วิธีสร้าง Gem ใน Google Gemini ให้เป็นผู้ช่วย AI ส่วนตัว

Gem คือผู้ช่วย AI แบบกำหนดเองใน Google Gemini ผู้ใช้สามารถตั้งบทบาท วิธีตอบ น้ำเสียง ขั้นตอนทำงาน และอัปโหลดเอกสารความรู้ให้ Gem ใช้อ้างอิงได้

แทนที่จะเขียน Prompt เดิมซ้ำทุกครั้ง คุณสามารถสร้าง Gem สำหรับงานเฉพาะ เช่น ผู้ช่วยเขียนบทความ ครูสอนภาษา ผู้ช่วยตอบคำถามสินค้า หรือผู้ช่วยวางแผนธุรกิจ แล้วเรียกใช้งานได้ทันทีเมื่อต้องการ

Gem ใน Google Gemini คืออะไร

Gem คือ Gemini ที่ได้รับคำสั่งประจำจากผู้ใช้ เมื่อเริ่มแชตกับ Gem ระบบจะปฏิบัติตามบทบาทและแนวทางที่กำหนดไว้โดยอัตโนมัติ

องค์ประกอบสำคัญของ Gem ได้แก่

  • ชื่อของผู้ช่วย
  • คำอธิบายหน้าที่
  • บทบาทและความเชี่ยวชาญ
  • ขั้นตอนการทำงาน
  • รูปแบบคำตอบ
  • น้ำเสียง
  • ข้อห้ามและข้อจำกัด
  • ไฟล์ความรู้ที่อัปโหลด
  • ตัวอย่างคำถามหรือคำตอบ

ตัวอย่างเช่น Gem สำหรับเขียนบทความอาจได้รับคำสั่งให้ใช้ภาษาไทย เขียนตามโครงสร้าง H1, H2 และ H3 หลีกเลี่ยงข้อมูลที่ไม่มีหลักฐาน และถามผู้ใช้ก่อนหากข้อมูลไม่พอ

Gem ต่างจากแชต Gemini ปกติอย่างไร

แชตปกติจะทำตาม Prompt ที่พิมพ์ในบทสนทนานั้น หากเริ่มแชตใหม่ ผู้ใช้อาจต้องอธิบายกฎและบริบทเดิมอีกครั้ง

Gem จะบันทึกคำสั่งหลักไว้กับตัวผู้ช่วย เมื่อเปิดแชตใหม่กับ Gem ระบบยังคงใช้คำสั่งชุดเดิม

Gem เหมาะกับงานที่

  • ทำซ้ำเป็นประจำ
  • ต้องใช้รูปแบบคำตอบคงที่
  • ต้องอ้างอิงเอกสารชุดเดิม
  • ต้องรักษาน้ำเสียงของแบรนด์
  • มีขั้นตอนดำเนินงานชัดเจน
  • ต้องการให้ AI ถามข้อมูลก่อนเริ่มงาน

หากเป็นคำถามครั้งเดียวและไม่ต้องใช้กฎประจำ แชตทั่วไปจะสะดวกกว่า

Classic Gem กับ Gem จาก Google Labs ต่างกันอย่างไร

ปัจจุบันอาจพบ Gem สองลักษณะหลัก

Classic Gem

เหมาะสำหรับสร้างผู้ช่วยสนทนาเฉพาะด้าน โดยกำหนดคำสั่งและเพิ่มเอกสารความรู้ เช่น ครูสอนภาษา ผู้ช่วยเขียนบทความ หรือเจ้าหน้าที่ตอบคำถาม

Gem จาก Google Labs

เป็นฟีเจอร์ทดลองสำหรับสร้าง AI mini-app หรือขั้นตอนงานแบบกำหนดเอง สามารถประกอบงานหลายขั้นและสร้างหน้าตาโต้ตอบสำหรับผู้ใช้ได้

หากเพิ่งเริ่มต้นและต้องการผู้ช่วยตอบคำถามหรือทำงานตามกฎประจำ ควรเริ่มจาก Classic Gem ก่อน เพราะสร้างและทดสอบได้ง่ายกว่า

