Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีใช้เสียงคุยกับ Microsoft Copilot คือเปิดเว็บไซต์หรือแอป Copilot เลือกไอคอนไมโครโฟนหรือโหมดสนทนาด้วยเสียง อนุญาตให้ระบบใช้ไมโครโฟน แล้วพูดคำถามอย่างชัดเจน หากต้องการใช้ภาษาไทยควรเริ่มด้วยคำสั่งว่า “ตอบเป็นภาษาไทย” และตรวจสอบข้อความที่ระบบรับฟังก่อนนำคำตอบไปใช้งาน
ความสามารถด้านเสียงอาจแตกต่างกันตามบัญชี แพ็กเกจ อุปกรณ์ ภาษา ประเทศ และเวอร์ชันของ Copilot หากไม่พบปุ่มไมโครโฟน ควรตรวจสอบสิทธิ์ อัปเดตแอป หรือทดลองใช้ผ่านช่องทางอื่นที่รองรับ
Microsoft Copilot รองรับการรับคำสั่งด้วยเสียงในประสบการณ์ที่เปิดให้ใช้งาน ผู้ใช้สามารถพูดแทนการพิมพ์ เหมาะสำหรับสถานการณ์ต่อไปนี้:
บางเวอร์ชันอาจรองรับเพียงการแปลงเสียงเป็นข้อความ ขณะที่บางเวอร์ชันอาจรองรับการสนทนาด้วยเสียงแบบโต้ตอบ ความสามารถจริงต้องตรวจสอบจากหน้าจอของบัญชีที่ใช้งาน
ควรตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้:
หากใช้หูฟัง Bluetooth ควรตรวจสอบว่าอุปกรณ์เลือกไมโครโฟนของหูฟังถูกต้อง ไม่ได้ใช้ไมโครโฟนจากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์โดยไม่ตั้งใจ
เปิดเว็บไซต์หรือแอป Microsoft Copilot อย่างเป็นทางการ แล้วเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Microsoft หากฟีเจอร์เสียงกำหนดให้ลงชื่อเข้าใช้
หากกำลังจะพูดเรื่องใหม่ ควรเริ่มบทสนทนาใหม่เพื่อไม่ให้บริบทเดิมรบกวนคำตอบ
ไอคอนอาจอยู่ใกล้ช่องพิมพ์ข้อความและมีลักษณะดังนี้:
ตำแหน่งและชื่อปุ่มอาจเปลี่ยนแปลงตามเวอร์ชันของ Copilot
เมื่อระบบถาม ให้เลือกอนุญาตเฉพาะเว็บไซต์หรือแอป Copilot ที่กำลังใช้งาน
หากเผลอกดไม่อนุญาต สามารถเปิดสิทธิ์ใหม่ได้จากการตั้งค่าของเบราว์เซอร์ โทรศัพท์ หรือระบบปฏิบัติการ
พูดด้วยความเร็วปกติ ใช้ประโยคไม่ยาวเกินไป และเว้นช่วงเมื่อเปลี่ยนหัวข้อ เช่น:
“ช่วยอธิบายว่า Microsoft Copilot คืออะไร สำหรับผู้เริ่มต้น และตอบเป็นภาษาไทย”
หากระบบแสดงข้อความที่ถอดจากเสียง ควรตรวจชื่อบุคคล ตัวเลข วันที่ และคำศัพท์ภาษาอังกฤษก่อนส่ง เพราะระบบอาจฟังผิด
หลังได้รับคำตอบ สามารถพูดต่อเพื่อขอรายละเอียดหรือปรับคำตอบ เช่น:
เมื่อใช้งานเสร็จ ให้แตะปุ่มหยุดหรือออกจากโหมดเสียง เพื่อปิดการรับฟังของไมโครโฟน
