วิธีสร้างหน้า SharePoint ด้วย Copilot

Microsoft Copilot ใน SharePoint สามารถช่วยสร้างหรือร่างหน้า SharePoint ได้เร็วขึ้นในประสบการณ์ที่รองรับ โดยผู้ใช้สามารถเริ่มจากหัวข้อ คำอธิบาย เอกสารอ้างอิง หรือข้อมูลที่มีอยู่ แล้วให้ Copilot ช่วยจัดโครงสร้างเนื้อหาเป็น Section ต่าง ๆ เช่น Introduction, Objectives, Services, FAQ, Contacts หรือ Next Steps

ประโยชน์สำคัญคือช่วยลดเวลาการเริ่มต้นจากหน้าว่าง โดยเฉพาะหน้า Project, Department, Onboarding, Knowledge Base หรือหน้าให้ข้อมูลภายในองค์กร แต่ก่อน Publish ควรตรวจชื่อ วันที่ ตัวเลข Owner, Scope และข้อมูลภายในให้ตรงกับ Source จริง

บทความนี้ comsiam จะอธิบายวิธีสร้างหน้า SharePoint ด้วย Copilot ตั้งแต่การกำหนดเป้าหมาย เลือกโครงสร้าง สร้างเนื้อหา ไปจนถึงการตรวจสอบก่อนเผยแพร่

① Copilot ช่วยสร้างหน้า SharePoint ได้ไหม

ได้ในประสบการณ์ที่รองรับ

Copilot สามารถช่วยร่างและจัดโครงสร้างเนื้อหาให้กับ SharePoint Page ได้

② เริ่มจากกำหนดประเภทหน้า

ก่อนสร้างควรรู้ว่าต้องการหน้าแบบใด เช่น

  • Project Page
  • Department Page
  • Onboarding Page
  • Knowledge Page
  • Policy Page
  • News Page

ช่วยให้ Structure เหมาะกับเป้าหมาย

③ กำหนด Audience

Prompt

สร้างหน้า SharePoint สำหรับพนักงานใหม่

ช่วยให้ภาษาและเนื้อหาเหมาะกับผู้อ่าน

④ กำหนด Objective

ใช้

หน้านี้มีเป้าหมายเพื่ออธิบายขั้นตอน Onboarding

ช่วยให้ Copilot ไม่หลุดเรื่อง

⑤ เริ่มจาก Prompt ง่าย

ตัวอย่าง

สร้างร่างหน้า SharePoint เรื่อง Project Alpha

เหมาะกับ Draft แรก

⑥ Prompt ที่ดีกว่า

ใช้

สร้างหน้า SharePoint เรื่อง Project Alpha โดยมี Overview, Objectives, Scope, Milestones, Risks, Contacts และ Next Steps

