Microsoft Copilot vs Google Gemini ตัวไหนดีกว่า? เทียบฟีเจอร์ ราคา และการใช้งานจริง

Microsoft Copilot vs Google Gemini ตัวไหนดีกว่าในปี 2026? ทั้งสองเป็นผู้ช่วย AI ที่สามารถตอบคำถาม เขียนบทความ สรุปเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล ค้นคว้าข้อมูล และสร้างเนื้อหาได้ แต่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในเรื่องระบบนิเวศที่เชื่อมต่อ เครื่องมือทำงานร่วมกัน แพ็กเกจ และข้อจำกัดการใช้งาน

Microsoft Copilot เหมาะกับผู้ที่ใช้ Windows 11, Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Microsoft Teams เป็นหลัก โดยเฉพาะเมื่อมี Microsoft 365 ที่ได้รับสิทธิ์ Copilot ส่วน Google Gemini เหมาะกับผู้ที่ใช้ Gmail, Google Docs, Google Sheets, Google Drive และ Google Workspace เป็นประจำ และต้องการใช้ AI ร่วมกับระบบของ Google

สำหรับการเขียนบทความ SEO การวิเคราะห์ PDF การช่วยเขียนโค้ด และการสร้างภาพ ทั้งสองมีความสามารถที่นำมาใช้งานได้ แต่ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะฟันธงว่าเครื่องมือใดเหนือกว่าในทุกสถานการณ์

สรุปคำตอบ: หากทำงานใน Microsoft 365 ให้เริ่มพิจารณา Copilot หากทำงานใน Google Workspace ให้เริ่มพิจารณา Gemini แต่ถ้าต้องการ AI สำหรับงานทั่วไป แนะนำให้ทดลองเวอร์ชันฟรีของทั้งสองด้วยคำสั่งเดียวกันก่อนสมัครแพ็กเกจเสียเงิน

บทความนี้จาก comsiam จะเปรียบเทียบ Microsoft Copilot กับ Google Gemini ครบ 10 ด้าน พร้อมข้อมูลแพ็กเกจ ราคาในประเทศไทย วิธีเลือกสำหรับคนทำงาน นักเรียน เจ้าของเว็บไซต์ WordPress และองค์กร รวมถึงตัวอย่าง Prompt สำหรับทดสอบด้วยตนเอง

① Microsoft Copilot คืออะไร?

Microsoft Copilot คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ผู้ช่วย AI ของ Microsoft สำหรับการสนทนา ค้นคว้า สร้างเนื้อหา และช่วยทำงานกับซอฟต์แวร์ที่รองรับ

ความสามารถแตกต่างตามประเภทผลิตภัณฑ์ เช่น

  • Microsoft Copilot สำหรับผู้ใช้ทั่วไป
  • Copilot ใน Microsoft 365 Personal และ Family
  • Copilot ใน Microsoft 365 Premium
  • Microsoft 365 Copilot Chat สำหรับองค์กร
  • Microsoft 365 Copilot สำหรับการทำงานกับข้อมูลบริษัท

Microsoft Copilot ทำอะไรได้บ้าง?

  • ถามตอบข้อมูลทั่วไป
  • ช่วยเขียนและปรับปรุงข้อความ
  • ค้นคว้าข้อมูล
  • สรุปเอกสาร
  • สร้างภาพในฟีเจอร์ที่รองรับ
  • ช่วยวิเคราะห์ตาราง
  • ช่วยสร้างงานนำเสนอ
  • ร่างอีเมล
  • ช่วยทำงานใน Word, Excel และ PowerPoint ตามสิทธิ์
  • ช่วยค้นหาข้อมูลงานจาก Microsoft 365 ตามสิทธิ์องค์กร

จุดเด่น

Copilot มีความน่าสนใจสำหรับผู้ที่ใช้เครื่องมือ Microsoft อยู่แล้ว เพราะสามารถนำ AI เข้าไปช่วยทำงานในแอปต่าง ๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องคัดลอกเนื้อหาข้ามบริการทุกครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและฟีเจอร์ที่รองรับ

② Google Gemini คืออะไร?

Google Gemini เป็นผู้ช่วย AI ของ Google ที่รองรับการสนทนา การวิเคราะห์ข้อมูล การสร้างเนื้อหา และการทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์ Google ตามสิทธิ์

ผู้ใช้สามารถเข้าถึง Gemini ผ่านเว็บ มือถือ และเครื่องมือที่เชื่อมต่อกับบริการ Google ได้

Google Gemini ทำอะไรได้บ้าง?

  • ตอบคำถาม
  • สรุปเนื้อหา
  • ช่วยเขียนเอกสาร
  • ค้นคว้าข้อมูล
  • วิเคราะห์ไฟล์
  • ช่วยเขียนโค้ด
  • สร้างภาพตามฟีเจอร์
  • สร้างเนื้อหาวิดีโอในเครื่องมือที่รองรับ
  • ช่วยทำงานร่วมกับ Gmail
  • ช่วยทำงานร่วมกับ Google Docs, Sheets และ Slides
  • ค้นหาหรือสรุปข้อมูลจาก Drive เมื่อเชื่อมต่อและมีสิทธิ์

จุดเด่น

Gemini มีจุดแข็งด้านการเชื่อมต่อกับ Google Workspace และเครื่องมือในระบบ Google โดยเฉพาะเมื่อผู้ใช้จัดเก็บเอกสาร ใช้อีเมล และทำงานร่วมกันผ่าน Google Drive เป็นหลัก

