Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีฝัง Copilot Agent บนเว็บไซต์ ทำได้โดยสร้าง AI Agent ใน Microsoft Copilot Studio ให้พร้อมใช้งาน จากนั้นกด Publish เปิดเมนู Channels เลือก Web app หรือ Custom website ตามหน้าจอที่รองรับ แล้วคัดลอก Embed Code เพื่อนำไปวางในหน้าเว็บไซต์ผ่าน HTML หรือ Custom HTML Block สำหรับผู้ใช้ WordPress เมื่อติดตั้งเสร็จจะสามารถแสดงหน้าต่าง AI Chatbot ให้ผู้เข้าชมสนทนากับ Agent ได้
อย่างไรก็ตาม วิธีฝังด้วย Embed Code สำเร็จรูปมีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องตั้งค่า Authentication เป็น No authentication จึงจะแสดงตัวเลือกโค้ดสำหรับฝังเว็บไซต์ หากต้องการให้ผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้หรือควบคุมการเข้าถึงข้อมูล ต้องใช้แนวทางการเชื่อมต่อที่รองรับการยืนยันตัวตน เช่น Microsoft 365 Agents SDK หรือ Direct Line ที่ออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเหมาะสม
Copilot Agent เป็น AI Chatbot ที่สามารถตอบคำถามลูกค้าจาก Knowledge ซึ่งผู้สร้างกำหนดไว้ เช่น รายละเอียดสินค้า บริการ คำถามที่พบบ่อย และข้อมูลที่เผยแพร่บนเว็บไซต์บริษัท
ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์รับติดตั้งระบบ LAN, Wi-Fi, CCTV และ Fiber Optic สามารถมี AI Chatbot สำหรับช่วยลูกค้าค้นหาข้อมูลบริการ เตรียมรายละเอียดก่อนขอใบเสนอราคา และแนะนำช่องทางติดต่อเจ้าหน้าที่
หากเชื่อม Tools หรือ Workflows ที่รองรับ Agent ยังสามารถดำเนินงานเพิ่มเติม เช่น สร้างคำขอบริการหรือส่งข้อมูลติดต่อไปยังระบบภายในได้ตามสิทธิ์และเงื่อนไขที่กำหนด
แต่การฝัง Chatbot บนเว็บไซต์ไม่ได้ทำให้เกิดระบบจองคิว ส่งอีเมล หรือบันทึกข้อมูลลูกค้าโดยอัตโนมัติ ต้องสร้างเครื่องมือสำหรับดำเนินงานเหล่านั้นเพิ่มเติม
บทความนี้ comsiam จะสอนวิธีฝัง Copilot Agent บนเว็บไซต์อย่างละเอียด ตั้งแต่การเตรียม Knowledge การตั้งค่า Authentication การ Publish การนำ Embed Code ไปใช้กับ WordPress การออกแบบหน้าต่างแชต การสร้าง AI Chatbot ตอบลูกค้า และการแก้ปัญหาเมื่อ Chatbot ไม่แสดงหรือไม่ตอบคำถาม
Copilot Agent บนเว็บไซต์ คือ AI Agent ที่พัฒนาด้วย Microsoft Copilot Studio แล้วนำมาเชื่อมกับหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถสนทนากับระบบ AI ผ่าน Web Chat ได้
Chatbot ประเภทนี้เหมาะกับเว็บไซต์ธุรกิจที่ต้องการตอบคำถามซ้ำๆ และแนะนำข้อมูลให้ลูกค้าโดยอัตโนมัติ
คำตอบเหล่านี้ขึ้นอยู่กับ Knowledge และ Instructions ที่เตรียมไว้
Live Chat: ผู้ใช้งานสนทนากับเจ้าหน้าที่หรือระบบรับส่งข้อความ
Copilot Agent: ใช้ AI วิเคราะห์คำถามและสร้างคำตอบจากข้อมูลที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม หากต้องการให้ AI ส่งต่อการสนทนาให้เจ้าหน้าที่จริง ต้องออกแบบกระบวนการ Handoff และเชื่อมระบบที่รองรับเพิ่มเติม
ช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่มีข้อมูลรองรับ
ลดภาระเจ้าหน้าที่ในการตอบคำถามเดิม