ช่วยได้ Structure ชัดกว่า

⑦ ใช้ข้อมูลจาก Source

หากมีเอกสารอ้างอิง

ควรสั่ง

ใช้ข้อมูลจากเอกสารที่เลือกเป็น Source หลัก

ช่วยลดการสร้าง Fact ใหม่

⑧ อย่าให้ AI เดาข้อมูล

Prompt

หากข้อมูลใดไม่มีใน Source ให้ใส่ TBD

ช่วยลด Hallucination

⑨ สร้าง Introduction

ใช้

เขียน Introduction สั้น ๆ สำหรับหน้านี้

เหมาะกับส่วนเปิด

⑩ สร้าง Overview

Prompt

สรุปภาพรวมของโครงการเป็น 1 ย่อหน้า

ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเร็ว

⑪ สร้าง Objectives

ใช้

แสดง Objectives ของโครงการเป็น Bullet

ช่วย Scan

⑫ สร้าง Scope

Prompt

จัด Scope เป็น In Scope และ Out of Scope

ช่วย Project Control

⑬ สร้าง Milestones

ใช้

สร้าง Section Milestones จากข้อมูลที่มี

ช่วย Timeline

⑭ สร้าง Tasks

Prompt

สรุป Tasks หลักของโครงการ

ช่วย Execution

⑮ สร้าง Owner Section

ใช้

สร้าง Section Contacts และ Owners

ช่วย Accountability

⑯ สร้าง Deadline Section

Prompt

รวบรวม Deadline สำคัญทั้งหมด

ช่วย Planning

⑰ สร้าง Risk Section

ใช้

สร้าง Section Risks และ Mitigation จากข้อมูลที่มี

ช่วย Project Review

⑱ สร้าง FAQ

Prompt

สร้าง FAQ จากข้อมูลใน Source นี้

ช่วย Self-service

⑲ สร้าง Contact Section

ใช้

สร้าง Contact List พร้อม Role

ช่วย Internal Communication

⑳ สร้าง Next Steps

Prompt

สรุป Next Steps จากข้อมูลที่มี

ช่วย Action

㉑ สร้างหน้า Project Overview

Structure ที่เหมาะอาจมี

  • Overview
  • Objectives
  • Scope
  • Milestones
  • Risks
  • Contacts

เหมาะกับ Project Site

㉒ สร้างหน้า Department

ใช้

  • About
  • Services
  • Team
  • Resources
  • Contacts

ช่วย Intranet

㉓ สร้างหน้า Onboarding

Prompt

สร้างหน้า Onboarding สำหรับพนักงานใหม่

อาจประกอบด้วย

  • First Day
  • Accounts
  • Tools
  • Policies
  • Contacts

㉔ สร้างหน้า Knowledge Base

ใช้

  • Problem
  • Solution
  • Steps
  • FAQ
  • Related Resources

ช่วย Support

㉕ สร้างหน้า Policy

Prompt

จัด Policy นี้เป็นหัวข้ออ่านง่ายโดยไม่เปลี่ยนความหมาย

ช่วย Compliance

㉖ สร้างหน้า News

ใช้

สร้างร่าง News Post จากข้อมูลนี้

ช่วย Internal Communication

㉗ สร้างหน้า FAQ

Prompt

สร้างหน้า FAQ 15 ข้อจากเอกสารนี้

ช่วย Employee Self-service

㉘ สร้างหน้า Training

ใช้

สร้างหน้า Training Overview

ช่วย Learning

㉙ สร้างหน้า Event

Prompt

สร้างหน้า Event Information พร้อม Agenda, Date, Location และ Contacts

ช่วย Event Communication

㉚ สร้างหน้า Service

ใช้

สร้างหน้าอธิบายบริการของทีม IT

ช่วย Internal Service Catalog

㉛ ใช้ Heading ที่ชัด

ควรแบ่งเป็น

  • H1
  • Section Heading
  • Subsection

ช่วย Readability

㉜ อย่าใส่ข้อความยาวเกิน

SharePoint Page ควร Scan ได้เร็ว

จึงควรใช้

  • Paragraph สั้น
  • Bullet
  • Cards
  • Sections

ตามความเหมาะสม

㉝ สร้าง Summary ด้านบน

Prompt

สร้าง Summary ไม่เกิน 3 Bullet ไว้บนสุด

ช่วยผู้อ่านเข้าใจเร็ว

㉞ สร้าง Key Information

ใช้

รวบรวม Date, Owner, Status และ Contact ไว้ส่วนบน

ช่วย Quick Reference

㉟ สร้าง Call to Action

Prompt

สร้าง CTA สำหรับให้ผู้ใช้ติดต่อทีม Support

ช่วย Action

㊱ อย่าสร้าง Contact ที่ไม่มีจริง

ถ้า Source ไม่มี Email หรือชื่อบุคคล