③ ตารางเปรียบเทียบ Microsoft Copilot vs Google Gemini

หัวข้อMicrosoft CopilotGoogle Gemini
บริษัทผู้พัฒนาMicrosoftGoogle
จุดเด่นMicrosoft 365 และ WindowsGoogle Workspace และบริการ Google
แชต AIรองรับรองรับ
ภาษาไทยรองรับรองรับ
การค้นหาข้อมูลรองรับตามฟีเจอร์รองรับตามฟีเจอร์
วิเคราะห์ PDFรองรับรองรับ
งานเอกสารWordGoogle Docs
งานตารางExcelGoogle Sheets
งานนำเสนอPowerPointGoogle Slides
อีเมลOutlookGmail
พื้นที่เก็บข้อมูลOneDriveGoogle Drive
สร้างภาพรองรับตามสิทธิ์รองรับตามสิทธิ์
งานค้นคว้าเชิงลึกมีฟีเจอร์และ Agents ที่เกี่ยวข้องมี Deep Research
แพ็กเกจฟรีมีมี
แพ็กเกจเสียเงินMicrosoft 365 และ CopilotGoogle AI และ Workspace

หมายเหตุ: ตารางนี้แสดงความสามารถโดยรวม ไม่ได้หมายความว่าเวอร์ชันฟรีจะใช้ฟีเจอร์ทั้งหมดได้

④ เปรียบเทียบด้านที่ 1 — ความสามารถ AI และความแม่นยำ

ทั้ง Copilot และ Gemini สามารถตอบคำถามและช่วยวิเคราะห์ข้อมูลได้

แต่ผลลัพธ์อาจต่างกันตามโมเดลที่ใช้ ประเภทงาน ข้อมูลที่เข้าถึงได้ และวิธีเขียน Prompt

Microsoft Copilot

เหมาะกับการถามตอบทั่วไป การค้นคว้า และการทำงานในผลิตภัณฑ์ Microsoft

Google Gemini

เหมาะกับงานสนทนา วิเคราะห์ข้อมูล สร้างเนื้อหา และการใช้โมเดล Gemini สำหรับโจทย์หลายระดับ

ตัวอย่าง Prompt ทดสอบ

“อธิบายความแตกต่างระหว่างสายแลน CAT6 กับ CAT6A สำหรับช่างติดตั้งเครือข่าย โดยเปรียบเทียบความเร็ว ระยะทาง การป้องกันสัญญาณรบกวน และการใช้งานจริง”

วิธีประเมินความแม่นยำ

  1. ตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิค
  2. ตรวจสอบตัวเลขและหน่วย
  3. ดูว่าตอบครบทุกประเด็นหรือไม่
  4. ตรวจสอบแหล่งข้อมูล
  5. พิจารณาว่ามีข้อมูลแต่งขึ้นหรือไม่

ตัวไหนแม่นยำกว่า?

ไม่สามารถสรุปจากตัวอย่างเดียวได้

ควรทดลองหลายงานแล้วตรวจสอบคำตอบกับข้อมูลต้นทาง โดยเฉพาะงานด้านวิศวกรรม การเงิน และระบบ IT

⑤ เปรียบเทียบด้านที่ 2 — การใช้งานภาษาไทย

Microsoft Copilot และ Google Gemini รองรับการใช้ภาษาไทยในความสามารถหลักที่เกี่ยวข้อง

งานภาษาไทยที่ควรทดสอบ

  • เขียนบทความ
  • สรุปเอกสาร
  • ตรวจคำผิด
  • แปลภาษา
  • เขียนอีเมล
  • อธิบายศัพท์เทคนิค
  • จัดทำรายงาน
  • สร้างหัวข้อ SEO

Prompt ตัวอย่าง

“อธิบายระบบ Fiber Optic FTTH เป็นภาษาไทยสำหรับผู้เริ่มต้น ใช้ภาษาธรรมชาติ มีตัวอย่างอุปกรณ์และขั้นตอนการติดตั้งเบื้องต้น”

เกณฑ์เปรียบเทียบ

เกณฑ์สิ่งที่ต้องตรวจ
ความเป็นธรรมชาติอ่านเหมือนภาษาไทยที่ใช้จริง
ความถูกต้องใช้ศัพท์ตรงความหมาย
ความครบถ้วนตอบครบตามโจทย์
การจัดหัวข้อโครงสร้างอ่านง่าย
การทำตามคำสั่งไม่เปลี่ยนภาษาโดยไม่จำเป็น

ตัวไหนเขียนภาษาไทยดีกว่า?

ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและรูปแบบที่ต้องการ

ควรใช้ Prompt เดียวกัน โดยตรวจคุณภาพข้อความจริงมากกว่าตัดสินจากชื่อโมเดล

⑥ เปรียบเทียบด้านที่ 3 — Microsoft 365 vs Google Workspace

นี่คือหนึ่งในความแตกต่างสำคัญที่สุดของทั้งสองบริการ

Microsoft Copilot

เหมาะกับการทำงานในระบบ

  • Microsoft Word
  • Microsoft Excel
  • Microsoft PowerPoint
  • Microsoft Outlook
  • Microsoft Teams
  • OneDrive
  • SharePoint

โดยต้องมีบัญชี สิทธิ์ และฟีเจอร์ที่รองรับ

Google Gemini

เหมาะกับการทำงานในระบบ

  • Gmail
  • Google Docs
  • Google Sheets
  • Google Slides
  • Google Drive
  • Google Meet และบริการที่รองรับ

Google ระบุว่า Gemini ใน Workspace สามารถช่วยสร้างเนื้อหา วิเคราะห์ตาราง และทำงานกับข้อมูลที่เข้าถึงได้ในระบบ Google

ตารางเลือกตามโปรแกรม

โปรแกรมที่ใช้ทุกวันAI ที่ควรเริ่มทดลอง
Microsoft WordMicrosoft Copilot
Microsoft ExcelMicrosoft Copilot
Microsoft PowerPointMicrosoft Copilot
Microsoft OutlookMicrosoft Copilot
Microsoft TeamsMicrosoft Copilot
Google DocsGoogle Gemini
Google SheetsGoogle Gemini
GmailGoogle Gemini
Google DriveGoogle Gemini

