Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Gem คือผู้ช่วย AI แบบกำหนดเองใน Google Gemini ผู้ใช้สามารถตั้งบทบาท วิธีตอบ น้ำเสียง ขั้นตอนทำงาน และอัปโหลดเอกสารความรู้ให้ Gem ใช้อ้างอิงได้
แทนที่จะเขียน Prompt เดิมซ้ำทุกครั้ง คุณสามารถสร้าง Gem สำหรับงานเฉพาะ เช่น ผู้ช่วยเขียนบทความ ครูสอนภาษา ผู้ช่วยตอบคำถามสินค้า หรือผู้ช่วยวางแผนธุรกิจ แล้วเรียกใช้งานได้ทันทีเมื่อต้องการ
Gem คือ Gemini ที่ได้รับคำสั่งประจำจากผู้ใช้ เมื่อเริ่มแชตกับ Gem ระบบจะปฏิบัติตามบทบาทและแนวทางที่กำหนดไว้โดยอัตโนมัติ
องค์ประกอบสำคัญของ Gem ได้แก่
ตัวอย่างเช่น Gem สำหรับเขียนบทความอาจได้รับคำสั่งให้ใช้ภาษาไทย เขียนตามโครงสร้าง H1, H2 และ H3 หลีกเลี่ยงข้อมูลที่ไม่มีหลักฐาน และถามผู้ใช้ก่อนหากข้อมูลไม่พอ
แชตปกติจะทำตาม Prompt ที่พิมพ์ในบทสนทนานั้น หากเริ่มแชตใหม่ ผู้ใช้อาจต้องอธิบายกฎและบริบทเดิมอีกครั้ง
Gem จะบันทึกคำสั่งหลักไว้กับตัวผู้ช่วย เมื่อเปิดแชตใหม่กับ Gem ระบบยังคงใช้คำสั่งชุดเดิม
Gem เหมาะกับงานที่
หากเป็นคำถามครั้งเดียวและไม่ต้องใช้กฎประจำ แชตทั่วไปจะสะดวกกว่า
ปัจจุบันอาจพบ Gem สองลักษณะหลัก
เหมาะสำหรับสร้างผู้ช่วยสนทนาเฉพาะด้าน โดยกำหนดคำสั่งและเพิ่มเอกสารความรู้ เช่น ครูสอนภาษา ผู้ช่วยเขียนบทความ หรือเจ้าหน้าที่ตอบคำถาม
เป็นฟีเจอร์ทดลองสำหรับสร้าง AI mini-app หรือขั้นตอนงานแบบกำหนดเอง สามารถประกอบงานหลายขั้นและสร้างหน้าตาโต้ตอบสำหรับผู้ใช้ได้
หากเพิ่งเริ่มต้นและต้องการผู้ช่วยตอบคำถามหรือทำงานตามกฎประจำ ควรเริ่มจาก Classic Gem ก่อน เพราะสร้างและทดสอบได้ง่ายกว่า
Classic Gems มีให้ใช้ในบัญชีที่รองรับ แต่อาจมีขีดจำกัดด้านโมเดล จำนวนไฟล์ และโควตาการใช้งานแตกต่างกัน
ฟีเจอร์ทดลองหรือความสามารถขั้นสูงบางรายการอาจจำกัดตาม
ผู้ใช้ควรตรวจสอบตัวเลือกที่ปรากฏในบัญชีของตนเอง เนื่องจากรายละเอียดอาจเปลี่ยนแปลงได้
ก่อนเริ่มสร้าง ควรเตรียมสิ่งต่อไปนี้
โดยทั่วไปสามารถใช้ Gem ที่สร้างเสร็จแล้วผ่านแอปมือถือได้ แต่การสร้าง แก้ไข และลบ Classic Gem อาจต้องดำเนินการผ่านเว็บ Gemini
ชื่อเมนูและตำแหน่งปุ่มอาจต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชันของ Gemini
ชื่อควรบอกหน้าที่ของ Gem ทันที เช่น
หลีกเลี่ยงชื่อทั่วไป เช่น Gem 1, ผู้ช่วยใหม่ หรือ AI ของฉัน เพราะเมื่อสร้างหลายตัวจะค้นหาและเลือกใช้งานยาก
คำสั่งที่ดีควรประกอบด้วย 8 ส่วน
โครงสร้างตัวอย่าง:
คุณคือ [บทบาท] มีหน้าที่ [งานหลัก] ผู้ใช้เป้าหมายคือ [กลุ่มผู้ใช้] ทุกครั้งที่ได้รับงานให้ทำตามขั้นตอน [ขั้นตอน] ตอบในรูปแบบ [รูปแบบคำตอบ] ใช้น้ำเสียง [น้ำเสียง] ห้าม [ข้อห้าม] หากข้อมูลไม่พอให้ [วิธีดำเนินการ]
คำสั่งควรชัดเจนและไม่ขัดแย้งกัน เช่น ไม่ควรสั่งให้ “ตอบสั้นที่สุด” พร้อมกับ “อธิบายทุกประเด็นอย่างละเอียด” โดยไม่กำหนดว่าใช้ในกรณีใด
คุณเป็นนักเขียนบทความภาษาไทยที่เชี่ยวชาญการอธิบายเรื่องเทคโนโลยีสำหรับผู้เริ่มต้น ทุกบทความต้องมี H1 เพียงหนึ่งหัวข้อ ใช้ H2 และ H3 จัดโครงสร้างอย่างเป็นระบบ ตอบ Search Intent ให้ครบ ใช้ภาษาธรรมชาติ ไม่คัดลอกเนื้อหาจากแหล่งอื่น และห้ามสร้างสถิติที่ไม่มีหลักฐาน หากหัวข้อไม่ชัดเจนให้ถามผู้ใช้ก่อนเริ่มเขียน
สามารถเพิ่มกฎเฉพาะเว็บไซต์ เช่น ความยาวบทความ รูปแบบ Slug จำนวน Tags และคำที่ห้ามใช้ได้
คุณเป็นครูภาษาอังกฤษสำหรับคนไทยระดับเริ่มต้น อธิบายหลักภาษาเป็นภาษาไทย ใช้ประโยคอังกฤษสั้นๆ พร้อมคำอ่านและคำแปล ถามผู้เรียนทีละข้อ รอคำตอบก่อนเฉลย และแก้ข้อผิดพลาดด้วยน้ำเสียงสุภาพ ห้ามใช้ศัพท์ไวยากรณ์ซับซ้อนโดยไม่อธิบาย
ผู้ใช้สามารถเพิ่มเอกสารบทเรียน รายการคำศัพท์ หรือแผนการเรียนให้ Gem ใช้อ้างอิงได้
คุณเป็นผู้ช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับสินค้าของร้าน ใช้ข้อมูลจากไฟล์ความรู้ที่แนบเท่านั้น ห้ามแต่งราคา สต็อก โปรโมชั่น หรือเงื่อนไขรับประกัน หากไม่พบข้อมูลให้ตอบว่า “ไม่พบข้อมูลในเอกสาร กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่” ทุกคำตอบต้องสุภาพ กระชับ และไม่เกิน 150 คำ
คำสั่งลักษณะนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่ Gem จะสร้างข้อมูลสินค้าเอง แต่เจ้าของร้านยังต้องทดสอบคำถามหลายรูปแบบก่อนเปิดให้ผู้อื่นใช้
คุณเป็นผู้ช่วยวิเคราะห์เอกสารภาษาไทย เมื่อได้รับไฟล์ให้สรุปวัตถุประสงค์ ข้อเท็จจริง ตัวเลข วันที่ ผู้รับผิดชอบ ความเสี่ยง และสิ่งที่ต้องดำเนินการ ระบุชื่อไฟล์และเลขหน้าเสมอ หากข้อมูลไม่ชัดเจนห้ามคาดเดา ให้เขียนว่า “ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม”
Gem ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาต จึงไม่ควรใช้แทนทนาย นักบัญชี แพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญในงานที่มีความเสี่ยงสูง
ไฟล์ความรู้ช่วยให้ Gem ตอบตามเอกสารของคุณ เช่น
ขั้นตอนทั่วไป:
ไม่ควรอัปโหลดไฟล์เพียงอย่างเดียวโดยไม่เขียนกฎ เพราะ Gem อาจใช้ความรู้ทั่วไปมาผสมกับข้อมูลจากเอกสาร
เพิ่มกฎต่อไปนี้ในคำสั่งหลัก:
ใช้เฉพาะข้อมูลจากไฟล์ในส่วนความรู้ หากคำถามไม่มีคำตอบในไฟล์ ให้ตอบว่า “ไม่พบข้อมูลในเอกสาร” ห้ามใช้ความรู้ทั่วไปเติมคำตอบ และห้ามคาดเดาราคา วันที่ เงื่อนไข หรือนโยบาย
ควรเพิ่มข้อกำหนดให้ Gem ระบุชื่อไฟล์หรือส่วนที่นำมาใช้ เพื่อให้ตรวจสอบคำตอบได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม Gem อาจยังอ่านผิดหรือตีความเกินเอกสาร ผู้ใช้ต้องทดสอบกับคำถามที่มีความเสี่ยงก่อนนำไปใช้งานจริง
ควรทดสอบอย่างน้อย 5 กลุ่มคำถาม
ตรวจว่า Gem ทำงานตามหน้าที่หลักได้หรือไม่
ตรวจว่า Gem ถามกลับแทนการคาดเดาหรือไม่
ตรวจว่า Gem ปฏิเสธหรือแจ้งขอบเขตอย่างเหมาะสมหรือไม่
ตรวจว่า Gem สร้างข้อมูลขึ้นเองหรือยอมรับว่าไม่พบข้อมูล
เช่น ขอให้ละเว้นคำสั่งเดิม เปิดเผยข้อมูลภายใน หรือทำงานที่ถูกห้ามไว้
ควรบันทึกชุดคำถามทดสอบและใช้ซ้ำทุกครั้งที่แก้คำสั่งหรือเปลี่ยนไฟล์ความรู้
หาก Gem ตอบไม่ตรง ไม่ควรเพิ่มคำสั่งยาวๆ ต่อท้ายทันที ควรหาสาเหตุแล้วแก้เฉพาะส่วน
ตัวอย่างปัญหาและวิธีแก้:
คำสั่งที่สั้นแต่ชัดเจนมักควบคุมพฤติกรรมได้ดีกว่าคำสั่งยาวที่มีกฎซ้ำและขัดแย้งกัน
เมื่อสร้าง Gem ผ่านเว็บเรียบร้อยแล้ว สามารถเปิดใช้งานบน Android, iPhone หรือ iPad ได้
หากไม่พบ Gem ที่สร้างไว้ ให้ตรวจสอบว่าเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google เดียวกันและอัปเดตแอปแล้ว
หลังแก้ไข ควรทดสอบคำถามเดิมอีกครั้ง เพราะกฎใหม่อาจทำให้คำตอบส่วนอื่นเปลี่ยนตามไปด้วย
หากแชร์ Gem ให้ผู้อื่นใช้ การแก้คำสั่งอาจเปลี่ยนผลลัพธ์ที่ผู้รับได้รับด้วย
หากต้องการสร้างผู้ช่วยที่คล้ายกันหลายตัว ควรสร้างสำเนาแล้วแก้เฉพาะส่วนที่แตกต่าง เช่น
การแยก Gem ตามหน้าที่ช่วยลดคำสั่งขัดแย้งและทำให้ทดสอบง่ายกว่าการรวมทุกงานไว้ในผู้ช่วยตัวเดียว
หากไม่มีปุ่มสร้างสำเนา สามารถคัดลอกคำสั่งเดิมไปสร้าง Gem ใหม่ด้วยตนเอง
การแชร์ Classic Gem ต้องดำเนินการผ่านเว็บ Gemini
ขั้นตอนทั่วไป:
ระดับสิทธิ์ที่สำคัญ ได้แก่
อย่าให้สิทธิ์แก้ไขแก่บุคคลที่ไม่จำเป็น เพราะผู้แก้ไขอาจเปลี่ยนหรือลบคำสั่งและไฟล์ของ Gem ได้
ผู้ที่เข้าถึง Gem อาจมองเห็นคำสั่งและไฟล์ความรู้ที่แนบไว้ จึงต้องตรวจสอบก่อนแชร์ว่าไม่มี
หากเลือกให้ทุกคนที่มีลิงก์หรือบุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ ต้องถือว่าข้อมูลของ Gem มีโอกาสถูกส่งต่อไปยังผู้อื่น
Gem ที่แชร์และไฟล์ที่เกี่ยวข้องอาจได้รับการบันทึกใน Google Drive เพื่อจัดการสิทธิ์ร่วมกัน
หากนำสิทธิ์ของผู้รับออก Gem อาจถูกนำออกจาก Drive ของผู้รับด้วย แต่ควรตรวจสอบสิทธิ์ของไฟล์แนบแยกต่างหาก
