแก้แบบรวดเร็วก่อนตรวจสอบขั้นสูง

ให้ลองทำตามลำดับต่อไปนี้

❶ ตรวจสอบว่าไม่ได้เปิดโหมดเครื่องบิน
❷ เปิดโหมดเครื่องบินประมาณ 30 วินาทีแล้วปิด
❸ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❹ ตรวจสอบยอดเงิน วันใช้งาน และสถานะหมายเลข
❺ ตรวจสอบว่าเลือกซิมโทรออกถูกหมายเลข
❻ เปิด VoLTE หรือการโทรผ่าน 4G
❼ เปลี่ยนประเภทเครือข่ายเป็นโหมดอัตโนมัติ
❽ เปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ
❾ ถอดซิมแล้วใส่กลับใหม่
❿ ทดลองโทรหลายหมายเลข
⓫ ทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
⓬ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย

หากซิมยังโทรออกไม่ได้ในโทรศัพท์ทุกเครื่อง ควรติดต่อผู้ให้บริการเพื่อตรวจสอบสถานะหมายเลขและบริการโทรออก

🔍 มือถือสัญญาณเต็มแต่โทรออกไม่ได้ เกิดจากอะไร

① ยอดเงินไม่เพียงพอหรือแพ็กเกจโทรหมด

ซิมแบบเติมเงินอาจมีสัญญาณเต็มและรับสายได้ แต่โทรออกไม่ได้เมื่อยอดเงินไม่เพียงพอ ส่วนแพ็กเกจโทรฟรีที่หมดแล้วอาจทำให้ระบบคิดค่าบริการจากยอดเงินปกติ หากยอดคงเหลือเป็นศูนย์ก็ไม่สามารถโทรออกได้

ควรตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้

  • ยอดเงินคงเหลือ
  • วันใช้งานของหมายเลข
  • จำนวนนาทีโทรที่เหลือ
  • แพ็กเกจหมดอายุหรือยัง
  • มีค่าบริการอื่นหักยอดเงินหรือไม่
  • หมายเลขปลายทางมีค่าบริการพิเศษหรือไม่

หากโทรได้เฉพาะบางเบอร์ แต่โทรหมายเลขพิเศษไม่ได้ อาจเกี่ยวข้องกับข้อจำกัดของแพ็กเกจหรือยอดเงิน

② หมายเลขถูกระงับการโทรออก

หมายเลขอาจถูกระงับเฉพาะบริการโทรออก แต่ยังรับสายหรือแสดงสัญญาณได้ตามปกติ

สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

  • ค่าบริการรายเดือนค้างชำระ
  • ซิมเติมเงินหมดอายุ
  • ไม่ได้ใช้งานหมายเลขเป็นเวลานาน
  • ข้อมูลการลงทะเบียนซิมไม่สมบูรณ์
  • ผู้ใช้เคยแจ้งระงับซิม
  • ระบบตรวจพบการใช้งานผิดปกติ
  • บริการโทรออกถูกปิดชั่วคราว
  • หมายเลขอยู่ระหว่างการย้ายค่าย

กรณีนี้ต้องติดต่อผู้ให้บริการ เพราะการเปลี่ยน APN หรือรีเซ็ตโทรศัพท์จะไม่ช่วยเปิดบริการโทรออก

③ เลือกซิมโทรออกผิด

มือถือสองซิมอาจตั้งให้โทรออกผ่านซิมที่ไม่มีเงิน ถูกปิดใช้งาน หรือไม่มีบริการเสียง ทำให้โทรออกไม่สำเร็จทั้งที่อีกซิมมีสัญญาณเต็ม

ควรตรวจสอบว่า

  • ตั้งซิมหลักสำหรับการโทรถูกต้อง
  • เปิดใช้งานซิมที่ต้องการแล้ว
  • ไม่ได้ตั้งให้โทรผ่านซิมที่หมดอายุ
  • หน้าจอก่อนโทรแสดงชื่อซิมถูกต้อง
  • แอปโทรศัพท์ไม่ได้จำซิมเดิมของรายชื่อนั้น