ลูกค้าสามารถส่งคำถามได้โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ประจำหน้าจอ
นำข้อมูลบริการและบทความที่เกี่ยวข้องมาใช้ประกอบคำตอบ
ช่วยแนะนำรายละเอียดสินค้าและบริการเบื้องต้น
ถามรายละเอียดโครงการตามขั้นตอนที่กำหนด
เมื่อเชื่อม Tool ที่เหมาะสม สามารถส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบธุรกิจ
สามารถปรับขนาด ตำแหน่งและรูปแบบการแสดงผลผ่านการพัฒนาเว็บไซต์
เช่น WordPress หรือเว็บไซต์ที่สามารถฝัง Web Chat ตามข้อกำหนดทางเทคนิค
ใช้ระบบทดสอบและ Analytics ที่รองรับเพื่อปรับปรุง Agent
| องค์ประกอบ | หน้าที่ |
|---|---|
| Microsoft Copilot Studio | สร้าง Agent |
| Agent | ระบบ AI ตอบคำถาม |
| Instructions | กำหนดพฤติกรรม |
| Knowledge | แหล่งข้อมูล |
| Publish | เผยแพร่ Agent |
| Channel | ช่องทางเชื่อมเว็บไซต์ |
| Embed Code | โค้ดฝังหน้าต่างแชต |
| HTML / iframe | แสดง Chatbot |
| Authentication | ยืนยันตัวตน |
| Web Chat | หน้าต่างสนทนา |
| WordPress | ตัวอย่างแพลตฟอร์มเว็บไซต์ |
| Tools | เรียกงานระบบภายนอก |
| Analytics | ติดตามผลการใช้งาน |
โดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 3 แนวทางหลัก
เป็นวิธีง่ายที่สุด
เหมาะกับ
เงื่อนไขสำคัญคือ Agent ต้องตั้งค่า No authentication จึงใช้ Embed Code สำเร็จรูปได้
เหมาะกับเว็บไซต์หรือ Web Application ที่ต้องการควบคุมการเชื่อมต่อและรองรับการลงชื่อเข้าใช้
ต้องมีความรู้ด้านพัฒนาเว็บและการยืนยันตัวตน
เหมาะกับนักพัฒนาที่ต้องการปรับแต่งหน้าต่างแชตและการเชื่อมต่ออย่างละเอียด
ต้องจัดการ Tokens, Web Security และระบบหลังบ้านให้ถูกต้อง
| วิธี | ความยาก | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| Embed Code | ง่าย | Chatbot สาธารณะ |
| Microsoft 365 Agents SDK | ปานกลาง–สูง | เว็บที่ต้องลงชื่อเข้าใช้ |
| Direct Line / Custom Web Chat | สูง | ระบบเว็บที่ต้องปรับแต่งมาก |
สำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการ Chatbot ตอบข้อมูลสาธารณะบน WordPress แนะนำให้ทดลองด้วย Embed Code ก่อน
สร้าง Agent และกำหนดบทบาทให้ชัดเจน
เตรียมข้อมูลสินค้า บริการ หรือคำถามที่พบบ่อย
ตรวจสอบคำถามและคำตอบก่อนเผยแพร่
ต้องมี License และสิทธิ์ที่รองรับการเผยแพร่ Agent
เช่น WordPress หรือเว็บไซต์ HTML
สำหรับ WordPress ต้องสามารถเพิ่ม Custom HTML ได้
เลือกให้เหมาะกับข้อมูลที่ Agent เข้าถึง
โดยเฉพาะเมื่อเปิดให้บุคคลทั่วไปใช้งาน
แนะนำว่าลูกค้าสามารถถามเรื่องใดได้บ้าง
เพื่อรองรับกรณี AI ตอบไม่ได้
ลงชื่อเข้าใช้บัญชีที่มีสิทธิ์สร้างและเผยแพร่ Agent
ตรวจสอบ Environment ที่ใช้
เลือก Agent ที่ต้องการนำไปฝังเว็บไซต์
ตัวอย่าง:
Website Customer Assistant
กำหนดให้ Agent ตอบคำถามลูกค้าอย่างสุภาพ และไม่สร้างข้อมูลที่ไม่มีหลักฐาน
เพิ่มแหล่งข้อมูลที่ต้องการ เช่น เว็บไซต์บริการและ FAQ
ทดลองคำถามจริง
เลือก Publish ใน Copilot Studio
ดำเนินการตามขั้นตอนที่ระบบแสดง
เมื่อ Publish สำเร็จ จึงเตรียมเชื่อม Website Channel