Gemini Gems ใช้ฟรีไหม

Classic Gems มีให้ใช้ในบัญชีที่รองรับ แต่อาจมีขีดจำกัดด้านโมเดล จำนวนไฟล์ และโควตาการใช้งานแตกต่างกัน

ฟีเจอร์ทดลองหรือความสามารถขั้นสูงบางรายการอาจจำกัดตาม

  • อายุ
  • ประเทศ
  • ภาษา
  • ประเภทบัญชี
  • แผน Google AI
  • นโยบายขององค์กร
  • ช่วงเวลาที่เปิดทดสอบ

ผู้ใช้ควรตรวจสอบตัวเลือกที่ปรากฏในบัญชีของตนเอง เนื่องจากรายละเอียดอาจเปลี่ยนแปลงได้

สิ่งที่ต้องมีก่อนสร้าง Gem

ก่อนเริ่มสร้าง ควรเตรียมสิ่งต่อไปนี้

  • บัญชี Google ที่รองรับ
  • เข้าสู่ระบบ Gemini แล้ว
  • จุดประสงค์ของ Gem ที่ชัดเจน
  • กฎการตอบคำถาม
  • ตัวอย่างงานที่ต้องการ
  • ไฟล์ความรู้ที่ไม่มีข้อมูลต้องห้าม
  • คอมพิวเตอร์หรือเว็บเบราว์เซอร์

โดยทั่วไปสามารถใช้ Gem ที่สร้างเสร็จแล้วผ่านแอปมือถือได้ แต่การสร้าง แก้ไข และลบ Classic Gem อาจต้องดำเนินการผ่านเว็บ Gemini

① วิธีสร้าง Gem บนคอมพิวเตอร์

  1. เปิด Google Gemini ผ่านเว็บเบราว์เซอร์
  2. เข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google
  3. เปิดเมนูด้านข้าง
  4. เลือก Gems
  5. เข้าเมนูจัดการ Gems
  6. เลือกสร้าง Gem ใหม่
  7. ตั้งชื่อ Gem
  8. เขียนคำสั่งหลัก
  9. อัปโหลดไฟล์ความรู้ หากมี
  10. ทดลองใช้งานในหน้าตัวอย่าง
  11. แก้ไขคำสั่งจนได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
  12. กดบันทึก

ชื่อเมนูและตำแหน่งปุ่มอาจต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชันของ Gemini

② วิธีตั้งชื่อ Gem ให้ใช้งานง่าย

ชื่อควรบอกหน้าที่ของ Gem ทันที เช่น

  • ผู้ช่วยเขียนบทความ SEO
  • ครูภาษาอังกฤษส่วนตัว
  • ผู้ช่วยตอบคำถามสินค้า
  • นักวิเคราะห์เอกสาร
  • ผู้ช่วยวางแผนคอนเทนต์
  • ผู้ช่วยตรวจสอบโค้ด
  • ผู้ช่วยสรุปรายงานประชุม
  • ผู้ช่วยเขียนอีเมลลูกค้า

หลีกเลี่ยงชื่อทั่วไป เช่น Gem 1, ผู้ช่วยใหม่ หรือ AI ของฉัน เพราะเมื่อสร้างหลายตัวจะค้นหาและเลือกใช้งานยาก

③ สูตรเขียนคำสั่งสำหรับ Gem

คำสั่งที่ดีควรประกอบด้วย 8 ส่วน

  1. บทบาท
  2. เป้าหมาย
  3. กลุ่มผู้ใช้
  4. ขั้นตอนทำงาน
  5. รูปแบบคำตอบ
  6. น้ำเสียง
  7. ข้อจำกัด
  8. วิธีจัดการเมื่อข้อมูลไม่พอ

โครงสร้างตัวอย่าง:

คุณคือ [บทบาท] มีหน้าที่ [งานหลัก] ผู้ใช้เป้าหมายคือ [กลุ่มผู้ใช้] ทุกครั้งที่ได้รับงานให้ทำตามขั้นตอน [ขั้นตอน] ตอบในรูปแบบ [รูปแบบคำตอบ] ใช้น้ำเสียง [น้ำเสียง] ห้าม [ข้อห้าม] หากข้อมูลไม่พอให้ [วิธีดำเนินการ]