สรุป

ถ้างานส่วนใหญ่ของคุณอยู่ใน Microsoft 365 ควรเริ่มจาก Copilot

ถ้าทำงานใน Google Workspace อยู่แล้ว Gemini อาจช่วยลดขั้นตอนการย้ายข้อมูลระหว่างเครื่องมือได้มากกว่า

⑦ เปรียบเทียบด้านที่ 4 — การวิเคราะห์ Word, Excel, Docs และ Sheets

ทั้งสองมีความสามารถช่วยจัดการข้อมูลตารางและเอกสาร แต่เชื่อมต่อกับแอปหลักต่างกัน

Microsoft Copilot กับ Excel

สามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูล สร้างสูตร หรือทำงานกับตารางใน Excel ตามความสามารถที่รองรับ

Google Gemini กับ Sheets

Google ระบุว่า Gemini ใน Sheets สามารถช่วย

  • สร้างตาราง
  • สร้างสูตร
  • วิเคราะห์ข้อมูล
  • ทำกราฟ
  • สร้าง PivotTable
  • จัดรูปแบบ
  • กรองข้อมูล
  • จัดเรียงข้อมูล
  • ทำงานกับช่วงเซลล์ที่กำหนด

ตัวอย่าง Prompt

“วิเคราะห์ยอดขายรายเดือนจากตารางนี้ โดยคำนวณยอดรวม อัตราเติบโต และระบุเดือนที่มียอดขายลดลง พร้อมแสดงสูตรที่ใช้”

เลือกอย่างไร?

หากไฟล์หลักเป็น Excel และองค์กรใช้ Microsoft 365 ให้พิจารณา Copilot

หากข้อมูลอยู่ใน Google Sheets และทีมทำงานร่วมกันบน Google Workspace ให้พิจารณา Gemini

สิ่งที่ต้องระวัง

AI ทั้งสองบริการอาจคำนวณหรือตีความข้อมูลผิด

ต้องตรวจสูตร คอลัมน์ ช่วงข้อมูล และผลรวมก่อนนำไปใช้จริง

⑧ เปรียบเทียบด้านที่ 5 — การค้นหาข้อมูลและ Deep Research

ทั้ง Microsoft Copilot และ Gemini มีความสามารถค้นคว้าข้อมูล แต่เครื่องมือและขั้นตอนอาจแตกต่างกัน

Microsoft Copilot

รองรับการใช้ AI ช่วยค้นหาและสรุปข้อมูลบนเว็บ และมีความสามารถค้นคว้าเชิงลึกหรือ Agents ในบางแพ็กเกจ

Google Gemini

มี Deep Research สำหรับช่วยวางแผนค้นคว้าและสังเคราะห์ข้อมูล ตามขีดจำกัดของบัญชี

ตัวอย่างงาน

“วิเคราะห์แนวโน้มตลาด AI สำหรับธุรกิจในประเทศไทย โดยแยกการใช้งานในสำนักงาน การศึกษา และธุรกิจออนไลน์ พร้อมระบุวันที่และแหล่งข้อมูล”

ควรตรวจอะไร?

  1. แหล่งข้อมูลมีจริงหรือไม่
  2. ข้อมูลทันสมัยหรือไม่
  3. มีหลักฐานสนับสนุนข้อสรุปหรือไม่
  4. รายงานแยกข้อเท็จจริงกับการคาดการณ์หรือไม่
  5. มีข้อมูลที่ AI ไม่สามารถยืนยันหรือไม่

ตัวไหนค้นคว้าได้ดีกว่า?

ต้องทดลองงานเดียวกันในระดับแพ็กเกจที่ใกล้เคียงกัน

ไม่ควรเปรียบเทียบการค้นหาทั่วไปของบริการหนึ่งกับ Deep Research ระดับเสียเงินของอีกบริการแล้วสรุปว่าความสามารถทั้งหมดต่างกันตามนั้น

⑨ เปรียบเทียบด้านที่ 6 — การวิเคราะห์ PDF และไฟล์ขนาดใหญ่

ทั้งสองรองรับการทำงานกับไฟล์ แต่ขีดจำกัดและปริมาณข้อมูลที่ AI ประมวลผลในหนึ่งครั้งต่างกันตามผลิตภัณฑ์

Microsoft Copilot

สามารถอัปโหลดและสรุป PDF, Word, Excel และไฟล์ที่รองรับ รวมถึงใช้ข้อมูลใน Microsoft 365 ตามสิทธิ์

Google Gemini

มีความสามารถวิเคราะห์ไฟล์ และ Google ระบุขนาดหน้าต่างบริบทของ Gemini Apps ตามแพ็กเกจดังนี้

แพ็กเกจ GeminiContext Window
ไม่มีแพ็กเกจ AI32,000 โทเค็น
Google AI Plus128,000 โทเค็น
Google AI Pro1 ล้านโทเค็น
Google AI Ultra1 ล้านโทเค็น

Context Window คืออะไร?

เป็นขนาดข้อมูลบริบทที่โมเดลสามารถประมวลผลร่วมกันในแต่ละครั้ง

Context Window ใหญ่หมายความว่าแม่นยำกว่าเสมอไหม?

ไม่ใช่

แม้รองรับข้อมูลจำนวนมาก AI ยังอาจอ่านไม่ครบ ตีความผิด หรือให้ข้อสรุปคลาดเคลื่อนได้

วิธีทดสอบ

ใช้ PDF เดียวกันแล้วสั่ง

“สรุปเอกสารนี้เป็น 10 หัวข้อ โดยรักษาตัวเลขและชื่อบุคคลตามต้นฉบับ หากอ่านส่วนใดไม่ได้ให้แจ้งอย่างชัดเจน”

จากนั้นเปิดเอกสารจริงตรวจว่าทั้งสองสรุปครบและถูกต้องเพียงใด

⑩ เปรียบเทียบด้านที่ 7 — การเขียนบทความ SEO

สำหรับเจ้าของเว็บไซต์ WordPress หรือ Blogger ทั้ง Copilot และ Gemini สามารถช่วยวางโครงสร้างและสร้างเนื้อหาได้

Microsoft Copilot ทำ SEO ได้อะไรบ้าง?

