วิธีทำภาพโฆษณา Facebook ด้วย Canva ให้สวยและช่วยเพิ่มยอดขาย

ภาพโฆษณาเป็นองค์ประกอบสำคัญของ Facebook Ads เพราะเป็นสิ่งแรกที่ผู้ใช้เห็นก่อนอ่านข้อความหรือกดดูสินค้า การทำภาพโฆษณา Facebook ด้วย Canva จึงไม่ได้หมายถึงการออกแบบให้สวยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสื่อสารข้อเสนอได้รวดเร็ว อ่านง่าย และกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายหยุดดู

บทความนี้จะแนะนำวิธีทำภาพโฆษณา Facebook ด้วย Canva ตั้งแต่การเลือกขนาด วางโครงสร้าง เขียนข้อความ เลือกรูปสินค้า ไปจนถึงการทำภาพหลายแบบสำหรับทดสอบโฆษณา

🎯 ภาพโฆษณา Facebook ที่ดีควรมีอะไรบ้าง

ภาพโฆษณาที่มีประสิทธิภาพควรช่วยให้ผู้ชมตอบคำถามต่อไปนี้ได้อย่างรวดเร็ว

  • โฆษณากำลังขายอะไร
  • สินค้าหรือบริการเหมาะกับใคร
  • มีประโยชน์หรือจุดเด่นอะไร
  • ราคาและโปรโมชั่นเป็นอย่างไร
  • เหตุใดจึงควรสนใจตอนนี้
  • ต้องกดหรือดำเนินการอย่างไรต่อ

ไม่จำเป็นต้องใส่คำตอบทั้งหมดลงบนภาพ เพราะรายละเอียดบางส่วนสามารถนำไปเขียนในข้อความโฆษณาได้ ภาพควรแสดงเฉพาะข้อมูลที่ช่วยหยุดสายตาและสร้างความสนใจ

📐 ขนาดภาพโฆษณา Facebook ที่แนะนำ

ขนาดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ต้องการแสดงโฆษณา

รูปแบบโฆษณาขนาดแนะนำอัตราส่วน
ภาพโฆษณาแบบสี่เหลี่ยม1080 × 1080 พิกเซล1:1
ภาพโฆษณาแนวตั้งในฟีด1080 × 1350 พิกเซล4:5
ภาพโฆษณาแนวนอน1200 × 628 พิกเซลประมาณ 1.91:1
Facebook Story Ads1080 × 1920 พิกเซล9:16
Facebook Reels Ads1080 × 1920 พิกเซล9:16
ภาพโฆษณา Carousel1080 × 1080 พิกเซล1:1

หากต้องการเริ่มจากขนาดเดียว ภาพสี่เหลี่ยม 1080 × 1080 พิกเซลใช้งานง่ายและเหมาะกับหลายตำแหน่ง แต่หากกลุ่มเป้าหมายใช้โทรศัพท์เป็นหลัก ภาพแนวตั้ง 1080 × 1350 พิกเซลจะใช้พื้นที่หน้าจอมากกว่า

ตำแหน่งโฆษณาและข้อกำหนดของ Meta อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบตัวอย่างโฆษณาในระบบก่อนเผยแพร่จริงเสมอ

🛠️ วิธีทำภาพโฆษณา Facebook ด้วย Canva

❶ กำหนดเป้าหมายของโฆษณา

ก่อนเปิด Canva ต้องรู้ก่อนว่าต้องการให้ผู้ชมทำอะไรหลังเห็นโฆษณา เช่น

  • ซื้อสินค้า
  • ส่งข้อความสอบถาม
  • สมัครสมาชิก
  • กรอกแบบฟอร์ม
  • เข้าชมเว็บไซต์
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
  • ลงทะเบียนกิจกรรม
  • จดจำแบรนด์

ภาพโฆษณาหนึ่งชิ้นควรมีเป้าหมายหลักเพียงอย่างเดียว หากใส่หลายเป้าหมายพร้อมกัน ผู้ชมอาจไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อ