ให้ใส่

TBD

㊲ อย่าสร้าง Deadline เอง

Deadline ต้องมาจาก Source หรือได้รับการยืนยัน

㊳ อย่าสร้าง Policy เอง

ถ้าเป็น Policy Page

ต้องใช้ข้อมูลจากเอกสารที่ได้รับอนุมัติ

㊴ อย่าสร้าง Scope เอง

ถ้า Source ไม่มีข้อมูล

ควรระบุว่าไม่พบหรือ TBD

㊵ แยก Draft กับ Final

หาก Source มีทั้งสองแบบ

ควรใช้เฉพาะ Final หรือ Approved เมื่อเหมาะสม

㊶ ใช้ Approved Document

Prompt

ใช้เฉพาะข้อมูลจากเอกสาร Approved

ช่วยลดข้อมูลเก่า

㊷ ตรวจ Version

ก่อนสร้าง Page ควรตรวจว่าใช้ Source Version ล่าสุดที่ถูกต้อง

㊸ ตรวจวันที่

Date และ Deadline ต้องตรงต้นฉบับ

㊹ ตรวจตัวเลข

Price, KPI, Quantity และ Percentage ต้องตรวจทุกค่า

㊺ ตรวจชื่อบุคคล

Owner และ Contact ต้องถูกต้อง

㊻ ตรวจชื่อหน่วยงาน

Department และ Company Name ต้องตรง Source

㊼ ตรวจ Scope

อย่าให้ Copilot เพิ่มบริการหรือหน้าที่ที่ไม่ได้ระบุ

㊽ ตรวจ Policy

ข้อกำหนดที่มีผลกับพนักงานต้องตรวจต้นฉบับเสมอ

㊾ ตรวจ Links

ก่อน Publish ควรตรวจว่า Links ที่ใช้ยังเข้าถึงได้และ Permission ถูกต้อง

㊿ ตรวจ Audience

ข้อมูลบางอย่างอาจเหมาะกับ Internal User เท่านั้น

ต้องดูสิทธิ์ของ Page

51. สร้างหน้าแบบกระชับ

Prompt

สร้างหน้าแบบกระชับ ไม่เกิน 6 Sections

ช่วยไม่ให้ข้อมูลล้น

52. สร้างหน้าแบบละเอียด

ใช้

สร้างหน้าแบบละเอียด พร้อม FAQ และ Contacts

เหมาะกับ Knowledge Page

53. สร้างหน้า Executive

Prompt

สร้างหน้า Executive Overview โดยเน้น Status, Risks และ Decisions

ช่วยผู้บริหาร

54. สร้างหน้า Technical

ใช้

สร้าง Technical Page โดยเน้น Architecture, Requirements และ Procedures

ช่วยทีม IT

55. สร้างหน้าสำหรับพนักงานทั่วไป

Prompt

ใช้ภาษาเข้าใจง่าย ลดศัพท์เทคนิค

ช่วย Adoption

56. สร้างหน้าสำหรับผู้เชี่ยวชาญ

ใช้

คง Technical Terms และรายละเอียดสำคัญ

ช่วย Specialist

57. สร้าง Section ทีละส่วน

ถ้า Source เยอะ

ควรสร้างทีละ Section

ช่วยควบคุมคุณภาพ

58. เริ่มจาก Outline ก่อน

Prompt

เสนอ Outline ของหน้า SharePoint ก่อน ยังไม่ต้องเขียนเนื้อหา

ช่วย Review Structure

59. ตรวจ Outline

ดูว่า

  • หัวข้อครบไหม
  • ลำดับดีไหม
  • มีข้อมูลซ้ำไหม

ก่อนสร้างเนื้อหาเต็ม

60. สร้าง Introduction หลัง Structure ชัด

ช่วยให้ Opening สอดคล้องกับเนื้อหาทั้งหน้า

61. สร้าง FAQ ตอนท้าย

FAQ ควรมาจากคำถามจริงหรือข้อมูลที่มี

ไม่ควรสร้าง Fact ใหม่

62. สร้าง Related Resources

ใช้

รวบรวม Resource ที่เกี่ยวข้องจากข้อมูลที่มี

ช่วย Navigation

63. อย่าใส่ Resource ที่ผู้ใช้ไม่มีสิทธิ์

ก่อน Publish ควรตรวจ Permission ของ Links

64. ใช้ Section ตาม User Journey

เช่น

รู้จัก → เริ่มต้น → ขั้นตอน → ปัญหา → ติดต่อ

ช่วย Experience

65. ใช้หน้า Landing Page

Copilot สามารถช่วยร่าง Landing Page ภายในองค์กร

โดยเน้นหัวข้อสำคัญและ Navigation

66. ใช้หน้า Hub

Prompt

สร้างโครงหน้า Hub สำหรับรวม Resource ของ Project Alpha

ช่วย Centralize Information

67. ใช้หน้า Service Catalog

ใช้

สร้างหน้า Service Catalog สำหรับทีม IT

ช่วยอธิบายบริการ

68. ใช้หน้า How-to

Prompt

สร้างหน้า How-to แบบ Step-by-Step

ช่วย Support

69. ใช้หน้า Troubleshooting

ใช้

จัดปัญหาเป็น Symptom, Cause และ Solution

ช่วย Knowledge Base

70. ใช้หน้า Announcement

Prompt

สร้าง Announcement ที่สั้นและชัด