  • วิเคราะห์หัวข้อ
  • ช่วยคิด Keyword
  • วาง H1/H2/H3
  • เขียนบทนำ
  • เขียนเนื้อหา
  • ตรวจภาษา
  • ทำ FAQ
  • ปรับ Meta Description
  • ช่วยสร้างภาพประกอบ

Google Gemini ทำ SEO ได้อะไรบ้าง?

  • คิดหัวข้อบทความ
  • ช่วยวิเคราะห์ Search Intent จากข้อมูลที่ให้
  • วางโครงสร้าง Topic Cluster
  • ร่างเนื้อหา
  • วิเคราะห์เอกสารอ้างอิง
  • สรุปข้อมูลใน Google Docs
  • ช่วยงานตาราง Content Plan ใน Sheets
  • สร้างเนื้อหาภาพตามฟีเจอร์

Prompt SEO ที่ใช้เปรียบเทียบ

“สร้างโครงร่างบทความภาษาไทยเรื่อง ‘วิธีติดตั้งกล้องวงจรปิดในบ้าน’ ให้ตรง Search Intent ของมือใหม่ โดยมี H1, H2, H3 อุปกรณ์ที่ใช้ ขั้นตอนติดตั้ง ข้อควรระวัง FAQ และข้อมูลที่ควรตรวจสอบก่อนเผยแพร่”

ตัวไหนเหมาะกับ SEO?

ถ้าจัดการงานเขียนใน Word และ Excel อยู่แล้ว Copilot อาจสะดวกกว่า

ถ้าจัดการบทความใน Google Docs และวางแผนเนื้อหาใน Sheets อยู่แล้ว Gemini อาจสะดวกกว่า

แต่ไม่มี AI ตัวใดรับประกันอันดับหนึ่งของ Google

ปัจจัย SEO ที่ต้องตรวจสอบ

  • Search Intent
  • ความถูกต้องของข้อมูล
  • ประสบการณ์จริง
  • ความครบถ้วน
  • ความเป็นต้นฉบับ
  • การจัดโครงสร้าง
  • ความเหมาะสมกับผู้อ่าน

การใช้ AI ช่วยเขียนต้องมีการตรวจทานก่อนเผยแพร่

⑪ เปรียบเทียบด้านที่ 8 — การสร้างรูปภาพและวิดีโอ AI

ทั้งสองมีความสามารถด้านภาพ แต่ระบบและผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมต่อแตกต่างกัน

Microsoft Copilot

รองรับการสร้างภาพและแก้ไขภาพตามฟีเจอร์และสิทธิ์ที่ได้รับ

นอกจากนี้ยังมี Microsoft Designer และเครื่องมือสร้างสรรค์อื่นในระบบ Microsoft

Google Gemini

รองรับการสร้างภาพในความสามารถที่เปิดให้ใช้งาน และมีระบบสร้างวิดีโอ AI ผ่านเครื่องมือของ Google ตามแพ็กเกจ เช่น ความสามารถที่เกี่ยวข้องกับ Veo และ Flow

ตัวอย่าง Prompt สร้างภาพ

“สร้างภาพห้อง Server Room สมัยใหม่ มีตู้ Rack สีดำ สาย Fiber Optic จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ แสงสีฟ้า ภาพสมจริง อัตราส่วน 16:9 ไม่มีข้อความ”

เกณฑ์เปรียบเทียบ

  • ความสมจริง
  • องค์ประกอบ
  • การทำตาม Prompt
  • ความถูกต้องของวัตถุ
  • การแสดงข้อความบนภาพ
  • ความสะดวกในการแก้ไข
  • ขีดจำกัดการสร้าง
  • สิทธิ์การนำไปใช้

ตัวไหนสร้างภาพสวยกว่า?

ไม่มีคำตอบตายตัว

ควรทดลองภาพจริงด้วย Prompt เดียวกัน และพิจารณาความเหมาะสมกับงาน

ถ้าต้องการทำวิดีโอ AI

Gemini มีความเชื่อมโยงกับเครื่องมือสร้างวิดีโอของ Google ที่ควรนำมาเปรียบเทียบ แต่ต้องตรวจสอบว่าฟีเจอร์ใดรวมอยู่ในแพ็กเกจและรองรับประเทศไทยหรือไม่

⑫ เปรียบเทียบด้านที่ 9 — การเขียนโค้ดและงาน IT

ทั้ง Microsoft Copilot และ Google Gemini ช่วยเขียนโค้ด อธิบาย Error และเสนอแนวทางแก้ปัญหาได้

Microsoft Copilot

เหมาะกับงาน เช่น

  • PowerShell
  • Windows
  • Microsoft 365
  • ตัวอย่าง Python
  • การอธิบาย Error
  • การเขียน Script
  • การจัดทำคู่มือระบบ

Google Gemini

เหมาะกับงาน เช่น

  • Python
  • JavaScript
  • การเขียนโปรแกรมทั่วไป
  • การอธิบายโค้ด
  • การวิเคราะห์ Error
  • งานข้อมูล
  • การพัฒนาแอปบนเครื่องมือที่รองรับ

Prompt ตัวอย่าง

“เขียน Python Script สำหรับอ่านไฟล์ CSV ตรวจสอบข้อมูลซ้ำ แล้วส่งออกรายงาน โดยไม่ลบข้อมูลต้นฉบับ พร้อมอธิบายข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น”

ใครเขียนโค้ดดีกว่า?