❷ ระบุกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน

พิจารณาว่าใครคือผู้ที่จะเห็นโฆษณา เช่น

  • เจ้าของร้านค้าออนไลน์
  • คนที่กำลังสร้างบ้าน
  • ผู้ใช้คอมพิวเตอร์
  • เจ้าของธุรกิจในพื้นที่
  • ผู้ปกครอง
  • นักเรียนและนักศึกษา
  • Content Creator
  • ผู้ที่เคยเข้าชมเว็บไซต์

การรู้จักกลุ่มเป้าหมายช่วยให้เลือกภาพ สี ภาษา และข้อเสนอได้เหมาะสม ตัวอย่างเช่น โฆษณาสำหรับผู้เริ่มต้นควรใช้ภาษาง่าย ส่วนโฆษณาสำหรับช่างหรือผู้เชี่ยวชาญสามารถใส่ข้อมูลเฉพาะทางได้มากขึ้น

❸ เลือกขนาดงานใน Canva

เปิด Canva แล้วค้นหาคำว่า

  • โฆษณา Facebook
  • Facebook Ad
  • Facebook Post
  • Facebook Story
  • Mobile Video

เลือกประเภทงานให้ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการลงโฆษณา หากต้องการโฆษณาหลายตำแหน่ง ควรทำสำเนาและจัดองค์ประกอบใหม่ให้เหมาะกับแต่ละอัตราส่วน

❹ เลือกเทมเพลตที่ตรงกับสินค้า

เลือกเทมเพลตจากโครงสร้าง ไม่จำเป็นต้องเลือกเพราะสีตรงกับแบรนด์ทันที เพราะสามารถเปลี่ยนสีและรูปภาพภายหลังได้

เทมเพลตที่ดีควรมี

  • พื้นที่สำหรับรูปสินค้าหรือบริการ
  • ตำแหน่งหัวข้อที่มองเห็นชัด
  • พื้นที่แสดงโปรโมชั่น
  • ตำแหน่งโลโก้
  • ช่องว่างเพียงพอ
  • ลำดับข้อมูลที่อ่านง่าย

หลีกเลี่ยงเทมเพลตที่มีองค์ประกอบตกแต่งมากจนแย่งความสนใจจากสินค้า

❺ ใส่ภาพสินค้าหรือบริการ

ใช้ภาพที่คมชัดและเกี่ยวข้องกับสิ่งที่โฆษณาโดยตรง ภาพควรช่วยให้ผู้ชมเข้าใจสินค้าโดยไม่ต้องอ่านข้อความทั้งหมด

แนวทางเลือกภาพ ได้แก่

  • ใช้ภาพสินค้าจริงแทนภาพทั่วไป
  • แสดงสินค้าในมุมที่เห็นรายละเอียดชัด
  • ใช้ภาพผลลัพธ์เมื่อขายบริการ
  • ใช้ภาพบุคคลที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย
  • หลีกเลี่ยงภาพที่มีพื้นหลังรก
  • ไม่ขยายภาพขนาดเล็กจนแตก
  • ตรวจสอบสิทธิ์ใช้งานภาพเชิงพาณิชย์

หากสินค้ามีหลายชิ้น ควรเลือกสินค้าหลักหนึ่งชิ้นเป็นจุดเด่น แล้วใช้ชิ้นอื่นเป็นองค์ประกอบรอง

❻ เขียนหัวข้อโฆษณาให้หยุดสายตา

หัวข้อบนภาพควรสั้น ชัดเจน และสื่อประโยชน์ได้ทันที ตัวอย่างเช่น

  • ลดสูงสุด 30% วันนี้เท่านั้น
  • ส่งฟรีเมื่อซื้อครบ 500 บาท
  • เว็บไซต์ช้า เราช่วยตรวจสอบให้
  • เริ่มขายออนไลน์ได้ง่ายขึ้น
  • โปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่
  • สมัครวันนี้ ทดลองใช้งานฟรี
  • สินค้าพร้อมส่งทั่วประเทศ
  • แก้ปัญหา Wi-Fi ไม่ทั่วบ้าน

หลีกเลี่ยงหัวข้อที่กว้างเกินไป เช่น “ดีที่สุด” หรือ “ห้ามพลาด” โดยไม่มีข้อมูลว่าดีอย่างไรหรือผู้ชมจะได้รับอะไร