สามารถตั้งให้เครื่องถามทุกครั้งก่อนโทร หากสลับใช้สองหมายเลขเป็นประจำ

④ VoLTE ปิดหรือทำงานผิดปกติ

เครือข่ายปัจจุบันใช้ VoLTE หรือการโทรผ่าน 4G มากขึ้น หากมือถือ ซิม หรือเครือข่ายตั้งค่าไม่ตรงกัน อาจมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตแต่โทรออกไม่ได้

อาการที่อาจเกี่ยวข้องกับ VoLTE ได้แก่

  • มีสัญญาณ 4G หรือ 5G แต่โทรออกไม่ได้
  • กดโทรแล้วสายถูกตัดทันที
  • โทรออกแล้วสัญญาณหาย
  • โทรออกแล้วเครื่องลดจาก 4G เป็น E หรือไม่มีบริการ
  • โทรศัพท์จากต่างประเทศใช้เน็ตได้แต่โทรไม่ได้
  • ไม่มีเมนู VoLTE หรือเมนูการโทรผ่าน 4G

ควรเปิด VoLTE หากมือถือ ซิม และผู้ให้บริการรองรับ

⑤ ตั้งประเภทเครือข่ายผิด

การบังคับใช้ 5G Only หรือ LTE Only อาจทำให้โทรออกไม่ได้ในบางเครื่อง หากบริการเสียงหรือ VoLTE ไม่พร้อมใช้งาน

ควรเลือกโหมดอัตโนมัติ เช่น

  • 5G/4G/3G/2G อัตโนมัติ
  • 5G Auto
  • LTE/3G/2G Auto
  • 4G/3G/2G อัตโนมัติ

โหมดอัตโนมัติช่วยให้เครื่องเลือกเครือข่ายที่รองรับการโทรได้เหมาะสมกว่า

⑥ ระบบเครือข่ายในโทรศัพท์ค้าง

แม้แถบสัญญาณยังเต็ม แต่ระบบลงทะเบียนบริการโทรอาจค้างหลังเดินทาง เปลี่ยนเสาสัญญาณ เปิดเครื่องนาน หรืออัปเดตระบบ

การเปิดและปิดโหมดเครื่องบินหรือรีสตาร์ตโทรศัพท์จะช่วยให้เครื่องลงทะเบียนบริการเสียงใหม่

⑦ เลือกผู้ให้บริการเครือข่ายผิด

หากปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ โทรศัพท์อาจเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่ไม่ตรงกับสิทธิ์ของซิม ส่งผลให้มีแถบสัญญาณแต่ใช้บริการโทรออกไม่ได้

ปัญหานี้อาจเกิดหลังจาก

  • เดินทางต่างประเทศ
  • กลับจากต่างประเทศ
  • อยู่ใกล้ชายแดน
  • เปลี่ยนซิม
  • ย้ายค่ายเบอร์เดิม
  • เลือกเครือข่ายด้วยตนเอง

ควรเปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติและรอระบบลงทะเบียนใหม่

⑧ เปิดการจำกัดการโทรออกไว้

มือถือหรือซิมบางประเภทมีฟังก์ชันจำกัดการโทร เช่น การระงับสายโทรออกหรือ Fixed Dialing Numbers ซึ่งอาจอนุญาตให้โทรได้เฉพาะหมายเลขที่กำหนด

ควรตรวจสอบการตั้งค่าต่อไปนี้

  • การระงับสายโทรออก
  • Fixed Dialing Numbers
  • การควบคุมโดยผู้ปกครอง
  • โปรไฟล์องค์กร
  • แอปรักษาความปลอดภัย
  • แอปควบคุมการใช้งานโทรศัพท์
  • การบล็อกหมายเลขพิเศษ

หากไม่ทราบรหัสสำหรับยกเลิกการจำกัด ไม่ควรเดารหัสซ้ำหลายครั้ง เพราะซิมอาจถูกล็อก

⑨ แอปโทรศัพท์ทำงานผิดปกติ

แอปโทรศัพท์อาจค้าง มีแคชเสียหาย หรือไม่ได้รับสิทธิ์ที่จำเป็น ทำให้กดโทรแล้วไม่มีการตอบสนอง

อาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • แตะปุ่มโทรแล้วแอปปิด
  • หน้าจอโทรออกค้าง
  • กดหมายเลขแล้วไม่เกิดอะไรขึ้น
  • โทรได้จากรายชื่อแต่โทรจากแป้นตัวเลขไม่ได้
  • แอปโทรศัพท์เด้งหลังอัปเดต
  • ใช้แอปโทรศัพท์อื่นแล้วเกิดปัญหา