ขึ้นอยู่กับโจทย์ รุ่นโมเดล และเครื่องมือที่ใช้

หากต้องการตัวช่วยเขียนโค้ดภายใน IDE ควรพิจารณาผลิตภัณฑ์เฉพาะทางเพิ่มเติม เช่น GitHub Copilot หรือ Gemini Code Assist ซึ่งไม่ใช่บริการแชตทั่วไปตัวเดียวกัน

ข้อควรระวัง

ไม่ควรรัน Script ที่เปลี่ยนแปลงไฟล์ เซิร์ฟเวอร์ หรือระบบเครือข่ายโดยไม่ตรวจสอบและทดสอบก่อน

⑬ เปรียบเทียบด้านที่ 10 — ราคา แพ็กเกจ และความคุ้มค่า

ราคาเป็นประเด็นสำคัญสำหรับผู้ใช้ชาวไทย เพราะแต่ละบริษัทมีแพ็กเกจและสิทธิประโยชน์ที่ต่างกัน

ราคา Microsoft Copilot และ Microsoft 365 ในประเทศไทย

จากหน้าราคาทางการของ Microsoft ประเทศไทย ณ ตุลาคม 2026

แพ็กเกจราคาต่อเดือน
Microsoft Copilot ฟรี0 บาท
Microsoft 365 Personal299 บาท
Microsoft 365 Family369 บาท
Microsoft 365 Premium749 บาท
Microsoft 365 Pro3,699 บาท

สิ่งที่ต้องเข้าใจ

Microsoft 365 ไม่ได้ขายเฉพาะ AI แต่แพ็กเกจที่เข้าเงื่อนไขยังมี Word, Excel, PowerPoint และ OneDrive ตามสิทธิ์

สำหรับ Microsoft 365 Family หรือ Premium สิทธิ์ AI บางรายการอาจจำกัดให้เจ้าของ Subscription เท่านั้น

ราคาข้างต้นเป็นราคาที่แสดงบนหน้าราคาขณะตรวจสอบ และอาจเปลี่ยนตามเงื่อนไข การต่ออายุ และโปรโมชัน

แพ็กเกจ Google Gemini

Google มีตัวเลือกระดับต่าง ๆ ได้แก่

  • Gemini แบบไม่มีแพ็กเกจ AI
  • Google AI Plus
  • Google AI Pro
  • Google AI Ultra

สิ่งที่รวมใน Google AI

ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ เช่น

  • ขีดจำกัด Gemini ที่สูงขึ้น
  • ความสามารถโมเดลขั้นสูง
  • Deep Research
  • พื้นที่จัดเก็บ Google One
  • Gemini ในผลิตภัณฑ์ Google ที่รองรับ
  • ความสามารถสร้างสรรค์ภาพหรือวิดีโอตามเงื่อนไข

ราคา Gemini ในประเทศไทยเท่าไร?

Google มีการแสดงราคาตามบัญชีและประเทศของผู้ใช้ แต่หน้าข้อมูลสาธารณะที่ตรวจสอบครั้งนี้ไม่ได้แสดงจำนวนเงินบาทที่ยืนยันได้ครบทุกแพ็กเกจ จึงไม่ควรใส่ราคาคาดเดา

ผู้ใช้ควรตรวจสอบราคา Google AI Plus, Pro และ Ultra ที่หน้า Subscription ของบัญชีไทยก่อนตัดสินใจ

เปรียบเทียบความคุ้มค่าอย่างไร?

ไม่ควรดูราคาค่าสมัคร AI อย่างเดียว แต่ควรดูรวมถึง

  1. โปรแกรมที่ใช้ประจำ
  2. พื้นที่ Cloud Storage
  3. สิทธิ์ AI
  4. ขีดจำกัดการใช้งาน
  5. งานวิเคราะห์ไฟล์
  6. การสร้างภาพและวิดีโอ
  7. การจัดการข้อมูล
  8. จำนวนผู้ใช้ที่ได้รับสิทธิ์

⑭ Google AI Plus, Pro และ Ultra ต่างกันอย่างไร?

Google ระบุระดับการใช้งานของ Gemini Apps ตามแพ็กเกจ โดยเป็นการเพิ่มขีดจำกัดจากระดับมาตรฐาน

แพ็กเกจระดับขีดจำกัด Gemini Apps
ฟรีStandard
Google AI Plusสูงกว่ามาตรฐาน 2 เท่า
Google AI Proสูงกว่ามาตรฐาน 4 เท่า
Google AI Ultraสูงกว่า AI Pro ประมาณ 5 หรือ 20 เท่า ตามเงื่อนไขแพ็กเกจ

ตัวเลขนี้เป็นการเปรียบเทียบระดับขีดจำกัดตามคำอธิบายของ Google ไม่ได้หมายความว่าใช้ทุกฟีเจอร์ได้ไม่จำกัด หรือส่ง Prompt ได้จำนวนคงที่ทุกวัน

ผู้ใช้ทั่วไปควรเลือกอะไร?

ถ้าใช้ AI ไม่บ่อย อาจเริ่มจากเวอร์ชันฟรี

หากต้องใช้วิเคราะห์เอกสารหรือ Deep Research เป็นประจำ ควรพิจารณาแพ็กเกจเสียเงินที่ตรงกับงาน

ต้องซื้อ Ultra หรือไม่?

ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน

แพ็กเกจสูงสุดเหมาะกับผู้ที่ใช้ความสามารถระดับสูงและขีดจำกัดเพิ่มเติมอย่างคุ้มค่าจริง

⑮ Microsoft Copilot vs Gemini สำหรับนักเรียน

นักเรียนและนักศึกษาสามารถใช้ทั้งสองช่วยเรียนรู้ได้

ตัวอย่างงาน

  • อธิบายบทเรียน
  • สรุปเอกสาร
  • สร้างแบบฝึกหัด
  • ช่วยทำแผนการเรียน
  • แปลข้อความ
  • ฝึกภาษาอังกฤษ
  • เตรียมสอบ
  • วิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสาร

เลือก Copilot เมื่อ

  • โรงเรียนใช้ Microsoft 365
  • ทำรายงานใน Word
  • ทำตารางใน Excel
  • ทำสไลด์ PowerPoint