คำสั่งควรชัดเจนและไม่ขัดแย้งกัน เช่น ไม่ควรสั่งให้ “ตอบสั้นที่สุด” พร้อมกับ “อธิบายทุกประเด็นอย่างละเอียด” โดยไม่กำหนดว่าใช้ในกรณีใด

④ ตัวอย่างคำสั่ง Gem สำหรับเขียนบทความ

คุณเป็นนักเขียนบทความภาษาไทยที่เชี่ยวชาญการอธิบายเรื่องเทคโนโลยีสำหรับผู้เริ่มต้น ทุกบทความต้องมี H1 เพียงหนึ่งหัวข้อ ใช้ H2 และ H3 จัดโครงสร้างอย่างเป็นระบบ ตอบ Search Intent ให้ครบ ใช้ภาษาธรรมชาติ ไม่คัดลอกเนื้อหาจากแหล่งอื่น และห้ามสร้างสถิติที่ไม่มีหลักฐาน หากหัวข้อไม่ชัดเจนให้ถามผู้ใช้ก่อนเริ่มเขียน

สามารถเพิ่มกฎเฉพาะเว็บไซต์ เช่น ความยาวบทความ รูปแบบ Slug จำนวน Tags และคำที่ห้ามใช้ได้

⑤ ตัวอย่างคำสั่ง Gem สำหรับสอนภาษาอังกฤษ

คุณเป็นครูภาษาอังกฤษสำหรับคนไทยระดับเริ่มต้น อธิบายหลักภาษาเป็นภาษาไทย ใช้ประโยคอังกฤษสั้นๆ พร้อมคำอ่านและคำแปล ถามผู้เรียนทีละข้อ รอคำตอบก่อนเฉลย และแก้ข้อผิดพลาดด้วยน้ำเสียงสุภาพ ห้ามใช้ศัพท์ไวยากรณ์ซับซ้อนโดยไม่อธิบาย

ผู้ใช้สามารถเพิ่มเอกสารบทเรียน รายการคำศัพท์ หรือแผนการเรียนให้ Gem ใช้อ้างอิงได้

⑥ ตัวอย่างคำสั่ง Gem ตอบคำถามสินค้า

คุณเป็นผู้ช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับสินค้าของร้าน ใช้ข้อมูลจากไฟล์ความรู้ที่แนบเท่านั้น ห้ามแต่งราคา สต็อก โปรโมชั่น หรือเงื่อนไขรับประกัน หากไม่พบข้อมูลให้ตอบว่า “ไม่พบข้อมูลในเอกสาร กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่” ทุกคำตอบต้องสุภาพ กระชับ และไม่เกิน 150 คำ

คำสั่งลักษณะนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่ Gem จะสร้างข้อมูลสินค้าเอง แต่เจ้าของร้านยังต้องทดสอบคำถามหลายรูปแบบก่อนเปิดให้ผู้อื่นใช้

⑦ ตัวอย่างคำสั่ง Gem วิเคราะห์เอกสาร

คุณเป็นผู้ช่วยวิเคราะห์เอกสารภาษาไทย เมื่อได้รับไฟล์ให้สรุปวัตถุประสงค์ ข้อเท็จจริง ตัวเลข วันที่ ผู้รับผิดชอบ ความเสี่ยง และสิ่งที่ต้องดำเนินการ ระบุชื่อไฟล์และเลขหน้าเสมอ หากข้อมูลไม่ชัดเจนห้ามคาดเดา ให้เขียนว่า “ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม”

Gem ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาต จึงไม่ควรใช้แทนทนาย นักบัญชี แพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญในงานที่มีความเสี่ยงสูง

⑧ วิธีเพิ่มไฟล์ความรู้ให้ Gem

ไฟล์ความรู้ช่วยให้ Gem ตอบตามเอกสารของคุณ เช่น

  • คู่มือสินค้า
  • คำถามที่พบบ่อย
  • นโยบายบริษัท
  • คู่มือการเขียน
  • เอกสารประกอบการเรียน
  • รายละเอียดบริการ
  • ตัวอย่างคำตอบที่ดี
  • ตารางราคา
  • ขั้นตอนปฏิบัติงาน