ควรตั้งแอปโทรศัพท์ของระบบเป็นแอปเริ่มต้น และล้างเฉพาะแคชก่อนล้างข้อมูลทั้งหมด

⑩ โทรออกไม่ได้เฉพาะบางหมายเลข

หากโทรออกไม่ได้เพียงบางเบอร์ แสดงว่าระบบโทรออกโดยรวมอาจยังทำงานปกติ

สาเหตุที่เป็นไปได้ ได้แก่

  • หมายเลขปลายทางไม่ถูกต้อง
  • ลืมใส่รหัสประเทศ
  • หมายเลขปลายทางถูกระงับ
  • ปลายทางบล็อกหมายเลขของเรา
  • บันทึกหมายเลขมีอักขระผิดปกติ
  • โทรหมายเลขพิเศษที่แพ็กเกจไม่รองรับ
  • ตั้งค่าซ่อนหมายเลขผู้โทรแล้วปลายทางปฏิเสธ
  • โทรต่างประเทศโดยยังไม่เปิดบริการ

ควรลองกดหมายเลขใหม่ด้วยตนเองแทนการโทรจากรายชื่อเดิม

⑪ ซิมใส่ไม่แน่นหรือซิมเสื่อม

โทรศัพท์อาจอ่านซิมและแสดงสัญญาณได้ แต่การเชื่อมต่อไม่เสถียรจนโทรออกไม่สำเร็จ โดยเฉพาะซิมที่ใช้งานมานานหรือมีรอยเสียหาย

ควรตรวจสอบว่า

  • ซิมวางตรงช่อง
  • ถาดซิมปิดสนิท
  • ซิมไม่งอหรือแตก
  • หน้าสัมผัสไม่มีรอยลึก
  • อาการเกิดหลังเครื่องตกหรือไม่
  • ซิมใช้งานได้ในโทรศัพท์อื่นหรือไม่

⑫ เครือข่ายเสียงขัดข้อง

บริการอินเทอร์เน็ตและบริการเสียงอาจขัดข้องแยกกันได้ จึงมีโอกาสที่โทรศัพท์แสดงสัญญาณเต็มและใช้เน็ตได้ แต่โทรออกไม่ได้

หากผู้ใช้เครือข่ายเดียวกันในพื้นที่โทรออกไม่ได้พร้อมกัน ควรสอบถามผู้ให้บริการก่อนเปลี่ยนซิมหรือซ่อมเครื่อง

⑬ โทรศัพท์ไม่รองรับบริการเสียงของเครือข่าย

มือถือจากต่างประเทศบางรุ่นอาจรองรับอินเทอร์เน็ต 4G หรือ 5G แต่ไม่รองรับ VoLTE หรือการตั้งค่าบริการเสียงของเครือข่ายที่ใช้งาน

อาการที่พบได้คือ

  • อินเทอร์เน็ตมือถือใช้งานได้
  • แถบสัญญาณเต็ม
  • ส่งข้อมูลได้ตามปกติ
  • โทรเข้าและโทรออกไม่ได้
  • ไม่มีเมนู VoLTE
  • โทรศัพท์ไม่ลดไปใช้เครือข่ายเสียงอื่น

ควรตรวจสอบความเข้ากันได้ของรุ่นเครื่องกับผู้ให้บริการ

⑭ ฮาร์ดแวร์หรือโมเด็มมีปัญหา

หากทุกซิมโทรออกไม่ได้เฉพาะโทรศัพท์เครื่องเดียว แต่ซิมเหล่านั้นโทรได้ในเครื่องอื่น ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับ

  • ช่องอ่านซิม
  • เสาอากาศ
  • โมเด็ม
  • วงจรเครือข่าย
  • เมนบอร์ด
  • ระบบเสียงระหว่างการโทร
  • ความเสียหายหลังตกหรือโดนน้ำ

กรณีนี้ควรนำเครื่องเข้าตรวจสอบแทนการรีเซ็ตซ้ำหลายครั้ง

🛠️ วิธีแก้มือถือสัญญาณเต็มแต่โทรออกไม่ได้ทีละขั้นตอน

❶ เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน

วิธีนี้ช่วยให้ระบบตัดการเชื่อมต่อเดิม แล้วลงทะเบียนบริการเครือข่ายใหม่

ขั้นตอน:

① ปัดหน้าจอเปิดเมนูการตั้งค่าด่วน
② แตะเปิดโหมดเครื่องบิน
③ รอประมาณ 30 วินาที
④ ปิดโหมดเครื่องบิน
⑤ รอให้แถบสัญญาณและชื่อเครือข่ายกลับมา
⑥ ทดลองโทรออกอีกครั้ง

หากเป็นเพียงระบบเครือข่ายค้าง การโทรอาจกลับมาใช้งานได้ทันที

❷ รีสตาร์ตโทรศัพท์

การรีสตาร์ตจะเริ่มระบบซิม โมเด็ม แอปโทรศัพท์ และบริการเสียงใหม่ทั้งหมด

หลังเปิดเครื่องควรรอประมาณ 2–3 นาที แล้วทดลองโทรหมายเลขทั่วไปหนึ่งหมายเลข

❸ ตรวจสอบยอดเงินและสถานะหมายเลข

ตรวจสอบผ่านแอปของผู้ให้บริการหรือช่องทางบริการลูกค้า โดยดูข้อมูลต่อไปนี้

① ยอดเงินคงเหลือ
② วันหมดอายุของหมายเลข
③ สถานะแพ็กเกจโทร
④ ค่าบริการค้างชำระ
⑤ สถานะการระงับโทรออก
⑥ สถานะการลงทะเบียนซิม
⑦ บริการโทรต่างประเทศ หากจำเป็น

หากหมายเลขถูกระงับ ต้องให้ผู้ให้บริการเปิดบริการก่อน การตั้งค่าในโทรศัพท์ไม่สามารถแก้แทนได้

❹ ตรวจสอบซิมหลักสำหรับการโทร

บน Android โดยทั่วไป:

การตั้งค่า > การเชื่อมต่อหรือเครือข่ายและอินเทอร์เน็ต > ตัวจัดการซิม > การโทร

เลือกซิมที่มีบริการโทรและยอดเงินเพียงพอ หรือเลือก ถามทุกครั้ง

บน iPhone:

การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > สายโทรเริ่มต้น

ตรวจสอบว่าหมายเลขที่ต้องการถูกเลือกเป็นสายหลัก

📌 เมื่อติดต่อจากรายชื่อเดิม โทรศัพท์บางรุ่นอาจจำซิมที่เคยใช้กับบุคคลนั้นไว้ ควรตรวจสอบชื่อซิมบนหน้าจอก่อนกดโทร

❺ เปิด VoLTE หรือการโทรผ่าน 4G

บน Android ชื่อเมนูอาจเป็น

  • การโทร VoLTE
  • การโทรผ่าน 4G
  • 4G Calling
  • Enhanced 4G LTE Mode
  • HD Voice

ตำแหน่งโดยทั่วไป:

การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > เลือกซิม > เปิด VoLTE

บน iPhone โดยทั่วไป:

การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์ > เสียงและข้อมูล

ให้เลือกตัวเลือกที่รองรับเสียงและข้อมูลตามเครือข่าย

หากไม่มีเมนู VoLTE อาจเป็นเพราะระบบเปิดให้อัตโนมัติ รุ่นเครื่องไม่รองรับ หรือผู้ให้บริการยังไม่รองรับรุ่นดังกล่าว

❻ เปลี่ยนประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ

หากตั้งเป็น 5G Only หรือ LTE Only ให้เปลี่ยนกลับเป็นโหมดอัตโนมัติ

ตัวเลือกที่เหมาะสม เช่น

  • 5G Auto
  • 5G/4G/3G/2G Auto
  • LTE/3G/2G Auto
  • 4G/3G/2G Auto

หลังเปลี่ยนให้รอประมาณ 1–2 นาที แล้วทดลองโทรใหม่

❼ เปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ

บน Android โดยทั่วไป:

การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > ผู้ให้บริการเครือข่าย > เลือกอัตโนมัติ

บน iPhone:

การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > การเลือกเครือข่าย > เปิดอัตโนมัติ

หากโทรศัพท์กำลังเชื่อมต่อเครือข่ายผิดราย การเปิดอัตโนมัติจะช่วยให้ระบบลงทะเบียนกับเครือข่ายของซิมอย่างถูกต้อง