เลือก Gemini เมื่อ

  • โรงเรียนใช้ Google Workspace
  • ทำรายงานใน Google Docs
  • ส่งงานผ่าน Google Drive
  • ทำงานร่วมกันใน Google Sheets

คำแนะนำ

เริ่มจากเครื่องมือที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยจัดให้ก่อน แล้วค่อยพิจารณาแพ็กเกจส่วนบุคคลเพิ่มเติม

⑯ Microsoft Copilot vs Gemini สำหรับพนักงานออฟฟิศ

พนักงานสำนักงานมักมีขั้นตอนการทำงานที่ค่อนข้างชัดเจน จึงควรเลือก AI จากโปรแกรมหลักที่บริษัทใช้

Microsoft Copilot เหมาะเมื่อ

  • ใช้ Outlook ทุกวัน
  • ทำรายงานใน Word
  • ใช้ Excel เป็นหลัก
  • ประชุมผ่าน Microsoft Teams
  • เก็บไฟล์ใน SharePoint และ OneDrive

Google Gemini เหมาะเมื่อ

  • ใช้ Gmail เป็นหลัก
  • ทำรายงานใน Google Docs
  • วิเคราะห์ข้อมูลใน Google Sheets
  • เก็บไฟล์ใน Google Drive
  • ประชุมผ่าน Google Meet

ใช้ร่วมกันได้ไหม?

ได้ หากองค์กรอนุญาต และมีนโยบายกำกับข้อมูลที่เหมาะสม

ไม่ควรคัดลอกข้อมูลลับระหว่างบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต

⑰ Microsoft Copilot vs Gemini สำหรับเจ้าของเว็บไซต์ WordPress

เจ้าของเว็บไซต์ที่ต้องเขียนบทความจำนวนมากควรให้ความสำคัญกับกระบวนการทำงานมากกว่าชื่อ AI

งานที่ AI ช่วยได้

  • วางแผนหัวข้อ SEO
  • สร้าง Content Calendar
  • วิเคราะห์ Search Intent จากข้อมูลที่มี
  • เขียนบทความ
  • ตรวจเนื้อหาซ้ำ
  • เขียน Meta Description
  • ช่วยสร้าง Slug
  • สร้างภาพ Featured Image
  • ทำตารางข้อมูลสินค้า
  • วิเคราะห์รายงานเว็บไซต์

ถ้าใช้ Microsoft 365

Copilot สามารถช่วยร่างเนื้อหาใน Word และจัดทำ Content Plan ใน Excel ตามสิทธิ์

ถ้าใช้ Google Workspace

Gemini สามารถช่วยทำงานใน Docs และ Sheets ตามแพ็กเกจที่รองรับ

ตัวอย่าง Workflow

  1. รวบรวม Keyword ที่ต้องการ
  2. วิเคราะห์เจตนาการค้นหา
  3. สร้างโครงสร้างบทความ
  4. เขียนเนื้อหา
  5. ตรวจข้อมูลจริง
  6. ปรับ SEO Title
  7. เขียน Meta Description
  8. สร้างภาพ
  9. ตรวจบทความก่อน Publish

ตัวไหนช่วยให้ติดอันดับ Google ได้ดีกว่า?

ไม่มีตัวใดรับประกันอันดับ Top 1

AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตบทความได้ แต่ผล SEO ต้องพิจารณาคุณภาพเนื้อหา ความน่าเชื่อถือและความตรงกับผู้ค้นหา

⑱ Microsoft Copilot vs Gemini สำหรับเจ้าของธุรกิจ

ธุรกิจขนาดเล็กและกลางควรเลือก AI ตามต้นทุนรวมและระบบที่ใช้อยู่

Microsoft Copilot

เหมาะกับบริษัทที่มีระบบ Microsoft 365 อยู่แล้ว เช่น

  • อีเมลองค์กรผ่าน Outlook
  • เอกสาร Word
  • ตาราง Excel
  • การประชุม Teams
  • ระบบจัดการไฟล์ SharePoint

Google Gemini

เหมาะกับบริษัทที่ใช้ Google Workspace เช่น

  • Gmail องค์กร
  • Google Docs
  • Google Sheets
  • Google Drive
  • Google Meet

สิ่งที่ควรประเมินก่อนลงทุน

  • จำนวนพนักงาน
  • ไลเซนส์เดิม
  • การจัดเก็บข้อมูล
  • ความปลอดภัย
  • การควบคุมสิทธิ์
  • ความสามารถที่ต้องใช้งานจริง
  • ค่าใช้จ่ายต่อผู้ใช้
  • ต้นทุนฝึกอบรมพนักงาน

ไม่ควรซื้อ AI ให้ทุกคนทันที

ควรเริ่มโครงการทดลองกับกลุ่มที่มีงานเหมาะสม เช่น ฝ่ายขาย ฝ่ายบัญชี ฝ่ายบริหาร และฝ่ายผลิตเอกสาร

จากนั้นวัดว่าลดเวลาทำงานได้จริงเท่าใดก่อนขยายการใช้งาน

⑲ ความปลอดภัย Microsoft Copilot vs Google Gemini ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองบริษัทมีผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใช้ทั่วไปและระดับองค์กร ซึ่งมีนโยบายข้อมูลแตกต่างกัน

Microsoft Copilot

ผลิตภัณฑ์ Microsoft 365 Copilot สำหรับองค์กรมีมาตรการ Enterprise Data Protection และการกำกับดูแลข้อมูลที่ทำงานร่วมกับระบบ Microsoft 365

Google Gemini

Google Workspace with Gemini มีข้อกำหนดด้านข้อมูลและการจัดการสำหรับองค์กรตามผลิตภัณฑ์ที่ใช้

สิ่งที่ต้องตรวจสอบ

  1. ข้อมูลถูกใช้ฝึกโมเดลหรือไม่
  2. ผู้ดูแลสามารถกำหนดสิทธิ์ได้เพียงใด
  3. AI เข้าถึงไฟล์อะไรบ้าง
  4. มีระบบ Audit หรือไม่
  5. มีนโยบาย Data Retention อย่างไร
  6. มีการจัดการข้อมูลลับอย่างไร
  7. การเชื่อมต่อแอปภายนอกมีสิทธิ์อะไร
  8. รองรับข้อกำหนดองค์กรหรือไม่

ตัวไหนปลอดภัยกว่ากัน?