❼ เพิ่มจุดขายสำคัญ

เลือกจุดขายประมาณ 2–4 ข้อ ไม่ควรใส่รายละเอียดทั้งหมดลงบนภาพ

ตัวอย่างจุดขาย ได้แก่

  • รับประกันสินค้า
  • จัดส่งทั่วประเทศ
  • มีบริการหลังการขาย
  • ให้คำปรึกษาฟรี
  • ชำระเงินปลายทาง
  • มีสินค้าพร้อมส่ง
  • ติดตั้งโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ
  • รองรับการใช้งานบนโทรศัพท์

จุดขายต้องเป็นข้อมูลที่พิสูจน์ได้จริง ไม่ควรใช้คำกล่าวอ้างเกินจริงหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด

❽ ใส่ราคาและโปรโมชั่น

หากราคาเป็นจุดเด่น ควรแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน พร้อมระบุเงื่อนไขที่จำเป็น เช่น

  • ราคาปกติและราคาลด
  • ระยะเวลาโปรโมชั่น
  • จำนวนสินค้าที่ร่วมรายการ
  • ยอดซื้อขั้นต่ำ
  • เงื่อนไขการจัดส่ง
  • เงื่อนไขสำหรับลูกค้าใหม่

อย่าทำราคาให้โดดเด่นมาก แต่ซ่อนเงื่อนไขสำคัญด้วยตัวอักษรเล็กจนอ่านไม่ออก

❾ เพิ่มคำกระตุ้นให้ดำเนินการ

คำกระตุ้นหรือ Call to Action ช่วยบอกผู้ชมว่าควรทำอะไรต่อ เช่น

  • สั่งซื้อเลย
  • ส่งข้อความสอบถาม
  • ดูรายละเอียด
  • สมัครวันนี้
  • รับส่วนลดทันที
  • ดาวน์โหลดฟรี
  • จองคิว
  • ขอใบเสนอราคา

เลือกใช้เพียงหนึ่งคำสั่งหลักต่อภาพ เพื่อให้เป้าหมายของโฆษณาชัดเจน

❿ เพิ่มโลโก้และข้อมูลแบรนด์

วางโลโก้ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ แต่ไม่ควรใหญ่กว่าสินค้าหรือหัวข้อหลัก

สามารถเพิ่มข้อมูลประกอบ เช่น

  • ชื่อร้าน
  • เว็บไซต์
  • LINE OA
  • หมายเลขโทรศัพท์
  • พื้นที่ให้บริการ

เลือกเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น เพราะผู้ชมสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากหน้าโฆษณาหรือหน้าเว็บไซต์ได้

⓫ ตรวจสอบพื้นที่ปลอดภัย

อย่าวางข้อความ โลโก้ ราคา หรือปุ่มชิดขอบภาพ เพราะโฆษณาอาจถูกปรับหรือครอบตามตำแหน่งแสดงผล

สำหรับ Story และ Reels ต้องเว้นพื้นที่ด้านบนและด้านล่างมากขึ้น เนื่องจากอาจมีชื่อบัญชี คำอธิบาย และปุ่มของ Facebook แสดงทับอยู่

⓬ ดาวน์โหลดภาพจาก Canva

ภาพนิ่งที่มีข้อความและกราฟิกเหมาะกับไฟล์ PNG ส่วนภาพถ่ายที่ต้องการลดขนาดไฟล์สามารถใช้ JPG ได้ หากเป็นโฆษณาเคลื่อนไหวให้ดาวน์โหลดเป็น MP4