❽ ทดลองโทรหมายเลขอื่น

ให้ลองโทรอย่างน้อย 2–3 หมายเลข โดยเลือกทั้งเบอร์มือถือและเบอร์ที่เคยโทรได้

ผลที่ได้ช่วยวิเคราะห์ดังนี้

① โทรไม่ได้ทุกเบอร์ อาจเป็นปัญหาที่ซิม เครือข่าย หรือเครื่อง
② โทรไม่ได้เฉพาะเบอร์เดียว อาจเป็นปัญหาที่หมายเลขปลายทาง
③ โทรเบอร์ทั่วไปได้แต่เบอร์พิเศษไม่ได้ อาจเกี่ยวกับแพ็กเกจ
④ โทรในประเทศได้แต่ต่างประเทศไม่ได้ อาจยังไม่เปิดบริการ
⑤ โทรจากแป้นตัวเลขได้แต่โทรจากรายชื่อไม่ได้ ควรตรวจรูปแบบเบอร์

❾ ตรวจสอบการจำกัดการโทร

เข้าเมนูการตั้งค่าการโทร แล้วตรวจสอบว่าปิดรายการต่อไปนี้

  • การระงับสายโทรออก
  • Fixed Dialing Numbers
  • การบล็อกหมายเลขพิเศษ
  • การควบคุมโดยผู้ปกครอง
  • การจำกัดจากโปรไฟล์องค์กร
  • แอปควบคุมการโทร

⚠️ การตั้งค่าบางรายการอาจต้องใช้รหัสจากผู้ให้บริการ ไม่ควรทดลองรหัสแบบสุ่มหลายครั้ง

❿ ตรวจสอบแอปโทรศัพท์

หากกดโทรแล้วแอปค้างหรือเด้ง ให้ลองทำดังนี้

① ปิดแอปโทรศัพท์แล้วเปิดใหม่
② รีสตาร์ตเครื่อง
③ ตั้งแอปโทรศัพท์ของระบบเป็นค่าเริ่มต้น
④ อัปเดตแอปโทรศัพท์
⑤ ล้างเฉพาะแคชของแอป
⑥ ปิดแอปบันทึกสายหรือแอปจัดการสายชั่วคราว
⑦ ตรวจสอบสิทธิ์โทรศัพท์และรายชื่อ

บน Android โดยทั่วไป:

การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > ที่เก็บข้อมูล > ล้างแคช

ไม่ควรล้างข้อมูลแอปทันที หากยังไม่ได้สำรองประวัติหรือการตั้งค่าที่สำคัญ

⓫ ปิดเครื่องแล้วถอดซิมใส่ใหม่

ขั้นตอนที่แนะนำ:

① ปิดโทรศัพท์
② ถอดถาดซิมอย่างระมัดระวัง
③ ตรวจสอบว่าซิมงอ แตก หรือมีรอยลึกหรือไม่
④ เช็ดหน้าสัมผัสด้วยผ้าแห้งสะอาด
⑤ วางซิมให้ตรงตำแหน่ง
⑥ ใส่ถาดกลับจนสุด
⑦ เปิดเครื่องและรอเครือข่าย
⑧ ทดลองโทรออกอีกครั้ง

⚠️ ไม่ควรใช้น้ำ น้ำยา หรือของมีคมขูดหน้าสัมผัสซิม

⓬ ทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง

วิธีนี้ช่วยแยกปัญหาได้ชัดเจน

  • ซิมโทรออกไม่ได้ในทุกเครื่อง: ตรวจสอบสถานะซิมและเครือข่าย
  • ซิมโทรได้ในเครื่องอื่น: ตรวจสอบเครื่องเดิม
  • ซิมอื่นโทรได้ในเครื่องเดิม: ซิมใบแรกอาจมีปัญหา
  • ทุกซิมโทรไม่ได้เฉพาะเครื่องเดิม: ระบบหรือฮาร์ดแวร์ของเครื่องอาจผิดปกติ

ควรทดสอบในสถานที่เดียวกัน เพื่อไม่ให้ความแตกต่างของสัญญาณทำให้ผลคลาดเคลื่อน

⓭ อัปเดตระบบโทรศัพท์

เชื่อมต่อ Wi-Fi และตรวจสอบการอัปเดตระบบ

Android โดยทั่วไป:

การตั้งค่า > อัปเดตซอฟต์แวร์ > ดาวน์โหลดและติดตั้ง

iPhone:

การตั้งค่า > ทั่วไป > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์

การอัปเดตอาจแก้ข้อผิดพลาดเกี่ยวกับ VoLTE โมเด็ม เครือข่าย และแอปโทรศัพท์

⓮ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย

ขั้นตอนนี้ช่วยล้างค่าซิม เครือข่าย และการเชื่อมต่อที่ผิดพลาด โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ แอป วิดีโอ หรือไฟล์ส่วนตัว

แต่อาจลบข้อมูลต่อไปนี้

  • เครือข่าย Wi-Fi ที่บันทึกไว้
  • รหัสผ่าน Wi-Fi
  • อุปกรณ์ Bluetooth ที่จับคู่
  • VPN
  • การตั้งค่าเครือข่ายมือถือ
  • การตั้งค่าการเชื่อมต่อบางรายการ

Android โดยทั่วไป:

การตั้งค่า > ระบบหรือการจัดการทั่วไป > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย

iPhone:

การตั้งค่า > ทั่วไป > ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย

หลังรีเซ็ตให้รีสตาร์ตเครื่อง แล้วทดลองโทรออกอีกครั้ง

📱 มือถือโทรออกไม่ได้แต่รับสายได้ แก้อย่างไร

หากยังรับสายได้ แสดงว่าซิมยังลงทะเบียนกับเครือข่ายอยู่ ปัญหามักเกี่ยวข้องกับบริการโทรออก ยอดเงิน หรือการตั้งค่า

ให้ตรวจสอบตามลำดับนี้

❶ ตรวจสอบยอดเงินและวันใช้งาน
❷ ตรวจสอบค่าบริการค้างชำระ
❸ ตรวจสอบว่าหมายเลขถูกระงับโทรออกหรือไม่
❹ เลือกซิมหลักสำหรับการโทรให้ถูกต้อง
❺ ปิดการระงับสายโทรออก
❻ เปิด VoLTE
❼ ทดลองโทรหมายเลขอื่น
❽ ติดต่อผู้ให้บริการหากยังไม่ได้

หากรับสายได้ตามปกติแต่โทรออกไม่ได้ทุกเบอร์ การตรวจสอบสถานะหมายเลขกับผู้ให้บริการควรเป็นขั้นตอนสำคัญ

📶 มีสัญญาณ 4G หรือ 5G แต่โทรไม่ได้ เกิดจากอะไร

อินเทอร์เน็ตและบริการโทรศัพท์อาจทำงานผ่านระบบต่างกัน แม้เปิดเว็บไซต์ได้ แต่บริการเสียงอาจยังมีปัญหา

สาเหตุที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • VoLTE ปิดอยู่
  • รุ่นเครื่องไม่รองรับ VoLTE ของเครือข่าย
  • ใช้เครื่องจากต่างประเทศ
  • ตั้งเป็น 5G Only หรือ LTE Only
  • เครือข่ายเสียงขัดข้อง
  • บริการโทรออกถูกระงับ
  • ซิมเก่าไม่รองรับบริการบางประเภท
  • ระบบหลังอัปเดตผิดปกติ

ให้เปิด VoLTE เปลี่ยนประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ และติดต่อผู้ให้บริการหากยังโทรไม่ได้

📲 โทรออกไม่ได้เฉพาะซิม 2

ตรวจสอบดังนี้

① เปิดใช้งานซิม 2 แล้วหรือไม่
② ซิม 2 มีเงินและวันใช้งานหรือไม่
③ ตั้งซิม 2 เป็นซิมโทรออกหรือยัง
④ เปิด VoLTE ของซิม 2 หรือไม่
⑤ เครื่องรองรับ VoLTE พร้อมกันสองซิมหรือไม่
⑥ ซิม 2 ถูกระงับหรือไม่
⑦ สลับช่องซิมแล้วอาการย้ายตามหรือไม่
⑧ ซิม 2 โทรได้ในโทรศัพท์เครื่องอื่นหรือไม่

หากปิดซิม 1 แล้วซิม 2 โทรออกได้ อาจเกี่ยวข้องกับข้อจำกัดการทำงานสองซิมของโทรศัพท์รุ่นนั้น