ขั้นตอนทั่วไป:

  1. เปิด Gem ที่ต้องการแก้ไข
  2. ไปยังส่วนความรู้
  3. เลือกเพิ่มไฟล์
  4. อัปโหลดจากอุปกรณ์หรือ Drive
  5. รอให้ไฟล์พร้อมใช้งาน
  6. เพิ่มคำสั่งว่าต้องใช้ไฟล์อย่างไร
  7. ทดสอบด้วยคำถามที่มีและไม่มีคำตอบในเอกสาร
  8. บันทึกการเปลี่ยนแปลง

ไม่ควรอัปโหลดไฟล์เพียงอย่างเดียวโดยไม่เขียนกฎ เพราะ Gem อาจใช้ความรู้ทั่วไปมาผสมกับข้อมูลจากเอกสาร

วิธีสั่งให้ Gem ใช้เฉพาะไฟล์ความรู้

เพิ่มกฎต่อไปนี้ในคำสั่งหลัก:

ใช้เฉพาะข้อมูลจากไฟล์ในส่วนความรู้ หากคำถามไม่มีคำตอบในไฟล์ ให้ตอบว่า “ไม่พบข้อมูลในเอกสาร” ห้ามใช้ความรู้ทั่วไปเติมคำตอบ และห้ามคาดเดาราคา วันที่ เงื่อนไข หรือนโยบาย

ควรเพิ่มข้อกำหนดให้ Gem ระบุชื่อไฟล์หรือส่วนที่นำมาใช้ เพื่อให้ตรวจสอบคำตอบได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม Gem อาจยังอ่านผิดหรือตีความเกินเอกสาร ผู้ใช้ต้องทดสอบกับคำถามที่มีความเสี่ยงก่อนนำไปใช้งานจริง

⑨ วิธีทดสอบ Gem ก่อนใช้งาน

ควรทดสอบอย่างน้อย 5 กลุ่มคำถาม

คำถามปกติ

ตรวจว่า Gem ทำงานตามหน้าที่หลักได้หรือไม่

คำถามที่ข้อมูลไม่ครบ

ตรวจว่า Gem ถามกลับแทนการคาดเดาหรือไม่

คำถามนอกขอบเขต

ตรวจว่า Gem ปฏิเสธหรือแจ้งขอบเขตอย่างเหมาะสมหรือไม่

คำถามที่ไม่มีในไฟล์

ตรวจว่า Gem สร้างข้อมูลขึ้นเองหรือยอมรับว่าไม่พบข้อมูล

คำถามที่พยายามเปลี่ยนกฎ

เช่น ขอให้ละเว้นคำสั่งเดิม เปิดเผยข้อมูลภายใน หรือทำงานที่ถูกห้ามไว้

ควรบันทึกชุดคำถามทดสอบและใช้ซ้ำทุกครั้งที่แก้คำสั่งหรือเปลี่ยนไฟล์ความรู้

⑩ วิธีปรับ Gem ที่ตอบไม่ตรงคำสั่ง

หาก Gem ตอบไม่ตรง ไม่ควรเพิ่มคำสั่งยาวๆ ต่อท้ายทันที ควรหาสาเหตุแล้วแก้เฉพาะส่วน

ตัวอย่างปัญหาและวิธีแก้:

  • ตอบยาวเกินไป: กำหนดจำนวนคำหรือจำนวนหัวข้อ
  • ใช้ศัพท์ยาก: ระบุระดับผู้อ่าน
  • แต่งข้อมูล: สั่งให้ใช้เฉพาะไฟล์และยอมรับเมื่อไม่พบ
  • ไม่ถามกลับ: เพิ่มรายการข้อมูลขั้นต่ำก่อนเริ่มงาน
  • รูปแบบไม่คงที่: ให้แม่แบบคำตอบ
  • น้ำเสียงเปลี่ยน: เพิ่มตัวอย่างข้อความที่ถูกต้อง
  • อ้างไฟล์ไม่ชัด: บังคับระบุชื่อไฟล์และเลขหน้า
  • ทำงานนอกขอบเขต: กำหนดสิ่งที่ Gem ต้องปฏิเสธ