เปิด Microsoft Edge, Google Chrome หรือเว็บเบราว์เซอร์ที่รองรับ แล้วเข้าเว็บไซต์ Copilot อย่างเป็นทางการ
ค้นหาไอคอนไมโครโฟนใกล้ช่องสนทนา หากไม่พบ ให้ตรวจสอบว่าเข้าสู่ระบบและใช้เบราว์เซอร์รุ่นล่าสุดแล้วหรือไม่
เว็บเบราว์เซอร์จะถามว่าจะอนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ไมโครโฟนหรือไม่ ให้ตรวจสอบชื่อเว็บไซต์ก่อนเลือก Allow หรืออนุญาต
พูดคำสั่งแล้วรอให้ระบบถอดเสียงหรือส่งคำถาม ไม่ควรปิดแท็บหรือรีเฟรชหน้าระหว่างการสนทนา
เลือกปุ่มหยุดภายใน Copilot หรือปิดสิทธิ์จากไอคอนข้างแถบที่อยู่หากไม่ต้องการให้เว็บไซต์ใช้ไมโครโฟนต่อ
หากยังไม่ได้ ให้ตรวจสอบว่า Edge เลือกไมโครโฟนตัวที่ถูกต้องในการตั้งค่าของเบราว์เซอร์
หากเคยเลือก Block เบราว์เซอร์อาจไม่ถามซ้ำจนกว่าจะเปลี่ยนสิทธิ์ด้วยตนเอง
เปิดแอปหรือเว็บไซต์ Copilot เลือกปุ่มไมโครโฟน แล้วพูดคำถาม
หากระดับเสียงไม่ขยับในการตั้งค่า Windows ปัญหาน่าจะอยู่ที่ไมโครโฟน ไดรเวอร์ การเชื่อมต่อ หรือการเลือกอุปกรณ์ ไม่ใช่ Copilot
ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันตามยี่ห้อโทรศัพท์และเวอร์ชัน Android
หากไม่พบ Copilot ในรายการ ให้เปิดแอปและกดใช้ไมโครโฟนอย่างน้อยหนึ่งครั้งเพื่อให้ระบบแสดงคำขอสิทธิ์
พูดว่า:
“ตอบฉันเป็นภาษาไทย ใช้คำง่าย และพูดชัดเจน”
แทนที่จะพูดหลายงานต่อเนื่องในประโยคเดียว ควรแยกคำสั่ง เช่น:
“ช่วยวางโครงร่างบทความก่อน”
เมื่อได้รับคำตอบแล้วจึงพูดว่า:
“เขียนหัวข้อแรกอย่างละเอียด”
ชื่อผลิตภัณฑ์ บุคคล รุ่นสินค้า หรือคำศัพท์ภาษาอังกฤษอาจถูกถอดเสียงผิด ควรออกเสียงช้าและสะกดเพิ่มเติมเมื่อจำเป็น
แทนที่จะพูดว่า “วันที่ห้าเดือนหน้า” ควรระบุวัน เดือน และปีให้ชัดเจน เพื่อลดการตีความผิด
หากระบบแสดงข้อความที่ถอดจากเสียง ให้ตรวจความถูกต้องก่อนยืนยัน โดยเฉพาะชื่อ ตัวเลข ที่อยู่ และคำสั่งที่อาจแก้ไขข้อมูล
“อธิบายว่า Wi-Fi 6 ต่างจาก Wi-Fi 5 อย่างไรสำหรับมือใหม่ และสรุปเป็นห้าข้อ”
“ช่วยเขียนข้อความแจ้งลูกค้าว่าร้านหยุดหนึ่งวัน ใช้ภาษาไทยสุภาพและกระชับ”
“สรุปข้อความก่อนหน้านี้ให้เหลือสามประเด็นสำคัญ และบอกสิ่งที่ต้องทำต่อ”
“ช่วยวางแผนดูแลเว็บไซต์ WordPress เป็นเวลาสามสิบวัน แบ่งงานเป็นรายสัปดาห์”
“ช่วยฝึกบทสนทนาภาษาอังกฤษสำหรับต้อนรับลูกค้า พูดทีละประโยค รอให้ฉันตอบ แล้วแก้ไขข้อผิดพลาดเป็นภาษาไทย”