ช่วย Internal Communication

71. ปรับ Tone

สามารถสั่ง

ใช้ภาษาทางการ

หรือ

ใช้ภาษาง่ายสำหรับพนักงานใหม่

ตาม Audience

72. ปรับความยาว

Prompt

ลดเนื้อหาแต่ละ Section ให้ไม่เกิน 100 คำ

ช่วย Readability

73. ปรับเป็น Bullet

ใช้

เปลี่ยนส่วนนี้เป็น Bullet

ช่วย Scan

74. ปรับเป็น FAQ

Prompt

เปลี่ยนข้อมูลนี้เป็นคำถาม-คำตอบ

ช่วย Self-service

75. ปรับเป็น Checklist

ใช้

เปลี่ยนขั้นตอนนี้เป็น Checklist

ช่วย Execution

76. ปรับเป็น Timeline

Prompt

จัด Milestones เป็น Timeline ตามวันที่

ช่วย Planning

77. ปรับเป็น Table

ใช้

จัด Owner, Role และ Contact เป็นตาราง

ช่วย Quick Reference

78. ตรวจ Accessibility

ควรใช้

  • Heading ที่ชัด
  • Link Text ที่เข้าใจได้
  • Alt Text สำหรับภาพ
  • Contrast ที่เหมาะสม

ก่อน Publish

79. อย่าพึ่ง Copilot เรื่อง Accessibility ทั้งหมด

ควรตรวจ Page จริงด้วย

โดยเฉพาะ Layout และ Images

80. ตรวจ Mobile View

SharePoint Page ควรอ่านง่ายบนอุปกรณ์หลายขนาด

ควร Preview ก่อน Publish

81. ตรวจ Web Parts

Copilot ช่วยเรื่อง Content ได้

แต่ Page จริงยังต้องตรวจว่า Web Part แสดงถูกหรือไม่

82. ตรวจ Navigation

Page ที่ดีควรพาผู้ใช้ไป Resource ที่เกี่ยวข้องได้ง่าย

83. ตรวจ Permissions ก่อน Publish

สำคัญมาก

โดยเฉพาะ Page ที่มีข้อมูลภายใน

84. ตรวจ Sharing

อย่าสมมติว่า Page เป็น Internal โดยอัตโนมัติ

ควรตรวจ Site และ Sharing Setting

85. ตรวจข้อมูลลับ

อย่านำข้อมูล Confidential ขึ้น Page กว้างเกินความจำเป็น

86. Prompt สำหรับ Project Page

สร้างหน้า SharePoint สำหรับ Project Alpha โดยมี Overview, Objectives, Scope, Milestones, Current Status, Risks, Contacts และ Next Steps ใช้เฉพาะข้อมูลใน Source

87. Prompt สำหรับ Onboarding

สร้างหน้า Onboarding สำหรับพนักงานใหม่ โดยมี First Day, Accounts, Tools, Policies, Training และ Contacts

88. Prompt สำหรับ Department

สร้างหน้า Department Overview โดยมี Mission, Services, Team, Resources และ Contact

89. Prompt สำหรับ Knowledge Base

สร้าง Knowledge Article โดยมี Problem, Symptoms, Cause, Solution, Verification และ FAQ

90. Prompt สำหรับ Policy

จัดเอกสาร Policy นี้เป็นหน้า SharePoint ที่อ่านง่าย โดยคง Rules, Responsibilities, Exceptions และ Effective Date ตามต้นฉบับ

91. Prompt สำหรับ News

สร้างร่าง SharePoint News จากข้อมูลนี้ โดยมี Headline, Summary, Key Details และ Call to Action

92. Prompt แบบปลอดภัย

ใช้เฉพาะข้อมูลจาก Source ที่ฉันเลือก หากข้อมูลใดไม่มีให้ระบุ TBD ห้ามสร้างชื่อ วันที่ Owner, Policy, Scope หรือข้อเท็จจริงใหม่

เหมาะกับ Page องค์กร

93. Workflow ที่แนะนำ

ใช้

กำหนด Audience → กำหนด Objective → เลือก Source → สร้าง Outline → สร้าง Content → Review → Preview → Publish

ช่วยลดข้อผิดพลาด

94. อย่า Publish ทันทีหลัง AI สร้าง

ควรมี Human Review ก่อนเสมอ

โดยเฉพาะหน้า Public หรือ Internal Policy

95. Checklist ก่อนสร้างหน้า

ตรวจว่า

  1. Page มีเป้าหมายอะไร
  2. Audience คือใคร
  3. Source ไหนใช้ได้
  4. Version ถูกไหม
  5. Section อะไรจำเป็น
  6. ต้องมี Owner หรือ Contact ไหม
  7. มีข้อมูลลับไหม
  8. ต้องมี CTA หรือไม่
  9. ต้องการ Tone แบบไหน
  10. ห้าม AI เดาอะไร