ต้องเปรียบเทียบตามแพ็กเกจและการตั้งค่าจริง ไม่ควรสรุปจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว

โดยเฉพาะการเปรียบเทียบเวอร์ชันฟรีกับแพ็กเกจองค์กรที่มีมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติม

⑳ วิธีทดสอบ Microsoft Copilot และ Gemini ให้รู้ว่าตัวไหนเหมาะกว่า

แนะนำให้ทดลองงาน 5 ประเภท โดยใช้ข้อมูลและ Prompt เดียวกัน

ทดสอบที่ 1 — คำตอบภาษาไทย

“อธิบาย Microsoft Copilot กับ Google Gemini แตกต่างกันอย่างไรสำหรับผู้เริ่มต้น 300 คำ”

ทดสอบที่ 2 — การเขียนบทความ

“สร้างโครงร่างบทความ SEO เรื่องวิธีติดตั้งสายแลน CAT6 สำหรับสำนักงาน พร้อม H1, H2, H3 และ FAQ”

ทดสอบที่ 3 — การวิเคราะห์ PDF

“สรุปเอกสารที่แนบเป็น 10 ประเด็น พร้อมระบุตัวเลขที่พบจริง”

ทดสอบที่ 4 — การเขียนโค้ด

“เขียน PowerShell เปลี่ยนชื่อไฟล์รูปภาพในโฟลเดอร์โดยไม่ลบข้อมูลและรักษานามสกุลเดิม”

ทดสอบที่ 5 — การสร้างภาพ

“สร้างภาพห้องเซิร์ฟเวอร์สมัยใหม่ โทนดำและน้ำเงิน ภาพถ่ายสมจริง 16:9 ไม่มีตัวอักษร”

ตารางให้คะแนน

เกณฑ์CopilotGemini
ความถูกต้องให้คะแนน 1–5ให้คะแนน 1–5
ความครบถ้วนให้คะแนน 1–5ให้คะแนน 1–5
ภาษาไทยให้คะแนน 1–5ให้คะแนน 1–5
การทำตาม Promptให้คะแนน 1–5ให้คะแนน 1–5
ความสะดวกให้คะแนน 1–5ให้คะแนน 1–5

หมายเหตุ: นี่เป็นแบบฟอร์มสำหรับให้ผู้ใช้ทดสอบจริง ไม่ใช่คะแนนผลการทดลองที่ได้ดำเนินการแล้ว

㉑ ข้อดีและข้อจำกัดของ Microsoft Copilot

ข้อดี

  1. เชื่อมกับ Windows และระบบ Microsoft
  2. เหมาะกับ Word, Excel และ PowerPoint
  3. รองรับภาษาไทย
  4. มีเวอร์ชันฟรี
  5. มีฟีเจอร์สร้างภาพที่รองรับ
  6. มีเครื่องมือสำหรับองค์กร
  7. ทำงานกับ Outlook และ Teams ตามสิทธิ์
  8. เหมาะกับบริษัทที่ใช้ Microsoft 365

ข้อจำกัด

  1. ฟีเจอร์บางอย่างต้องใช้ไลเซนส์
  2. การใช้งานแตกต่างตามผลิตภัณฑ์
  3. ผู้ใช้บางแพ็กเกจมีขีดจำกัด AI
  4. บัญชีส่วนบุคคลและองค์กรมีสิทธิ์ต่างกัน
  5. อาจตอบผิดหรือสรุปข้อมูลคลาดเคลื่อน
  6. การตั้งค่านโยบายองค์กรอาจซับซ้อน

㉒ ข้อดีและข้อจำกัดของ Google Gemini

ข้อดี

  1. เชื่อมกับ Google Workspace
  2. เหมาะกับ Gmail, Docs และ Sheets
  3. รองรับภาษาไทยตามความสามารถ
  4. มีเวอร์ชันฟรี
  5. มี Deep Research
  6. รองรับการวิเคราะห์ไฟล์
  7. มีโมเดลสำหรับงานหลายระดับ
  8. มีเครื่องมือสร้างสรรค์ภาพและวิดีโอในระบบ Google
  9. เหมาะกับผู้ใช้ Google Drive เป็นหลัก

ข้อจำกัด

  1. ฟีเจอร์บางอย่างต้องใช้ Google AI Plan
  2. ขีดจำกัดเปลี่ยนตามแพ็กเกจ
  3. บางความสามารถจำกัดภาษา ภูมิภาค หรืออายุ
  4. การเชื่อมต่อ Workspace ต้องตรวจสอบสิทธิ์
  5. อาจสร้างข้อมูลผิดหรืออ้างอิงไม่ตรง
  6. ไม่ใช่ผู้ช่วยที่ฝังอยู่ใน Word และ Excel แบบ Microsoft 365 Copilot โดยตรง

㉓ คำถามที่พบบ่อย Microsoft Copilot vs Google Gemini (FAQ)

Microsoft Copilot กับ Google Gemini ต่างกันอย่างไร?

Copilot เน้นการเชื่อมต่อกับ Microsoft 365 และ Windows ส่วน Gemini เน้นการเชื่อมต่อกับบริการ Google และ Google Workspace

Microsoft Copilot vs Google Gemini ตัวไหนดีกว่า?

ขึ้นอยู่กับงาน ถ้าใช้ Microsoft 365 เป็นหลักให้เริ่มพิจารณา Copilot หากใช้ Google Workspace เป็นหลักให้เริ่มพิจารณา Gemini

Copilot กับ Gemini ใช้ฟรีได้ไหม?