บัญชีบริษัทหรือโรงเรียนจะอยู่ภายใต้นโยบายการแชร์ขององค์กร ผู้ดูแลระบบอาจปิดการแชร์ภายนอกหรือไม่อนุญาตให้แชร์ Gem
การลบแชตที่คุยกับ Gem ไม่ได้ลบตัว Gem และการลบตัว Gem ไม่ควรถูกใช้แทนการตรวจสอบแชตหรือไฟล์ที่แชร์ ผู้ใช้ควรจัดการแต่ละส่วนแยกกัน
การลบ Gem โดยทั่วไปไม่มีถังขยะให้กู้คืนภายใน Gemini ควรคัดลอกคำสั่งและสำรองไฟล์ที่สำคัญก่อนลบ
เมื่อเปิดการเก็บกิจกรรม แชตที่สร้างด้วย Gem อาจปรากฏในประวัติและกิจกรรมของ Gemini ตามการตั้งค่าบัญชี
หากปิดการเก็บกิจกรรม
ผู้ใช้ควรตรวจสอบกิจกรรม ไฟล์ความรู้ สิทธิ์การแชร์ และ Connected Apps เป็นระยะ
แอปมือถืออาจให้ใช้ Gem ได้ แต่ไม่แสดงเครื่องมือสร้างหรือแก้ไขทั้งหมด
ต้องเป็นบัญชีเดียวกับที่ใช้สร้าง Gem และบัญชีต้องรองรับฟีเจอร์
เวอร์ชันเก่าอาจไม่แสดงเมนู Gems หรือโหลดหน้าจัดการไม่สมบูรณ์
ผู้ดูแลระบบอาจปิดการสร้าง การแชร์ หรือการเข้าถึงไฟล์
ไฟล์ที่ใหญ่เกินไป เสียหาย มีรหัสผ่าน หรือไม่รองรับอาจทำให้บันทึก Gem ไม่สำเร็จ
ตรวจสอบก่อนว่าจำรหัสผ่านและมีวิธียืนยันตัวตนพร้อมใช้งาน
หากมีเอกสารหลายรุ่น ควรระบุชัดว่าไฟล์ใดเป็นข้อมูลล่าสุดและให้ยึดไฟล์นั้นเมื่อข้อมูลขัดแย้งกัน
การใช้งานและการสร้างอาจต่างกันตามเวอร์ชัน โดยทั่วไปควรใช้เว็บ Gemini บนคอมพิวเตอร์สำหรับสร้าง แก้ไข และลบ แล้วใช้แอปมือถือสำหรับสนทนา
ได้ สามารถตั้งคำสั่งและอัปโหลดเอกสารภาษาไทย แต่ควรทดสอบคำศัพท์เฉพาะและรูปแบบคำตอบ
ขึ้นอยู่กับการตั้งค่ากิจกรรม หน่วยความจำ บริบทของแชต และความสามารถที่บัญชีรองรับ ไม่ควรถือว่า Gem จะจำข้อมูลทุกอย่างตลอดไป
จำนวนและขีดจำกัดอาจเปลี่ยนตามบัญชีและแผนบริการ ควรสร้างเฉพาะตัวที่มีหน้าที่แตกต่างกันจริง
ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงอาจมองเห็นคำสั่งและไฟล์ที่แนบกับ Gem จึงต้องตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์
ไม่หาย การลบแชตเป็นคนละการดำเนินการกับการลบ Gem
ไม่ควร Gem ช่วยลดงานซ้ำและสร้างคำตอบเบื้องต้นได้ แต่ยังต้องมีผู้รับผิดชอบตรวจสอบ โดยเฉพาะคำตอบที่เกี่ยวกับราคา สัญญา สุขภาพ การเงิน และนโยบาย
เริ่มจากกำหนดว่า Gem จะช่วยงานอะไร จากนั้นเปิดหน้าจัดการ Gems บนเว็บ ตั้งชื่อ เขียนบทบาท ขั้นตอน รูปแบบคำตอบ และข้อห้ามให้ชัดเจน หากจำเป็นจึงเพิ่มไฟล์ความรู้และกำหนดวิธีใช้อ้างอิง
ก่อนใช้งานจริงต้องทดสอบทั้งคำถามปกติ คำถามนอกขอบเขต คำถามที่ไม่มีในไฟล์ และคำสั่งที่พยายามเปลี่ยนกฎ หากต้องแชร์ให้ผู้อื่นใช้ ควรตรวจคำสั่ง ไฟล์ และระดับสิทธิ์อย่างละเอียด เพราะผู้รับอาจมองเห็นข้อมูลที่แนบอยู่กับ Gem ได้