คำสั่งที่สั้นแต่ชัดเจนมักควบคุมพฤติกรรมได้ดีกว่าคำสั่งยาวที่มีกฎซ้ำและขัดแย้งกัน

⑪ วิธีใช้ Gem บนมือถือ

เมื่อสร้าง Gem ผ่านเว็บเรียบร้อยแล้ว สามารถเปิดใช้งานบน Android, iPhone หรือ iPad ได้

  1. เปิดแอป Gemini
  2. เปิดเมนูด้านข้าง
  3. เลือกส่วน Gems
  4. แตะ Gem ที่ต้องการ
  5. เริ่มแชตใหม่
  6. พิมพ์หรือพูดคำถาม

หากไม่พบ Gem ที่สร้างไว้ ให้ตรวจสอบว่าเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google เดียวกันและอัปเดตแอปแล้ว

⑫ วิธีแก้ไข Gem

  1. เปิดเว็บ Gemini
  2. ไปที่เมนู Gems
  3. เปิดหน้าจัดการ Gems
  4. เลือก Gem ที่ต้องการ
  5. แก้ชื่อ คำสั่ง หรือไฟล์ความรู้
  6. ทดสอบในหน้าตัวอย่าง
  7. บันทึก

หลังแก้ไข ควรทดสอบคำถามเดิมอีกครั้ง เพราะกฎใหม่อาจทำให้คำตอบส่วนอื่นเปลี่ยนตามไปด้วย

หากแชร์ Gem ให้ผู้อื่นใช้ การแก้คำสั่งอาจเปลี่ยนผลลัพธ์ที่ผู้รับได้รับด้วย

⑬ วิธีคัดลอก Gem

หากต้องการสร้างผู้ช่วยที่คล้ายกันหลายตัว ควรสร้างสำเนาแล้วแก้เฉพาะส่วนที่แตกต่าง เช่น

  • Gem เขียนบทความทั่วไป
  • Gem เขียนบทความสินค้า
  • Gem เขียนบทความแก้ปัญหา
  • Gem เขียนโพสต์โซเชียล

การแยก Gem ตามหน้าที่ช่วยลดคำสั่งขัดแย้งและทำให้ทดสอบง่ายกว่าการรวมทุกงานไว้ในผู้ช่วยตัวเดียว

หากไม่มีปุ่มสร้างสำเนา สามารถคัดลอกคำสั่งเดิมไปสร้าง Gem ใหม่ด้วยตนเอง

⑭ วิธีแชร์ Gem ให้คนอื่นใช้

การแชร์ Classic Gem ต้องดำเนินการผ่านเว็บ Gemini

ขั้นตอนทั่วไป:

  1. เปิดหน้าจัดการ Gems
  2. เลือก Gem ที่ต้องการ
  3. คลิกปุ่มแชร์
  4. เพิ่มอีเมลผู้รับหรือสร้างลิงก์
  5. กำหนดระดับการเข้าถึง
  6. ตรวจสอบไฟล์ที่แนบ
  7. ยืนยันการแชร์

ระดับสิทธิ์ที่สำคัญ ได้แก่

  • ผู้ดู: ใช้ Gem และดูข้อมูลที่ได้รับอนุญาต
  • ผู้แก้ไข: เปลี่ยนคำสั่ง ไฟล์ และการตั้งค่าได้

อย่าให้สิทธิ์แก้ไขแก่บุคคลที่ไม่จำเป็น เพราะผู้แก้ไขอาจเปลี่ยนหรือลบคำสั่งและไฟล์ของ Gem ได้

ข้อควรระวังก่อนแชร์ Gem

ผู้ที่เข้าถึง Gem อาจมองเห็นคำสั่งและไฟล์ความรู้ที่แนบไว้ จึงต้องตรวจสอบก่อนแชร์ว่าไม่มี