บัญชีทดลองบางประเภทสามารถสร้างและทดสอบ Agent ได้ แต่ไม่สามารถ Publish ใช้งานจริงได้ตามข้อจำกัด License
ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะมีผลต่อความปลอดภัยของข้อมูล
ตัวอย่าง:
หากต้องการใช้ Embed Code สำเร็จรูปสำหรับเว็บไซต์สาธารณะ ให้เลือก No authentication
บันทึกการตั้งค่า
เพราะ Microsoft กำหนดให้ Embed Code สำเร็จรูปแสดงเฉพาะ Agent ที่ไม่ต้องยืนยันตัวตนในรูปแบบนี้
No authentication หมายถึงผู้ที่เข้าถึงช่องทางแชตสามารถสนทนากับ Agent ได้โดยไม่ต้องลงชื่อเข้าใช้
จึงไม่ควรนำ Agent ที่เข้าถึงเอกสารภายใน ข้อมูลลูกค้า หรือ Tools ที่มีสิทธิ์สำคัญมาเปิดใช้แบบสาธารณะโดยไม่ได้ตรวจสอบความปลอดภัย
นอกจากนี้ เมื่อเลือก No authentication Agent จะไม่สามารถใช้ Tools ที่ต้องใช้ Credentials ของผู้ใช้ได้ตามข้อจำกัดของช่องทาง
เมื่อ Agent พร้อมและเลือก Authentication เหมาะสมแล้ว ให้ดำเนินการดังนี้
ชื่อ Channel อาจแตกต่างตามประสบการณ์ Copilot Studio
หากเลือก No authentication ระบบจะแสดงโค้ดสำหรับฝังเว็บไซต์ตามช่องทางที่รองรับ
คัดลอก Embed Code ของ Agent
เช่น WordPress
เลือกตำแหน่งที่ต้องการให้ Chatbot แสดง
นำ Embed Code ไปวางในส่วนที่รองรับ
เปิดหน้าเว็บจริงแล้วทดลองถามคำถาม
เมื่อคัดลอก Embed Code จาก Copilot Studio แล้ว สามารถนำไปวางในหน้า HTML ได้
ตัวอย่างโครงสร้างทั่วไป:
<div class="copilot-chat-container">
<iframe
src="YOUR_COPILOT_STUDIO_EMBED_URL"
title="AI Customer Assistant"
width="100%"
height="600"
style="border:0;"
loading="lazy">
</iframe>
</div>
แทนที่
YOUR_COPILOT_STUDIO_EMBED_URL
ด้วย URL สำหรับฝังที่ได้รับจาก Copilot Studio จริง
ตัวอย่างนี้แสดงโครงสร้าง HTML เท่านั้น ไม่ใช่โค้ดที่เชื่อม Agent ได้โดยไม่ต้องตั้งค่า
ควรใช้ Embed Code จาก Copilot Studio เป็นหลัก เพราะ URL และรูปแบบการเชื่อมต่อขึ้นอยู่กับ Agent และ Channel
อย่านำ Direct Line Secret หรือ API Secret มาใส่ใน iframe หรือ JavaScript ของหน้าเว็บ
สำหรับเว็บไซต์ WordPress สามารถใช้ Custom HTML Block ได้
ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีที่มีสิทธิ์แก้ไขหน้าเว็บ
เลือกเมนู Pages
ตัวอย่าง:
เปิด WordPress Block Editor
กดเครื่องหมาย + แล้วค้นหา
Custom HTML
คัดลอกโค้ดจาก Copilot Studio มาวาง
ตรวจสอบว่าโค้ดครบถ้วน
ทดลองดูการแสดงผล
บันทึกหน้าเว็บ
ตรวจสอบหน้าต่าง Chatbot
ใช้คำถามที่มีคำตอบอยู่ใน Knowledge
ตรวจสอบขนาดและความสะดวกในการใช้งาน
สำหรับ WordPress สามารถเพิ่ม CSS ตามวิธีที่ธีมรองรับ
ตัวอย่าง:
.copilot-chat-container {
width: 100%;
max-width: 440px;
margin: 20px auto;
border-radius: 16px;
overflow: hidden;
box-shadow: 0 8px 30px rgba(0, 0, 0, 0.12);
}
.copilot-chat-container iframe {
display: block;
width: 100%;
height: 600px;
border: 0;
}
@media (max-width: 768px) {
.copilot-chat-container {
max-width: 100%;
margin: 12px auto;
}
.copilot-chat-container iframe {
height: 70vh;
min-height: 420px;