“เสนอหัวข้อบทความเกี่ยวกับปัญหาคอมพิวเตอร์สำหรับมือใหม่จำนวนยี่สิบหัวข้อ และห้ามให้หัวข้อซ้ำกัน”
Copilot สามารถช่วยจำลองบทสนทนาและให้คำแนะนำด้านภาษาเบื้องต้นได้
ตัวอย่าง Prompt:
“ช่วยเป็นคู่สนทนาภาษาอังกฤษสำหรับผู้เริ่มต้น พูดประโยคสั้นเกี่ยวกับการต้อนรับลูกค้า รอให้ฉันตอบทีละประโยค แล้วอธิบายข้อผิดพลาดเป็นภาษาไทย”
สามารถกำหนดระดับและสถานการณ์ เช่น:
AI อาจออกเสียงหรือแก้ภาษาไม่สมบูรณ์ จึงควรใช้ร่วมกับพจนานุกรมและแหล่งเรียนภาษาที่น่าเชื่อถือ
ได้ ผู้ใช้สามารถพูดรายละเอียดแล้วให้ Copilot เรียบเรียงเป็นข้อความ เช่น:
“ช่วยเรียบเรียงสิ่งที่ฉันจะพูดต่อไปนี้ให้เป็นอีเมลภาษาไทยสุภาพ เมื่อฉันพูดจบให้สรุปและรอฉันตรวจสอบก่อน”
หลังพูดข้อมูลครบ ควรตรวจสอบ:
ระบบถอดเสียงอาจฟังรายละเอียดเหล่านี้ผิดได้ง่าย
ดูว่าไมโครโฟน หูฟัง หรือคอมพิวเตอร์เปิดปุ่ม Mute อยู่หรือไม่
เปิดการตั้งค่าของแอปหรือเว็บไซต์ แล้วอนุญาตให้ใช้ไมโครโฟน
หากมีไมโครโฟนหลายตัว เช่น ไมโครโฟนโน้ตบุ๊ก เว็บแคม และหูฟัง Bluetooth ระบบอาจเลือกผิดตัว
โปรแกรมประชุมออนไลน์ โปรแกรมบันทึกเสียง หรือเกมอาจกำลังใช้ไมโครโฟนอยู่ ให้ปิดแล้วทดลองใหม่
เปิดแอปบันทึกเสียงของอุปกรณ์แล้วทดลองพูด หากไม่มีเสียง แสดงว่าปัญหาอยู่ที่ไมโครโฟนหรือระบบ ไม่ใช่ Copilot
หากใช้ไมโครโฟน USB หรือหูฟัง ให้ถอดแล้วเสียบใหม่ หรือยกเลิกการเชื่อมต่อ Bluetooth แล้วเชื่อมต่ออีกครั้ง
บันทึกงานแล้วรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ เพื่อแก้กระบวนการเสียงที่ค้าง
สาเหตุที่เป็นไปได้ ได้แก่:
ควรอัปเดตแอป เปิดแชตใหม่ ขยายหน้าต่าง และทดลองผ่านช่องทางอื่น ไม่ควรดาวน์โหลดโปรแกรมหรือส่วนขยายจากเว็บไซต์ภายนอกเพื่อเพิ่มฟีเจอร์เสียง
ให้ตรวจสอบตามลำดับดังนี้:
หากใช้เว็บไซต์ ให้สังเกตไอคอนไมโครโฟนบนแถบที่อยู่ เพราะเบราว์เซอร์อาจกำลังบล็อกสิทธิ์อยู่
เว้นช่วงระหว่างประโยคและลดความเร็วเล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อมีชื่อเฉพาะ
ปิดโทรทัศน์ พัดลม หรือย้ายไปยังบริเวณที่เงียบขึ้น
ไม่ควรอยู่ใกล้ปากจนเสียงแตกหรือไกลจนเสียงเบา หากใช้หูฟังให้วางไมโครโฟนไม่ให้เสียดสีกับเสื้อผ้า
หากเป็นชื่อสินค้า รหัส Error หรือที่อยู่อีเมล ควรพิมพ์แทนการพูดเพื่อลดความผิดพลาด
พูดทีละงานและรอให้ Copilot ตอบก่อน ไม่ควรพูดคำสั่งยาวหลายย่อหน้าในครั้งเดียว