🌍 โทรออกไม่ได้หลังกลับจากต่างประเทศ

โทรศัพท์อาจยังเลือกเครือข่ายต่างประเทศหรือเก็บการตั้งค่าโรมมิ่งเดิมไว้

ให้ลองทำดังนี้

❶ เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
❷ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❸ เปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ
❹ เลือกซิมหลักสำหรับการโทร
❺ ตรวจสอบรูปแบบหมายเลขที่โทร
❻ ปิด Data Roaming หากไม่จำเป็น
❼ ตรวจสอบสถานะหมายเลขกับผู้ให้บริการ
❽ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่ายหากยังไม่หาย

หากต้องโทรต่างประเทศ ควรตรวจสอบว่าหมายเลขเปิดบริการโทรระหว่างประเทศแล้ว

⚙️ ตั้งค่า APN ช่วยให้โทรออกได้หรือไม่

โดยทั่วไป APN ไม่ใช่การตั้งค่าหลักสำหรับบริการโทรศัพท์ เพราะ APN ใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมือถือ

การแก้ APN เหมาะกับอาการต่อไปนี้

  • มีสัญญาณแต่ใช้อินเทอร์เน็ตไม่ได้
  • โทรออกได้แต่เปิดเว็บไซต์ไม่ได้
  • เปลี่ยนซิมแล้วข้อมูลมือถือไม่ทำงาน
  • มีเครื่องหมาย 4G หรือ 5G แต่ไม่มีอินเทอร์เน็ต

หากสัญญาณเต็มแต่โทรออกไม่ได้ ควรตรวจสอบยอดเงิน สถานะหมายเลข ซิมหลัก VoLTE และการตั้งค่าเครือข่ายก่อน

⚠️ ควรรีเซ็ตเครื่องกลับค่าโรงงานหรือไม่

ยังไม่ควรรีเซ็ตเครื่องเป็นวิธีแรก เพราะอาจลบข้อมูลทั้งหมดโดยไม่แก้ต้นเหตุ

ก่อนรีเซ็ตเครื่องควรทำให้ครบดังนี้

❶ ตรวจสอบยอดเงินและสถานะหมายเลข
❷ เปิด VoLTE
❸ เลือกประเภทเครือข่ายอัตโนมัติ
❹ ตรวจสอบซิมหลักสำหรับการโทร
❺ ทดลองซิมกับโทรศัพท์เครื่องอื่น
❻ ทดลองซิมอื่นกับเครื่องเดิม
❼ รีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่าย
❽ ติดต่อผู้ให้บริการ

หากซิมถูกระงับหรือเครือข่ายเสียงขัดข้อง การรีเซ็ตเครื่องกลับค่าโรงงานจะไม่ช่วย

☎️ เมื่อใดควรติดต่อผู้ให้บริการ

ควรติดต่อผู้ให้บริการเมื่อ

  • โทรออกไม่ได้ทุกเบอร์
  • ซิมโทรออกไม่ได้ในโทรศัพท์ทุกเครื่อง
  • หมายเลขอาจถูกระงับ
  • มีค่าบริการค้างชำระ
  • เพิ่งเปลี่ยนซิมหรือย้ายค่าย
  • VoLTE เปิดไม่ได้
  • โทรออกไม่ได้หลังเครือข่ายเปลี่ยนระบบ
  • ผู้ใช้เครือข่ายเดียวกันโทรออกไม่ได้พร้อมกัน
  • โทรต่างประเทศหรือหมายเลขพิเศษไม่ได้
  • โทรได้เฉพาะผ่านแอปอินเทอร์เน็ต

ผู้ให้บริการสามารถตรวจสอบสถานะบริการเสียง หมายเลข ซิม และระบบเครือข่ายได้โดยตรง

🧰 เมื่อใดควรนำมือถือเข้าศูนย์บริการ

ควรนำเครื่องไปตรวจสอบเมื่อ

  • ทุกซิมโทรออกไม่ได้เฉพาะเครื่องเดิม
  • ซิมเดียวกันโทรได้ในโทรศัพท์เครื่องอื่น
  • ปัญหาเริ่มหลังเครื่องตกหรือโดนน้ำ
  • เครื่องไม่แสดงเมนูหรือข้อมูลเครือข่าย
  • โทรออกแล้วเครื่องรีสตาร์ต
  • แอปโทรศัพท์ค้างแม้รีเซ็ตการตั้งค่าแล้ว
  • ช่องใส่ซิมหลวมหรือเสีย
  • อัปเดตระบบและรีเซ็ตเครือข่ายแล้วยังไม่หาย
  • เครื่องเคยซ่อมแล้วเริ่มมีปัญหาการโทร