}
}
CSS ของเว็บไซต์สามารถปรับขนาดและรูปแบบกล่อง iframe ได้ แต่ไม่สามารถควบคุมทุกองค์ประกอบภายในหน้าต่างแชตที่อยู่คนละโดเมนได้
หากต้องการปรับรายละเอียดภายใน Web Chat มากขึ้น ควรใช้ Custom Web Chat Canvas
ทำได้ด้วยการพัฒนา Front-End เพิ่มเติม
เช่น สร้างปุ่ม Chatbot ที่เปิดหรือปิดกล่อง iframe
.copilot-floating-chat {
position: fixed;
right: 20px;
bottom: 20px;
width: min(380px, calc(100vw - 32px));
height: min(600px, calc(100vh - 100px));
background: #ffffff;
border-radius: 16px;
overflow: hidden;
box-shadow: 0 10px 35px rgba(0, 0, 0, 0.18);
z-index: 9999;
}
.copilot-floating-chat iframe {
width: 100%;
height: 100%;
border: 0;
}
@media (max-width: 600px) {
.copilot-floating-chat {
right: 12px;
bottom: 12px;
width: calc(100vw - 24px);
height: min(70vh, 560px);
}
}
CSS นี้เป็นเพียงตัวอย่างกำหนดตำแหน่งกล่องลอย ยังต้องพัฒนาปุ่มเปิด–ปิดและจัดการการแสดงผลเพิ่มเติม
ควรตรวจสอบไม่ให้ Chatbot บังปุ่มสำคัญของเว็บไซต์ เช่น ปุ่มติดต่อหรือปุ่มสั่งซื้อ
ก่อนฝัง Agent ควรเตรียม Knowledge อย่างเหมาะสม
LAN Services
ข้อมูลบริการติดตั้งระบบ LAN
Wi-Fi Solutions
รายละเอียดระบบเครือข่ายไร้สาย
Fiber Optic Services
ข้อมูลบริการเดินสายและ Splicing
CCTV Services
ข้อมูลบริการกล้องวงจรปิด
Maintenance & Support
รายละเอียดบริการดูแลระบบ
เพราะช่วยให้ Agent ค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้เหมาะสมขึ้น และลดการตอบข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่าง Instructions ภาษาอังกฤษสำหรับนำไปปรับใช้กับเว็บไซต์ธุรกิจ
ROLE
You are a customer service assistant for an IT services company.
OBJECTIVE
Help website visitors understand available services and prepare information for contacting the company.
SCOPE
Answer questions about LAN installation, Wi-Fi solutions, Fiber Optic installation, CCTV installation, and IT Maintenance.
KNOWLEDGE RULES
Use approved public website knowledge for company-specific information.
Do not invent service prices, warranty terms, certifications, customer references, or confirmed appointments.
If information is unavailable, clearly explain that it cannot be confirmed.
RESPONSE STYLE
Respond in polite Thai.
Keep answers clear and concise.
Use numbered steps when explaining procedures.
CUSTOMER REQUESTS
When a visitor requests a quotation, explain which project details are needed.
Do not request passwords or unnecessary sensitive information.
TOOLS
Use connected tools only when they are available and appropriate.
Never claim that a request was submitted unless the tool confirms success.
ESCALATION
Recommend contacting a staff member when a request requires an official quotation, appointment confirmation, or technical site survey.