ก่อนดาวน์โหลดควรตรวจสอบคำสะกด ราคา วันที่ โปรโมชั่น และช่องทางติดต่อทุกครั้ง

🧩 โครงสร้างภาพโฆษณา Facebook ที่ใช้ได้ง่าย

สามารถแบ่งภาพออกเป็นห้าส่วนสำคัญดังนี้

1. ภาพดึงดูดความสนใจ

ใช้ภาพสินค้า บุคคล หรือผลลัพธ์เป็นจุดเด่นหลัก

2. หัวข้อ

บอกประโยชน์ ปัญหา หรือโปรโมชั่นด้วยข้อความสั้น ๆ

3. จุดขาย

แสดงเหตุผลประมาณ 2–3 ข้อว่าทำไมลูกค้าจึงควรสนใจ

4. ข้อเสนอ

ระบุราคา ส่วนลด ของแถม หรือสิทธิพิเศษ

5. คำกระตุ้น

บอกให้ส่งข้อความ สมัคร สั่งซื้อ หรือกดดูรายละเอียด

ไม่จำเป็นต้องแบ่งด้วยกรอบจริงทุกส่วน แต่ต้องจัดลำดับให้ผู้ชมรู้ว่าควรดูอะไรก่อนและหลัง

🎨 วิธีเลือกสีสำหรับภาพโฆษณา

ใช้สีประจำแบรนด์

การใช้สีเดิมอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ผู้ชมจดจำแบรนด์ได้ ควรบันทึกรหัสสีไว้ใช้กับทุกงาน

ใช้สีเน้นอย่างมีเป้าหมาย

สีที่เด่นควรใช้กับราคา ส่วนลด หรือคำกระตุ้น ไม่ควรใช้สีเด่นกับทุกองค์ประกอบพร้อมกัน

รักษาความแตกต่างระหว่างข้อความกับพื้นหลัง

ตัวอักษรสีอ่อนควรอยู่บนพื้นหลังเข้ม ส่วนตัวอักษรสีเข้มควรอยู่บนพื้นหลังอ่อน หากใช้ภาพเป็นพื้นหลัง สามารถเพิ่มแถบสีหรือเงาเพื่อช่วยให้อ่านง่ายขึ้น

ไม่ใช้สีมากเกินไป

โดยทั่วไปใช้สีหลัก 1–2 สี และสีเน้นอีก 1 สีเพียงพอ สีจำนวนมากอาจทำให้ภาพดูรกและไม่มีจุดเด่น

🔤 วิธีเลือกฟอนต์สำหรับ Facebook Ads

  • ใช้ฟอนต์ภาษาไทยที่อ่านง่าย
  • ใช้ฟอนต์ไม่เกิน 2 แบบ
  • ใช้ตัวหนากับหัวข้อและราคา
  • หลีกเลี่ยงตัวอักษรที่บางมาก
  • ไม่ใช้ตัวพิมพ์หลายรูปแบบในประโยคเดียว
  • ตรวจสอบสระและวรรณยุกต์
  • ทดลองดูภาพในขนาดเล็กก่อนดาวน์โหลด

หากย่อภาพให้มีขนาดเท่าหน้าจอโทรศัพท์แล้วอ่านข้อความไม่ได้ ควรลดจำนวนคำหรือเพิ่มขนาดตัวอักษร

📝 ใส่ข้อความบนภาพโฆษณาได้มากแค่ไหน

ปัจจุบันไม่ควรยึดติดว่าข้อความบนภาพต้องไม่เกินเปอร์เซ็นต์ตายตัวเพียงอย่างเดียว แต่ภาพที่มีข้อความมากเกินไปยังสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีและอ่านยากบนโทรศัพท์

แนวทางที่เหมาะสมคือ

  • ใส่เฉพาะหัวข้อและจุดขายหลักบนภาพ
  • นำรายละเอียดไปใส่ในข้อความโฆษณา
  • ใช้ประโยคสั้น
  • เว้นพื้นที่ว่าง
  • ไม่ทำตัวอักษรเล็กเพื่อยัดข้อมูล
  • ตรวจสอบความชัดเจนในขนาดหน้าจอจริง

ภาพควรช่วยดึงความสนใจ ส่วนข้อความประกอบโฆษณามีหน้าที่อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม

🛍️ ตัวอย่างโครงสร้างภาพโฆษณาขายสินค้า

หัวข้อ

“ลดทันที 20% ถึงสิ้นเดือนนี้”

ภาพหลัก

ใช้รูปสินค้าที่คมชัดหนึ่งชิ้น พร้อมพื้นหลังเรียบ

จุดขาย

  • สินค้าพร้อมส่ง
  • รับประกันคุณภาพ
  • จัดส่งทั่วประเทศ

ราคา

แสดงราคาปกติและราคาหลังลดอย่างชัดเจน

คำกระตุ้น

“ส่งข้อความเพื่อสั่งซื้อ”

โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้ชมเห็นสินค้า ข้อเสนอ และขั้นตอนสั่งซื้อได้ในภาพเดียว

💼 ตัวอย่างโครงสร้างภาพโฆษณาบริการ

หัวข้อ

“เว็บไซต์มีปัญหา ไม่มีเวลาดูแล?”