หากโหมดที่ใช้รองรับเสียงตอบกลับ แต่ไม่ได้ยิน ให้ตรวจสอบ:
ทดลองเปิดวิดีโอหรือเพลงเพื่อดูว่าลำโพงทำงานหรือไม่ หากแอปอื่นไม่มีเสียงด้วย ปัญหาน่าจะอยู่ที่อุปกรณ์หรือระบบเสียง
แตะหรือคลิกปุ่มหยุด ปิดไมโครโฟน หรือออกจากโหมดเสียง
เปิดการตั้งค่าสิทธิ์ของเว็บไซต์แล้วเปลี่ยน Microphone เป็น Block หรือ Ask
เข้า Settings เลือก Copilot แล้วปิดสิทธิ์ Microphone
เข้า Privacy & security เลือก Microphone แล้วปิดสิทธิ์ของแอปหรือเบราว์เซอร์ที่ใช้
หากไม่ได้ใช้ฟีเจอร์เสียงเป็นประจำ สามารถตั้งให้ระบบถามทุกครั้งแทนการอนุญาตตลอดเวลา
การใช้เสียงมีความเสี่ยงคล้ายกับการพิมพ์ เพราะเนื้อหาที่พูดจะถูกส่งให้ระบบประมวลผล ผู้ใช้ควรหลีกเลี่ยงการกล่าวข้อมูลต่อไปนี้:
ไม่ควรใช้โหมดเสียงกับข้อมูลสำคัญในพื้นที่สาธารณะ เพราะบุคคลใกล้เคียงอาจได้ยินทั้งคำถามและคำตอบ
สามารถทดลองใช้ภาษาไทยได้ในโหมดและอุปกรณ์ที่รองรับ แต่ความแม่นยำอาจแตกต่างตามสำเนียง ไมโครโฟน เสียงรบกวน และเวอร์ชันของบริการ
สิทธิ์และข้อจำกัดของฟีเจอร์เสียงอาจแตกต่างกันตามบัญชีและแพ็กเกจ ควรตรวจสอบข้อมูลที่แสดงในบริการของตนเอง
อาจเกิดจากบัญชี เวอร์ชันแอป ภูมิภาค อุปกรณ์ หรือโหมดที่ใช้งานไม่รองรับ รวมถึงปุ่มอาจถูกซ่อนเมื่อหน้าต่างมีขนาดเล็ก
ผู้ใช้ควรตรวจสอบสถานะไอคอนไมโครโฟนและสิทธิ์ของระบบ ไม่ควรสมมติว่าไมโครโฟนปิดเพียงเพราะหยุดพูด เมื่อใช้งานเสร็จควรกดหยุดหรือปิดสิทธิ์
ใช้ได้หากอุปกรณ์เลือกหูฟังเป็นไมโครโฟนและลำโพงที่กำลังใช้งาน แต่คุณภาพเสียงอาจขึ้นอยู่กับการเชื่อมต่อและรุ่นของหูฟัง
บางประสบการณ์อาจอนุญาต แต่ฟีเจอร์และระยะเวลาการใช้งานอาจถูกจำกัด การเข้าสู่ระบบช่วยให้เข้าถึงสิทธิ์ตามบัญชี
วิธีใช้เสียงคุยกับ Microsoft Copilot คือเปิดเว็บไซต์หรือแอป เลือกไอคอนไมโครโฟนหรือโหมด Voice อนุญาตสิทธิ์ แล้วพูดคำถามอย่างชัดเจน หากต้องการภาษาไทยให้กำหนดตั้งแต่ต้น และตรวจสอบข้อความที่ระบบถอดเสียงทุกครั้ง
หาก Copilot ไม่ได้ยิน ให้ตรวจสิทธิ์ไมโครโฟน อุปกรณ์รับเสียง ปุ่มปิดเสียง และแอปอื่นที่อาจกำลังใช้ไมโครโฟน หากไม่มีปุ่มเสียง ควรอัปเดตแอปหรือทดลองใช้ผ่านอุปกรณ์อื่นที่รองรับ
เพื่อความเป็นส่วนตัว ไม่ควรพูดรหัสผ่าน ข้อมูลทางการเงิน หรือความลับในโหมดเสียง และควรปิดไมโครโฟนเมื่อใช้งานเสร็จ