สมมติว่าบริษัทมีเว็บไซต์บริการดังนี้
IT Customer Assistant
ตอบคำถามผู้เข้าชมเว็บไซต์
ลูกค้า: ต้องการติดตั้ง Fiber Optic ภายในโรงงาน
Agent: กรุณาแจ้งจังหวัด ระยะทางโดยประมาณ และจำนวนจุดเชื่อมต่อ เพื่อช่วยเตรียมรายละเอียดก่อนติดต่อเจ้าหน้าที่
ลูกค้า: ขอนแก่น ระยะทาง 500 เมตร มี 4 จุด
Agent: ข้อมูลเบื้องต้นคือสถานที่ติดตั้งอยู่ขอนแก่น ระยะทางประมาณ 500 เมตร และต้องการเชื่อมต่อ 4 จุด การประเมินราคาจริงต้องตรวจสอบรายละเอียดงานและหน้างานเพิ่มเติม
ต้องเพิ่ม Tool เช่น CreateServiceRequest หรือ Agent Flow ที่รับข้อมูลและส่งเข้าสู่ระบบจริง
หากยังไม่มี Tool ไม่ควรให้ Agent แจ้งว่าบันทึกคำขอแล้ว
Copilot Agent สามารถใช้ข้อมูลสินค้าที่เผยแพร่เป็น Knowledge ได้
หากเว็บไซต์มีข้อมูลราคาและสต็อกที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ควรใช้เครื่องมือเชื่อมระบบสินค้าปัจจุบันแทนการตอบจากข้อมูลที่อาจล้าสมัย
ทำได้เมื่อออกแบบเครื่องมือสำหรับสร้างคำสั่งซื้อ พร้อม Authentication, Authorization และการยืนยันที่เหมาะสม
ไม่ใช่ความสามารถที่เกิดจากการฝัง Chatbot เพียงอย่างเดียว
Direct Line เป็นช่องทางสำหรับเชื่อมเว็บหรือแอปเข้ากับ Copilot Studio Agent
หากต้องการพัฒนา Chatbot แบบกำหนดเอง อาจต้องใช้ Direct Line Secrets และ Tokens
เป็นข้อมูลลับสำหรับยืนยันการเชื่อมต่อระดับระบบ
เป็น Token สำหรับการสนทนา ซึ่งสามารถสร้างจาก Secret ผ่านกระบวนการที่รองรับ
ห้ามเปิดเผย Direct Line Secret ใน HTML หรือ JavaScript ฝั่ง Browser
เพราะผู้เข้าชมสามารถตรวจสอบ Source Code และ Network Requests ได้
เพราะช่วยป้องกัน Secret ไม่ให้ถูกเปิดเผยแก่ผู้เข้าชมเว็บไซต์
การเปลี่ยนค่า Require secured access อาจใช้เวลาสูงสุดประมาณสองชั่วโมงกว่าการตั้งค่าจะมีผลครบถ้วนตามระบบ
จึงต้องวางแผนก่อนเปลี่ยนการตั้งค่าด้านความปลอดภัย
สำหรับ Agent ที่ใช้ Direct Line สามารถกำหนดให้การเชื่อมต่อจำเป็นต้องใช้ Token หรือ Secret ได้
การเปิด Require secured access อาจกระทบช่องทางเว็บที่ใช้งานอยู่ก่อนแล้ว
ควรทดสอบระบบเชื่อมต่อใหม่และตรวจสอบว่าไม่มีการเปิดเผย Secret
ข้อสำคัญ: การฝัง Agent บนเว็บไซต์สาธารณะต้องตรวจสอบทั้งข้อมูลที่เปิดเผยและการดำเนินงานที่ Tool สามารถทำได้ ไม่ใช่เพียงตรวจสอบหน้าต่างแชตว่าแสดงผลถูกต้อง
ตรวจสอบขนาดและตำแหน่ง
ตรวจสอบ Responsive Layout
ถามข้อมูลบริษัทและบริการ
ดูว่า Agent แจ้งข้อจำกัดหรือสร้างคำตอบผิด
ใช้ภาษาที่ลูกค้าจริงพิมพ์
ตรวจสอบว่า Agent ไม่คาดเดาราคา
ตรวจสอบว่าระบบปลายทางได้รับคำขอจริง
ตรวจสอบว่าผู้ใช้เข้าถึงเฉพาะข้อมูลที่ได้รับอนุญาต
ทดลอง Chrome, Edge และ Safari ตามกลุ่มผู้ใช้งาน
ตรวจสอบว่า iframe ไม่กระทบประสบการณ์ใช้งานมากเกินไป