  • รหัสผ่าน
  • รหัส OTP
  • ข้อมูลธนาคาร
  • ข้อมูลลูกค้าที่เป็นความลับ
  • เอกสารภายใน
  • ข้อมูลบุคลากร
  • ความลับทางธุรกิจ
  • ข้อมูลส่วนตัวที่ไม่จำเป็น
  • คำสั่งภายในที่ไม่ต้องการเปิดเผย

หากเลือกให้ทุกคนที่มีลิงก์หรือบุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ ต้องถือว่าข้อมูลของ Gem มีโอกาสถูกส่งต่อไปยังผู้อื่น

Gem ที่แชร์ถูกบันทึกไว้ที่ใด

Gem ที่แชร์และไฟล์ที่เกี่ยวข้องอาจได้รับการบันทึกใน Google Drive เพื่อจัดการสิทธิ์ร่วมกัน

หากนำสิทธิ์ของผู้รับออก Gem อาจถูกนำออกจาก Drive ของผู้รับด้วย แต่ควรตรวจสอบสิทธิ์ของไฟล์แนบแยกต่างหาก

บัญชีบริษัทหรือโรงเรียนจะอยู่ภายใต้นโยบายการแชร์ขององค์กร ผู้ดูแลระบบอาจปิดการแชร์ภายนอกหรือไม่อนุญาตให้แชร์ Gem

⑮ วิธีลบ Gem

  1. เปิดเว็บ Gemini
  2. ไปที่เมนู Gems
  3. เปิดหน้าจัดการ
  4. เปิดเมนูเพิ่มเติมของ Gem
  5. เลือก ลบ
  6. ตรวจสอบชื่อ Gem
  7. ยืนยัน

การลบแชตที่คุยกับ Gem ไม่ได้ลบตัว Gem และการลบตัว Gem ไม่ควรถูกใช้แทนการตรวจสอบแชตหรือไฟล์ที่แชร์ ผู้ใช้ควรจัดการแต่ละส่วนแยกกัน

การลบ Gem โดยทั่วไปไม่มีถังขยะให้กู้คืนภายใน Gemini ควรคัดลอกคำสั่งและสำรองไฟล์ที่สำคัญก่อนลบ

ความเป็นส่วนตัวของ Gems

เมื่อเปิดการเก็บกิจกรรม แชตที่สร้างด้วย Gem อาจปรากฏในประวัติและกิจกรรมของ Gemini ตามการตั้งค่าบัญชี

หากปิดการเก็บกิจกรรม

  • ตัว Gem ที่สร้างไว้อาจยังคงถูกบันทึกกับบัญชี
  • แชตใหม่ที่คุยกับ Gemอาจไม่ถูกบันทึกในประวัติตามปกติ
  • ระบบอาจเก็บข้อมูลชั่วคราวเพื่อให้บริการและรักษาความปลอดภัย