ไม่ควรแกะเครื่องหรือดัดแปลงระบบเครือข่ายด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้ความเสียหายรุนแรงขึ้น

❓ คำถามที่พบบ่อย

สัญญาณเต็มแต่โทรออกแล้วตัดทันที เกิดจากอะไร

อาจเกิดจากหมายเลขถูกระงับ ยอดเงินไม่เพียงพอ VoLTE ผิดปกติ เลือกซิมโทรออกผิด หรือเครือข่ายเสียงขัดข้อง ควรทดลองโทรหลายเบอร์และตรวจสอบสถานะหมายเลขก่อน

ทำไมอินเทอร์เน็ตใช้ได้แต่โทรออกไม่ได้

อินเทอร์เน็ตและบริการเสียงอาจมีการตั้งค่าแยกกัน โทรศัพท์อาจเชื่อมต่อข้อมูลมือถือได้ แต่ VoLTE หรือบริการเสียงยังไม่พร้อมใช้งาน

เติมเงินแล้วต้องรอนานไหมจึงโทรออกได้

โดยทั่วไปยอดเงินควรปรับไม่นาน หากเติมเงินแล้วโทรไม่ได้ ให้เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน รีสตาร์ตเครื่อง และตรวจสอบว่าวันใช้งานได้รับการต่อหรือไม่

เปลี่ยนซิมใหม่แล้วโทรออกไม่ได้ ต้องทำอย่างไร

ตรวจสอบว่าซิมเปิดใช้งานแล้ว ตั้งเป็นซิมหลักสำหรับการโทร เปิด VoLTE และเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ หากยังไม่ได้ให้ติดต่อผู้ให้บริการ

ซิมโทรออกไม่ได้แต่ใช้เน็ตได้ แปลว่าซิมเสียหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องเป็นซิมเสีย อาจเป็นบริการโทรออกถูกระงับ VoLTE ไม่ทำงาน หรือเครื่องไม่รองรับบริการเสียงของเครือข่าย

รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่ายทำให้ข้อมูลหายไหม

โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ วิดีโอ แอป และไฟล์ส่วนตัว แต่จะลบเครือข่าย Wi-Fi รหัสผ่าน Wi-Fi อุปกรณ์ Bluetooth และค่าการเชื่อมต่อบางรายการ

📝 สรุป

มือถือสัญญาณเต็มแต่โทรออกไม่ได้ อาจเกิดจากยอดเงินไม่เพียงพอ หมายเลขถูกระงับ เลือกซิมโทรออกผิด VoLTE ปิดอยู่ ตั้งประเภทเครือข่ายไม่เหมาะสม แอปโทรศัพท์ผิดปกติ หรือบริการเสียงของเครือข่ายขัดข้อง

ควรเริ่มจากเปิดและปิดโหมดเครื่องบิน รีสตาร์ตเครื่อง ตรวจสอบยอดเงินและสถานะหมายเลข เลือกซิมหลักให้ถูกต้อง เปิด VoLTE และตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ จากนั้นทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่องเพื่อแยกว่าปัญหาเกิดจากซิมหรือโทรศัพท์

แนวทางของ comsiam คือไม่ควรดูเฉพาะจำนวนขีดของสัญญาณ เพราะสัญญาณเต็มไม่ได้หมายความว่าบริการโทรออกพร้อมใช้งานเสมอไป ควรตรวจสอบสิทธิ์การใช้งานซิม บริการเสียง และการตั้งค่าเครือข่ายร่วมกัน

หากซิมโทรออกไม่ได้ในทุกเครื่อง ให้ติดต่อผู้ให้บริการ แต่หากทุกซิมโทรไม่ได้เฉพาะเครื่องเดิม ควรนำโทรศัพท์เข้าตรวจสอบระบบซิม โมเด็ม และฮาร์ดแวร์กับศูนย์บริการที่เชื่อถือได้