ตรวจสอบการแสดงผลของ Agent เวอร์ชันล่าสุด
ตรวจสอบว่าผู้ใช้ยังสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้เมื่อ AI ช่วยไม่ได้
ตรวจสอบว่า Publish Agent แล้ว
ตรวจสอบว่า Agent ตั้ง Authentication เป็น No authentication สำหรับวิธีฝังสำเร็จรูป
ตรวจสอบ Web app หรือ Custom website
ตรวจสอบว่าคัดลอก Embed Code ถูกต้อง
ตรวจสอบสิทธิ์ผู้ใช้และการกรอง HTML ของ WordPress
ตรวจสอบ Agent, Knowledge และ Channel
ตรวจสอบ Knowledge และ Publish เวอร์ชันล่าสุด
ตรวจสอบ CSS, z-index และตำแหน่งองค์ประกอบ
ปรับความกว้างและความสูง iframe
เพิ่ม Responsive CSS
ตรวจสอบว่า Embed Code อยู่ในหน้าใดหรือ Template ใด
ตรวจสอบ Browser Console
ตรวจสอบนโยบาย CSP และโดเมนที่เกี่ยวข้องตามระบบ
ตรวจสอบรูปแบบการเชื่อมต่อและ Credentials
ตรวจสอบกลไก Refresh Token
เปลี่ยน Secret และตรวจสอบระบบที่ได้รับผลกระทบ
ตรวจสอบ Connection, Authentication และสิทธิ์ระบบปลายทาง
ตรวจสอบแหล่งข้อมูล Description และเนื้อหาต้นทาง
ตรวจสอบการบล็อก Cookies, Scripts และข้อกำหนดของเบราว์เซอร์
ตรวจสอบปริมาณการสนทนา Copilot Credits และการใช้ Tools
| รายการ | สิ่งที่ต้องตรวจสอบ |
|---|---|
| Agent Name | ชัดเจน |
| Instructions | พร้อมใช้งาน |
| Knowledge | ถูกต้อง |
| Publish | สำเร็จ |
| Website Channel | เชื่อมแล้ว |
| Authentication | เหมาะสม |
| Web Security | ตรวจสอบแล้ว |
| Embed Code | ถูกต้อง |
| HTTPS | เปิดใช้งาน |
| Desktop Layout | ผ่านการทดสอบ |
| Mobile Layout | ผ่านการทดสอบ |
| Tools | พร้อมและได้รับอนุญาต |
| Privacy | เหมาะสม |
| Fallback | มีแนวทาง |
| Contact Channel | ใช้งานได้ |
| Error Handling | ครบถ้วน |
| Billing | ตรวจสอบแล้ว |
| Analytics | พร้อมติดตาม |
| Agent Owner | มีผู้รับผิดชอบ |
สำหรับเว็บไซต์ธุรกิจ ควรเริ่มจาก Chatbot ที่ตอบคำถามเกี่ยวกับบริการได้อย่างถูกต้อง ก่อนเพิ่มความสามารถสร้างรายการหรือดำเนินงานผ่าน API
Publish Agent แล้วเปิด Channels เลือก Web app หรือ Custom website คัดลอก Embed Code และนำไปวางใน HTML ของเว็บไซต์
ได้ โดยสามารถนำ Embed Code ที่รองรับมาใส่ใน Custom HTML Block
หากใช้ Embed Code สำเร็จรูป ไม่จำเป็นต้องพัฒนาโค้ดเชื่อมต่อทั้งหมดเอง แต่หากต้องการปรับแต่งหรือเพิ่มระบบยืนยันตัวตน อาจต้องเขียนโปรแกรมเพิ่มเติม
สำหรับ Web Chat Embed Code สำเร็จรูป ต้องตั้ง Authentication เป็น No authentication
ได้ด้วยแนวทางการเชื่อมต่อที่รองรับ Authentication เช่น Agents SDK หรือระบบที่พัฒนาเองอย่างเหมาะสม
ทำได้ตามความสามารถของแพลตฟอร์มเว็บไซต์ โดยอาจใช้ Template หรือวิธีฝังโค้ดร่วมกันหลายหน้า