ทั้งสองมีตัวเลือกใช้ฟรี แต่มีขีดจำกัดการใช้งานและเงื่อนไขแตกต่างกัน

Microsoft Copilot กับ Gemini ตัวไหนภาษาไทยดีกว่า?

ทั้งสองรองรับภาษาไทย ควรทดลองงานเดียวกันและตรวจความถูกต้องของคำตอบ

Copilot กับ Gemini ตัวไหนเขียนบทความ SEO ดีกว่า?

ทั้งสองช่วยวางโครงสร้างและเขียนบทความได้ แต่ไม่มีตัวใดรับประกันอันดับ Google ควรตรวจเนื้อหาก่อนเผยแพร่

Microsoft Copilot กับ Gemini ตัวไหนวิเคราะห์ Excel ดีกว่า?

ถ้าใช้ Excel เป็นหลักควรพิจารณา Microsoft 365 Copilot หากใช้ Google Sheets เป็นหลักควรพิจารณา Gemini

Gemini ใช้แทน Microsoft Copilot ใน Word ได้ไหม?

Gemini สามารถช่วยร่างเนื้อหาที่นำไปใช้ใน Word ได้ แต่ไม่ได้มีความสามารถฝังใน Word แบบเดียวกับ Microsoft 365 Copilot โดยอัตโนมัติ

Microsoft Copilot ใช้ Google Docs ได้ไหม?

สามารถช่วยสร้างข้อความสำหรับนำไปใช้กับ Docs ได้ แต่ไม่ควรถือว่ามีการทำงานฝังใน Google Docs เหมือน Gemini โดยตรง

Copilot กับ Gemini ตัวไหนอ่าน PDF ได้ดีกว่า?

ขึ้นอยู่กับชนิดเอกสาร ฟีเจอร์ และแพ็กเกจ ควรใช้ PDF เดียวกันทดสอบ แล้วเทียบกับต้นฉบับ

Google Gemini มี Deep Research ไหม?

มี โดยความสามารถและขีดจำกัดขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ

Microsoft Copilot มี Deep Research ไหม?

มีความสามารถด้านการค้นคว้าเชิงลึกในบางผลิตภัณฑ์และ Agents ที่รองรับ ต้องตรวจสิทธิ์ของแพ็กเกจที่ใช้

Copilot กับ Gemini ตัวไหนสร้างภาพสวยกว่า?

ไม่มีคำตอบตายตัว ต้องทดลองตามสไตล์ที่ต้องการและตรวจผลจากภาพจริง

Microsoft Copilot กับ Gemini ตัวไหนทำวิดีโอ AI ได้ดีกว่า?

ขึ้นอยู่กับเครื่องมือเฉพาะทางที่ใช้ โดย Google มีความสามารถที่เกี่ยวข้องกับ Veo และ Flow ตามแพ็กเกจ ควรเปรียบเทียบกับเครื่องมือสร้างวิดีโอของ Microsoft ที่ต้องการใช้งานจริง

Microsoft Copilot ราคาเท่าไรในไทย?

มีเวอร์ชันฟรี และ Microsoft 365 Personal แสดงราคา 299 บาทต่อเดือน, Family 369 บาท, Premium 749 บาท และ Pro 3,699 บาทต่อเดือน ณ เวลาที่ตรวจสอบ

Google Gemini ราคาเท่าไรในไทย?

มีเวอร์ชันฟรีและแพ็กเกจ Google AI Plus, Pro และ Ultra ราคาจริงควรตรวจสอบผ่านบัญชี Google ของประเทศไทยก่อนสมัคร

Copilot กับ Gemini ตัวไหนปลอดภัยกว่า?

ต้องเปรียบเทียบแพ็กเกจ นโยบายข้อมูล และการตั้งค่าขององค์กร ไม่ควรตัดสินจากชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว

ใช้ Copilot กับ Gemini พร้อมกันได้ไหม?

ได้ หากปฏิบัติตามสิทธิ์และนโยบายข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยอาจใช้แต่ละบริการกับงานคนละประเภท

㉔ สรุป Microsoft Copilot vs Google Gemini ปี 2026 เลือกตัวไหนดี?

Microsoft Copilot และ Google Gemini เป็นผู้ช่วย AI ที่มีความสามารถคล้ายกันหลายด้าน แต่มีจุดแข็งแตกต่างตามระบบนิเวศที่ใช้งาน

หากใช้ Windows 11, Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Microsoft Teams เป็นประจำ ควรเริ่มพิจารณา Microsoft Copilot

หากใช้ Gmail, Google Docs, Google Sheets, Google Drive และ Google Workspace เป็นหลัก Google Gemini อาจเป็นตัวเลือกที่สะดวกกว่า

สำหรับการเขียนบทความ SEO การวิเคราะห์ PDF การสร้างภาพ และการเขียนโค้ด ควรทดลองงานจริงด้วย Prompt เดียวกัน แล้วประเมินความถูกต้องและคุณภาพผลลัพธ์

ด้านราคา ต้องตรวจสอบสิ่งที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ เพราะ Microsoft 365 มีแอป Office และ OneDrive ส่วน Google AI มีความสามารถ Gemini และพื้นที่ Google One ตามเงื่อนไข

ข้อแนะนำจาก comsiam: หากยังไม่ได้สมัครแพ็กเกจเสียเงิน ให้เริ่มจากทดลอง Microsoft Copilot และ Google Gemini เวอร์ชันฟรีกับงานจริงของตนเองก่อน โดยเฉพาะ การเขียนบทความหนึ่งเรื่อง การวิเคราะห์เอกสารหนึ่งไฟล์ และการสร้างภาพหนึ่งชุด หากพบว่า AI ตัวใดทำงานร่วมกับโปรแกรมที่ใช้อยู่ได้สะดวกกว่าและให้ผลลัพธ์ถูกต้องกว่า จึงค่อยเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องสมัครทั้งสองบริการพร้อมกันโดยไม่มีความต้องการใช้งานจริง

ComSiam Professional Team