คำอธิบายสั้น

“บริการตรวจสอบ อัปเดต สำรองข้อมูล และดูแลเว็บไซต์”

จุดขาย

  • ดูแลเป็นรายเดือน
  • มีรายงานการทำงาน
  • ให้คำปรึกษาเบื้องต้น

คำกระตุ้น

“สอบถามรายละเอียด”

สำหรับ comsiam หรือผู้ให้บริการด้านข้อมูล ควรเขียนขอบเขตบริการให้ตรงกับงานที่ทำจริง ไม่ควรใช้รูปหรือข้อความที่ทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าให้บริการติดตั้ง หากธุรกิจไม่ได้รับติดตั้ง

🧪 ทำภาพหลายแบบสำหรับทดสอบโฆษณา

ไม่ควรตัดสินจากภาพเพียงแบบเดียว เพราะกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มอาจตอบสนองต่อภาพและข้อความไม่เหมือนกัน

สามารถสร้างภาพทดสอบได้ดังนี้

แบบ A: เน้นสินค้า

ใช้ภาพสินค้าขนาดใหญ่และข้อความน้อย

แบบ B: เน้นโปรโมชั่น

ทำราคา ส่วนลด หรือของแถมให้โดดเด่น

แบบ C: เน้นปัญหา

ใช้หัวข้อที่สะท้อนปัญหาของกลุ่มเป้าหมาย

แบบ D: เน้นผลลัพธ์

แสดงภาพหรือข้อความว่าลูกค้าจะได้รับผลลัพธ์อะไร

เวลาทดสอบควรเปลี่ยนองค์ประกอบหลักครั้งละอย่าง เช่น เปลี่ยนเฉพาะภาพหรือหัวข้อ เพื่อให้รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุของผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน

⚠️ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ภาพสวยแต่ไม่รู้ว่าขายอะไร

ผู้ชมไม่ควรต้องเดาจากภาพ ควรมีสินค้าหรือข้อความที่ทำให้เข้าใจข้อเสนอทันที

ใส่ข้อมูลมากเกินไป

ข้อความจำนวนมากทำให้ภาพรกและอ่านไม่จบ ควรย้ายรายละเอียดไปไว้ในคำอธิบายโฆษณา

ใช้ภาพที่ไม่ตรงกับสินค้า

ภาพที่ดึงดูดแต่ไม่เกี่ยวข้องอาจเพิ่มจำนวนคลิกที่ไม่มีคุณภาพและทำให้ผู้ชมผิดหวัง

ทำราคาอ่านยาก

หากราคาเป็นจุดขาย ต้องมีขนาดใหญ่พอและตัดกับพื้นหลังอย่างชัดเจน

ไม่ปรับภาพตามตำแหน่งโฆษณา

ภาพสี่เหลี่ยมอาจไม่เหมาะกับ Story หรือ Reels ควรสร้างสำเนาอัตราส่วน 9:16 และจัดองค์ประกอบใหม่

กล่าวอ้างเกินจริง

หลีกเลี่ยงข้อความที่รับประกันผลลัพธ์โดยไม่มีหลักฐาน รวมถึงข้อความที่อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด

ไม่ตรวจสอบนโยบายโฆษณา

แม้ภาพจะออกแบบเสร็จแล้ว แต่ยังต้องตรวจสอบว่าสินค้า เนื้อหา รูปภาพ และคำกล่าวอ้างสอดคล้องกับนโยบายโฆษณาของ Meta ก่อนเผยแพร่