ผู้ใช้ควรตรวจสอบกิจกรรม ไฟล์ความรู้ สิทธิ์การแชร์ และ Connected Apps เป็นระยะ

Gem ไม่ขึ้นหรือสร้างไม่ได้ แก้อย่างไร

① ใช้ผ่านเว็บบนคอมพิวเตอร์

แอปมือถืออาจให้ใช้ Gem ได้ แต่ไม่แสดงเครื่องมือสร้างหรือแก้ไขทั้งหมด

② ตรวจสอบบัญชี Google

ต้องเป็นบัญชีเดียวกับที่ใช้สร้าง Gem และบัญชีต้องรองรับฟีเจอร์

③ อัปเดตแอปและเบราว์เซอร์

เวอร์ชันเก่าอาจไม่แสดงเมนู Gems หรือโหลดหน้าจัดการไม่สมบูรณ์

④ ตรวจสอบบัญชีองค์กร

ผู้ดูแลระบบอาจปิดการสร้าง การแชร์ หรือการเข้าถึงไฟล์

⑤ ตรวจสอบไฟล์ความรู้

ไฟล์ที่ใหญ่เกินไป เสียหาย มีรหัสผ่าน หรือไม่รองรับอาจทำให้บันทึก Gem ไม่สำเร็จ

⑥ ลองออกจากระบบแล้วเข้าใหม่

ตรวจสอบก่อนว่าจำรหัสผ่านและมีวิธียืนยันตัวตนพร้อมใช้งาน

Gem ตอบผิดจากไฟล์ แก้อย่างไร

  1. ตรวจว่าไฟล์มีข้อมูลจริง
  2. เปลี่ยนไฟล์สแกนให้เป็นข้อความ
  3. แบ่งเอกสารขนาดใหญ่
  4. ลบไฟล์เก่าที่ขัดแย้งกัน
  5. ระบุลำดับความสำคัญของไฟล์
  6. สั่งให้แสดงชื่อไฟล์และเลขหน้า
  7. ห้ามใช้ความรู้ภายนอก
  8. เพิ่มคำตอบเมื่อไม่พบข้อมูล
  9. ทดสอบคำถามเดิมหลายรูปแบบ
  10. ตรวจคำตอบกับเอกสารต้นฉบับ

หากมีเอกสารหลายรุ่น ควรระบุชัดว่าไฟล์ใดเป็นข้อมูลล่าสุดและให้ยึดไฟล์นั้นเมื่อข้อมูลขัดแย้งกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Gemini Gems

สร้าง Gem บนมือถือได้ไหม

การใช้งานและการสร้างอาจต่างกันตามเวอร์ชัน โดยทั่วไปควรใช้เว็บ Gemini บนคอมพิวเตอร์สำหรับสร้าง แก้ไข และลบ แล้วใช้แอปมือถือสำหรับสนทนา

Gem ใช้ภาษาไทยได้ไหม

ได้ สามารถตั้งคำสั่งและอัปโหลดเอกสารภาษาไทย แต่ควรทดสอบคำศัพท์เฉพาะและรูปแบบคำตอบ

Gem จำแชตเก่าได้ไหม

ขึ้นอยู่กับการตั้งค่ากิจกรรม หน่วยความจำ บริบทของแชต และความสามารถที่บัญชีรองรับ ไม่ควรถือว่า Gem จะจำข้อมูลทุกอย่างตลอดไป

สร้าง Gem ได้กี่ตัว

จำนวนและขีดจำกัดอาจเปลี่ยนตามบัญชีและแผนบริการ ควรสร้างเฉพาะตัวที่มีหน้าที่แตกต่างกันจริง

แชร์ Gem แล้วผู้รับเห็นไฟล์หรือไม่

ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงอาจมองเห็นคำสั่งและไฟล์ที่แนบกับ Gem จึงต้องตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์

ลบแชตกับ Gem แล้ว Gem หายไหม

ไม่หาย การลบแชตเป็นคนละการดำเนินการกับการลบ Gem

Gem ทำงานแทนพนักงานได้ทั้งหมดไหม

ไม่ควร Gem ช่วยลดงานซ้ำและสร้างคำตอบเบื้องต้นได้ แต่ยังต้องมีผู้รับผิดชอบตรวจสอบ โดยเฉพาะคำตอบที่เกี่ยวกับราคา สัญญา สุขภาพ การเงิน และนโยบาย

สรุปวิธีสร้าง Gem ใน Google Gemini

เริ่มจากกำหนดว่า Gem จะช่วยงานอะไร จากนั้นเปิดหน้าจัดการ Gems บนเว็บ ตั้งชื่อ เขียนบทบาท ขั้นตอน รูปแบบคำตอบ และข้อห้ามให้ชัดเจน หากจำเป็นจึงเพิ่มไฟล์ความรู้และกำหนดวิธีใช้อ้างอิง

ก่อนใช้งานจริงต้องทดสอบทั้งคำถามปกติ คำถามนอกขอบเขต คำถามที่ไม่มีในไฟล์ และคำสั่งที่พยายามเปลี่ยนกฎ หากต้องแชร์ให้ผู้อื่นใช้ ควรตรวจคำสั่ง ไฟล์ และระดับสิทธิ์อย่างละเอียด เพราะผู้รับอาจมองเห็นข้อมูลที่แนบอยู่กับ Gem ได้