ได้เมื่อเพิ่มเว็บไซต์เป็น Knowledge และเนื้อหาอยู่ในรูปแบบที่ระบบค้นหาได้
ได้ตามความสามารถของ Agent ที่รองรับ แต่ควรทดสอบคำถามภาษาไทยจริง
สามารถถามและรวบรวมข้อมูลได้ หากต้องการส่งข้อมูลเข้าระบบต้องมี Tool หรือ Workflow เพิ่มเติม
ได้ โดยสามารถเพิ่ม Agent Flow หรือ Tool ที่รองรับการเรียกกระบวนการอัตโนมัติ
ได้เมื่อเชื่อม Tool ที่มีสิทธิ์สร้างรายการจริง
ได้เมื่อมี Connector หรือ Flow ที่รองรับและกำหนดสิทธิ์ถูกต้อง
ได้เมื่อปรับแต่ง Front-End เพิ่มเติม
สามารถปรับบางส่วนผ่านการตั้งค่าหรือสร้าง Custom Web Chat Canvas ตามระดับการปรับแต่งที่ต้องการ
ได้สำหรับรูปแบบ Web Chat ที่รองรับการฝังด้วย iframe
เป็นช่องทางเชื่อมเว็บหรือแอปเข้ากับ Agent ผ่าน API ที่รองรับ
ไม่ควรเด็ดขาด เพราะจะทำให้ผู้ใช้เข้าถึง Secret ได้
ควรใช้ HTTPS เพื่อความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูล
อาจเกิดจาก Embed Code ไม่ถูกต้อง ยังไม่ได้ Publish การตั้งค่า Authentication หรือข้อจำกัดของเว็บไซต์
ขึ้นอยู่กับ License, Copilot Studio Capacity, Copilot Credits และบริการที่เชื่อมต่อ ควรประเมินค่าใช้จ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานก่อนเปิดให้บริการสาธารณะ
Microsoft Copilot Studio สามารถนำ AI Agent ไปฝังบนเว็บไซต์ผ่าน Web Chat Embed Code หรือพัฒนาเชื่อมต่อด้วย Agents SDK และ Direct Line ตามความต้องการ
สำหรับเว็บไซต์ WordPress วิธีเริ่มต้นที่ง่ายคือ Publish Agent แล้วเลือก Web Channel คัดลอก Embed Code มาวางใน Custom HTML Block
สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่า Embed Code สำเร็จรูปต้องใช้ No authentication ซึ่งเปิดให้บุคคลทั่วไปที่เข้าถึงช่องทางสนทนากับ Agent ได้ จึงควรใช้กับข้อมูลสาธารณะและตรวจสอบ Tools อย่างรอบคอบ
หากต้องการ Agent ที่เข้าถึงข้อมูลภายในองค์กรหรือมีระบบ Login ควรใช้แนวทาง Authentication และ Web Security ที่เหมาะสม
สำหรับธุรกิจบริการ IT สามารถสร้าง Chatbot เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับ LAN, Wi-Fi, Fiber Optic, CCTV และ Maintenance พร้อมช่วยรวบรวมข้อมูลก่อนขอใบเสนอราคาได้
comsiam แนะนำให้ใช้แนวทาง สร้าง Agent → เตรียม Knowledge → ตั้ง Instructions → ทดสอบ → Publish → ตั้ง Authentication → เลือก Web Channel → ฝัง Embed Code → ทดสอบ Desktop และ Mobile → ตรวจสอบความปลอดภัย → ติดตามผล
การฝัง Copilot Agent อย่างถูกต้องจะช่วยให้เว็บไซต์มีผู้ช่วย AI สำหรับตอบคำถามลูกค้า เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลบริการ และเป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาระบบ Customer Service Automation ที่เชื่อมกับเครื่องมือธุรกิจในอนาคต