✅ เช็กลิสต์ก่อนนำภาพไปยิงโฆษณา

  • ภาพมีขนาดตรงกับตำแหน่งโฆษณา
  • มองเห็นสินค้าหรือบริการชัดเจน
  • หัวข้อเข้าใจได้ทันที
  • ข้อความไม่มากเกินไป
  • จุดขายเป็นข้อมูลจริง
  • ราคาและเงื่อนไขถูกต้อง
  • มีคำกระตุ้นที่ชัดเจน
  • โลโก้ไม่ใหญ่เกินไป
  • ตัวอักษรอ่านได้บนโทรศัพท์
  • ภาพไม่มีลายน้ำที่ไม่ได้รับอนุญาต
  • มีสิทธิ์ใช้รูปและองค์ประกอบเชิงพาณิชย์
  • ไม่มีข้อมูลสำคัญชิดขอบ
  • ตรวจคำสะกดแล้ว
  • ทำภาพมากกว่าหนึ่งแบบสำหรับทดสอบ
  • ตรวจสอบนโยบายของ Meta ก่อนเผยแพร่

❓ คำถามที่พบบ่อย

Canva ทำภาพโฆษณา Facebook ฟรีได้ไหม

ทำได้ Canva มีเทมเพลต ฟอนต์ รูปภาพ และองค์ประกอบฟรี แต่บางรายการและบางเครื่องมืออาจใช้ได้เฉพาะแพ็กเกจแบบชำระเงิน

ภาพโฆษณา Facebook ควรใช้ขนาดเท่าไร

ภาพสี่เหลี่ยมใช้ 1080 × 1080 พิกเซล ภาพแนวตั้งใช้ 1080 × 1350 พิกเซล และโฆษณา Story หรือ Reels ใช้ 1080 × 1920 พิกเซล

ควรใช้ PNG หรือ JPG

งานที่มีข้อความ โลโก้ และกราฟิกเหมาะกับ PNG ส่วนภาพถ่ายสามารถใช้ JPG คุณภาพสูงได้

ใช้เทมเพลต Canva ยิงโฆษณาได้ไหม

ใช้ได้เมื่อมีสิทธิ์ใช้งานองค์ประกอบและสื่อทั้งหมดตามเงื่อนไขของ Canva ควรปรับเทมเพลตให้เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ไม่ควรเปลี่ยนเฉพาะข้อความแล้วนำไปใช้ทันที

ต้องใส่ราคาบนภาพหรือไม่

ไม่จำเป็นทุกกรณี หากราคาเป็นจุดเด่นหรือช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้เร็วควรใส่ แต่หากสินค้า需要อธิบายหรือประเมินราคาตามงาน สามารถใช้คำกระตุ้นให้ขอรายละเอียดหรือใบเสนอราคาแทนได้

ภาพโฆษณาต้องมีข้อความไม่เกิน 20% หรือไม่

ไม่ควรใช้กฎ 20% แบบเดิมเป็นเกณฑ์ตายตัว แต่ยังควรควบคุมข้อความบนภาพให้น้อย อ่านง่าย และเหมาะกับหน้าจอโทรศัพท์

📝 สรุปวิธีทำภาพโฆษณา Facebook ด้วย Canva

วิธีทำภาพโฆษณา Facebook ด้วย Canva ที่ดีเริ่มจากกำหนดเป้าหมายและกลุ่มลูกค้า เลือกขนาดให้ตรงกับตำแหน่งโฆษณา ใช้ภาพสินค้าคมชัด เขียนหัวข้อสั้น แสดงจุดขายที่พิสูจน์ได้ และเพิ่มคำกระตุ้นให้ผู้ชมรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ

ภาพที่สวยที่สุดไม่จำเป็นต้องสร้างยอดขายดีที่สุด จึงควรทำภาพหลายแบบและทดสอบผลจริง โดยเปรียบเทียบภาพสินค้า หัวข้อ โปรโมชั่น และคำกระตุ้นทีละองค์ประกอบ

ผู้อ่าน comsiam สามารถเริ่มจากภาพสี่เหลี่ยม 1080 × 1080 พิกเซล แล้วสร้างสำเนาแนวตั้งและแนว Story เพิ่มเติม วิธีนี้ช่วยให้โฆษณามีภาพที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่ง และลดปัญหาข้อความหรือสินค้าถูกตัดเมื่อ Facebook นำโฆษณาไปแสดง