96. Checklist ก่อน Publish

ตรวจ

  1. Title ถูกไหม
  2. Content ครบไหม
  3. ตัวเลขถูกไหม
  4. วันที่ถูกไหม
  5. Owner ถูกไหม
  6. Links ใช้ได้ไหม
  7. Permission ถูกไหม
  8. Layout ดีไหม
  9. Mobile อ่านง่ายไหม
  10. Source ถูกต้องไหม

97. คำถามที่พบบ่อย

Copilot ช่วยสร้างหน้า SharePoint ได้ไหม

ได้ในประสบการณ์ที่รองรับ โดยสามารถช่วยร่างและจัดโครงสร้างเนื้อหาให้กับ Page

Copilot Publish หน้าให้เองไหม

ไม่ควรถือว่า AI จะ Publish โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้ควรตรวจและเป็นผู้ยืนยันก่อนเผยแพร่

ใช้เอกสารเป็น Source ได้ไหม

ในประสบการณ์ที่รองรับสามารถใช้ข้อมูลจาก Source ที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยสร้างเนื้อหาได้

ใช้ภาษาไทยได้ไหม

สามารถใช้ Prompt ภาษาไทยได้ในหลายกรณี

ต้องตรวจเนื้อหาอีกไหม

ต้องตรวจ โดยเฉพาะชื่อ วันที่ ตัวเลข Policy, Scope และ Contact

98. สูตร Prompt ที่แนะนำ

ใช้โครง

Page Type + Audience + Objective + Source + Required Sections + Tone + Missing Data Rule

ตัวอย่าง

สร้างหน้า SharePoint สำหรับพนักงานใหม่ โดยใช้ข้อมูลจากเอกสาร Onboarding ที่เลือก มี Sections: Welcome, First Day, Accounts, Tools, Policies และ Contacts ใช้ภาษาง่าย หากข้อมูลใดไม่มีให้ใส่ TBD

99. Prompt พร้อมใช้

“สร้างร่างหน้า SharePoint โดยใช้เฉพาะ Source ที่ฉันเลือก กำหนดโครงสร้างเป็น Title, Summary, Key Information, Main Sections, FAQ, Related Resources และ Contact จัดข้อความให้อ่านง่ายด้วย Heading, Bullet และ Paragraph สั้น รักษาชื่อ ตัวเลข วันที่ Owner, Scope, Policy และเงื่อนไขตามต้นฉบับ หากข้อมูลใดไม่มีให้ใส่ ‘TBD’ ห้ามคาดเดาหรือสร้างข้อเท็จจริงใหม่ และให้ผลลัพธ์อยู่ในรูปแบบ Draft ที่พร้อมตรวจสอบก่อน Publish”

เหมาะกับหน้า SharePoint ทั่วไป

100. สรุป

วิธีสร้างหน้า SharePoint ด้วย Copilot ให้ได้ผลดีที่สุด คือไม่ควรสั่งเพียงว่า

“สร้างหน้าให้หน่อย”

แต่ควรกำหนดว่า

สร้างหน้าอะไร → ใครจะอ่าน → เป้าหมายคืออะไร → ใช้ Source ไหน → ต้องมี Section อะไร → ห้าม AI เดาอะไร

Copilot สามารถช่วยสร้าง Draft ของหน้า เช่น

  • Project Page
  • Department Page
  • Onboarding Page
  • Policy Page
  • FAQ Page
  • Knowledge Base
  • News Page
  • Service Page

ได้เร็วขึ้นมาก

แต่ก่อน Publish ต้องตรวจข้อมูลสำคัญทุกครั้ง โดยเฉพาะชื่อบุคคล วันที่ ตัวเลข Owner, Scope, Policy, Contact และสิทธิ์ของ Page

comsiam แนะนำให้ใช้หลัก “ให้ Copilot ช่วยร่าง ให้คนตรวจ แล้วค่อย Publish” เพราะจะได้ทั้งความเร็วจาก AI และความถูกต้องที่เหมาะกับข้อมูลภายในองค์กร